สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

กระทู้: Man vs Machines

  1. #1

    มาตรฐาน Man vs Machines

    Man vs Machines


    .....แม้จะได้มีโอกาสขับเครื่องบินหลายแบบหลายชนิด แต่ก็มิได้มีโอกาสเป็นเจ้าของ เลยสักลำ แต่ด้วยความรักและความลุ่มหลงในยานยนต์ ทั้งแบบที่บินได้และวิ่งอยู่บนพื้น ทำให้อยากสัมผัสรถยนต์แบบต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาตามยุคสมัย ป้ายแดงบ้าง มือสองบ้าง ตามแต่โอกาส และกำลังทรัพย์
    .....ตอนเรียนอยู่ชั้น ป.4 ระยะทางระหว่างโรงเรียนกับบ้าน ไกลกันมาก คุณแม่จึงซื้อจักรยานให้ใช้ ขี่ไปโรงเรียน มันเป็นรถคันแรกของผม ผมขี่มันทุกวัน พอตกตอนเย็น ต้องนำมามาเช็ดล้างอย่างหมดจด ไม่มีครามบฝุ่นใดๆ มาเกาะ ต่อมาเริ่มรู้จักแต่งรถ ด้วยการถอดบังโคลนหุ้มล้อออก เริ่มถอดทีละชิ้น จนในที่สุด ได้ถอดเบรคออกไปด้วย เวลาจะเบรค จึงต้องใช้รองเท้าถูไปที่ล้อ ซึ่งทำให้ชะลอรถได้ แต่รองเท้าฟองน้ำจึงสึกเป็นร่อง ผมจำได้ว่า ใช้มันถึงชั้นมัธยม แล้วขี่ไปโรงเรียน ยกต่อให้เพื่อนรักไปฟรีๆ



    Ford Cortina 1.5 ผู้เขียน ยืนตรงกลาง

    คันที่1 คันแรกเป็น Ford Cortina ของอังกฤษ ต้องบอกว่าเป็นของคุณพ่อ ซื้อมาตั้งแต่ปี 2510 ตอมผมอายุได้สามขวบ เป็นรถใหม่ป้ายแดง ราคา 70000 บาท พ่อกับแม่ช่วยกันผ่อนเดือนละ บาท
    .....เครื่องยนต์ 1500 ซ๊ซี 57 แรงม้า
    .....ด้วยรอบสูงสุดเพียง 5000 RPM
    .....เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง
    .....หน้ายางขนาด 155 นิยมขอบขาว
    .....คันเกียร์อยู่ที่หลังพวงมาลัย มี 4 เกียร์
    .....เกียร์หนึ่งต้องดึงเข้าหาตัว แล้วยกขึ้น เกียร์สอง ต้องดึงเข้าหาตัวแล้วกดลง
    .....เกียร์สามยกขึ้นโดยไม่ต้องดึง เกียร์สี่กดลงเเฉยๆ
    .....เกียร์ถอยหลัง ดันไปข้างหน้าแล้วกดลง
    ..........เราใช้มันอย่างคุ้มค่า ระแวกจังหวัดสระบุรี ลพบุรี อยุธยา เคยขับไปถึงดอยอ่างขาง ได้นำไปติดเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์ญี่ปุ่น Saturn1.6 พร้อมติดแก็สในปี 2529 และถอดแก็สออกในปี2532 คุณพ่อมักดูแลและซ่อมมันด้วยตัวเอง โดยมีผมเป็นลูกมือ คอยช่วยหยิบส่งเครื่องมือต่างๆ จึงทำให้ผมสนใจในเรื่องเครื่องยนต์กลไก เราใช้มันอยู่นานมาก ขายไปให้แก่วัดในจังหวัดนครนายก



    Lancer 1.4 SL ผู้เขียน เสื้อสีขาว

    คันที่ 2 รถคันที่สองของผม คือ มิตซูบิชิ Lancer 1.4 SL แลนเซอร์ไฟนอน ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้นั่งมันออกจากโชว์รูม ป้าของผมซื้อป้ายแดงให้ลูกชายในราคา 149,000 บาท ซึ่งเขาใช้อยู่ราว10 ปี เมื่อผมจบจากโรงเรียนการบินทอ. ปี 2532 แม่จึงซื้อต่อมาในสภาพกิ๊กมาก ด้วยราคา145,000 บาท รถรุ่นนี้ราคามือสองเคยไต่ไปถึง 200,000 บาท เป็นหนึ่งในตำนานรถยนต์เมืองไทย รุ่นนี้เป็นเกียร์กระปุก 5 เกียร์ เบาะหน้าแยกออกจากกัน ระหว่างคนขับและผู้โดยสาร พวงมาลัยสามก้าน กะทะล้อขอบ 13 นิ้ว สร้างความฮือฮา ในวงการรถยนต์ ในเรื่องของความแรง


    ผมนำของขวัญในวันแต่งงาน ใส่ท้ายจนเต็ม ขับมากรุงเทพฯ
    ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ๋อย แล้วขายต่อให้ญาติ
    ซึ่งอยู่การบินไทย ปัจจุบันยังคงใช้งานได้ดีอยู่


    คันที่ 3 Toyota Corrolla 1.3 ความโด่งดังของโตโยต้าสิบหกวาวล์ ทำให้ผมต้องลองหามาใช้ให้ได้ บังเอิญนักบินรุ่นพี่เค้าเบื่อจึงขายต่อให้ แม้คันนี้จะเป็นเพียงเครื่องสิบสองวาวล์ Corrolla 1.3GL แต่เป็นนรถที่ดีมาก ทั้งคล่องตัว ประหยัด แต่ด้วยความอยากลอง ของแท้ ในที่สุด จึงต้องไปหา สิบหกวาวล์ของแท้มาใช้ แล้วขายคันนี้ต่อให้พี่ชาย เมื่อใช้ได้เพียงไม่กี่เดือน



    คันที่ 4 Toyota Corrolla 1.6 คือ โตโยต้าสิบหกวาวล์ ของแท้ สีบรอนซ์ ผมอยากได้มันมา เพื่อความเติมเต็ม ความพึ่งพอใจ โตโยต้ามักนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้เมื่อเปลี่ยนโฉมเสมอ รุ่นนี้ถูกต่อยอดด้วยสิบหกวาวล์ มันสร้างความประทับใจให้ผมอย่างมาก มันแรง และประหยัด แต่แล้วเมื่อมันโดนเฉี่ยวโดยคนไร้วินัย ทำให้ผมห่อเหี่ยวไปมาก ผมจึงเริ่มมองหาของใหม่



    คันที่ 5 คือ Mercedez Benz W123 ปี 1977 คงเป็นด้วยเหตุผลเดียวกับคนส่วนใหญ่ที่ใช้ยี่ห้อนี้ ผมแลกมันมาด้วยค่าตัว 450,000 บาท ในสภาพสีน้ำเงิน สวยมาก เครื่องยนต์เดิม สี่เกียร์ อายุมันมากไปหน่อย ต้องค่อยๆถนอมใช้ มีโอกาสใช้มันได้ไม่นาน ต้องไปฝึกบินต่อในอเมริกา จึงฝากไว้กับแม่


    คันที่ 6 เมื่อมาถึงอเมริกา ปี 95 ที่เขาเรียกว่า Motor Soceity ผมจึงเริ่มหัดขับรถพวงมาลัยซ้าย โดยอาศัยรถของเพื่อน ซึ่งเป็นทหารอเมริกัน และคนไทยใน Abilene Texas แล้วเมื่อได้ใบขับขี่ ผมจึงได้รถ Oldsmobile สีขาว ในราคา 3400 เหรียญ เครื่องยนต์ขนาด 3.8 L ลิตร มาใช้เป็นคันแรก เป็นรถเกียร์ออโต้ ขับเคลื่อนล้อหน้า วิ่งดีมาก มีระบบCruise Control ด้วย ผมไม่เคยสนใจเรื่องความสิ้นเปลือง ก่อนกลับเมืองไทยผมขายต่อไปในราคา 1200 เหรียญ





    คันที่ 7 เป็นรถโฟกค์กอฟล์ 1987 VW Golf สองประตูได้มาในราคา 2500 เหรียญ เมื่อภรรยาหัดขับพวงมาลัยซ้ายได้แล้ว เราจึงหาซื้อคันที่สอง ซึ่งต่อมาผมใช้คันนี้เป็นประจำ วิ่งข้ามรัฐระหว่างเมือง Little Rock และ Abilene ก่อนกลับเมืองไทยขายไปในราคา 1000 เหรียญ



    คันที่ 8 กลับมาเมืองไทย w123 มันเริ่มรวน จึงขอซื้อ Toyota Corrolla 1.3 คืน แต่เมื่อเศรษฐกิจปี 40 เมื่อมันถึงจุดต่ำสุด ผมจึงไปได้ Accord 1995 ในสภาพปิ้ง อีกคัน พร้อมกับลูกชายคนแรก และให้ภรรยาใช้ไปเรียน ป.โท



    คันที่ 9 Toyota Sport Raider 3.0L คือความปราถนา ของผม เมื่อมีลูกชายคนที่สอง คิดว่ามันน่าจะจบแล้ว ผมเปลี่ยนรถบ่อยเหลือเกิน แต่เรื่องร้ายมันเพิ่งจะเริ่มต้น คิดว่ามันเป็นรถเอนกประสงค์ แต่ที่ไหนได้ มันมีลักษณะเหมือนชื่อของมัน คือ
    เหมือนควบม้า
    เราอุตสาห์นำ Accord และToyota สองคันรวมกัน เพื่อไปถอยS port Raider มา แต่ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะมันกระด้าง ไม่คล่องตัว เสียงดัง ในที่สุดต้องยอมขายไปแบบขาดทุนย่อยยับ ใช้งานไปเพียงไม่ถึงสองหมื่นกิโลเมตร





    คันที่ 10 ผมปลอบใจตัวเองด้วย Nissan Cefiro 97 มือสอง เพราะได้ยินคำร่ำลือของเครื่องยนต์ VQ ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง รถยนต์ดี เครื่องยนต์ดี ช่วงล่างดี เคยหักหลบ ขณะความเร็วสูง รถไม่เสียหลัก แต่กินนำมันเอาเรื่อง ในเวลาเดียวกันนี้ ผมได้ถอยโทรศัพท์มือถือ โนเกีย 3310 เป็นเครื่องแรก ในขณะที่ใช้รถมาถึงสิบคันแล้ว โดยที่ผมจะสนุกกับการล้าง เช็ดมันด้วยตัวเอง



    คันที่ 11 ปี 2003 มาอยู่การบินไทยชั่วคราว เวลาทำงานไม่แน่นอน จึงต้องหารถอีกคัน จึงเลือกเอา Toyota Corrolla Altis 1.6E ไม่รังเกียจที่มันเป็นแท็กซี่ เพราะเคยเห็นทั้งเบนซ์ บีเอ็ม ออดี้ ในยุโรป ถูกใช้เป็นแท็กซี่สีงาช้าง เกลื่อนเมือง รุ่นนี้ถูกต่อยอดด้วยเทคโนโลยีวาวล์แปรผัน เป็นรถเล็กที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นรถที่ใช้นานมาก ถึงหกปี มันเป็นรถยนต์คันแรก ที่ผมเริ่มนำไปเข้าคาร์แครืเพื่อให้คนอื่นล้างให้


    คันที่ 12 เมื่อน้ำมันราคาแพง จึงมองหารถขนาดเล็ก เพื่อแทนเซฟิโร่ มองไปที่ โฟกค์กอฟล์ 95 VW Golf ห้าประตู เพื่อใช้รับส่งลูกสามคน เป็นรถโฟกค์กอล์ฟคันที่สอง ที่เคยใช้ ต่อมาจึงรู้ว่า มันไม่เหมาะกับเมืองไทย



    คันที่13 Toyota Wish 2005 แปลเป็นไทยได้ตรงๆ คือความปารถนาอันสูงสุด มันเป็นรถครอบครัว ที่ดีมาก ขนาดไม่ใหญ่เกินไป มีความคล่องตัว ไม่กินน้ำมันมาก รูปทรงร่วมสมัย สวยจากโรงงานโดยไม่ต้องแต่งเพิ่ม มีความสปอตร์ทั้งภายนอก และภายใน ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบเปลี่ยนเกียร์ด้วยคนขับได้ มันจึงขับสนุก กว้างพอสำหรับลูกทั้งสามและคุณยาย




    คันที่ 14 Nissan Teana J32 มันเป็นตำนานต่อจากเซฟิโร่ รุ่นนี้ทำให้ผมใจอ่อนอีก
    ราคาค่าตัวกลายเป็น10 เท่า เมื่อเทียบกับรถยนต์คันแรกที่ผมเคยใช้
    หนังสือรถยนต์เมืองไทยเน้นว่า ดูดี มีระดับ
    แต่นั่นมิใช่จุดประสงค์ของผม
    ผมชอบปรัชญาการออกแบบ ระบบเครื่องยนต์ และความสดใหม่
    บันทึกไว้ในกลางปี 2552 Teana เป็นรถที่ใหม่สดมาก
    คู่แข่งอย่าง Camry และ Accord ได้ออกตัวมาก่อนกว่าปีแล้ว
    มีเทคโนโลยี ใหม่กว่าประหยัดกว่า
    หลังจากทำงานมายี่สิบปี ด้วยความอยากสัมผัสในเทคโนโลยี และความจำเป็นของครอบครัว ทำให้ใช้รถยนต์ไปแล้ว 13 คัน เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือไปเพียงเครื่องเดียว (จากโนเกีย3310) ทั้งสิบสามคันไม่เคยเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงใดๆ เคยถูกมอเตอร์เฉี่ยวบ้าง ถูกคนไร้วินัยปาดเอาบ้าง ก้ให้บริษัทประกัน ทำหน้าที่ไป


    แล้วคอยดุซิว่า Machine ต่อไปของ Man คนนี้ คือคันไหน

    ไฟล์ภาพขนาดย่อ ไฟล์ภาพขนาดย่อ 01.jpg   02.jpg   03.jpg   04.jpg   05.jpg   06.jpg   07.jpg   08.jpg   09.jpg   10.jpg  

    11.jpg   12.jpg   13.jpg   14.jpg   15.jpg   16.jpg   17.jpg  
    IP

  2. #2
    ชาวร็อค รูปส่วนตัว โต้ เปตรุซซี่
    สมัครเมื่อ
    15 Jan 2010
    ที่อยู่
    เขื่อนแม่กวงอุดมธารา
    โพสต์
    2,600

    มาตรฐาน

    Teana นั่งแล้ว แรง.. คันต่อไปน้องๆ อยากนั่ง hummer ครับพี่หมู แฮ่ๆ

    IP

กฎการโพสต์ข้อความ

  • คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  •  
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • [VIDEO] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด