PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : A-37 & t-37



skypig
22-01-12, 14:31:18
a-37 & t-37
จำนวนผู้เข้าชมจากโฮมเพจเดิม 10092 คน


เครื่องบิน A-37 และ T-37


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2671&stc=1&d=1327220063


....................ในทำเนียบเครื่องบินรบอันน่าเกรงขามของโลก ต้องมีชื่อของเครื่องบิน A-37 ปรากฎอยู่ด้วย อย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ
..................ความเกรียงไกรของเครื่องบิน A-37 อยู่ที่มันเป็นเครื่องบินรบ ที่มีพื้นฐานมาจากเครื่องบินฝึก มันทำให้เส้นแบ่งระหว่างบู๊กับบุ๋น ขาดออกจากกัน มันได้หลอมรวมคนเก่งและความกล้าไว้ด้วยกัน
................บทบาทในการฝึกนักบินของเครื่องบินลำนี้ ได้เป็นพื้นฐานในสร้างนักบินรบบนท้องฟ้าให้แก่กองทัพต่างๆกว่า 22 ประเทศ และเมื่อมันได้รับบทบาทให้เป็นนักฆ่า มันได้สร้างความยำเกรงให้แก่ศัตรูไม่น้อยไปกว่าเครื่องบินรบใดๆ



มันได้รับการยกย่องว่า เป็นเครื่องบินโจมตี ที่ใช้ฝีมือนักบินล้วนๆ เพื่อความแม่นยำในการโจมตี
เครื่องบิน A-37 เป็นมิตรไมตรีหนึ่ง ที่ได้ผูกความสัมพันธ์อันแน่นเฟ้นระหว่างกองทัพสหรัฐฯกับไทย
ประวัติศาสตร์การรบของไทย ต้องจารึกวีรกรรมของมันไว้อย่างไม่มีวันลืม


การออกแบบ
..............กองทัพอากาศสหรัฐฯ ก้าวเข้าสู่ยุคเครื่องบินขับไล่ไอพ่น โดยอาศัยเครื่องบินฝึกแบบ T-33 ซึ่งเป็นเครื่องบินฝึกแบบที่นั่งนักบินเรียงตามกัน ห้องนักบินแยกออกจากกัน ทำให้การฝึกบินเป็นไปด้วยความยุ่งยาก และอันตราย ทอ.สหรัฐฯ จึงหาทางออกด้วยการมองหาเครื่องบินฝึกแบบใหม่
...........บริษัท Cessna Aircraft แห่งเมือง Wichita รัฐ Kansas ซึ่งผลิตเครื่องบินตรวจการณ์และขนส่งขนาดเล็ก ได้รับการคัดเลือกจากทอ.สหรัฐฯ ให้ผลิตเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นต้น ทอ.สหรัฐฯ ย้ำว่า มันต้องเป็นเครื่องบินเพื่อการฝึกนักบินขับไล่ไอพ่น ที่ต้องง่ายต่อการฝึกสอน นั่นทำให้มันจึงเป็นเครื่องบินที่มีการนั่งแบบ ไหล่ชนไหล่ (Side By Side) ของศิษย์และครู โครงสร้างลำตัวได้มาจากแผนแบบ Model 318 และแกนปีกคู่(Twin Spar)ผลิตขึ้นด้วยโลหะอลูมิเนียมทั้งหมด

..............T-37 ได้รับการออกแบบให้ มีความคล่องแคล่ว และตอบสนองการบังคับอย่างฉับไว รวมถึงการบินในท่าผาดแผลง ออกแบบให้ศิษย์การบินได้บินในบรรยากาศแบบไอพ่น คือ บินในระดับเพดานบินสูง(15,000 ฟุต) มีเวลาบินจำกัด ด้วยจำนวนน้ำมันเชื้อเพลิง และมีคุณสมบัติการฝึกบินในท่า Spin ได้เป็นอย่างดี




http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2672&stc=1&d=1327220063

รูปทรงทางอากาศพลศาสตร์ของT-37
...........ด้วยความต้องการที่จะให้มันเป็นเครื่องบินฝึกขั้นต้น ที่นั่งของนักบินจึงต้องเป็นแบบนั่งเคียงกัน ส่งผลห้องนักบินมีขนาดใหญ่ และกว้างขึ้นกว่าเครื่องบินไอพ่นรุ่นก่อนหน้านี้ (T-33, F-86) มองจากภายนอก ส่วนหน้าของเครื่องบินจึงเป็นลักษณะกลมแป้นส่วนหัวไม่เรียวแหลม
เพื่อที่จะให้คุณสมบัติของเครื่องบินไอพ่น และมีเสถียรภาพในการบินสูง การออกแบบ จึงจัดวางให้


เครื่องยนต์ ถังน้ำมัน และที่นั่งนักบิน อยู่ส่วนกลางลำตัว
และเพื่อให้ศูนย์ถ่วงดีที่สุด จึงได้ติดตั้งเครื่องยนต์ขนาบชิดไว้กับข้างลำตัว
...........ในตำแหน่งที่ปีกและลำตัวบรรจบกัน

............ปีกเป็นแบบ Cantilever low wing ติดตั้งตรงส่วนกลาง ค่อนไปทางส่วนล่างของลำตัว ทำให้มันมีคุณลักษณะเครื่องบินขับไล่แบบ Low wing มุมปีกตั้งฉากกับลำตัว(ปีกไม่จำเป็นต้องมีมุมลู่) เพราะต้องการประสิทธิภาพย่านความเร็วต่ำกว่าเสียง ส่วนหน้าของโคนปีกเป็นช่องรับอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์ ปีกมีรูปทรงเรียบง่ายแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีมุมยก (Incidence angle) 3 องศา ด้วยรูปทรงปีกที่เรียบง่าย เช่นนี้



ได้พาความฝันของเด็กหนุ่มขึ้นสู่ท้องฟ้า
ปีกคู่นี้ ได้นำหายนะไปสู่ศัตรู
ปีกคู่นี้มีส่วนเล็กๆ ในการดำรงเกียรติภูมิของชาติ




.........ส่วนหางของ T-37 เรียวเล็กลง เพื่อให้พ้นจากกระแสไอพ่น พวงเป็นแบบ กึ่งT-tail เพราะ Elevators ไม่ได้ติดตั้งไว้ในแนวแกนลำตัว แต่ติดตั้งไว้ตรงกลาง Vertical Stabilizer ที่มี Dorsal fin อยู่ด้วย
........ด้วยลักษณะดังกล่าวทำให้ T-37 มีเสถียรภาพในการบินสูงมาก พื้นบังคับ (control surfaces) ทั้งสามแนวมีความสมดุล เป็นอย่างดี ตอบสนองต่อการควบคุมได้ในทันที ในทุกสภาวะการบิน ทั้งในการบินที่ต้องการความละเอียดอ่อน หรือท่าทางการบินอย่างฉับพลัน เมื่อเครื่องบินเริ่มเข้าสู่ภาวะร่วงหล่น นักบินจะรู้สึกได้ทันที โดยการสั่นเบาๆของคันบังคับ


.......ชายหลังปีกมีอุปกรณ์เสริมแรงยกแบบ Slotted Flap และการชะลอความเร็ว ทำได้โดยมี Speed-brake ติดไว้ใต้ลำตัว ทำงานด้วยระบบไฮดรอลิค


ห้องนักบิน
..........แผงหน้าปัดด้านซ้ายซึ่งเป็นที่นั่งของศิษย์การบิน มีอุปกรณ์เครื่องวัดประกอบการบินขั้นพื้นฐานครบครัน เก้าอี้นั่งแบบดีดตัวได้ แบบ100/120 (ใช้ได้เมื่อเครื่องบินมีความสูง 100 ฟุต และความเร็ว 120 น็อต ) ฝาครอบห้องนักบินเป็นแบบ ฝาหอย Clamshell กระจกหน้าแบ่งเป็นสองส่วน ผลิตขึ้นด้วย Polycarbonate หนาครึ่งนิ้วทนต่อการชนนกขนาดใหญ่ได้


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2673&stc=1&d=1327220063


เครื่องยนต์
.........ความต้องการเดิมที่จะให้เป็นเพียงเครื่องบินฝึกขั้นต้น ไม่ต้องการความจัดจ้านในด้านความเร็วมากนัก T-37 ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ Turbojet สองเครื่องยนต์ไว้บริเวณโคนปีกชิดลำตัว เอกลักษณ์ของ T-37 อย่างหนึ่งคือเรื่อง “เสียง” เสียงหวีดที่ออกมาจากเครื่องยนต์ไอพ่นขนาดเล็ก เป็นคลื่นความถี่สูง คล้ายเสียงผิวปาก แม้ไม่ดังมากแต่สามารถทำลายประสาทหูได้ บางคนเรียก T-37 อย่างเอ็นดูว่า “หมาน้อยหกพันปอนด์” กองทัพอากาศสหรัฐฯหมดเงินและเวลาไปมากในการแก้ไขปัญหาเล็กน้อยเช่นนี้ ในที่สุดจบลงด้วยวิธีง่ายๆ คือ ให้นักบินใส่ Ear Plug ราคาราวสามบาท



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2674&stc=1&d=1327220063


........ในรุ่น T-37A ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ Continental/Teledyne J69-T9 ให้แรงขับ 920 ปอนด์
.........รุ่น T-37B และ T-37Cได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ Continental/Teledyne J69-T25 ให้แรงขับ 1,025 ปอนด์ ได้รับการปรับปรุงระบบเชื้อเพลิง ใช้ระบบอัตโนมัติในการป้อนน้ำมันให้กับเครื่องยนต์ ขณะเปลี่ยนแปลงความสูง เป็นเครื่องยนต์ขนาดเดียวกับ J69-T9 ที่มีความเชื่อถือสูงกว่า มีสมรรถนะสูงขึ้น อายุการใช้งานนานขึ้น แต่ค่าใช้จ่าย และค่าบำรุงรักษาต่ำลง


รุ่น A-37A ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ General Electric J85 GE-5 ให้แรงขับ 2,400 ปอนด์
รุ่น A-37B ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ General Electric J85 GE-17 ให้แรงขับ 2,850 ปอนด์ เป็นเครื่องยนต์เดียวกับเครื่องบิน F-5 แต่ไม่มีสันดาปท้าย

บทบาทในการฝึกนักบิน T-37 (Tweety Bird)
........กองทัพอากาศสหรัฐฯเรียกมันว่า Tweety Bird ใช้มันวัดฝีมือนักบินในช่วงสามสิบชั่วโมงแรก ถ้าฝีมือไม่ถึง อย่าหวังเลยจะได้ผ่านไปบินกับ T-38 เครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นสูง มันจึงเป็นความใฝ่ฝันของเด็กหนุ่มชาวอเมริกันตั้งแต่ยุคซิกซ์ตี้ เป็นเครื่องบินที่มีความดึงดูดใจให้อยากบิน


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2675&stc=1&d=1327220063


........ในปี พ.ศ.2508 นอกจากกองทัพสหรัฐฯจะเริ่มสร้าง โรงเรียนการบินกำแพงแสน ให้แก่กองทัพอากาศแล้ว ยังได้มอบ T-37B เป็นของแถมมาให้ด้วย ซึ่งเป็นของเก่าจากสหรัฐฯจำนวน 10 เครื่อง นักบินไทยเรียกชื่อเล่นมันว่า Twinny ซึ่งหมายถึง สองต่อสอง การนั่งแบบ “ ไหล่ชนไหล่ของศิษย์และครู” สะท้อนให้เห็นในเบื้องต้นว่า ถ้าศิษย์การบินมิสวมหัวใจนักรบแล้ว ยากที่จะได้รับการวางใจให้บินเดี่ยวกับเครื่องบินไอพ่นลำนี้ เป็นเส้นทางเดินอีกเส้นหนึ่งของลูกผู้ชายที่พิสูจน์ได้ว่า เลือดเข้มกว่าน้ำ อย่างแน่นอน เครื่องบินลำนี้จะทำให้นักบินใหม่ได้ลิ้มรสไอพ่นขนาดแท้ หากศิษย์การบิน “ ใจ และฝีมือ” ไม่ถึงพอ ตกเป็นมือรอง มีเครื่องบินใบพัดความเร็วต่ำ เป็นรางวัลปลอบใจ ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้เครื่องบิน T-37 เป็นที่หมายปองของศิษย์การบินขั้นประถม และรวมถึงนักเรียนนายเรืออากาศ ที่นอนฝันอยู่ที่ดอนเมือง


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2691&stc=1&d=1327220063
ต่อมาในปี พ.ศ.2512 เมื่อการก่อสร้างโรงเรียนการบินกำแพงแสนแล้วเสร็จ ฝูงฝึกศิษย์การบินจึงย้ายจากกองบินโคราชมายัง นครปฐม ทอ.ไทยเห็นคุณค่าของเครื่องบินรุ่นนี้ จึงได้สั่งซื้อเพิ่มเอง เป็นเครื่องบินใหม่เอี่ยมในรุ่น T-37C จำนวน 6 เครื่อง และในปี พ.ศ.2523 ได้รับเพิ่มอีกในรุ่น T-37B จำนวน 6 เครื่อง กำหนดชื่อให้เป็นเครื่องบินฝึกแบบ 12 (บฝ.12) ทั้งหมดประจำ อยู่ที่ฝูงฝึกบินขั้นปลาย โรงเรียนการบินกำแพงแสน จ.นครปฐม
ท่าไม้ตายท่าหนึ่งในการฝึกบินคือ การแก้ไขเมื่อเครื่องบินควงสว่าน (Spin Recovery) นักบินรบทุกคนต้องได้รับการฝึกฝนให้แก้ไขสถานการณ์เช่นนี้ เพราะในการรบจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงท่าทางการบินอย่างกะทันหัน อยู่บ่อยๆ และเป็นการบินที่ใกล้กับสมรรถนะสูงสุดที่เครื่องบินจะทรงตัวอยู่ได้ การเผลอนำเครื่องบินเข้าไปอยู่ในภาวะควงสว่าน เกิดขึ้นจากสาเหตุหลักสองประการพร้อมกัน คือ การไต่ด้วยมุมชันเกินไป จนเครื่องบินหมดแรงยกตัวและร่วงหล่น (Stall) พร้อมกันนั้นเครื่องบินเกิดการเคลื่อนที่ทางข้าง(Yawing ซึ่งอาจเกิดขึ้นด้วยการออกแรงบังคับหางเสือแรงเกินไป) ทำให้เครื่องบินทั้งลำ หมุนคว้าง กลายเป็นใบไม้ร่วง
เครื่องบิน T-37 จะเป็นเครื่องบินไอพ่นลำแรก ที่สอนให้นักบินรู้จักแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว
โดยปกติแล้ว เครื่องบิน T-37 จะเข้าสู่ภาวะควงสว่านได้ไม่ง่ายนัก แต่เมื่อตกอยู่ในภาวะนั้นแล้วก็สามารถแก้ไขได้ไม่ถึงกับยาก ด้วยทฤษฎีขั้นพื้นฐาน ไม่จำเป็นต้องมีเทคนิคพิเศษใดๆ
ทฤษฎีการแก้ไข ได้ถูกสอน และย้ำเตือนศิษย์การบิน ครั้งแล้วครั้งเล่า ในระหว่างนั่งเรียนอยู่ที่พื้น จนศิษย์การบินท่องมันได้อย่างขึ้นใจ ราวบทสวดมนต์ ครั้นเมื่อตกที่นั่งลำบาก เผลอพาเครื่องบินเข้าสู่ภาวะควงสว่าน ครูการบิน จะสอนให้แก้ไขโดยการนำทฤษฎีมาสู่การปฏิบัติ เริ่มต้นการแก้ไข ด้วยการทำให้เครื่องบิน ออกจากการเคลื่อนที่ทางข้าง(Yawing) ก่อน โดยการออกแรงบังคับหางเสือไปในทิศทางตรงข้ามกับการหมุน เมื่อเครื่องบินเริ่มนิ่งแล้ว จึงบังคับให้หัวเครื่องต่ำลง ปล่อยให้เครื่องร่อนลงจนความเร็วสูงขึ้น เครื่องบินก็จะกลับมาสู่ภาวะปกติ ควบคุมได้เช่นเดิม
ตำนานครูการบิน A team
เป็นธรรมดาอยู่เอง เมื่อนักบินฝีมือดี ไต่ถึงจุดสุดยอดในอาชีพ ต้องหวนกลับคืนรัง เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ และปั้นนักบินรุ่นใหม่ต่อไป ตำนานครูการบินกำแพงแสน เกิดขึ้นโดยครูการบินที่ย้ายจากฝูงบิน A-37 ด้วยสัญชาตญานนักบินโจมตี Attacker ที่มียุทธวิธีในการบิน บังคับเครื่องบินด้วยความดุดัน เมื่อได้มาฝึกศิษย์การบิน และเห็นว่าศิษย์การบินพอมีแวว ครูการบินเหล่านี้ มักจะสอดแทรก บทเรียนนอกตำรา ให้แก่ศิษย์รัก ด้วยการสาธิต การบินต่ำ การหักเลี้ยว หลบหลีก ด้วยสมรรถนะสูงสุดของเครื่องบิน ซึ่งก็นับว่าเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์การบินให้แก่ศิษย์ ได้เป็นอย่างดี ท่าทางการบินเหล่านี้ล้วน หวาดเสียว เฉียบคม แต่มักทำให้ผู้บังคับบัญชานั่งก้นไม่ติด
หลังจากที่เข้ารับใช้กองทัพอากาศอยู่นานถึง 35 ปี (พ.ศ.2504-2540) สร้างเสืออากาศให้กับกองทัพอากาศ ได้อย่างเกรียงไกร มีความเชื่อถือสูงกว่าเครื่องบินฝึกทุกแบบ ที่ ทอ.เคยใช้งานอยู่ Twinny ประจำการ ที่โรงเรียนการบินกำแพงแสน โดยมิเคยย้ายไปประจำกองบินอื่นเลย ทั้งรูปร่างและเสียงของมัน เป็นที่คุ้นเคยของชาวกำแพงแสน มันจึงน่าจะเป็นสมบัติชิ้นหนึ่ง ที่ชาวนครปฐมผูกพัน และหวงแหน
T-37 อยู่ในสายการผลิตระหว่าง ค.ศ. 1955-1975 เป็นแบบ T-37A จำนวน 444 เครื่อง (ต่อมาได้รับการปรับปรุงให้เป็น แบบ T-37B) รุ่น T-37B ผลิตขึ้นจำนวน 552 เครื่อง ขายส่งออกให้ต่างประเทศในรุ่น T-37C จำนวน 273 ยอดผลิตรวมทั้งสิ้น 1,269 เครื่อง
หลังสงครามเวียดนาม เครื่องบิน T-37 ของสหรัฐฯส่วนใหญ่ ถูกโอนจากกองทัพอากาศไปให้ อยู่ภายใต้การดูแลของกองบัญชาการ AFRES และ ANG (กองกำลังกึ่งทหาร)
เริ่มทยอยปลดประจำการในกองทัพสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี ค.ศ.2000 โดยได้นำเครื่องบิน T-6A (PC-9) เข้ามาทดแทน และได้ปลดประจำการทั้งหมดจาก ทอ.สหรัฐฯในเดือน มิ.ย.2008 แต่ T-37 ยังคงเป็นเครื่องบินที่อยู่ในความทรงจำของนักบินรบสหรัฐฯ นับหมื่นคน
เครื่องบิน T-37 จำนวน 20 เครื่อง ซึ่งปลดประจำการจาก ทอ.สหรัฐฯแล้ว จะถูกปรับปรุงใหม่ และส่งต่อให้แก่ ทอ.ปากีสถานตามโครงการช่วยเหลือทางทหาร ซึ่งนั่นทำให้ตำนานของมันได้ทอดยาวออกไปอีก
(การปรับปรุงเครื่องบิน T-37 โดยภาคเอกชน คลิก http://www.snowaviation.com/t37br.htm (http://www.snowaviation.com/t37br.htm) )
บทบาทในการเป็นเครื่องบินโจมตี Dragonfly
เครื่องบิน A-37 สามารถติดตั้งอาวุธได้หลากชนิด ได้แก่ ระเบิด จรวดอากาศ-สู่-พื้น และปืนกลอากาศ สิ่งที่เราเคยเห็นเป็นภาพตรึงตาก็คือ การทิ้งระเบิดนาปาล์ม โดย A-37 มักแอบบินเข้ามาในระยะต่ำ ด้วยยุทธวิธี Lo Lo Lo แล้วปลดระเบิดลงสู่เป้าหมาย แรงเพลิงเปลวไฟ ที่กระจายจากจุดที่ระเบิดตก เผาผลาญทุกชีวิตในรัศมีการทำลายล้าง อย่างสยดสยอง


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2676&stc=1&d=1327220063
ก้าวแรกในภารกิจการโจมตี เครื่องบิน T-37B ได้รับการปรับปรุงให้ติดตั้งระเบิดขนาด 250 ปอนด์ ใต้ปีกข้างละหนึ่งตำแหน่ง
T-37C ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมให้ติดตั้ง กระเปาะเอนกประสงค์ไว้ใต้ปีกข้างละ พร้อมกับถังน้ำมันปลายปีกขนาด 360 ลิตร


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2677&stc=1&d=1327220063
สงครามเวียดนาม
เวียดนามคือ สนามทดสอบขีดความสามารถทางการรบของเครื่องบินโจมตีรุ่นใหม่ลำนี้ ที่เพิ่งถอดกางเกงขาสั้นออก แล้วสวมเกราะ ติดอาวุธ ในรูปแบบนักรบเต็มตัว หลังจากเปลี่ยนแปลงเครื่องฝึกบินให้เป็นอาวุธรบแล้ว ทอ.สหรัฐฯ ยอมให้แมลงปอลำนี้ กระโดดข้ามรหัสชื่อเครื่องบินถึงสามสิบชื่อ(A8-A36) โดยข้ามจากรหัส A-7 (Corsair) ไปเป็น A-37 ทั้งๆ ที่ขณะนั้นสหรัฐฯ มีเครื่องบินโจมตีเพียงลำดับเจ็ด เท่านั้น
วันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ.1967 เครื่องบิน A-37A รุ่นแรก จำนวน 25 เครื่องแรก ถูกส่งเข้าสู่สงครามเวียดนามเพื่อทดสอบขีดความสามารถทางยุทธการ เป็นเวลานานสี่เดือน กับฝูงบิน 604 ACS Bien Hoa ซี่งผลปรากฏว่า มันมีคุณค่าทางยุทธการ สามารถปฏิบัติภารกิจได้ถึง 10,000 เที่ยวบิน ภายในเวลาไม่ถึงสองปี ระหว่างนั้น A-37B ได้รับการเสริมแต่งในด้านโครงสร้างให้แข็งแรงขึ้น

ทนแรงดึงได้ถึง 6 เท่าของน้ำหนักตัว(6G)
อายุโครงสร้างขยายจาก 4,000 ชม.บิน เป็น 7,000 ชม.บิน
ติดอาวุธใต้ปีกได้ถึง 8 จุด รับน้ำหนักยุทโธปกรณ์ได้ถึง 2,576 ก.ก. ซึ่งอาจจะเป็น ระเบิดอเนกประสงค์ ระเบิดดาวกระจาย จรวด หรือลูกแฟลร์ ส่วนหน้าห้องนักบินติดปืนกลขนาด 7.62MM หรืออาจเป็นกล้องถ่ายภาพ
เครื่องยนต์กำลังแรงขับรวม 6,350 ปอนด์ (มากกว่าเดิมถึงเท่าตัว)
มีเกราะแบบ Cavlar ไว้ป้องกันตัว
พร้อมด้วยเครื่องปรับอากาศ อุปกรณ์ทางการสื่อสารได้รับการติดตั้งวิทยุคลื่น VHF/FM UHF TACAN ADF และ IFF
และเพื่อเพิ่มรัศมีทำการออกไปได้ไกลถึง 740 ก.ม. ระบบน้ำมันได้รับการปรับปรุง ด้วยการติดตั้งถังน้ำมันปลายปีก ขยายถังน้ำมันภายในลำตัว และถังใต้ปีกแบบปลดทิ้งได้ และท่อรับเติมน้ำมันในอากาศ หน้าห้องนักบิน
ด้วยความที่ไม่มีระบบไฟฟ้าที่ซับซ้อน โดยปราศจากคอมพิวเตอร์ใดๆ กลับเป็นข้อดี ที่ทำให้ A-37B เหมาะแก่การปฏิบัติการ COIN (Counter-Insurgency) ต่อสู้กับกลุ่มกองกำลังขนาดเล็ก (ที่มักไม่มีความสามารถในการป้องกันทางอากาศ) เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเวลากลางวัน ผลการโจมตีมีความแม่นยำสูงมาก (แต่ผลการปฏิบัติการของเครื่องบิน A-37 เพื่อต่อสู้กับกองกำลังที่มีขนาดใหญ่อาจเปลี่ยนไป)
คุณลักษณะของเครื่องบิน A-37 ในภารกิจโจมตี ดีกว่าเครื่องบินใบพัดรุ่นก่อนหน้านี้ทั้งในทางทฤษฎีและการปฏิบัติงานจริง เนื่องจากการเล็งเป้าหมาย จะไม่ได้รับผลกระทบจากการเร่งหรือผ่อนกำลังเครื่องยนต์แต่อย่างใด อันเนื่องมาจากความเสถียรด้านอากาศพลศาสตร์ และของน้ำหนักตัว
เครื่องบิน A-37 ได้รับการผลิตขึ้นมา 467 ลำ ถูกส่งให้กองทัพอากาศเวียดนามใต้ จำนวน 242 ลำ

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2678&stc=1&d=1327220063
(ภาพเครื่องบิน A-37 และUH-1 จอดอยู่ที่เกาะกวม รอการขนส่งไปเวียดนาม VNAF.net)

เมื่อชนะศึกกองทัพเวียดนามเหนือยึดเครื่องบิน A-37 ได้ถึง 95 ลำ
เครื่องบิน A-37 เครื่องหนึ่งของกองทัพอากาศเวียดนามใต้ ได้บินหลบหนีมาลงในไทย โดยร่อนลงด้วยร่อนลงถนนมิตรภาพบริเวณ อ.พล จ.ขอนแก่น เครื่องบินไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ซึ่งต่อมาเราได้นำเครื่องบินเครื่องนี้เข้าประจำการ
หลังสงคราม A-37B ยังได้รับการผลิตขึ้นอีก 110 ลำ เพื่อส่งมอบให้ประเทศต่างๆตามโครงการ ความช่วยเหลือทางทหารให้แก่มิตรประเทศ (MAP)

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2679&stc=1&d=1327220063
ในปี พ.ศ.2515 รัฐบาลไทยได้จัดซื้อ A-37B ใหม่ถอดด้ามจำนวน 15 เครื่อง และได้ส่งมอบ ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศ เมื่อ 29 ก.ย.2515 กำหนดให้เป็นเครื่องบินโจมตีแบบ 6 (บจ.6) เข้าประจำการอยู่ที่ กองบิน 4 ฝูงบิน 43 อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ต่อมาได้รับเพิ่มเติม 1 เครื่อง ใน พ.ศ.2518 ระหว่างปีพ.ศ. 2518-2525 ใช้นามเรียกขานว่า Cobra ภายใต้คำขวัญ "SMALL BUT DEADLY" หรือ “เล็กพริกขี้หนู”


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2680&stc=1&d=1327220063

การใช้เครื่องบิน A-37 สนับสนุนการปราบปราม ผกค.
การปฏิบัติการทางด้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ตามบันทึกการปฏิบัติการของกองทัพอากาศระหว่างปี พ.ศ.2508-2526 ทอ.ไทยได้ใช้เครื่องบินหลายแบบ ในการสนับสนุนการรบให้แก่กองกำลังภาคพื้น อาทิ บ.จล.2 (Spooky) บ.จฝ.13 (T-28D) บ.จธ.2 ในภารกิจโจมตี และ บ.ต.2(O-1A) ในการชี้เป้า หลังปี พ.ศ.2515 ทอ.ได้นำ A-37 เข้าประจำการมีภารกิจที่สามารถนำมาเปิดเผยได้ดังนี้
พ.ศ.2516
เดือน ม.ค.-เม.ย. เครื่องบิน A-37 หน่วยบิน 432 จาก ฝูงบิน 43 ตาคลี ได้เข้าร่วมเป็นหน่วยบินฉก.24 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต 2
13 มี.ค.16 เครื่องบิน A-37 และ บ.จฝ.13 จากหน่วยบิน 223 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต2 ทำลายฐานปฏิบัติการ ซึ่งตั้งอยู่ในป่าทึบ และกองกำลัง ผกค. จำนวนมาก รวมกำลังกันอยู่ใกล้ริมธาร เตรียมจะเข้าโจมตีทหารฝ่ายเรา ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของ จ.สกลนคร ประมาณ 33-34 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
22 มี.ค.16 เครื่องบิน A-37 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต 2 ทำลายฐานปฏิบัติการและแหล่งสะสมเสบียงของ ผกค.ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของ จ.สกลนคร 25 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
23 มี.ค.16 เครื่องบิน A-37 และ บ.จฝ.13 จากหน่วยบิน 223 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต 2 ทำลายกองบังคับการและกองกำลัง ผกค.ประมาณ 200 คน ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของ จ.สกลนคร 25 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
30 มี.ค.16 เครื่องบิน A-37 และ บ.จฝ.13 จากหน่วยบิน 223 การปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต 2 ทำลายกองบังคับการ และกองกำลัง ผกค.ประมาณ 100 คน เพื่อเปิดทางให้แก่กองกำลังภาคพื้นของฝ่ายเราเข้ากวาดล้าง โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
2 พ.ค.16 เครื่องบิน A-37 และ บ.จฝ.13 จากหน่วยบิน 223 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต 2 ทำลายกองบังคับการและกองกำลัง ผกค.ประมาณ 200 คน ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของ จ.อุบลราชธานี 51 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
4 พ.ค.16 เครื่องบิน A-37 โจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต2 ทำลายกองกำลัง ผกค.ซึ่งปะทะกับฝ่ายเรา ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของ จ.สกลนคร 33 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
8 พ.ค.16 เครื่องบิน A-37 โจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต2 ทำลายฐานปฏิบัติการ และกองกำลัง ผกค.ประมาณ 50 คน ซ่อนตัวอยู่ตามแนวป่าทึบ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของ จ.สกลนคร 35 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
22 พ.ค. 16 เครื่องบิน A-37 และ บ.จล.2 จากหน่วยบิน 622 โจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต 2 ทำลายฐานปฏิบัติการและกองกำลัง ผกค. ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของ จ.สกลนคร 35 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
30 พ.ค.16 เครื่องบิน A-37 โจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต2 ทำลายฐานปฏิบัติการ และแหล่งสะสมกำลัง ของผกค. ทางทิศใต้ ของ จ.สกลนคร 23 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
2 มิ.ย.16 เครื่องบิน A-37 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต 2 ทำลายฐานปฏิบัติการ และแหล่งสะสมเสบียงของ ผกค.ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของ จ.สกลนคร 22 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
4 มิ.ย.16 เครื่องบิน A-37 โจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต2 ทำลายฐานปฏิบัติการและกองกำลัง ผกค. ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของ จ.สกลนคร 37 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
28 มิ.ย.16 เครื่องบิน A-37 โจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต2 ทำลายกองกำลัง ผกค. ซึ่งกำลังปะทะกับกองกำลัง ภาคพื้นของฝ่ายเรา ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของ จ.สกลนคร 32 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
2 ก.ค.16 เครื่องบิน A-37 โจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต2 ทำลายกองกำลัง ผกค. ซึ่งกำลังปะทะกับกองกำลัง ภาคพื้นของฝ่ายเรา ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของ จ.สกลนคร 37 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
21 ก.ค. 16 เครื่องบิน A-37 และ บ.จฝ. 13 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต2 ทำลายฐานปฏิบัติการของ ผกค. ซึ่งตั้งอยู่บน ภูถ้ำหยวก ทางทิศใต้ของ จ.สกลนคร 20 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
9 ส.ค. 16 เครื่องบิน A-37 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต2 ทำลายฐานปฏิบัติการและคลังอาวุธของ ผกค. ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ปากถ้ำและตามหน้าผามีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ จ.สกลนคร 25 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
11 ส.ค. 16 เครื่องบิน A-37 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต2 ทำลายฐานปฏิบัติการของ ผกค. ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ จ.สกลนคร 25 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย




http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2681&stc=1&d=1327220063

23 ส.ค.16 เครื่องบิน A-37 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต2 ทำลายฐานปฏิบัติการของ ผกค. ซึ่งตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ บริเวณที่ราบ และเป็นที่รวมกำลังของ ผกค. ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ จ.สกลนคร 30 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
28 ส.ค.16 เครื่องบิน A-37 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต2 ทำลายฐานปฏิบัติการของ ผกค. ซึ่งรวมกำลังกันอยู่บริเวณทุ่งหญ้าคา ล้อมรอบด้วยป่าทึบเป็นที่ลงของ ฮ.ไม่ปรากฎสัญชาติ ทั้งนี้เพื่อเปิดทางให้แก่ ฮ.4 ของฝ่ายเราลงส่งกำลังทหารฝ่ายเราเข้ากวาดล้าง ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ จ.สกลนคร 35 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
14 ก.ย.16 เครื่องบิน A-37 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต2 ทำลายฐานปฏิบัติการของ ผกค.ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวลำธาร มีผกค.ประมาณ 60-100 คน บริเวณกิ่ง อ.ดอนตาล ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของ จ.มุกดาหาร โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
17 ก.ย.16 เครื่องบิน A-37, บ.จฝ.13 และ บ.จล.2 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ทำลายฐานปฏิบัติการของ ผกค.ซึ่งตั้งอยู่รอบๆเนินเขา มีผกค.ประมาณ 50-100 คน บริเวณ บ.นาคู ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของ จ.สกลนคร โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
25 ก.ย.16 เครื่องบิน A-37 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต2 ทำลายกองกำลังของ ผกค.ซึ่งปะทะกับ พัน ร. 603 บริเวณภูคำหยาด บ.บาก จ.มุกดาหาร
11 ต.ค.16 เครื่องบิน A-37 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต2 ทำลายค่ายทหารและที่พักของ ผกค.ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาและป่าทึบ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของ จ.สกลนคร 27 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
12 ต.ค.16 เครื่องบิน A-37 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต 2 ทำลายฐานปฏิบัติการและที่พักของ ผกค.ซึ่งตั้งอยู่บริเวณลำธาร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของ จ.สกลนคร 26 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
14 ต.ค.16 เครื่องบิน A-37 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต2 ทำลายกองกำลังของ ผกค.ซึ่งปะทะกับฝ่ายรัฐบาล ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของ จ.สกลนคร 28 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 712 ชี้เป้าหมาย
17 ต.ค.16 เครื่องบิน A-37 หมายเลข 1/15จากหน่วยบิน 432 (นครพนม) ซึ่งมี ร.ท.รังสฤษฎิ์ ถนอมสิงห์ เป็นนักบิน หลังจากที่ได้ปฏิบัติภารกิจบินลาดตระเวนติดอาวุธ เส้นทางบิน มุกดาหาร-ธาตุพนม-นครพนม ขณะเดินทางกลับ ได้รับการร้องขอจาก ทบ. บริเวณบ้านมะนาว ทางตอนใต้ของภูพาน ซึ่งถูก ผกค.ซุ่มยิง มีกำลังพล ได้รับ บาดเจ็บ จึงทำการโจมตี ทำให้ทหารฝ่ายรัฐบาลฝ่าวงล้อมออกมาได้ เครื่องบินถูกยิง ทะลุมาถึงห้องนักบินได้รับความเสีบหาย แต่นักบินปลอดภัย

พ.ศ.2517-2519

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2682&stc=1&d=1327220063


เครื่องบิน A-37 ถูกใช้ในภารกิจบินลาดตระเวนติดอาวุธ
8 พ.ค.2520 เครื่องบิน A-37 จากฝูงบิน 43 ตาคลี ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ทำลายฐานปฏิบัติการและคลังเสบียง มีผกค.ประมาณ 50 คน ทางทิศใต้ของ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ประมาณ 10 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบิน 711 ชี้เป้าหมาย
พ.ศ.2521
10 เม.ย.20 เครื่องบิน A-37 จากฝูงบิน 403 ตาคลี ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน พตท.2021 ทำลายฐานปฏิบัติการของ ผกค.และทหารเขมรแดง (ทขด.) คลังเสบียง และบ้านพัก 5 หลังมีกองกำลังของ ผกค.และทขด.ประมาณ150 คน ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ประมาณ 14 ไมล์ หน่วยบิน 711 ชี้เป้าหมาย
พ.ศ.2522-2524
ม.ค.-มี.ค.23 เครื่องบิน A-37 จากหน่วยบิน 2113 อุบลราชธานี ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน ทภ.2 สน.กกล.สุรนารี และพตท.1718 ทำลายกองกำลัง ผกค.ซึ่งกำลังปะทะกับ ร้อย อส. จ.สกลนคร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของ อ.กุดบาด จ.สกลนคร 11 ไมล์ (ย่อ)
พ.ศ.2525
ในปี พ.ศ.2525 ฝูงบิน A-37 ได้ย้ายไปประจำการที่ กองบิน 21 ฝูงบิน 211 จ.อุบลราชธานี ภายใต้นามเรียกขาน Eagle มีคำขวัญประจำฝูงบินว่า "ON TIME ON TARGET" หรือ “ตรงเวลา ตรงเป้าหมาย” และในปี พ.ศ.2528 ได้จัดซื้อ A-37C จำนวน 2 เครื่อง ซึ่งผ่านการต่ออายุการใช้งานแล้วจากประเทศเกาหลีใต้ ตลอดเวลาที่ ฝูงบิน A-37 ประจำการอยู่ที่ กองบิน 21 ได้เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีเพื่อสนับสนุนหน่วยภาคพื้น ในการผลักดันกองกำลังต่างชาติที่รุกล้ำอธิปไตยบริเวณชายแดนทั้งทางภาคอีสานและภาคใต้
ม.ค.-เม.ย.25 เครื่องบิน A-37 จากหน่วยบิน 2111, 2113 ได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน ทภ.2 สน.กกล.สุรนารี ชค.31 และพตท.21 ทำลายกองกำลัง ผกค.ซึ่งกำลังปะทะกับ หน่วยฉลามขาว, บัวขาว, บัวหลวง และธงชัย ตามแผนยุทธการ “กริชชัย”ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของ อ.เลิงนกทา 15 ไมล์ (ย่อ)
การปฏิบัติการทางด้านภาคเหนือตอนบน
พ.ศ.2516
1 พ.ย.16 เครื่องบิน A-37 และ บ.จ.5 จากฝูงบินที่ 221, 2113 และบ.จธ.2 จาก ฉก.170 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กกล.ทอ.17 ทำลายฐานปฏิบัติการ ที่พัก และแหล่งสะสมเสบียง ของ ผกค. ตามที่กองกำลังภาคพื้นรายงาน บริเวณทิศเหนือของ อ.เชียงคำ ประมาณ 14 ไมล์ โดยมีบ.ต.2 จาก ฉก.170 ชี้เป้าหมาย ปรากฎว่า ผกค.เสียชีวิต เพราะถูกไฟคลอกในถ้ำประมาณ 440 คน เหลือรอดชีวิตประมาณ 60 คน หลบหนีไปอยู่บริเวณห้วยข้าวหลาม
การปฏิบัติการทางด้านภาคเหนือตอนล่าง
เครื่องบิน A-37 ขึ้นปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ จากสนามบินตาคลี ซึ่งเป็นฐานบินที่ A-37 ประจำการอยู่
1-22 ม.ค.16 เครื่องบิน A-37, บ.ข.18 (F-5) จากฝูงบินที่ 13, บ.จล.2, บ.จ.5 จาก ฉก.240 และบ.จธ.2 จาก ฉก.170 ได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ทำลายหมู่บ้าน และฐานปฏิบัติการ ของ ผกค. บริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.หล่มสัก ภูหินร่องกล้า โดยมี บ.ต.2 จาก ฉก.763 ชี้เป้าหมาย
13 ต.ค.16 เครื่องบิน A-37 และ บ.จ.5 จากฝูงบินที่ 213 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.ปค.เขต 3 ทำลายกองกำลัง ของ ผกค. ประมาณ 50-100 คน บริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ จ.เพชรบูรณ์ ประมาณ 10-15 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบินที่ 7171 ชี้เป้าหมาย
14 ต.ค.16 เครื่องบิน A-37 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กกล.ทอ.17 ทำลายฐานปฏิบัติการและกองกำลัง ของ ผกค. บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.หล่มสัก ประมาณ 20 ไมล์
15 ต.ค.16 เครื่องบิน A-37 และ บ.ข.18 จากฝูงบินที่13 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน สนับสนุน กปล.เขต 3 พร้อมกันทั้งสองจุด บ.ข.18 ทำลายฐานปฏิบัติการและกองกำลังผกค.ประมาณ 50-100 คน บริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ด่านซ้าย ประมาณ 20 ไมล์ บ.จ.6 ทำลายฐานปฏิบัติการและกองกำลังผกค.ประมาณ 50-100 คน บริเวณบ้านถ้ำห้วยหลวง อ.หล่มสัก ประมาณ โดยมี บ.จ.5 จากฝูงบินที่ 213 ชี้เป้าหมายและร่วมโจมตีด้วย
17-25 ต.ค.16 เครื่องบิน A-37 และ บข.18 จากฝูงบินที่13 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กกล.ทอ.17 ทำลายฐานปฏิบัติการและกองกำลังผกค. บริเวณ อ.หล่มสัก อ.ด่านซ้าย โดยมี บ.จ.5 จากฝูงบินที่ 213 ชี้เป้าหมายและร่วมโจมตีด้วย
16-19, 27 ธ.ค.17 เครื่องบิน A-37 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.รมน.เขต 3 ทำลายฐานปฏิบัติการ ที่พัก และแหล่งสะสมเสบียง ของ ผกค. บริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จ.เพชรบูรณ์ ประมาณ 15 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จาก ฉก.170 ชี้เป้าหมาย
การค้นหาและช่วยชีวิตนักบิน บ.ข.18 ถูกยิงตกที่เขาค้อ พ.ศ.2519
วันที่ 11 มิ.ย. 19 เครื่องบิน บ.ข.18 จากฝูงบินที่13 (นครราชสีมา) 2 เครื่อง ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน พตท.1617 เครื่องหมายเลข ทอ.13/09 ซึ่งมี ร.ท.พงศ์ณรงค์ เกษรศุกร์ เป็นนักบิน หลังจากที่ได้ปลดระเบิดแล้ว ถูกยิงตก บริเวณหุบเขา ซึ่งเป็นเขตยึดครองของ ผกค. ทบ.ได้วางแผนเพื่อส่งกำลังเข้าไปพิสูจน์ซาก และค้นหานักบิน

วันที่ 13 มิ.ย.19 ได้ส่งกำลังชุดแรก(ชป.ขุนศึก)ลงไป โดยเฮลิคอปเตอร์
14 มิ.ย.19 ส่งกำลังลงไปเพิ่มเติม แต่ถูกต่อต้าน มีทหารบาดเจ็บ และมีเสบียงจำกัด
15 มิ.ย.19 เครื่องบิน A-37 จากฝูงบินที่ 43 จากตาคลี ได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน ทำลายกองกำลัง ผกค.ได้เป็นจำนวนมาก เพื่อลดความกดดัน แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงจุดที่เครื่องบินตกได้
16-17 มิ.ย.19 ฮ.จากหน่วยบินที่ 323 และฮ.ทบ.พยายามส่งกำลังบำรุง แต่ทำไม่ได้เพราะ ชป.ขุนศึก ถูกปิดล้อม
18 มิ.ย.19 ทบ.ใช้ปืนใหญ่สนับสนุน เพื่อเปิดทางให้ ฮ.ลงได้ และเพิ่มกำลังเข้าไป ได้รับการต่อต้านหนักยิ่งขึ้น มีทหารเสียชีวิต
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปยังไม่สามารถเข้าถึงจุดที่เครื่องตกได้
สัปดาห์ที่สอง เริ่มเข้าใกล้ได้บ้าง แต่ต้องแลกมาด้วยกำลังทหาร และตชด.หลายชีวิต พร้อมพบศพ ผกค. 29 ศพ ใกล้กับบริเวณ บ.ข.18 ตก
การต่อสู้ดำเนินต่อไป โดยที่ยังไม่สามารถเข้าถึงจุดเครื่องบินตกได้ เพราะสภาพอากาศที่ไม่อำนวย
6 พ.ย.19 เครื่องบิน A-37 จากตาคลี ได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน พตท.1617 ทำลายฐานปฏิบัติการ ที่พัก 5 หลัง บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.หล่มสัก ประมาณ 17 ไมล์ โดยมีกองกำลังภาคพื้นชี้เป้าหมาย
พ.ศ.2520
24 ก.ย.20 เครื่องบิน A-37 และ บ.จ.5 จากฝูงบินที่ 413 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน พตท.1617 ทำลายฐานปฏิบัติการ ภูหินร่องกล้า และที่พัก 30 หลัง ซึ่งปลูกซ่อนพรางไว้ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ มีกองกำลัง ของ ผกค. ประมาณ 100-130 คน บริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.นครไทย จ.เพชรบูรณ์ ประมาณ 15 ไมล์ และทำลายค่ายฝึก 10 หลัง โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบินที่ 7171 ชี้เป้าหมาย
28 ก.ย.20 เครื่องบิน A-37 และ บ.จ.5 จากฝูงบินที่ 413 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน ทภ.3 สน. ทำลายฐานปฏิบัติการ และที่พัก 50 หลัง ซึ่งปลูกซ่อนพรางไว้ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ ตามแนวลำน้ำห้วยยขมิ้น มีสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก และ กองกำลัง ของ ผกค. ประมาณ 400 คน บริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.นครไทย จ.เพชรบูรณ์ ประมาณ 15 ไมล์ โดยมี บ.จธ.2 ร่วมปฏิบัติการด้วย
14 ต.ค.20 เครื่องบิน A-37 ได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.รมน.เขต 3 สน. ทำลายที่พัก 12 หลัง ซึ่งปลูกซ่อนพรางไว้ใต้ก่อไผ่ มีกองกำลังของ ผกค. ประมาณ 50 คน บริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ จ.เพชรบูรณ์ ประมาณ 13 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบินที่ 7112 ชี้เป้าหมาย
2 พ.ย.20 เครื่องบิน A-37 และ บ.จ.5 จากฝูงบินที่ 4111 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน ยก.ทภ.3 สน. ทำลายที่พัก 30 หลัง ซึ่งปลูกซ่อนพรางไว้ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ มีกองกำลัง ของ ผกค. ประมาณ 100-200 คน คอยขัดขวางการสร้างเส้นทางสายแม่สอด-อุ้งผาง และคอยซุ่มยิง บริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.แม่สอด ประมาณ 24 ไมล์
17 พ.ย.20 เครื่องบิน A-37 จากฝูงบินที่ 403 และ บ.จ.5 จากฝูงบินที่ 4111 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน พทต.1617 ทำลายฐานปฏิบัติการ และที่พัก 50 หลัง ซึ่งปลูกซ่อนพรางไว้ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ กองกำลังของ ผกค. ประมาณ150-200 คน บริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.นครไทย จ.เพชรบูรณ์ ประมาณ 15 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 ชี้เป้าหมาย
การปฏิบัติการทางด้านภาคตะวันออก
พ.ศ.2519-พ.ศ.2521
14 ส.ค.19 เครื่องบิน A-37 จากฝูงบินที่ 43 ตาคลี ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กอ.รมน.เขต1 ทำลาย ผกค.ประมาณ 50 คน ฐานปฏิบัติการและ ที่พัก 8 หลัง บริเวณทางตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.วัฒนานคร ประมาณ 29 ไมล์ โดยมี บ.จธ.2 จากหน่วยบินที่ 221 ชี้เป้าหมาย
6 พ.ค.20 เครื่องบิน A-37 จากฝูงบินที่ 43 ตาคลี จำนวน 2 เครื่อง และบ.จธ.2 จากหน่วยบินที่ 221 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน ฉก.พล.2 ทำลาย ผกค.ประมาณ 100 คน ฐานปฏิบัติการ และที่พัก 2 หลัง ซึ่งเป็นที่กำบังแข็งแรงบริเวณทางทิศเหนือ และทางตะวันออกเฉียงเหนือของ อ.สระแก้ว ประมาณ 17 ไมล์ โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบินที่ 7111 ชี้เป้าหมาย
25,30 พ.ค.20 เครื่องบิน A-37 จากฝูงบินที่ 43 ตาคลี จำนวน 2 เครื่อง ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน บก.ร่วมบูรพา ทำลายกองกำลัง ทกพ.100 คน ฐานปฏิบัติการ และที่พัก 2 หลัง ซึ่งเป็นที่กำบังแข็งแรงบริเวณ อ.อรัญประเทศ และ อ.ตาพระยา โดยมี บ.ต.2 จากหน่วยบินที่ 7111 ชี้เป้าหมาย
การปฏิบัติการทางด้านกัมพูชา
11 ม.ค.21 เครื่องบิน A-37 จากฝูงบินที่ 403 จำนวน 2 เครื่อง ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กองกำลังบูรพา ทำลายกองกำลัง ทกพ.100 คน ซึ่งกำลังปะทะกับกองกำลังภาคพื้นของฝ่ายไทยบริเวณบ้านเนินหมากมุ่น โดยมี หน่วยภาคพื้น “สามชุก” และ”ทับทิม1” ชี้เป้าหมาย
10 ก.พ. 21 เครื่องบิน A-37 จากฝูงบินที่ 403 ตาคลี จำนวน 8 เครื่อง ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สนับสนุน กจต.ทำลายฐานที่มั่น บก.37 และค่ายพัก 10 หลัง ของ ทกพ. ทางตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.คลองใหญ่ ประมาณ 3 ไมล์ เป็นการใช้กำลังทางอากาศครั้งใหญ่ของไทย โดยมี บ.จ.5 จำนวน 4 เครื่อง และ บ.ข.18 จำนวน 4 เครื่อง เข้าปฏิบัติการในวันเดียวกัน
หลังจากปี 2521 รัฐบาลไทยเริ่มผูกมิตรกับจีน และในที่สุดได้ออกนโยบาย 66/2523 ทำให้การใช้กำลังทางอากาศปราบปราม ผกค.ลดน้อยลง แต่ความตึงเครียดตามแนวชายแดนกัมพูชาค่อยๆก่อตัวขึ้น รายละเอียด การปฏิบัติการในช่วงหลังปี พ.ศ.2526 ยังไม่ได้รับการเปิดเผยจากชั้นความลับ ทราบแต่เพียงว่า เราใช้เครื่องบิน A-37 ปฏิบัติการหลายครั้ง

ยุทธภูมิช่องโอบก

ช่วงปีพ.ศ.2525-2530 ระหว่างประจำการที่ฝูงบิน 211 อุบลราชธานี ในขณะพวกเราส่วนใหญ่มิได้รับรู้ถึงความตรึงเครียดตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ภาระทั้งหมดตกอยู่กับหน่วยทหารแนวหน้าในกองทัพ ซึ่งประจันหน้าอยู่กับกองทัพเวียดนาม มีกำลังหลายหมื่นนาย พร้อมรถถังนับร้อยคัน ได้เคลื่อนพลมาประชิดชายแดนไทย บริเวณจังหวัดอุบลราชธานี มีการปะทะกันทางภาคพื้นหลายครั้ง เพื่อหยั่งเชิง การรบขั้นรุนแรง เกิดขึ้นที่ช่องบก ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.น้ำยืน



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2683&stc=1&d=1327220063
แผนการขยายดินแดนของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามขณะนั้น ได้รวมเอา 16 จังหวัดภาคอีสานของไทยไว้ด้วย หากปราศจากท่าทีทีแข็งกร้าวของฝ่ายไทย และการปฏิบัติการของเครื่องบิน A-37 ร่วมกับกองกำลังภาคพื้น กองกำลังเวียดนามอาจฮึกเหิม บุกข้ามพรมแดน แล้วอาจทำให้แนวตั้งรับสุดท้ายที่ จ.สระบุรี เป็นเขตแนวชายแดนไทยใหม่ขึ้นมา
ในวันที่ 8 เม.ย 2526 เครื่องบิน A-37 โดย ร.อ.ประทุม ไทยาภิรมย์ และ ร.ต.สราวุฒิ นาควิไล ถูกยิงตกบริเวณชายแดน ไทย-กัมพูชา บริเวณ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยกองกำลังเวียดนาม-เฮงสัมริน นักบินเสียชีวิตทั้ง 2 นาย
8 ม.ค.28 เครื่องบิน A-37 โดย น.ต.อาคม กาญจณหิรัญ นักบินที่ 1 เรืออากาศโท วศิน อู่ศิริ นักบินที่ 2 ถูกยิงตก นักบินที่ 1 สามารถสละเครื่องได้ แต่ร่มของนักบินที่สองไม่กาง เสียชีวิตในพื้นที่การรบ
การรบในครั้งนั้นทหารฝ่ายไทยสูญเสีย กำลังพล 109 นาย บาดเจ็บ 644 นาย ฝ่ายเวียดนามสูญเสียมากกว่าหลายเท่านัก


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2684&stc=1&d=1327220063

ผลการปฏิบัติการของเครื่องบิน A-37 เพื่อต่อสู้กับกองกำลังเวียดนาม เป็นข้อสังเกตว่า มันไม่เหมาะที่จะต่อสู้กับกองกำลังที่มีขนาดใหญ่ ที่มักมีความสามารถในการป้องกันทางอากาศ อย่างเป็นระบบ การสูญเสียครั้งนั้น ยืนยันได้ว่า เราได้รบกับกองทัพขนาดใหญ่ ที่มิใช่ภารกิจ COIN มิใช่ภารกิจที่เครื่องบิน A-37 ได้รับการออกแบบมา แต่เราได้ใช้เครื่องบิน A-37 ต่อสู้กับกองทัพที่มีระบบการป้องกันทางอากาศแน่นหนา และยังได้รับการสนับสนุนทางด้านอิเล็กทรอนิกส์จากมหาอำนาจ ที่อยู่เบื้องหลัง




http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2685&stc=1&d=1327220063
นอกจากนี้แล้วทอ.ไทยยังได้นำเครื่องบิน A-37 ปฏิบัติการในภารกิจที่สำคัญในภาคใต้ จนได้รับความสูญเสียอีก ในวันที่ 15 เม.ย 2527 โดยมี ร.อ.ไพบูลย์ ชุ่มมะโน และ ร.ต.ปรวัฒน์ ส่องสว่าง เป็นนักบินเครื่องตกบริเวณเขื่อนบางราง ชายแดน ไทย-มาเลเซีย จ.ยะลา นักบินทั้งคู่เสียชีวิต
ระหว่างการรบที่ร่มเกล้าปี พ.ศ.2530-2531 หากการเจรจาระหว่างไทยและลาวไม่ประสบความสำเร็จ เราอาจได้เห็น A-37 ทิ้งระเบิดนาปาล์ม เพื่อปิดฉากสงครามก็เป็นได้
เครื่องบิน A-37 ได้รับหน้าที่ให้เป็นเครื่องบินโจมตีให้กับกองทัพอากาศหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ เปรู โคลัมเบีย โปรตุเกส และเอกวาดอร์ เป็นต้น


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2686&stc=1&d=1327220063
นอกจากนี้ยังได้รับเลือกให้เป็นเครื่องบินในฝูงบินผาดแผลงของหลายประเทศ เช่น โปตุเกส เกาหลีใต้และ ฝูงบินแสนเมืองของเรา (http://www.thaic-130.com/content_4_1068_12889_TH.html)(T-37B)



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2687&stc=1&d=1327220063
นอกจากภารกิจโจมตีทางอากาศแล้ว ในขณะที่เครื่อง A-37 ประจำการ ณ ฝูงบิน 211 ทอ.ยังได้มอบหมายให้ทำภารกิจป้องกันทางอากาศอีกด้วย โดยทำหน้าที่เครื่องบินขับไล่สกัดกั้น ซึ่งจะต้องเตรียมพร้อมที่พื้น เพื่อวิ่งขึ้นปฏิบัติการตามคำสั่งของศูนย์ยุทธการทางอากาศ ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนกระทั่งพระอาทิตย์ตกของทุกวัน
A-37 ได้ประจำการใน ทอ.มาอย่างยาวนาน จนกระทั่งได้ปลดประจำการในเดือนเมษายน พ.ศ.2537 แต่เนื่องจากได้เล็งเห็นความสำคัญ ในต้นปี พ.ศ.2538 จึงได้เรียกเครื่องบิน จำนวน 2 เครื่อง คือ หมายเลข 21111 และ 21114 ซึ่งยังมีอายุการใช้งานเหลืออยู่เครื่องละประมาณ 2,000 ชั่วโมง กลับเข้าประจำการ ณ กองซ่อมอากาศยาน 1 กรมช่างอากาศ ดอนเมือง เพื่อปฏิบัติภารกิจฝนหลวง ในหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง กองทัพอากาศ
ภารกิจของ A-37 ที่ได้รับมอบหมายคือการทำฝนหลวงเมฆเย็น ซึ่งจะต้องปฏิบัติการที่ความสูงประมาณ 18,000-21,000 ฟุต โดยเข้าโจมตีกลุ่มเมฆ Cumulus ซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสม ด้วยการใช้กระสุนเกลือเงิน (Silver Iodide) ซึ่งบรรจุกับแผงติดตั้งระเบิดฝึกแบบ B-37K ใต้ปีกที่ผ่านการดัดแปรจากกรมสรรพาวุธทหารอากาศแล้ว ยิงเข้าไปในไข่แดง (Embryo) ของกลุ่มเมฆดังกล่าว เพื่อบังคับให้ฝนตกตามเวลาและสถานที่ที่ต้องการ โดยปฏิบัติการร่วมกับเรดาร์ตรวจอากาศซึ่งจะนำเครื่องบินเข้าหากลุ่มเมฆเป้าหมาย เพื่อให้นักบินตัดสินใจใช้อาวุธในขั้นสุดท้าย ลักษณะดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกับการบินขับไล่สกัดกั้น ซึ่งเรดาร์สกัดกั้นจะนำเครื่องบินเข้าหาอากาศยานที่รุกล้ำน่านฟ้า เพื่อพิสูจน์ฝ่าย และสกัดกั้นต่อไป เพียงแต่เปลี่ยนเป้าหมายจากอากาศยานฝ่ายตรงข้ามมาเป็นกลุ่มเมฆในท้องฟ้าเท่านั้นเอง พื้นที่ปฏิบัติการฝนหลวงเมฆเย็นได้แก่บริเวณอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนต่างๆ เช่น เขื่อนภูมิพล จ.ตาก เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เป็นต้น
บ.จ.6 ทั้ง 2 เครื่อง ประสบผลสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจฝนหลวงเป็นอันมาก อีกทั้งนักบิน A-37 ของ ทอ.นับเป็นนักบินกลุ่มแรกที่ผ่านการฝึกอบรมจากสำนักฝนหลวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานกับเมฆเย็น จึงเป็นที่ประทับใจของสำนักฝนหลวงฯ เป็นอย่างยิ่ง จนกระทั่งได้ปลดประจำการไปในที่สุดเมื่อ พ.ศ.2540 นับเป็นการปิดฉากการใช้งานเครื่องบินแบบ A-37 ในประเทศไทยลงอย่างสมบูรณ์

ระหว่างปี 1980-1882 เครื่องบิน A-37 จำนวน 122 เครื่อง ได้รับการดัดแปลงเป็นเครื่องบิน Forward Air Control ควบคุมโจมตีส่วนหน้า ในชื่อรหัส OA-37B สังกัดกองบัญชาการ TAC (Tactical Air Command)


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2688&stc=1&d=1327220063
แม้ภายหลังจะมี เครื่องบินโจมตีรุ่นใหม่ A-10 เข้ามาประจำการแทน แต่สมรรถนะของ A-37B ยังมีข้อเหนือกว่าในด้าน อัตราไต่ และความเร็วสูงที่กว่า


เครื่องบิน T-37 เป็นเครื่องบินสร้างขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ในการฝึก แต่ด้วยความเรียบง่าย มันจึงได้รับการปรับปรุงให้เป็นเครื่องบินรบ A-37 และได้ถูกใช้ในสงครามอย่างจริงจังในหลายสมรภูมิ ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นมันได้หลอมรวมจิตวิญญาณนักรบทางอากาศ ที่ต้องการทั้งความเก่ง และความกล้า


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2689&stc=1&d=1327220549

Cessna T-37B และ A-37B

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2690&stc=1&d=1327220549

skypig
26-01-12, 07:16:30
ความคิดเห็นที่ 1

อยากเป็นนักบินที่สุดครับ
ชื่อ : มัยทิเช E-mail : ma_55@hotmail.com วันที่ : 27 พฤษภาคม 2553 21:57 น. IP : 180.180.31.XXX

ความคิดเห็นที่ 2
รักพ่อนะคะ ถึงหนูจะไม่ได้เป็นถึงนักบินแต่ตอนนี้หนูได้งานเป็นพนง.ต้อนรับบนเครื่องบินค่ะยังไงขอให้จิตวิญญาณของพ่อปกปักรักษาหนูด้วยนะคะ ถึงแม้พ่อจะจากไปนานแล้วแต่หนูเชื่อว่าพ่อดูหนูอยู่ เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะพ่อ. รักพ่อค่ะ (ลูกA-37)
ชื่อ : A-37 วันที่ : 19 กันยายน 2553 04:24 น. IP : 180.210.216.XXX

ความคิดเห็นที่ 3
ขอชื่นชมความกล้าหาญของคุณพ่อด้วยใจริง
เอ...แต่ว่า... ถ้าจะระบุ ชื่อคุณพ่อด้วย จะดียิ่งครับ
ชื่อ : web master E-mail : kongsomrit@yahoo.com วันที่ : 16 ตุลาคม 2553 12:33 น. IP : 125.25.234.XXX


ความคิดเห็นที่ 4
ชื่อ : จ.อ.นิ่ม Air Gunner au-23 E-mail : yuthasak_m@rtaf.mi.th วันที่ : 22 มิถุนายน 2554 12:48 น. IP : 125.26.47.XXX