PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : Pc-9



skypig
22-01-12, 09:31:26
PC-9
จำนวนผู้เข้าชมจากโฮมเพจเดิม 7923 คน


MUSTANG
ม้าป่า ..... ผู้อาภัพ


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2654&stc=1&d=1327201157


. . . .เมื่อต้องกล่าวถึงเครื่องบิน ซึ่งมีความสามารถในการไต่ขึ้นสู่เพดานบินสูง ได้อย่างรวดเร็ว วงการบินระดับโลก ต้องนึกถึงความสุดยอดของเครื่องบิน PC-9 เป็นลำดับต้นๆ เพราะมัน สามารถไต่ทะยานไปถึงความสูง 18,000 ฟุต ได้ในเวลาเพียง 6 นาที นั่นคือ

. . .
คุณลักษณะสำคัญของเครื่องบินขับไล่ ขนาดแท้เครื่องบิน PC-9 ได้ก้าวเข้ามาเทียบเคียงรัศมี เครื่องบิน T-37 (http://www.thaic-130.net/forums/showthread.php?t=1142)ได้อย่างปราศจากข้อกังขาใดๆ มันเป็นเครื่องบินใบพัดที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทดแทนเครื่องบินไอพ่น ในภารกิจฝึกนักบินใหม่ และกว่านั้น กองทัพอากาศหลายชาติ ได้มอบหมายภารกิจสำคัญ นอกเหนือจากการฝึกนักบิน ให้แก่เครื่องบินลำนี้ ด้วยการใช้เป็น


เครื่องบินโจมตี
เครื่องบินผาดแผลง


แต่น่าเสียดาย เมื่อมันเข้าประจำการในกองทัพอากาศไทย มันกลับถูกจำกัดบทบาท ให้เป็นเพียง ม้าแกลบ มีภารกิจในการฝึกบิน เท่านั้น
เครื่องบิน PC-9 เข้ามาแทนที่เครื่องบินฝึกรุ่นก่อนหน้านี้ ได้อย่างสมบูรณ์ คือ เป็นทั้ง
เครื่องบินฝึกขั้นต้น (ab initio) และ
เครื่องบินฝึกขั้นขั้นปลาย (advanced training for jets)


มันเหมาะสำหรับนักบินใหม่ ที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน และมันยังเหมาะสมหรับนักบินที่เตรียมตัวจะเข้าไปสู่การเป็นนักบินรบอย่างเต็มตัว คุณลักษณะที่เด่นชัดของเครื่องบิน PC-9 คือ
การควบคุม (Handling) และ
สมรรถนะสูง (Performance)


โรงงานสร้างเครื่องบินแห่งนี้ เคยสร้างเครื่องบินที่ไว้ใจได้มาก่อน อีกทั้งตำนาน
มีดพกสวิส
และทหารสวิสที่ซื่อสัตย์ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
เครื่องบิน PC-9 เหมาะสมแก่ทั้งกองทัพอากาศขนาดเล็ก และกองทัพอากาศอันยิ่งใหญ่อย่างอเมริกัน และออสเตรเลีย การพลาดหวังไม่ได้เป็น เครื่องบินฝึกแห่งกองทัพอังกฤษ ด้วยเหตุผลทางการเมือง มากกว่าเรื่องทางเทคนิคของตัวเครื่องบินเอง
เครื่องบินฝึก PC-9 เป็นเครื่องบินฝึกที่สร้างโดยบริษัท ปิลาตุส ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ได้รับนามเรียกขานจากกองทัพอากาศไทยว่า Mustang แปลเป็นไทยว่า ม้าป่าผู้ลำพอง ชื่อชั้นของ เครื่องบิน PC-9 เข้ากับฉายา Mustang ม้าป่าซึ่งกองทัพอากาศขนานนามให้ คือ ความแรงอันปราดเปรียว ที่มิได้เน้นด้านพละกำลังอย่างเครื่องบิน C-130 มันเข้าประจำการใน ทอ.ไทย ด้วยความบังเอิญ อย่างเงียบๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 เพราะก่อนหน้านั้น ทอ.ไทย ฝากความหวังในการฝึกศิษย์การบิน ทั้งขั้นต้น และขั้นมัธยม ไว้กับเครื่องบิน Fan trainer (http://www.thaic-130.net/forums/showthread.php?p=6597#post6597) ครั้นเมื่อ เครื่องบิน Fan trainer ไม่ประสบความสำเร็จ ผู้ใหญ่ในกองทัพ จึงเร่งแก้ปัญหาอย่างฉุกละหุก ด้วยการมองหาเครื่องบินฝึกอื่น เข้ามาทดแทน และจบลงด้วยเครื่องบิน PC-9 ของบริษัทปิลาตุส เป็นเครื่องบินฝึกลำดับที่ 19 (บ.ฝ.๑๙) ของกองทัพอากาศไทย
การออกแบบและพัฒนา
เครื่องบิน PC-9 เป็นเครื่องบินฝึก 2 ที่นั่งเรียงตามกัน ได้รับการพัฒนาต่อมาจากเครื่องบินฝึก PC-7 ด้วยมิติลำตัว มิได้แตกต่างกันแต่อย่างไร รูปทรงภายนอกของเครื่องบิน PC-9 นับว่าสง่างามมาก มีสัดส่วนที่ลงตัว ดูปราดเปรียว สมกับเป็นเครื่องฝึกบินทางทหาร ที่มิได้มีไว้ให้มือสมัครเล่นลิ้มลอง ยิ่งเมื่อเปลี่ยนจากสีแดงขาว ไปเป็นสีเข้มขรึม ไม่ต้องการคำอธิบายอื่น ก็พอรู้ว่า มันคือ เครื่องจักรสังหาร กล่าวกันว่ารูปโฉมอันเย้ายวนของมัน มีรูปร่างคล้ายคลึงกับ เครื่องบิน P-51 Mustang เครื่องบินขับไล่ขนาดแท้ ที่เคยมีภารกิจสำคัญ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2655&stc=1&d=1327201273



ห้องนักบินทั้งสองถูกครอบด้วย ประทุนแผ่นใสชิ้นเดียว สามารถมองเห็นได้รอบตัว โดยไม่มีจุดอับ กว้างขึ้นกว่าเดิม แบ่งเป็นสองส่วน ที่นั่งด้านหลังสูงกว่า 6.3 นิ้ว ศิษย์การบินจะนั่งหน้า ครูการบินนั่งหลัง แผงหน้าปัด มาตรวัด ภายในห้องนักบิน ของเครื่องบิน PC-9 แตกต่างกันบ้าง ตามรุ่นต่างๆของแต่ละประเทศ สำหรับของ ทอ.ไทย มาตรวัด อุปกรณ์การบิน แสดงให้เห็นว่า มีกลิ่นไอของเครื่องบินยุคเก่า และยุคหน้าผสมรวมกันอยู่ แบบเข็มหมุนวน ยังมีให้เห็นอยู่ ที่สังเกตุเห็นว่าทันสมัยขึ้นมาบ้างคือ จอเครื่องวัดท่าทางการบิน ADI เป็นแบบจอสีขนาดใหญ่ วางไว้ตรงกลางแผงหน้าปัด ต่ำลงไปเป็นจอ EHSI ให้ข้อมูลในการเดินอากาศ ทั้งสองจอสามารถสลับการแสดงผลกันได้ มีเครื่องช่วยเดินอากาศทางทหารTacan และ VOR/ILS ของทางพลเรือนให้เลือกใช้ ทางด้านขวาเป็นแผงมาตรวัด สำหรับเครื่องยนต์
ปุ่มปรับ สวิทช์ต่างๆ ทำไว้แน่นหนาดี สมกับเป็นเครื่องฝึกบินทหาร สะดวกในการใช้ขณะที่สวมถุงมือ เก้าอี้ดีดตัว Martin-Baker Mk T11A ปรับแต่งสำหรับนักบินไทยโดยเฉพาะ สร้างความมั่นใจได้ 100% ซึ่งได้เคยช่วยชีวิตนักบิน และครูการบินไว้หลายครั้ง มันเป็นอานม้า ที่จัดว่าแพงที่สุดในเมืองไทย


เครื่องยนต์ Turboprop ของบริษัท Pratt & Whitney Canada PT6A-62 ทำงานร่วมกับใบพัด 4 กลีบของ Hartzell ให้กำลัง 708 kW ประมาณ 950 แรงม้า วางเครื่องยนต์ไว้ส่วนหน้าของลำตัว ให้ความแรงอย่างเหลือกำลัง เครื่องยนต์ PT6A-62 ได้รับการพัฒนา มาถึงขีดสุด ประกอบด้วยชุดอัดอากาศแบบไหลรอบแกน 3 ชั้น อยู่ทางด้านหลังของเครื่องยนต์ ส่งอากาศความดันสูง ย้อนกลับไปทางด้านหน้า เผาไหม้รวมกับน้ำมัน เพื่อให้อากาศขยายตัวอย่างรวดเร็ว พ่นผ่านใบพัด Turbine แบบ 2 ชั้น ชั้นแรกนำไปขับชุดอัดอากาศ ชั้นที่สองนำไปขับใบพัดความยาว 8 ฟุต รุ่น HC-D4N-ZA/9512a



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2656&stc=1&d=1327201378



ขึ้นทดสอบบินครั้งแรกเมื่อ 7 พ.ค.1984 ผ่านการทดสอบให้สามารถใช้งานได้เมื่อ ก.ย. 1985 ผลิตออกมาภายใต้รหัส PC-9 จำนวน 250 เครื่อง ให้กับ กองทัพต่างๆกว่า 10 ประเทศ และได้ปรับปรุงเป็นรุ่นต่างๆ ดังนี้
PC-9/A
ตั้งแต่ปี ค.ศ.1997 ออสเตรเลียนำต้นแบบมาจากสวิส 2 เครื่อง และได้นำชิ้นส่วนเข้ามาประกอบ 17 เครื่อง แล้วได้ลิขสิทธิ์มาให้บริษัท Hawker De Havilland ออสเตรเลีย สร้างขึ้นเอง 48 เครื่อง ประจำการอยู่ใน กองทัพอากาศออสเตรเลีย RAAF ปัจจุบันมีจำนวน 67 เครื่อง
PC-9B
สร้างขึ้นจำนวน 10 เครื่อง โดยมีภารกิจลากเป้าบิน ให้กับเครื่องบินขับไล่ เป็นของกองทัพอากาศเยอรมัน Luftwaffe ได้ขยายถังน้ำมันให้บินได้นานถึง 3 ชั่วโมง 20 นาที ติดตั้งรอก-กว้าน ไว้ใต้ปีก ลากเป้ายาวได้ถึง 3.5 กิโลเมตร
PC-9M
สร้างขึ้นในปี 1997 เพื่อเป็นมาตรฐานใหม่ ปรับปรุงให้ dorsal fin ใหญ่ขึ้น เพื่อให้มีเสถียรภาพทาง longitudinal stability สูงขึ้น ปรับปรุงโคนปีก ติดตั้งเครื่องยนต์ และระบบใบพัดแบบใหม่ ขายให้กับหลายประเทศ ได้เป็นจำนวนมาก



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2657&stc=1&d=1327201378



ราคาค่าตัว PC-9 ในเดือนมกราคม 2003 ประเทศ Ireland ตกลงเซ็นสัญญามูลค่า 70 ล้านเหรียญสวิส สำหรับเครื่องบิน 8 เครื่อง รวมถึงการฝึก และอะไหล่ในเบื้องต้น คิดเป็นเงินไทย 2,135 ล้านบาท หรือตกราวลำละ 266 ล้านบาท
T-6A Texan II
โครงการ United States JPATS ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพอากาศ และกองทัพเรือสหรัฐฯ ในการจัดหาเครื่องบินฝึก เพื่อมาทดแทน T-37 กองทัพอากาศสหรัฐฯ ยินยอมผ่อนปรนตามกองทัพเรือ ที่จะใช้ ที่นั่งนักบินแบบเรียงตามกัน แทน แบบนั่งเคียงกัน ที่เคยใช้อยู่กับเครื่องบิน T-37 ทั้งนี้อาจเป็นไปได้ว่า ความก้าวหน้าของเครื่องบินจำลอง Flight Simulator ทำให้การฝึกบินในขั้นตอนต่างๆ กระทำได้อย่างสะดวก และปลอดภัย จึงไม่จำเป็นต้องให้ ครูและศิษย์การบิน รวมอยู่ในห้องเดียวกันแบบไหล่ชนไหล่ บริษัท ปิลาตุส ของสวิสชนะการประมูล ได้มอบลิขสิทธิ์ให้บริษัท Beech Aircraft Corporation ในสหรัฐฯ สร้าง และพัฒนาต่อมา เปลี่ยนใช้ชื่อรหัสใหม่ตามข้อกำหนดของ ทอ.สหรัฐฯเป็น T-6A Texan II ไม่นานนัก บริษัท Beech ได้ถูกบริษัท Raytheon ซื้อกิจการต่อ ตามโครงการจะผลิตขึ้นประมาณ 700 เครื่อง ราคาซึ่งทางกองทัพสหรัฐฯ ซื้อตกราวเครื่องละ $4.272 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทย 146 ล้านบาท



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2658&stc=1&d=1327201378



เครื่องบินฝึก PC-9 เมื่อบรรจุเข้าแทนเครื่องบิน T-37 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้รับการดัดแปลงหลายด้าน อาทิ ระบบการปรับความดันบรรยากาศในห้องนักบิน ระบบการแก้ไขการเซ (Yawing) การได้เปลี่ยนนามเรียกขาน อย่างเป็นทางการว่า T-6A Texan II เท่ากับเป็นการให้เกียรติอย่างสูงส่ง เทียบเท่ากับเครื่องบิน T-6 ที่มีตำนานยิ่งใหญ่ในอดีต
T-6B
พัฒนาต่อมาจาก T-6A ภายในห้องนักบินของ T-6B เป็นแบบ all-glass cockpit ระบบไฟฟ้าจาก CMC Electronics จอแสดงผลแบบ Head-Up Display (HUD) พร้อมด้วยจอ Multi-function display อีก 6 จอ และระบบ Hands On Throttle And Stick ซึ่งปุ่มควบคุมต่างๆจะติดตั้งไว้ที่คันเร่งที่มือซ้าย และคันบังคับที่มือขวา สั่งการด้วยมิต้องละมือ เหมาะสำหรับ การฝึกใช้ระบบอาวุธได้ไปในตัว เลยทันที
บริษัท Beech Aircraft ได้พยายามยืนยันว่า เครื่องบิน T6 ของตน ไม่ไช่เครื่องบิน PC-9 เพราะได้เปลี่ยนแปลง โครงสร้างหลักหลายชิ้น จนมีสมรรถนะสูงขึ้น ข้อมูล http://www.hawkerbeechcraft.com/military/t-6a/not_pc_9.pdf (http://www.hawkerbeechcraft.com/military/t-6a/not_pc_9.pdf) ซึ่งแสดงให้เห็นถึง ศักดิ์ศรีของชาติ และยืนยันว่า เครื่องบิน PC-9 สามารถสร้างและปรับปรุงให้มีสมรรถนะสูงขึ้นได้


[B]สมรรถนะ




http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2669&stc=1&d=1327217820



สมรรถนะของเครื่องบิน PC-9 เริ่มต้นด้วยการเป็นเครื่องบินที่มีน้ำหนักเบา ผสานกับเครื่องยนต์กำลังสูง ได้อัตราส่วนแรงขับต่อน้ำหนักตัว 0.31 kW/kg (0.19 hp/lb) จึงทำให้มีอัตราไต่สูงถึงสี่พันฟุตต่อนาที (19.7 m/sec) และมีเพดานบินสูงถึง 38,000 ฟุต อีกทั้งรูปทรงทางอากาศพลศาสตร์ที่เพรียวลม ทำให้มีความเร็วสูงสุดถึง 593 ก.ม./ช.ม. และยังบรรทุกอาวุธได้อีกหนึ่งตัน โดยใช้ความยาวสนามบินน้อยกว่าหนึ่งกิโลเมตร ในการขึ้นลง


ประสบการณ์บิน PC-9 โดย Carlo Kopp
ก่อนขึ้นบิน เป็นขั้นตอนการตรวจสอบอุปกรณ์ช่วยชีวิตได้แก่ เก้าอี้ดีดตัว เสียบต่อสายออกซิเจน และ G-Suit สายรัดต่างๆ ต้องรัดให้กระชับแน่น
การควบคุมความแรงของเครื่องบิน PC-9 กระทำได้โดยการใช้ PCL(Power Control Lever :คันเร่ง) เพียงอันเดียว เช่นเดียวกับการขับเครื่องบินไอพ่น แรงขับของเครื่องยนต์ ใช้มาตรวัดแบบแรงบิด มีหน่วยเป็น PSI
ขณะวิ่งขึ้นเร่งเครื่องยนต์ 40 PSI ปล่อยเบรค เครื่องตอบสนองแรงขับอย่างรวดเร็ว เร่งต่อไป หากใช้เท้าขวา ประคองกระเดื่องช้าไป ทิศทางเครื่องบินอาจจะเซออกจากกิ่งกลางทางวิ่งได้ เมื่อเครื่องความเร็ว 80 ออกแรงดึงคันบังคับเพียงเล็กน้อย เครื่องลอยพ้นจากพื้น เก็บฐานล้อเข้าไว้ในลำตัวแล้ว ม้าป่าตัวนี้ก็พร้อม กระโจนขึ้นสู่ท้องฟ้า ปรับทริมช่วย ระหว่างช่วงแรกของการไต่ ด้วยอัตราไต่กว่า สามพันฟุตต่อนาที เครื่องบิน ไต่ไปวางระดับได้เร็วมาก ประหยัดเวลาในการเข้าสู่พื้นที่การฝึก
ความประทับใจแรกที่นักบินจะได้รับ คือ การตอบสนองต่อการควบคุม ด้วยความเบามือจากคันบังคับ แต่ยังคงให้ความรู้สึกถึงเสถียรภาพ และสมรรถนะเป็นอย่างดี การเข้าออกจากวงเลี้ยวไม่มีอาการขาดหรือเกิน (undershoot or overshoot) แม้จะบินโดยนักบินที่มีประสบการณ์ไม่มาก
เครื่องบิน PC-9 มีความเร็วร่วงหล่นที่ 75 KIAS การแก้ไขการร่วงหล่น กระทำได้เช่นเดียวกับเครื่องบินทั่วไป แต่ต้องระวังในขณะแก้ไข เมื่อเร่งเครื่องยนต์เต็มที่แล้ว ลืมใช้หางเสือขวาช่วยประคอง เครื่องบิน PC-9 จะกลายเป็นม้าพยศได้ ในทันที ในอากาศเครื่องบิน ไม่มีแรงต้านจากล้อ จึงตอบสนองต่อเครื่องยนต์เร็วมาก การควบคุมจึงต้องใช้ rudder ช่วย เมื่อเครื่องบินคืนสภาพปกติแล้ว จึงใช้ The rudder trim ซึ่งติดตั้งสวิทซ์ควบคุมไว้ที่ PCL ซึ่งการติดตั้งไว้ตรงนี้ นับว่ามีประโยชน์มาก



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2659&stc=1&d=1327217820



การติดตั้งอาวุธ
ปีกเครื่องบิน PC-9 ออกแบบเพื่อรองรับการติดตั้งอาวุธได้หลายประเภท เช่น จรวด ระเบิด และปืนกลอากาศ บรรทุกสรรพาวุธได้ราว 1,040 กิโลกรัม
ในหลายประเทศ เครื่องบิน PC-9 ได้รับการดัดแปลง ปรับปรุงให้ก้าวหน้า เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ได้เป็นเครื่องบินโจมตี ภารกิจอันทรงเกียรติ ได้บรรจุให้เป็นเครื่องบินผาดแผลง เพื่อแสดงความภูมิใจของคนทั้งชาติ




http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2660&stc=1&d=1327217820



หลากหลายแนวคิดในการใช้เครื่องบินฝึกเพื่อการโจมตี และไม่ใช้เครื่องบินฝึกเพื่อการโจมตี


มีหลากหลายเหตุผล ให้คนธรรมดาทั่วไป ทำ หรือไม่กระทำ สิ่งใดๆ ได้หลายทาง ดังคำพังเพยที่ว่า


พูดไป สองไพเบี้ย นิ่งเสีย ตำลึงทอง
ช้าๆได้พร้าเล่มงาม
เดินตามหลัง ผู้ใหญา หมาไม่กัด
ฯลฯ แต่อย่าลืมว่า หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน


สำหรับผู้มีหัวใจนักรบ โดยเฉพาะเหล่าทหาร ที่สังกัดกองทัพ จะอาศัยคำพังเพยเหล่านั้น หลีกเลี่ยง การทำหน้าที่ของตน (ซึ่งแลกมาด้วยเกียรติยศ) มิได้ ....
แนวคิด.....การใช้เครื่องบินฝึกเพื่อการโจมตี หรือ
แนวไม่คิด.....การใช้เครื่องบินฝึกเพื่อการโจมตี ก็เช่นกัน


แนวคิด.....การใช้เครื่องบินฝึกเพื่อการโจมตี
ภารกิจโจมตีทางอากาศ ตามที่กองทัพได้บัญญัติไว้ในหลักนิยมปฏิบัติการ ถือเป็นภารกิจที่มีเกียรติ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าภารกิจใด การปฏิบัติภารกิจนี้ให้สำเร็จลงได้ ต้องอาศัยทั้งนักบินฝีมือดี และเครื่องบินที่ดี ข้อสังเกตุประการหนึ่งในอดีต เครื่องบินโจมตีหลายแบบ ได้รับการดัดแปลงมาจากเครื่องบินฝึก ซึ่งสามารถไล่เรียงได้จากเครื่องบินฝึก T-6,T-28, T-37 , T-38 จนกลายมาเป็น เครื่องบิน A/T-6 ,A/T-28, A/T-37 , A/T-38 และเครื่องบินอื่นๆ อีกหลายแบบ กระทั่งในปัจจุบัน หลายประเทศได้นำเครื่องบินฝึกมาใช้ในการโจมตี อาทิ เครื่องบิน PC-9M และ PC-7 ก็ได้รับการไว้วางใจให้เป็นเครื่องบินโจมตีขนาดเบา แต่เมื่อเข้าประจำการใน ทอ.ไทย มันกลับถูก มองข้ามและจำกัดบทบาท ไม่ให้แสดงถึงความลำพอง ยิ่งผยอง อย่างที่ควรจะเป็น



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2661&stc=1&d=1327217820



ชื่อเสียงของบริษัทปิลาตุส จาประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ก็มิใช่ย่อย เพราะก่อนหน้า และปัจจุบันนี้ กองทัพอากาศไทย ได้พึ่งพาเครื่องบินของบริษัทนี้ มาอย่างยาวนาน ทอ.ไทยรู้จักรุ่นพี่ของมันดีในนาม AU-23 http://www.thaic-130.net/forums/showthread.php?t=1182เป็นเครื่องบินอีกแบบหนึ่ง ซึ่งสร้างตำนานรบอันโด่งดัง ไม่แพ้เครื่องบินแบบใดในกองทัพ เครื่องบิน PC-6 ซึ่งถ้าเทียบกับเครื่องบิน PC-9 แล้ว มีสมรรถนะต่ำกว่าเกือบทุกด้าน แต่กลับได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญ ของประเทศมาอย่างยาวนาน และไม่มีที่ท่าว่าจะจบลงง่ายๆ
แต่เครื่องบินฝึก PC-9 ของเรา ได้รับภารกิจในการฝึกศิษย์การบิน เพียงอย่างเดียว เท่านั้น ทั้งๆที่ มันมี คุณลักษณะหลายอย่างแฝงไว้ อย่างล้นเหลือ วิสัยทัศน์ จินตนาการของทหารใหญ่ในกองทัพอากาศไทย ที่ผ่านมา คิดได้เพียงแค่นี้
วิสัยทัศน์ของทหารใหญ่ในกองทัพอากาศไทยรุ่นหลังมานี้ ต่างจากสมัยก่อน อย่างสิ้นเชิง ความกล้าตัดสินใจของทหารใหญ่ในสมัยก่อน ไม่ต้องพะวงถึงอนาคตทางการเมืองของตนเอง กล้าเปลืองตัว ต่างจากบางยุคสมัย ที่ผู้นำทหารมักสงวนท่าที ไม่กล้าแสดงจุดยืน ปล่อยความเป็นไปของกองทัพ ให้ลอยไปตามสายลม โอนอ่อนผ่อนตามกับกระแสต่างๆ
ความแม่นยำของอาวุธสมัยใหม่
ประสิทธิภาพของโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ทำให้เราเชื่ออย่างมีเหตุผลว่า ยิ่งเล็ก-ยิ่งดี มีความสามารถเพิ่มขึ้น ใช้พลังงานน้อยลง ที่สำคัญ ราคาถูกลง ในด้านของยุทโธปกรณ์ ได้มีความเปลี่ยนแปลงไปในทางเดียวกัน คือ มีขนาดเล็กลง เบาลง มีความแม่นยำมากขึ้น ในเรื่องของราคาอาจย่อมเยา ลงด้วย มีเพียงทหารโง่ กับแม่ทัพไร้ยางอาย ที่มักซื้ออาวุธเข้าคลังแสง ด้วยราคาเกินจริง ในรายการสารคดีผ่านทางทีวี และโลกอินเทอร์เน็ต แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของอาวุธ สมัยใหม่ ทั้งของสามเหล่าทัพ ที่เบากว่าเดิม ฉลาดกว่าเดิม แม่นยำกว่าเดิม
เชิงยุทธวิธี
เพื่อทำลายเป้าหมายเดียว ในสมัยก่อนอาจต้องใช้ลูกระบิดขนาด 500 ปอนด์ จำนวนถึง 4 ลูก(รวมน้ำหนัก 2,000 ปอนด์ ) ซึ่งทำให้มีความต้องการใช้เครื่องบินขนาดใหญ่ แต่ระบบอาวุธรุ่นใหม่ มีความแม่นยำสูง นำวิถีได้ด้วยตัวเอง ใช้งานได้ทุกกาลอากาศ ทำให้ใช้เพียงระเบิด 250 ปอนด์(หรือเพียง 50 ปอนด์) เพียงหนึ่งหรือสองลูก ก็สามารถทำลายเป้าหมายนั้น ได้เช่นกัน จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อ หรือใช้ เครื่อบินโจมตีขนาดใหญ่ ซึ่งมีราคาสูงกว่า อีกทั้ง ค่าปฏิบัติการ และ ค่าบำรุงรักษาย่อมสูง ตามไปด้วย


เครื่องบิน F-16 มีค่าใช้น้ำมันในฝึกบินการบิน 3,000 เหรียญสหรัฐฯ และค่าปฏิบัติการ 1,500 เหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทย รวม 150,000 บาทต่อชั่วโมงบิน
เครื่องบิน PC-9 มีค่าใช้จ่ายในการบิน 270 เหรียญสหรัฐฯ และค่าปฏิบัติการ 550 เหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทย รวม 28,000 บาทต่อชั่วโมงบิน


เครื่องบิน F-16 มีค่าใช้จ่ายในการบินสูงมาก สูงกว่าเครื่องบิน PC-9 สูง ถึง 5 เท่า ถ้ามีนักบิน 100 นาย บินปีละ 200 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มทวีคูณเป็นเท่าไร คิดต่อเอง
ภาษีของคนไทย ต้องเสียไปกับความซับซ้อน และสมรรถนะของเครื่องบิน ซึ่งไม่สอดคล้องกับ ภัยคุกคามจริงที่เผชิญอยู่
ข้อดีของการ เครื่องบินฝึกมาใช้ในการในการโจมตี
เครื่องบินฝึกเป็นเครื่องบินขนาดเล็ก มีความเรียบง่าย ในการใช้งานและบำรุงรักษา
1.ลดขั้นตอนการฝึกบิน ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย
2.ค่าปฏิบัติการต่ำ เพราะเป็นเครื่องบินที่ใช้น้ำมันและค่าบำรุงรักษาต่ำ
3.มีสภาพความพร้อมรบสูง เนื่องจากใช้เทคโนโลยีไม่สูงมากนัก ระบบทางเทคนิคไม่ซับซ้อน
4. การเคลื่อนย้ายกำลัง กระทำได้อย่างคล่องตัว
5.ระยะเวลาบินวนรอ เพื่อการโจมตีได้นาน เครื่องยนต์ประหยัดน้ำมัน
6.การที่เครื่องบินฝึกมีสองที่นั่ง นักบินจึงสามารถที่ช่วยเหลือกันได้ ในยามขับขัน หรือหากถอดที่นั่งหลังออก จะมีที่ว่างเหลือเพียงพอ ที่จะนำไปติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ เพิ่มเติมได้
7.ตอบสนองต่อภัยคุกคามในอนาคต น่าจะเป็นเครื่องบินที่สามารถขัดขวาง ยานบิน UAV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อจำกัดของเครื่องบินฝึกมาใช้ในการในการโจมตี ที่สามารถแก้ไขได้
1.การบรรทุกอาวุธได้น้อย แก้ไขได้โดย ใช้อาวุธสมัยใหม่ซึ่งมีน้ำหนักเบา แต่มีความแม่นยำ มากขึ้น
2.ความอยู่รอด แม้จะมีความเร็วต่ำ แต่การมีขนาดลำตัวที่เล็ก และเสียงไม่ดัง อีกทั้งยังปลดปล่อยปริมาณความร้อนไม่มากนัก ย่อมตกเป็นเป้าโจมตีได้ยาก
3.ระยะบินใกล้ แก้ไขได้โดย ติดตั้งถังน้ำมันนอกลำตัว หรือย้ายฐานปฏิบัติการ
แนวไม่คิด....ในการใช้เครื่องบินฝึกเพื่อการโจมตี
มีเหตุผลมากมาย ที่จะอยู่เฉยๆ แล้วสมอ้างว่าเป็นคนดี และทำดี
เชิงยุทธศาสตร์
ต้องย้อนกลับไปทบทวนยุทธศาสตร์ ของกองทัพ อาจทำให้เข้าใจได้ว่า ทำไม ทอ.ไทยจึงได้มองข้าม
การนำเครื่องบินขนาดเล็กมาใช้เพื่อการโจมตี
การจัดทัพของเรานอกจากจะยึดติดอยู่กับระบบอมาตยาธิปไตยแล้ว ก็ยังได้รับอิทธิพลมาจาก สหรัฐอเมริกา และอิทธิพลดังกล่าวได้ฝังหัวนายทหารฝ่ายเสนาธิการไทย มาโดยตลอด ให้คิด และจัดทัพ แบบอเมริกันตามไปด้วย ความคิดในแบบสงครามเย็นของอเมริกา ที่เราเห็นเพียงเปลือกนอก (ยุทธวิธีที่ลึกลงไปใครจะยอมเปิดเผย)แล้วเราหลงคล้อยตามไป คือ เน้นหนักไปที่เครื่องบิน เพื่อตอบโจทย์ ทุกปัญหา กองทัพอเมริกัน จึงมีเครื่องบินหลายประเภท และการปฏิบัติการแต่ละครั้ง ต้องการการขับเคลื่อนด้วยกำลังทางอากาศ ขนาดใหญ่ ซึ่งย่อมต้องรองรับด้วย ฐานเทคโนโลยี และงบประมาณที่สูงมาก และทอ.ไทย ได้ซึมซาบแนวคิดนั้นมาอย่างลืมตัว ด้วยพื้นฐานทางเทคโนโลยี และงบประมาณกลับกัน จึงคล้ายกับ เห็นช้างขี้ จึง ขี้ตามช้าง การจัดทัพของเราจึง

มียศทหารสูงๆเข้าไว้
มีเครื่องบินมากแบบ
แต่ขาดการเอาใจใส่ใน ระบบป้องกันภัยทางอากาศ

โดยหวังแต่เพียงว่า จะใช้เทคโนโลยีกำลังทางอากาศขั้นสูง ขย่มคู่แข่ง ที่มาจากบนฟ้า ทั้งๆที่ เทคโนโลยีเหล่านั้นสร้างเองไม่ได้ ต้องซื้อมาทั้งสิ้น หันมองรอบข้าง ศักยภาพของศัตรูใกล้บ้าน มีแต่เครื่องบินสมรรถนะต่ำ และหนำซ้ำยังรู้จักใช้เครื่องบินฝึกราคาถูก มาทำเป็นเครื่องบินโจมตีได้อย่างคุ้มค่า ซึ่งยังสร้างความหวาดระแวงให้กับ นายทหารการข่าวของเรา อย่างเป็นกังวล
นายทหารฝ่านเสนาธิการ มักตั้งโจทย์ทางยุทธศาสตร์ แบบทฤษฏีหุ่นฟาง ว่า ภัยทางอากาศของประเทศ คือ เครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูง เช่นเดียวกับที่ อเมริกันคิด เราจึงลงทุน ด้วยการซื้อ เครื่องบินขับไล่ไอพ่นสมรรถนะสูง มาเป็นจำนวนมาก ซึ่งย่อมต้องใช้งบประมาณ ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการ และการบำรุงรักษา อย่างมากมาย และนั่นได้เกิดผลกระทบโดยตรง และข้างเคียง ทำให้งบประมาณที่จะกระจายไปพัฒนา ส่วนอื่นๆของกองทัพน้อยลง ทำให้
กองบินส่วนใหญ่ ระบบป้องกันภัยทางอากาศอ่อนแอลง และไม่มีฝูงบินผาดแผลง
เราฝากความหวังไว้กับเครื่องบินราคาแพง
บ่อยครั้งที่เดียวที่เราประมาณสถาณการณ์ เกินกว่าความเป็นไปได้ กอรปกับ ความโก้หรู ดูเท่ห์ ของเครื่องบินไอพ่นรุ่นใหม่ ที่เราได้เห็นระหว่างฝึกผสมกับชาติอื่น ทำให้เราคล้อยตาม ความคิดแบบอเมริกัน โดยไม่รู้ตัว
การปลดประจำการเครื่องบิน OV-10 เมื่อหลายปีก่อน ทำให้เราสูญเสียเครื่องบินโจมตีขนาดเบาชั้นดี ไปอย่างน่าเสียดาย เพียงเพราะว่า มันเป็นม้าแก่ (Bronco) ชราภาพ ความเร็วต่ำ ทั้งๆที่ศักยภาพของมันเหมาะสมต่อการต่อสู้กับภัยก่อการร้าย ที่ทั้งโลกกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งทางออกที่ควรจะทำคือ ต่อยอด ดัดแปลงอุปกรณ์พิเศษใหม่ๆ เพื่อเติมเข้าไป ให้เหมาะสมกับภารกิจ แทนที่จะต้องเสียเงินจำนวนมาก เพื่อแลกกับ เครื่องบินใหม่(platform)ทั้งลำ
น่านับถือ ที่ผู้ใหญ่ในกองทัพ บางส่วน บางยุค ได้นำเครื่องบิน L-39 เข้ามาทำหน้าที่ เครื่องบินโจมตีขนาดเล็ก แต่ก็ไม่สามารถตอบปัญหาได้ ทั้งหมด เพราะนั่นกลับทำให้ กองทัพมีเครื่องบินมากแบบ หลายชนิด อยู่ดี ซึ่งส่งผลไปยัง การเตรียมกำลังพล และการส่งกำลังบำรุง ในที่สุด
แม้สำนักยุทธศาสตร์หลายสำนักต่าง ลงความเห็นตรงกันว่า สงครามขนาดใหญ่จะไม่เกิดขึ้น ความขัดแย้งระหว่างประเทศแบบเผชิญหน้า จะถูกบ่ายเบี่ยงออกไป ดังนั้นการใช้กำลังรบขนาดใหญ่ หรือเครื่องบินราคาแพง จึงมีโอกาสเป็นไปได้น้อย แต่สิ่งที่ทุกประเทศกำลังเผชิญอยู่ คือ การต่อสู้กับภัยก่อการร้าย ซึ่งอาวุธขนาดใหญ่ มิได้แสดงบทบาท อะไรออกมาเลย ตัวอย่างในอิรัก และอัฟกานิสถาน และสถานการณ์ภาคใต้ สหรัฐฯมีกำลังทางอากาศเหนือกว่า ทอ.ไทยมี F-16 สามฝูง ทบ.มี ฮ.Black Hawk ยังไม่สามารถทำอะไรให้ดีขึ้นได้เลย แต่ตัวอย่างการต่อสู้กับภัยก่อการร้ายในฟิลิปปินส์ สำเร็จลงได้ด้วย การใช้เครื่องบินขนาดเล็ก และระบบอิเลกทรอนิกส์-เครือข่าย อันทันสมัย จึงจัดการกับผู้นำการก่อการร้ายได้

ก็น่าแปลกใจ ไม่ว่าจะคิดอย่างไร คิดแบบสงครามเย็น หรือคิดแบบสงครามผู้ก่อการร้าย
นักยุทธศาสตร์ไทยคิดได้ทางเดียวคือ ซื้ออาวุธราคาสูงไว้ก่อน ซึ่งมันไม่สอดคล้องกับภัยคุกคามจริง เศรษฐกิจจริง และเทคโนโยพื้นฐานจริง ของชาติที่เผชิญอยู่ เป็นอยู่ มีอยู่

แนวไม่คิด จากข่าวต่อจากนี้ ออกไปใช้เชิงอัปมงคล เพราะยากที่จะเชื่อว่า ทหารใหญ่น้อยในกองทัพ จะกล้าแสวงหาผลประโยชน์ จากการซื้อขายอาวุธ
ข่าว..ตัวอย่าง การจัดซื้อเครื่องบินกริพเพน
การจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ ฝูงบินกริปเปนจำนวน 12 ลำ วงเงิน 34,400 ล้านบาท ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ แบ่งเป็น 2 ระยะคือ
ระยะที่ 1 จัดซื้อเครื่องบิน 6 ลำ พร้อมอะไหล่อุปกรณ์และการฝึกอบรม วงเงิน 19,000 ล้านบาท ใช้งบผูกพัน 5 ปี (ปี 51-56)
ระยะที่ 2 จัดซื้อ 6 ลำ วงเงิน 15,400 ล้านบาท เป็นงบผูกพัน 5 ปี (ปี 56-60 )
แต่หากมองดูงบประมาณที่จะต้องเสียไปในการจัดซื้อครั้งนี้ ราคาสำหรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ถือว่าสูงมาก ที่สำคัญเท่าที่เห็นเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ราคาซื้อเครื่องบินรุ่นนี้แค่กว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ก่อนหน้านั้น ราคาเพียง 27,500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
แต่กองทัพของไทยกลับซื้อถึงลำละกว่า 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเงินบาทตกราว 3,000 ล้านบาท) จะเห็นว่าแตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งส่วนตัวก็ไม่สามารถให้คำตอบตรงนี้ได้
น.ต.ศิธา กล่าวต่อไปว่า นักบินในกองทัพอากาศไม่มีใครต้องการพูดถึงกรณีงบประมาณที่สูงเกินไปในการจัด ซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน เพราะกลัวว่าจะไม่ได้เครื่องบิน ซึ่งในฐานะนักบินแล้ว ใครๆ ก็ต้องการเครื่องบินรุ่นใหม่ๆ มาไว้ในกองทัพ เพื่อแสดงศักยภาพของกองทัพ แต่นักบินทุกคนในกองทัพอากาศต่างก็ทราบว่าราคาเครื่องบินแพงกว่าปกติ
“เมื่อเทียบกับราคาเครื่องบินขับไล่เอฟ 16 แล้วถือว่า ราคาเครื่องบินกริพเพนสูงกว่า 4 เท่า แต่เมื่อมองที่สมรรถนะ ถือว่าดีกว่า ส่วนค่าบำรุงนั้น ไม่ได้ต่างกันมากนัก แต่เงินที่กองทัพนำไปจ่ายรอบแรก เพื่อเป็นค่ามัดจำนั้นสูงผิดปกติ จึงเห็นสมควรว่ากองทัพจะต้องมีการพิจารณาในส่วนนี้”

จากข่าวที่ออกมา มีสาระสำคัญที่ชวนให้สงสัย เพราะเป็นการอนุมัติการจัดซื้อแบบรวดรัด ลุกลี้ลุกรน ในสมัยรัฐบาลชั่วคราว สมัยที่แม่ทัพบ่ายเบี่ยงความรับผิดชอบของตน และยังชอบไขว่คว้าหาคุณธรรมจากคนอื่น
เมื่อ F-5 เริ่มหมดอายุ เราแทบไม่จำเป็นต้องหา ฝูงบินใหม่มาทดแทน ก็ได้
F-16 ที่มีอยู่ก็นับว่า เพียงพอต่อภัยคุกคาม อีกทั้งเศรษฐกิจประเทศ กำลังย่ำแย่ และเมื่อนำเครื่องบินขับไล่ฝูงใหม่ข้าประจำการ ยังนำไปไว้ที่ จ.สุราษฎร์ โดยอ้างว่า เพื่อป้องปรามภัยที่มาจากทางใต้ เหตุผลเช่นนี้ คนไทยสามภาคที่เหลือ จะคิดอย่างไร ตำรายุทธศาสตร์ก็เรียนเล่มเดียวกัน น่าจะรู้ดีว่า

กำลังทางอากาศ มีความสามารถ เคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็ว

อยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน การไปตั้งไว้ที่ขอบประเทศ มันคล้ายกับการยั่วยุ มันย่อมง่ายต่อการถูกข้าศึกโจมตี หรือก่อวินาศกรรม แต่การนำมาวางกำลังไว้ในส่วนลึกของประเทศ มันปลอดภัยกว่า อดสงสัยไม่ได้ว่า ใครกันมีความใกล้ชิดกับบางพรรคการเมือง จึงต้องดึงเค้กก้อนนี้ไว้ใกล้ตัว สิ่งที่น่าจะทำในภาวะ งบประมาณจำกัด คือ การเสริมสร้างระบบป้องกันภัยทางอากาศ ทางภาคพื้น และการปรับปรุงความพร้อมรบของกองบินอื่นๆ
ไม่ว่าใคร ได้นำกองทัพจมไปกับการเมือง หรือการค้า แต่ทหารอากาศที่ยังสวมเครื่องแบบอยู่ ต้องรับผิดชอบกองทัพและประเทศชาติต่อไป ทหาร ที่ต้องเผชิญกับ ยุทธพาณิชย์ ซึ่งเป็นยุทธวิธีหนึ่ง ที่ต้องใช้ความกล้า ความเด็ดเดี่ยว ของจิตวิญญาณ ไม่ต่างจากยุทธวิธีอื่นๆ ในการโรมรัน เพื่อนำชัยชนะมาสู่หน่วย ทหารกล้า ไม่ต้องการคำกล่าวชม อยู่แล้ว การปิดทองหลังพระ รักษาประโยชน์ของแผ่นดิน ตั้งแต่สงครามยังไม่เริ่ม มันเป็นเกียรติ ที่ได้จากยศ ซึ่งสังคมอื่นทำไม่ได้เหมือนเรา
การไม่ได้เป็นเครื่องบินผาดแผลง




http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2662&stc=1&d=1327217820




การไม่ได้เป็นเครื่องบินโจมตี ก็นับว่า Mustang ม้าป่าผู้อาภัพ ได้เสียโอกาส ครั้งสำคัญไปแล้ว และการไม่ได้รับการเหลียวแลให้เป็น เครื่องบินผาดแผลงหมู่ ก็ถือได้ว่าเป็นความอับเฉา ของเครื่องบินฝึก PC-9 ซ้ำเติมเข้าไปอีก ความสำคัญของเครื่องบินผาดแผลงหมู่ ได้เขียนไว้อย่างกระจ่างแล้วใน ฝูงบินแสนเมือง1 (http://www.thaic-130.com/customize_0_6711_TH.html3) และ ฝูงบินแสนเมือง 2 (http://www.thaic-130.com/customize_0_6712_TH.html3)คลิกอ่านดูได้


เมื่อถูกถามว่า “เคยนั่งเครื่องบินไหม?” ถ้าไม่เคย เราคงต้องตอบแบบอ้อมแอ้มไปว่า
เคยตอนมันจอดอยู่เฉยๆ ในงานวันเด็ก
และ หากเราเป็นนักบิน เมื่อถูกถามว่า “เคยตั้งใจบินหงายท้องไหม”
นักบินส่วนใหญ่ คงจำไม่ได้ว่าเคยทำครั้งสุดท้ายเมื่อไร
Karl "Schlimmer" Schlimm ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยในการบิน (FAA Aviation Safety Counselor ) อดีตนักบินและครูการบิน USAF F-16 กล่าวว่า


“นักบินที่ตั้งใจบินหงายท้อง หรือทำท่าผาดแผลง ส่วนหนึ่งก็เพื่อ ความสนุกสนาน กำไรชีวิต เติมเต็มความกระสันอยากแห่งเลือดนักสู้ แต่ที่สำคัญ มันสามารถ ปกป้องประเทศได้”


(There are those of us who intentionally fly aerobatic maneuvers for fun, profit, fulfillment of the competitive spirit, and even to defend our country.)
เพราะการบินผาดแผลง ต้องการทั้ง
ความรู้ Knowledge
ความมั่นใจ Confidence
ความชำนาญ Motor Skills และสิ่งที่ "Schlimmer" ไม่ได้กล่าวไว้
คือ ภาวะความเป็นผู้นำ
ดังนั้นการบินผาดแผลงจึง มิใช่ ความระหำ ความโก้เก๋ ไร้วินัย อย่างที่ บางคนเข้าใจ



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2663&stc=1&d=1327217820



การทำ aileron roll ด้วยเครื่องบิน PC-9 ง่ายมาก ใช้แรงกวนคันบังคับเพียงเบาๆ เครื่องบินเข้าสู่อัตราการหมุน ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องการใช้ rudder ช่วย ท่าทาง (หัว)ของเครื่องบินจะเกาะอยู่กับขอบฟ้า ไม่ส่ายหรือตกลง การคลายตัวออกจากการหมุน ทำได้อย่างลงตัว เพราะแรงเฉื่อยของเครื่องบินเกิดขึ้นน้อย กอรปกับครีบบังคับ aileron มีประสิทธิภาพสูง จึงหยุดการหมุนได้อย่างฉับไว ใช้การฝึกเพียงเล็กน้อยการสามารถทำท่านี้ได้อย่างรวดเร็ว และสวยงาม



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2664&stc=1&d=1327217820



การทำท่าวงกลมทางตั้ง LOOP แสนง่ายดาย เพิ่มความเร็วเป็น 250 kt แล้วดึงคันบังคับเบาๆ ด้วยแรง 4 G จะทำให้เครื่องบินไต่ ขึ้นสู่ยอดวง จนถึงจุดสูงสุดของการหมุน ได้อย่างสวยงาม การรักษาทิศทางให้สม่ำเสมอ อาคัยการประคองด้วย aileron เครื่องบินมีเสถียรภาพและความนุ่มนวล อย่างสม่ำเสมอ การควบคุมหัวเครื่อง (The pitch ) ยังคงทำได้อย่างเที่ยงตรงตลอดวงเลี้ยว เป็นการทำ loop ที่สมบูรณ์แบบมาก



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2665&stc=1&d=1327217820




The PC-9 is a superb aerobatic platform and will perform well with far less effort than is required to cleanly manoeuvre typical GA aerobatic trainers. The responsiveness and excellent control damping allow precise control of the aircraft with little control force and the superb visibility provides for easy orientation throughout the manoeuvre. There is no excuse for poor aerobatic flying in the PC-9



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2666&stc=1&d=1327217820



กองทัพอากาศออสเตรเลีย เป็นหน่วยงานแรกที่นำเครื่องบิน PC-9 เข้าประจำการ และยังได้นำเข้าเป็นฝูงบินผาดแผลง จำนวน 6 เครื่อง ได้รับฉายาว่า Roulettes หนึ่งในนักบินผาดแผลงของกองทัพอากาศออสเตรเลีย คือ Flt. Lt. Joanne Mein, เธอเป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นนักบินหญิงคนแรกของโลก ที่ได้เข้าร่วมทีมฝูงบินผาดแผลง เธอได้ร่วมหมู่บิน แสดงต่อสาธารณชนครั้งแรกเมื่อ 6 ส.ค. 1999 สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมอย่างเหลือล้น พร้อมฟันธงเลยว่า เธอสวย เธอกล้าเก่งกว่า นักบินรบชาย และเสนาธิการชาย ของหลายประเทศ ที่ไม่กล้าแม้แต่จะคิดร่วมหมู่ผาดแผลง(เพราะนำเงินไปซื้อเครื่องบินใหม่ จนหมด)



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2667&stc=1&d=1327217820




สำหรับประเทศไทย แม้กองทัพจะหันหลังให้กับความภาคภูมิของฝูงบินผาดแผลง แต่เรายังมีฝูงบินผาดแผลง ที่ต้องเขียนถึงด้วยความเลื่อมใส และเป็นกำลังใจให้ คือ ฝูงบิน
Green Hawk
ของกองบินเกษตร ที่ก่อตั้งขึ้นด้วยใจรัก สร้างความสดสวยบนท้องฟ้าสีคราม ได้ไม่น้อยไปกว่า นภานุภาพของกองทัพ สะท้อนให้เห็นต่อสายตา และจิตสำนึกว่า ไทยเป็น ประเทศเกษตรกรรม อย่างแท้จริง


ปัญหา ครูการบินกำแพงแสน


ความเป็นครูมีความสำคัญยิ่ง ต่อวิถีชีวิต ต่อสังคม และต่อกองทัพ


ครู เปรียบเรือจ้าง อย่าน้อยใจ จงได้คิด
ไม่มีศิษย์ ใครจะรู้ ครูมีค่า
ไม่มีครู ใครจะสร้าง ทางปัญญา
ศิษย์แจวหน้า ครูแจวหลัง สู่ฝั่งชัย
ครู คือเทียนทองส่องสว่าง ท่ามกลางความมืดมัวหม่น
ครู คือปูชนียบุคคล ปวงชนซาบซึ้งศรัทธา
ครู จึงมิใช่ลูกจ้าง อำพรางสอนสั่งบังหน้า
เบื้องหลังเป็นทาสเงินตรา ไขว่คว้าอำนาจลาภยศ
ครู จึงเป็นวีระบุรุษ สัประยุทธ์ความชั่วทั้งหมด
ครองใจครองธรรมงามงด ปรากฏแต่ตน “คนเป็นครู"

ครูเป็นได้หลายอย่าง เป็นเทียนไข เป็นคนพายเรือจ้าง เป็นพ่อแม่คนที่สอง
ครูการบินกำแพงแสน ก็เช่นกัน แต่ทำไม........
แต่นักบินไทยส่วนใหญ่ กลับละโอกาสที่จะไปเป็นครูการบิน ที่กำแพงแสน
สังเกตได้จาก เมื่อความต้องการกำลังพล ให้นักบินไปเป็นครูการบิน ที่โรงเรียนการบินกำแพงแสน เกิดขึ้น นักบินส่วนใหญ่ มักละเลยโอกาส ทั้งๆที่ เครื่องบิน PC-9 เป็นเครื่องบินที่มีความเย้ายวนให้อยากสัมผัส ควบขี่ แต่มันกลับถูกเมิน เพราะนักบินต่างรู้ดีว่า การไปเป็นครูการบินที่กำแพงแสน มีภาระหน้าที่ เหนื่อยยาก กว่าการทำงานในฝูงบินปกติ มากนัก ความก้าวหน้าในชีวิตราชการลุ่มๆ ดอนๆ หนำซ้ำ บางคนถูกส่งไปเป็นครูการบิน กลับเป็นนักบินที่ฝูงบินไม่ให้ความสนใจ เมื่อครบวาระย้อนกลับมาฝูง ก็ตามเพื่อนไม่ทัน ปัญหาเป็นเช่นนี้มานาน อาจนานกว่าครึ่งของอายุกองทัพอากาศ
นักบินที่ไปเป็นครูการบิน เมื่อสิบปีที่ผ่านมาเล่าให้ฟังว่า วันแรกที่ไปรายงานตัว ที่โรงเรียนการบินกำแพงแสน ยังหาฟูกและผ้าปูที่นอนค้างแรม ในคืนแรกไม่ได้เลย งบประมาณที่มีจำกัด มักทุ่มไปกับเครื่องบินไอพ่นรุ่นใหม่ เป็นส่วนใหญ่ ความขาดแคลนอุปกรณ์ช่วยรบ มักเกิดขึ้นกับหน่วยบิน ที่มิได้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไอพ่น
มาถึงวันนี้ ต้องให้ความเป็นธรรมกับกองทัพบ้าง หลังจากเจ้าม้าป่าได้ถูกนำเข้าประจำการในกองทัพ ครูการบินกำแพงแสน ได้รับค่าตอบแทน และสวัสดิการ ดีขึ้นกว่าเดิมมาก แต่ถึงอย่างไร ม้าป่าพยศ ตัวนี้ ยังหานักบินที่จะสมัครใจไปควบขี่ ยากอยู่เช่นเคย ไม่แน่นัก หากได้เราได้มีการใช้เครื่องบิน PC-9 เป็นฝูงบินผาดแผลง แล้วคัดเลือกนักบินผาดแผลง จากครูการบิน เราอาจได้เห็น นักบินในฝูงต่างๆ สมัครใจแย่งกันมาเป็นครูการบิน เพื่อควบฝูงม้าป่า 6 ลำ สะท้าน ทะยาน ผ่านสายตาคนทั้งชาติ ด้วยความชื่นชม
กองทัพอากาศ อาจลืมไปว่า The best must be trained by the best.
สำหรับ (น้อง) นักบินที่เสียชีวิตทุกคน จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเครื่องบิน PC-9 ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ขอให้เพื่อนและญาติ ที่เคียงข้างอยู ได้รับคำกล่าวชม และสดุดี จากเว็บไซต์แห่งนี้ ด้วยความจริงใจ

ประเทศที่นำ เครื่องบิน PC-9 เข้าประจำการ



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2670&stc=1&d=1327218543


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2668&stc=1&d=1327217820

[/FONT]

skypig
02-04-12, 12:34:08
ม้าป่า ผู้ลำพอง
กองทัพอากาศ ใช้เวลากว่า 20 ปี ในการเลือกหาเครื่องบิน
สำหรับฝูงบินผาดแผลง ยุคใหม่
จากการรอคอย ของใครบางคน ในที่สุด
เครื่องบิน PC-9 ก็ได้รับเลือก อย่างที่มันความจะได้ตั้งนานแล้ว
...ขอเป็นกำลังใจอีกแรง ในการรวมหมู่ให้ครบ 6 ลำ

skypig
28-02-13, 07:45:59
ทายาทPC-9 ดัดแปลงมาเป็น AT6A Texan II FSX IRIS รุ่นติดอาวุธเพิ่มมาให้นอกเหนือจากรุ่นฝึก ติดตั้งได้ทั้ง 2004 และ FSX

http://www.4shared.com/rar/SSEpBRuW/...A_Texan_I.html