PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : เครื่องบิน ct-4



skypig
22-01-12, 15:03:17
เครื่องบิน ct-4
จำนวนผู้เข้าชมจากโฮมเพจเดิม 8228 คน


เครื่องบินฝึก ct-4
Airtrainer



นักบินกองทัพอากาศไทยทุกคนรู้จักมันดี ในนาม
Chicken ชิคเค็น
ลูกเจี๊ยบน้อย ผู้น่ารัก



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2735&d=1327285152


. . .. ...ด้วยรูปร่าง ชื่อเรียก และสมรถนะของมัน เครื่องบินฝึก CT-4 มิใช่เครื่องบินที่น่าเกรงขามแต่อย่างใด แต่หากเพราะมันเป็น “เครื่องบินลำแรก” ที่นักรบบนท้องฟ้าต้องบังคับมันให้ได้ ก่อนที่จะก้าวผ่านไปบินกับเครื่องบินรบที่มีสมรรถนะสูงกว่าขั้นต่อไป มันจึงเป็นเครื่องบินที่สร้างความประทับใจ และชวนให้นึกถึงความหลังวันเก่า ได้อย่างชื่นชม ยิ่งกว่านั้น เปรียบมันได้ว่า เป็นสะพานเชื่อมสัญญาลูกผู้ชาย ของครูการบินและศิษย์การบิน ที่มีต่อกันไว้ว่า



“น่านฟ้าไทย จะมิให้ใครย่ำยี”


ประวัติการพัฒนา
. . .. ...เครื่องบินชิคเค็น Airtrainer ถูกพัฒนามาจากเครื่องบิน Victa Airtourer ซึ่งเริ่มต้นออกแบบโดย Henry Millicer และชนะเลิศการออกแบบเครื่องบินขนาดเล็ก ของประเทศออสเตรเลีย ในปีค.ศ.1959 ต้นแบบถูกสร้างด้วยไม้ขึ้นก่อน เป็นเครื่องบินสี่ที่นั่ง เพื่อการสันทนาการ ใช้เครื่องยนต์ที่มีกำลังไม่สูงนัก ต่อมาขายลิขสิทธิ์ให้กับบริษัท Aero Engine Services Ltd (AESL) ของประเทศนิวซีแลนด์ บริษัท AESL ได้พัฒนาต่อมาหลายด้าน ที่สำคัญได้แก่



คันบังคับแบบ stick controls



ฝาครอบประทุนแบบ clamshell canopy
เสริมโครงสร้างให้แข็งแรงขึ้น เพื่อการบินผาดแผลง
มันจึงเหมาะสมกับการเป็นเครื่องบินฝึกทางทหาร
มันเริ่มมีเค้าลางของนักฆ่า



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2736&d=1327285152


CT-4 เครื่องบินต้นแบบลำแรก ขึ้นทดสอบบินเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1972 ใช้เครื่องยนต์ Teledyne Continental IO-360-D ในเดือนเมษายน 1973 บริษัท AESL ได้รวมกับ Air Parts (NZ) Ltd เป็นบริษัท New Zealand Aerospace Industries Ltd. (NZAI) ผลิต CT-4A รุ่นแรก ในเดือนตุลาคม 1973 CT-4A มีความแตกต่างจาก CT-4 เครื่องบินต้นแบบลำแรก คือ


ใช้เครื่องยนต์รุ่น IO-360-H
ฝาครอบประทุนห้องนักบินใหญ่ขึ้น
ครีบหลัง Dorsal Fin ใหญ่ขึ้น

. . . ...ลูกค้ารายแรกที่สำคัญคือ กองทัพอากาศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และไทย ถูกผลิตขึ้นมา 78 ลำ

รุ่นต่อมาคือ CT-4B ได้รับการปรับแต่งอีกเล็กน้อย เพื่อให้เหมาะแก่การฝึกบินทางพลเรือน บริษัท NZAI ผลิตขึ้นมา 38 ลำ อยู่ในสายการผลิตจนถึงปี ค.ศ.1977
. . .... .. ...ในปี ค.ศ.1990 บริษัท Pacific Aerospace Corporation ได้นำ CT-4B กลับเข้าสู่สายการผลิตอีก ตามคำสั่งซื้อจากบริษัท BAe/Ansett Flying College (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น BAe Flight Training) รัฐ Tamworth ประเทศออสเตรเลีย และได้ปรับปรุงเพิ่มเติมอีก


CT-4C ปรับปรุงขึ้นจาก CT-4A ของ กองทัพอากาศออสเตรเลีย โดยใช้เครื่องยนต์ Turboprop Allison 250 เป็นเครื่องยนต์กังหันไอพ่น “เทอร์โบพร๊อบ” ขึ้นทดสอบบินเมื่อ 21 มกราคม 1991 อย่างประสบความสำเร็จ แต่ไม่สามารถทำการตลาดได้ จึงถูกยกเลิกไป รุ่น CT-4CRสามารถพับเก็บฐานล้อได้ แต่ไม่ได้รับการผลิต



CT-4E คือ รุ่นปัจจุบัน ใช้เครื่องยนต์ IO-540 มีใบพัด 3 กลีบ ได้รับการผลิต 32 ลำ ในจำนวนนี้ 13 ลำ สำหรับกองทัพอากาศนิวซีแลนด์ และ ทอ.ไทย เพื่อใช้แทน CT-4A[/LEFT]



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2737&d=1327285152

CT-4F คือ เครื่องบินชิคเค็น ที่ได้รับการปรับปรุงในส่วนสำคัญคือ หน้าปัดห้องนักบินแบบ Glass Cockpit มาตรฐานใหม่ในการฝึกนักบินรบทศวรรษหน้า โดยได้นำระบบแผงหน้าปัดมาจาก เครื่องบินฝึก T-6B อันประกอบด้วย

จอแสดงผล MFD (multifunction display) 3 จอ

....... ...เครื่องบินต้นแบบได้ทดลองบินไปแล้ว แต่ยังไม่เข้าสู่สายการผลิต การปรากฎกายของ CT-4F ซึ่งมีรหัส ต่อท้ายด้วยอักษร F พ้องกับคำว่า Future ในภาษาอังกฤษ ซึ่งหมายถึง “อนาคต” คล้ายกับเป็นการถามกองทัพอากาศต่างๆว่า พร้อมหรือยังที่จะเริ่มฝึกนักบินรบรุ่นใหม่ ด้วยเครื่องบินลำแรก แบบดิจิตอล และหากจุดปลายทางของนักบินรบไทยคือเครื่องบิน Gripen เครื่องบินชิคเค็น CT-4F คือ ต้นทางที่เราควรออกเดิน


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2738&d=1327285152



เครื่องยนต์
...... . .. . ...เครื่องยนต์ติดตั้งไว้ที่ส่วนหน้าของลำตัว เป็นแบบลูกสูบนอนเรียงสองแถว ประจุน้ำมันแบบหัวฉีด ใช้น้ำมันเบนซิน 100-130 เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอ็อคเทนสูง ระบายความร้อนด้วยอากาศ รอบการทำงานระหว่าง 800-2800 RPM ส่งแรงผ่านชุดควบคุมรอบไปยังใบพัดแบบปรับมุมได้ของ Hartzell ซึ่งทำงานด้วยรอบคงที่ มันไม่เพียงแต่เป็นพลังขับเคลื่อนเครื่องบินลำแรกของศิษย์การบินเท่านั้น แต่มันได้เป็น เครื่องยนต์อากาศยานลำแรกของช่างอากาศใหม่ ที่จำเป็นต้องเรียนรู้มัน ก่อนที่จะก้าวขึ้นไปทำงานกับเครื่องยนต์เจ็ท ซึ่งมีกลไกทางเทคนิคซับซ้อนกว่า

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2739&d=1327285152

คุณลักษณะเฉพาะของเครื่องยนต์ลูกสูบ คือ เสียงดังเป็นจังหวะ ที่ออกมาจากปลายท่อไอเสียสั้นๆ ผกผันตามรอบการหมุนของเครื่องยนต์ ครูการบินที่มีประสบการณ์ อาศัยเพียงการฟังเสียงเครื่องยนต์ ก็สามารถทราบได้ทันที ถึงสภาพการทำงานของเครื่องยนต์ โดยไม่ต้องอาศัย มาตรวัดใดๆ


รูปทรงทางอากาศพลศาสตร์


..............รูปทรงภายนอกของเครื่องบินชิคเค็น ดูแล้วมีความน่ารัก น่าเอ็นดู สมกับที่ถูกเรียกว่า ลูกเจี๊ยบ ฝาครอบประทุนแบบ clamshell นูนโป่งออกมาจากลำตัว คล้ายตัวการ์ตูน ทั้งลำตัวและปีกผลิตขึ้นด้วยอลูมิเนียม มีโครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน ทนแรงดึงได้ระหว่าง -3 ถึง+6G สามารถบินผาดแผลงได้ทุกท่าทาง และให้ประสบการณ์การฝึกแก้ไขการควงสว่านได้ดี ปีกติดตั้งไว้ใต้ลำตัว บริเวณชายปีกหน้าในส่วนที่ติดกับลำตัว ถูกตัดเฉียงขึ้นไปด้านหน้า อย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยนัก นอกจากดูแล้วเท่ห์ ยังมีประโยชน์อีกด้วย


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2740&d=1327285213



.................รูปทรงทางอากาศพลศาสตร์ที่น่าสังเกต คือ ในส่วนหาง ได้ติดตั้งแพนหางดิ่ง Vertical Fin ให้เยื้องจากแนวแกนลำตัวเล็กน้อย เพื่อให้เกิดเสถียรภาพสูงสุด ในขณะบินตรงบินระดับ
............จากการที่ CT-4E ได้เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ IO-540 ทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น เครื่องบินมีจุดศูนย์ถ่วงไปทางด้านหน้ามากเกินไป วิศวกรจึงต้องแก้ไข ด้วยการติดตั้งปีกให้เลื่อนไปด้านหน้าอีกราว 7 ซ.ม.


ระบบทางเทคนิค
...........ระบบทางเทคนิคของเครื่องบินชิคเค็น ถูกประกอบขึ้นด้วยความเรียบง่าย คล้ายกับรถยนต์ที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบผ่อนแรง หรือระบบอัตโนมัติใดๆมาช่วยเสริม เพื่อให้นักบินสัมผัสกับปรัชญาการบินได้โดยตรง แรงบังคับจากมือนักบิน ถูกส่งตรงไปยังพื้นผิวบังคับในทันที แรงปฏิกิริยาทางอากาศพลศาสตร์ ก็จะย้อนกลับจากพื้นผิวบังคับ มาสู่มือขวาของนักบิน ด้วยแรงที่เท่ากัน เครื่องบินมีการตอบสนองทางอากาศพลศาสตร์ ขั้นพื้นฐานได้อย่างดี ในทุกมิติของการควบคุม เมื่อนักบินบังคับให้มันอยู่ในภาวะสมดุลย์แล้ว(In Trim) สามารถที่จะปล่อยมือจากคันบังคับ ได้อย่างมั่นใจ เช่นกัน

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2741&d=1327285213

..........ฐานล้อทั้งสามเป็นแบบยึดตรึง พับเก็บไม่ได้ ฐานล้อหลักได้ความแข็งแรง จากเหล็กสปริง แหนบแผ่นชั้นเดียว สามารถซับแรงกระแทก กระทั้น จากการลงสนามของมือใหม่ได้เป็นอย่างดี ล้อหน้าบังคับเลี้ยวได้ จากกระเดื่องเท้า ซึ่งเชื่อมต่อการทำงานไปยังหางเสือพร้อมๆ กัน


ห้องนักบิน
...............เป็นแบบสองที่นั่งเคียงกัน ห้องนักบินแม้จะออกแบบโดยฝรั่ง แต่ก็ไม่กว้างมากนัก สำหรับคนร่างใหญ่ ความสูงต่ำของที่นั่งปรับไม่ได้ มีแผงหน้าปัดแบ่งออกเป็นสองด้าน ฝั่งซ้ายเป็นของงศิษย์การบิน ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์การบินครบครัน มากกว่าที่นั่งทางด้านขวา ซึ่งเป็นของครูการบิน หน้าปัดมาตรวัดของ CT-4A,B,E เป็นแบบพื้นฐานดั้งเดิม ตรงกลางของแผงหน้าปัด เป็นอุปกรณ์วิทยุและการเดินอากาศ คันบังคับเป็นแบบคันโยกเดี่ยว ต่อโดยตรงด้วยกลไก ไปยังพื้นบังคับ คันควบคุมกำลังเครื่องยนต์มี 3 คัน คือ คันเร่ง (Throttle) คันปรับมุมใบพัด (Pitch) และคันปรับส่วนผสมน้ำมัน -อากาศ(Mixture)


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2742&d=1327285213

...............ด้วยเป็นเครื่องบินลำเล็ก ก่อนขึ้นบิน นักบินสามารถเดินวนรอบเครื่อง ตรวจตราดูสภาพต่างๆ ได้อย่างถี่ถ้วน ด้วยตัวเอง ด้วยความจำเป็นในการฝึกนักบินทหาร นักบินต้องสวมชุดบิน สวมหมวกบิน และถุงมือบิน ก่อนก้าวขึ้นห้องนักบิน ต้องสวมร่มชูชีพ ไว้บนแผ่นหลัง เผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉิน หากจำเป็นต้องสละเครื่อง และสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่ง คือถุงพลาสติกใบเล็กๆ สองใบ พับเก็บไว้ในขากางเกงชุดบินหนึ่งใบ และที่กระเป๋าแขนเสื้อหนึ่งใบ ใบแรกเตรียมไว้ใส่อ้วก ใบที่สองเอาไว้ใส่ถุงอ้วก มีเทคนิคง่ายๆเวลาจะควักออกมาใช้ ให้ถอดถุงมือบินออกก่อน เพื่อจะได้ใช้นิ้วมือคลี่มันออกมา ได้ง่ายกว่า หากลืมนำติดตัวไป ศิษย์ฯบางคน เคยใช้ถุงมือบิน แทนถุงอ้วกมาแล้ว


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2743&d=1327285213

ระบบการเดินอากาศ
..............ระบบการเดินอากาศของเครื่องบิน Chicken ในรุ่นแรกใช้อุปกรณ์ ADF (Automatic Direction Finder) และ VOR (Very High-Frequency Ohm-NI Range) ทั้งสองระบบให้ข้อมูลเพียงด้านทิศทาง (Direction) เข้าสู่สนามบินแสดงแก่นักบิน แต่ไม่มีข้อมูลด้านระยะทาง(Distance) การคำนวณหาระยะทางเข้าสู่สนามบินด้วย VOR คือบทเรียนหนึ่ง ในการฝึกบินกับเครื่องบิน Chicken และในปัจจุบันสนามบินต่างๆ ได้ยกเลิกการใช้ ADF ไปเกือบหมดแล้ว
เครื่องบิน Chicken ในรุ่น CT-4E ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ช่วยในการลงสนามแบบ ILS (Instrument Landing System) และ VOR-DME เพิ่มเข้าไป ทำให้มีความพร้อมในการบินสูงขึ้น


สมรรถนะ
...............สมรรถนะของเครื่องบิน Chicken ในรุ่นที่ ทอ.ไทยนำเข้าประจำการแตกต่างกัน บ้างเล็กน้อย ตามเครื่องยนต์ ที่ได้รับการติดตั้งในแต่ละรุ่นดังนี้ คือ
CT-4A ใช้เครื่องยนต์ Teledyne Continental IO-360-H ความจุกระบอกสูบ 5800 C.C.ขนาด 210 แรงม้า (155kW) ใบพัด 2 กลีบ
มีความเร็วสูงสุด 285 ก.ม.ต่อ ชม. (155 น๊อต)
ความเร็วเดินทาง 240 ก.ม.ต่อ ชม. (130 น๊อต)
อัตราไต่ 1345 ฟุตต่อนาที
ระยะบิน 1110 ก.ม. (600 ไมล์ทะเล)
ทอ.ไทย นำ CT-4A เข้ามาประจำการในปี พ.ศ.2517 จำนวน 24 เครื่อง

CT-4B ใช้เครื่องยนต์ IO-360-HB9.ขนาด 210 แรงม้า (155 kW) ใบพัด 2 กลีบ
มีความเร็วสูงสุด 267 ก.ม.ต่อ ชม. (144 น๊อต)
ความเร็วเดินทาง 260 ก.ม.ต่อ ชม. (140 น๊อต), (75% power)
อัตราไต่ 1250 ฟุตต่อนาที
ระยะบิน 1110 ก.ม. (600 nm).
ในปีพ.ศ. 2535 ทอ.ไทย นำ CT-4B เข้าประจำการ 6 เครื่อง

CT-4E ใช้เครื่องยนต์ Textron Lycoming AEIO-540-L1B5 ความจุกระบอกสูบ 8900 C.C. ขนาด 300 แรงม้า (224kW) ใบพัด 3 กลีบ
มีความเร็วสูงสุด 302 ก.ม.ต่อ ชม. (163kt)
ความเร็วเดินทาง 282 ก.ม.ต่อ ชม. (152kt) ณ ระดับเพดานบิน 8500 ฟุต
อัตราไต่ 1830 ฟุตต่อนาที เพดานบินสูงสุด 18,200 ฟุต
ระยะบิน 963 ก.ม. (520nm)
ปี พ.ศ.2543 ทอ.ไทย ได้นำ CT-4E จำนวน 8 เครื่อง เข้าประจำการเพิ่มเติม

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2744&d=1327285213

...........ด้วยจุดประสงค์ของการออกแบบ และระบบทางเทคนิค โดยรวมแล้ว เครื่องบิน Chicken เป็นเครื่องบินที่มีสมรรถนะพอตัว มันเป็นลูกนกอินทรี มากกว่าที่จะเป็นลูกไก่ ซึ่งเหมาะสำหรับการฝึกนักบินที่มีชั่วโมงบินไม่มากนัก ทอ.ไทยได้นำ CT-4A เข้าประจำการในฝูงฝึกขั้นต้น โรงเรียนการบินกำแพงแสน จ.นครปฐม กำหนดให้เป็นเครื่องบินฝึกแบบที่ ๑๖ (บ.ฝ.๑๖) เพื่อทดแทนเครื่องบิน Chipmunk กองทัพอากาศไทยใช้มัน เพื่อฝึกนักบินใหม่ และใช้มันเป็นบันไดขั้นแรก เพื่อทดสอบความเป็นนักรบบนฟ้า และยังบรรจุเป็นเครื่องบินรบในแผนป้องกันประเทศ ต่อมาในปี พ.ศ.2543 ได้นำ CT-4E (บ.ฝ.๑๖ก) เข้ามาทดแทน แล้วจึงได้นำ CT-4A มาไว้ยังฝูงบิน 604 ดอนเมือง เพื่อฝึกศิษย์การบินพลเรือน



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2745&d=1327285255

...........เครื่องบิน Chicken เป็นเครื่องบินขนาดเล็ก ความเร็วต่ำ เพดานบินไม่สูงมากนัก จึงไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอ็อกซิเจนขณะทำการบิน เมื่อศิษย์การบินใหม่เกิดอาการเมาอากาศ อยากจะอาเจียร สามารถที่จะคว้าถุงพลาสติก แล้วสำรอกออกมาได้อย่างทันถ่วงที สมรรถนะของมันเทียบไม่ได้เลยกับเครื่องบินขับไล่ F-16 แต่ไม่อาจมีนักบินคนใดกล้าเย้ยหยัน มันเลยแม้แต่น้อย ทุกคนมักกล่าวย้อนถึงมัน ด้วยความเคารพ และชื่นชม



[SIZE=2]มันเป็นเครื่องบินของนักบินใหม่
ครูของช่างอากาศใหม่ ด้วยเช่นกัน
แต่มันเป็นของเล่นของครูการบิน


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2746&d=1327285255

เรือจ้างลำเล็ก
...........นักบินส่วนใหญ่มักมีประสบการณ์การกับเครื่องบินของตนนานนับสิบปี แต่ศิษย์การบินมีเวลากับเครื่องบิน Chicken ไม่ถึง 6 เดือน เท่านั้น มันจึงเปรียบได้กับเรือจ้างลำเล็ก เพื่อพาเด็กที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ข้ามไปให้ถึงอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ โดยอาศัยแรงแจวจากครูการบิน เด็กเหล่านั้นเมื่อถึงฝั่งแล้ว แต่ละคนต่างมีหน้าที่สำคัญต่อชาติและกองทัพ ต่างกัน บางคนไปเป็นนักบินรบ จนเกษียณอายุ บางคนเต็มอิ่มกับชีวิตในเครื่องแบบ แล้วจึงเปลี่ยนเส้นทางชีวิตไปเป็นนักบินพาณิชย์ ตระเวณไปทั้งโลก เพื่อหาเงิน ช่วยนำความมั่งคั่งเข้าประเทศ ได้อีกทางหนึ่ง
...........เรือจ้างลำเดียวกันนี้ เมื่อพาศิษย์ฯส่งเสร็จแล้ว ในขากลับ มันได้พาครูการบิน ให้เดินบนเส้นทางสายเกียรติยศ ได้อย่างภาคภูมิ

ความประทับใจของศิษย์การบิน
ศิษย์การบินต้องบินเครื่องบิน Chicken ให้ได้ภายใน 10 ชั่วโมงแรก
อีก 5 ชั่วโมงหลัง เผื่อไว้เพื่อความมั่นใจ เพื่อเตรียมรับการทดสอบฝีมือบิน ในชั่วโมงที่สิบหก
หากบินผ่านเที่ยวนี้ไปได้ ก็จะได้รับการปล่อยให้ไป “บินเดี่ยว”
หากไม่ผ่าน มีโอกาสกลับไปซ้อมมืออีกเพียงเที่ยวเดียว แล้วกลับไปรับการทดสอบฝีมือบินอีกครั้ง
เมื่อผ่านการตรวจสอบจะก้าวเข้าสู่วัฎภาคการบินอื่นต่อไป หากไม่ผ่านในเที่ยวที่สอง(Wash Out) ต้องขนของกลับบ้าน กองทัพอากาศไม่มีงบประมาณและเวลาเพียงพอ ที่จะฝึกให้นานกว่านี้ ต่างจากการฝึกของพลเรือน ที่มีเงินซื้อชั่วโมงฝึกบิน ต่อไปได้ จนกว่าจะบินเป็น การวัดฝีมือบินของนักบิน ทอ. จึงจำกัดไว้ที่ 10 เที่ยวบิน หรือราว 15 ชั่วโมงบินแรก เท่านั้น หากดวงไม่ดี ผีไม่เข้าข้าง ต้องไป เดี่ยวบางลี่ สาย 99 รอรับกลับบ้าน


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2747&d=1327285255

..........ว่ากันว่า ชีวิตศิษย์การบิน ในโรงเรียนการบินกำแพงแสนเพียงปีเดียว เหนื่อยยากกว่า 5 ปี ในโรงเรียนนายเรืออากาศเป็นหนักหนา เพราะต้องเหนื่อยทั้งกายและใจ ความกดดันต่างๆเข้ามาเกาะกุมจิตใจ ตั้งแต่ตอนบ่ายวันอาทิตย์ ขณะนั่งรถกลับเข้าสู่กำแพงแสน ศิษย์การบินแทบทุกคน จะนิ่งเงียบ ปล่อยใจ มองผ่านหน้าต่างรถออกไป ใช้เวลาอีกห้าวันในค่ายพักศิษย์การบิน ด้วยอาการที่ต้องตื่นตัวอยู่เสมอ เพื่อให้ผลการบินทุกเที่ยว ออกมาอย่างน่าพอใจ แต่มันมักจะไม่เป็นเช่นนั้น
ความที่ศิษย์การบินมีชั่วโมงน้อย เมื่อปัจจัยอื่นเปลี่ยนแปลงไป โดยที่ไม่ทันสังเกตเห็น ท่าทางการบินที่เคยทำได้ กลับทำไม่ได้ ความกลัวว่าจะไม่ผ่านการตรวจสอบ อาจทำให้สติแตกได้
ศิษย์การบินต้องมั่นท่องรายการปฏิบัติ (Check List) ให้แม่น
ศิษย์การบินต้องปฏิบัติตามขั้นตอนปฏิบัติ(Procedures) อย่างถูกจังหวะจะโคน
ยังไม่ต้องนึกถึง การนำเครื่องบินเข้าสู้รบ เพียงแค่รักษาทิศทางการบิน และเพดานบิน ให้คงที่ บินตรง บินระดับให้ได้ ก็ยากอยู่แล้ว การเลี้ยวกลับหลัง โดยมิให้ความสูงเปลี่ยนแปลง นั้นยากยิ่งขึ้น
ไม่มีครูการบินคนใดยอมให้ศิษย์ของตน บินด้วยความคลาดเคลื่อน แม้เพียงเล็กน้อย
เมื่อต้องการรักษาระดับเพดานบินสามพันฟุต ศิษย์ฯต้องบินให้เข็มวัดชี้ที่ 3000 ฟุตเปะ จะปล่อยใจไปบินที่ 2990 หรือ 3010 ฟุตไม่ได้ แม้จะคลาดเคลื่อนไปเพียงสิบฟุต ต้องรีบแก้ไข
ทิศทางผิดไปเพียงสามองศา ต้องรีบแก้ไข
หรือความเร็วผิดไปเพียงห้าน๊อต ต้องรีบแก้ไข
หากปล่อยไว้ นั่นจะทำให้ เมื่อศิษย์ฯได้บินเดี่ยว ความผิดพลาดจะมากกว่านี้ อาจทำให้หลงทาง หรือบินไปชนกับคนอื่น จะส่งผลเสีย หรืออันตรายแก่ศิษย์ฯเอง
ทุกรายละเอียด ต้องกระทำด้วยความใส่ใจ อย่างแม่นยำ ทันเวลา มันจึงเป็นความกดดัน แทบไม่ต่างจากการเตรียมออกศึก ศิษย์การบินจึงต้องทนรอให้ถึงเย็นวันศุกร์ เพื่อจะได้กลับบ้าน บางคนที่ยังไม่แม่นในรายการปฏิบัติและขั้นตอนปฏิบัติ อาจต้องนอนเฝ้าค่ายพักศิษย์ ส่วนคนที่บินดี ความรู้ดีจะได้ปล่อยกลับบ้าน เมื่อรถบ่ายหน้าออกจากกำแพงแสน ความรู้สึกสดชื่นได้กลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง เสียงพูดคุยของเพื่อนร่วมชั้นดังขึ้นดังกว่า ตอนเย็นวันอาทิตย์ การได้ออกไปเติมกำลังใจนอกค่ายพักศิษย์ฯเพียง 48 ชั่วโมง ก็เพียงพอที่จะมีแรง กลับมาฝึกบินได้อีกต่อไป

นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2517 เมื่อเครื่องบิน CT-4A เข้ามาประจำการในกองทัพอากาศ ทำให้นักบินของกองทัพอากาศจดจำคาถากันตาย บทหนึ่งของการบินได้ อย่างไม่มีวันลืมว่า
“15 นิ้ว หิ้วหัว มิกซ์ริช แลนด์ดิ้งไลท์ ออน”
15 นิ้ว (15 Hg Manifold) หมายถึง นักบินต้องใช้มือซ้ายปรับคันเร่ง เพื่อให้ความดันแมนนิโฟลลดลงเหลือประมาณ 15 นิ้ว
หิ้วหัว หมายถึง ใช้มือขวารั้งคันบังคับไว้ ไม่ให้ (หัว)เครื่องบินร่อนลง
มิกซ์ริช(Mixture Rich) หมายถึง ปรับคันคาบูเรเตอร์ ให้ส่วนผสมหนาสุด
พิชฟาย (Pitch Fine) หมายถึง ปรับมุมใบพัดให้บางที่สุด
แลนด์ดิ้งไลท์ ออน หมายถึง เปิดไฟหน้า สำหรับการลงสนาม


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2748&d=1327285255

ขั้นตอนดังกล่าวนั้น ต้องทำให้เสร็จ และถูกต้องภายในเวลาไม่กี่วินาที ก่อนที่จะเลี้ยวเข้าสู่การบินในขาสุดท้าย เป็นการปรับแต่งกำลังเครื่องยนต์ ให้เหมาะสมต่อการร่อนลงสนาม หรือการไปใหม่
การบังคับเครื่องบินให้ลงสนามได้ด้วยความปลอดภัย ในขณะมีประสบการณ์บินน้อย ถือว่าเป็นเรื่องท้าทาย ศิษย์การบินต้องแสดงให้นักบินตรวจสอบ เห็นว่า เราบินได้ ซึ่งนั่นเป็นผลพวงอันเกิดจากความรู้ และความสามารถ ที่ต้องนำออกมากอบกู้สถานการณ์ต่างๆให้ได้ พร้อมๆกัน

การบินปล่อยเดี่ยวครั้งแรก ได้ทำให้นักบินเกิดความรู้สึกต่างๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความภาคภูมิใจ ความทะนง ความเป็นอิสระ จนอาจเพ้อหลงไปได้ว่า ท้องฟ้านี้เป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว เป็นความดีใจล้นพ้น เกินกว่าที่จะบรรยาย หากใครได้สัมผัสมันจะจดจำไปตราบนานเท่านาน
..........การลงสนาม การปล่อยเดี่ยวเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ ในชีวิตการบิน นักบินยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้ผจญ ศิษย์การบินยังมีบทเรียนต่างๆ รอให้เรียนรู้ เมื่อผ่านการปล่อยเดี่ยวแล้ว ศิษย์การบินจะได้รับการฝึกในวัฏภาคอื่นๆ อันยากยิ่งกว่าต่อไป
ที่สร้างความยุ่งยากจริงให้แก่ศิษย์การบิน เป็นลำดับแรก เห็นจะเป็นการบินด้วยเครื่องวัดประกอบการบิน เพราะมาตรวัดต่างๆ ผ่านการใช้งาน มาอย่างโครมคราม ความแม่นยำเที่ยงตรงในการแสดงผล อาจคลาดเคลื่อนไปบ้าง ซึ่งจะส่งผลต่อสมรรถนะในการควบคุมในที่สุด
เครื่องบิน Chicken แต่ละลำ ล้วนผ่านมือและเท้าของฝึกศิษย์การบิน (ที่มีชั่วโมงบินน้อย) มาอย่างตรากตรำ แต่ละลำจึงมีคุณลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งศิษย์การบินมักจะจดจำ และนำไปบอกต่อเพื่อนว่า
บางลำกินซ้าย บางลำกินขวา
บางลำเครื่องแรง บางลำเครื่องอ่อน ไปตามเหตุการณ์ที่เพิ่งประสบมา
ศิษย์การบินแต่ละคน มีวิธีที่ทำความคุ้นเคยกับเครื่องบินต่างกัน บางคนแอบจองเครื่องที่ได้บินบ่อยๆ บางคนก็แอบไหว้เครื่องบิน ก่อนขึ้นบิน ซึ่งนับเป็นข้อดี ที่พยายามขจัดความยุ่งยากใจออกไป
การฝึกบินหมู่ เครื่องบิน Chicken เป็นเครื่องบินใบพัด ขนาดเบา มีโมเมนตั้มน้อย เปลี่ยนแปลงความเร็วได้อย่างรวดเร็ว สามารถฝึกบินหมู่ได้อย่างเร้าใจ เป็นการฝึกบิน ที่หาไม่ได้ในโรงเรียนการบินพลเรือน มันเป็นการบินที่แสดงออกถึงฝีมือบินของแต่ละคน และการทำงานเป็นทีม ได้เป็นอย่างดี ด้วยการผลัดกันเป็นทั้งหัวหน้าหมู่และลูกหมู่ ในแต่ละเที่ยวบิน

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2749&d=1327285255

การฝึกบินเดินทางต่างถิ่น เป็นการฝึกบิน ที่สร้างประสบการณ์ให้แก่ศิษย์การบินเป็นอย่างมาก ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ใช้สนามบินกำแพงแสนเพียงแห่งเดียวในการขึ้นลง จนเป็นภาพที่คุ้นตา การได้ฝึกบินไปสนามบินอื่นๆ ทำให้ต้องวางแผนการเดินทาง เตรียมแผนที่ ตรวจสอบข่าวอากาศ อย่างรอบด้าน แต่มักจะมีความขลุกขลักระหว่างการบิน เกิดขึ้นเสมอ อันเนื่องมาจากระบบการเดินอากาศ การติดต่อวิทยุ ทำให้เกิดประสบการณ์ตื่นเต้น ต่างกันได้ ในทุกเที่ยวบิน
การฝึกบินผาดแผลง เป็นอีกระบวนการฝึกอย่างหนึ่ง ซึ่งหาไม่ได้ในโรงเรียนการบินพลเรือน มันเป็นการฝึกบินช่วงท้ายๆ ที่ศิษย์การบินพอจะมีฝีมือติดตัวบ้างแล้ว มันเป็นการฝึกบินที่แสดงให้เห็นว่า นักบินปรับตัวเข้ากับเครื่องบินเป็นหนึ่งเดียวหรือไม่
ศิษย์การบินของกองทัพอากาศได้รับการฝึกบินกับ Chicken ประมาณครึ่งปี ใช้เวลาบินทั้งหมดราว 100 ชั่วโมง เป็นการฝึกที่เข้มข้น เพราะแต่ละบทเรียน แต่ละวัฏภาคไม่เคยซ้ำอยู่กับที่ ต้องแข่งกับเวลาและสภาพอากาศที่ยากจะคาดเดา ศิษย์การบินต้องผ่านการทดสอบฝีมือบินและความรู้ในแต่ละวัฏภาค ก่อนที่จะก้าวต่อไปในชั้นมัธยม ซึ่งมีเครื่องบินที่มีสมรรถนะสูงกว่า รออยู่


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2753&d=1327285402

การเป็นครูการบิน
....................................เมื่อพาศิษย์การบินข้ามถึงฝั่งแล้วเสร็จ ในขากลับ เรือจ้างลำเดียวกันนี้ มันได้พาครูการบิน ให้เดินบนเส้นทางสายเกียรติยศ ได้อย่างภาคภูมิ การเป็นครูการบินที่โรงเรียนการบินกำแพงแสน เป็นงานที่ทรงเกียรติ ไม่ด้อยไปกว่า การเป็นนักบินรบประเภทใดๆ ในกองทัพ เพราะเป็นงานที่เสียสละ ต้องทุ่มเททั้งกายและใจ ทราบกันโดยทั่วไปว่า การสอนเด็กเป็นเรื่องยาก ครูต้องเอาใจใส่อย่างจริงจัง การสอนให้คนบินได้ ในเวลาที่จำกัด เป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่าหลายเท่า เกิดความผิดพลาดขึ้นมา บทลงโทษมิใช่ไม้เรียว แต่ถึงตายได้ ทั้งเดี่ยวและคู่
ครูการบินกำแพงแสน แต่ละคนมีที่มาต่างกัน มาจากฝูงบินรบต่างๆ
บางคนสมัครใจมา บางคนถูกฝูงฯส่งมา
บางคนจับฉลากได้มา
แต่ไม่ว่าจะมาจากที่ใด ฝูงบินใด โรงเรียนการบินกำแพงแสน มีขั้นตอนที่ทำให้นักบินรบ ได้ทำหน้าที่ของ “ครูที่ดี” ด้วยมาตรฐานเดียวกัน ครูการบินเป็นตัวอย่างที่สำคัญของศิษย์ฯ
ศิษย์ฯ มักจะเดินตามบทบาทของครู ที่ตนแอบประทับใจ โดยที่ครูเองอาจไม่รู้ตัว


ครูจึงมีทั้งหน้าที่และบทบาท(Model Role) อันประกอบขึ้นจากความรู้ความสามารถ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ศิษย์
เพื่อสอนเด็กหนุ่ม ให้เป็นนักรบ
สอนคนให้สู้คน ให้ลูกผู้ชายสำนึกในหน้าที่ของตน


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2750&d=1327285297

ครูการบินต้องสอนศิษย์การบินให้เข้าใจได้ว่าการบิน คือ ศาสตร์และศิลป์
ต้องอาศัยทั้งความรู้ ความสามารถ
ต้องมีความละเอียดรอบคอบ มั่นฝึกฝน
เครื่องบินชิกเค็นจะบิน อย่างที่คนบินมัน ฉันใด
ศิษย์การบินจะบิน อย่างที่ถูกสอน ฉันนั้น

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2751&d=1327285297

.......................................หน้าที่ของครูการบิน แม้ไม่ต้องสู้รบกับศัตรู แต่ยังต้องเสี่ยงชีวิต ไม่ต่างจากนักบินในฝูงบินรบ แต่อย่างใด นักบินรบในฝูงบิน ขึ้นฝึกบินวันละหนึ่งเที่ยวบิน แต่ครูการบิน ต้องบินวันละสองเที่ยวบิน โดยบินกับคนที่ยังบินไม่เป็น มันเป็นบทเรียนสอนเป็น-สอนตาย
อุปมาถึง ครูในโรงเรียนอื่นๆ คือ


คนปิดทองหลังพระ
ครูการบินกำแพงแสน ก็เช่นกัน


ครูการบินกำแพงแสน มีความปารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะให้ศิษย์การบินของตน ผ่านการฝึก และตรวจสอบ ไปเป็นนักบิน ได้อย่างทรนง รับรองได้เลยว่า ความปารถนาอย่างแรงกล้า เช่นนี้ ไม่อาจเห็นได้จากโรงเรียนการบินแห่งอื่น เพราะศิษย์การบินที่จบจากกำแพงแสน จะต้องออกไปรับใช้ชาติ ไปปกป้องน่าฟ้าไทย ด้วยเกียรติยศเป็นแรงจูงใจ มิใช่เงินตรา


ความมุ่งมั่นของครูการบิน ได้รับการส่งผ่านสู่ศิษย์ฯด้วยอาการ ปากเปียก ปากแฉะ และหากความผิดพลาดของศิษย์ฯส่งผลถึงชีวิต มือครูต้องไวกว่าปาก ด้วยมือขวาข้างเดียวของครู สามารถที่จะคว้าและชก กระทำสองอย่าง ได้ในพริบตา โดยที่ศิษย์ฯไม่รู้เลยว่า อะไรเกิดขึ้นก่อน-หลัง เพื่อเรียกสติ และจดจำท่าตายไว้ไม่ให้เกิดซ้ำอีก การสอนนักบินใหม่ ต่างจากการสอนคนรักขับรถยนต์ อย่างไม่ต้องสงสัย

การฝึกบินต่างจาก การฝึกว่ายน้ำในสระว่ายน้ำ ซึ่งทั้งใส และนิ่ง
การฝึกบินอาจเทียบได้กับการหัดว่ายน้ำในกระแสน้ำเชี่ยว ซึ่งมองไม่เห็นความแรง มองไม่เห็นความลึก จนกว่าจะได้ถลำตัวลงไป
ครูทุกคน ตระหนักเสมอว่า

ความสำเร็จของศิษย์ฯ คือ ความสำเร็จของครู
ครูจำนวนไม่น้อยคิดเช่นกันว่า ความล้มเหลวของศิษย์ ก็คือ ความล้มเหลวของตนเองด้วย


ในแต่ละปี จำนวนศิษย์การบินที่จบออกไป จะมีจำนวนน้อยกว่าที่เข้ามา นั่นหมายความว่าบางคนไม่สำเร็จหลักสูตร เนื่องจากเจอกับน้ำเชี่ยวไหลลึก ในวันทดสอบฝีมือบิน หรือโชคร้ายประสบอุบัติเหตุ ถึงเสียชีวิต จึงพลาดหวังไม่ได้เป็นนักบินในกองทัพ แต่เขายังคงเป็นนายทหารที่มีคุณค่า สามารถที่จะสนับสนุนงานของกองทัพในด้านอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะอย่างน้อยได้ใช้ช่วงเวลาหนึ่ง เคยสัมผัสด้วยตนเองแล้วว่า อาชีพนักบิน เป็นงานที่ต้องใช้ทั้งความสามารถส่วนตัว และการทำงานเป็นหมู่คณะ กอปรกัน



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2752&d=1327285297

.. . ... . .................เครื่องบินชิคเค็น คือเรือจ้างลำเล็ก ซึ่งนำพาหลายชีวิตให้ข้ามฝั่ง เมื่อแต่ละคนได้ข้ามฝั่งไปแล้ว ต่างมุ่งหาความสำเร็จ ตามความสามารถของตน มันมิใช่เครื่องมือที่จะแบ่งแยก ความเป็นนักบินออกจากนายทหารทั่วไป แต่มันเป็นยุทโธปกรณ์ที่สำคัญ เพื่อสอนทหารให้เป็นนักบินรบ พร้อมแสดงให้เห็นว่า เราฝึกคนเช่นไร เราจะได้คนเช่นนั้น ดังนั้นปรัชญาการฝึกบินที่โรงเรียนการบินกำแพงแสน จึงมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่าแห่งอื่นๆ พร้อมกับได้สร้างความผูกพันธ์ระหว่างครูและศิษย์ฯ อย่างไม่เคยลืมเลือน


..............เครื่องบินชิคเค็น เป็นเครื่องบินมีความเรียบง่าย มีการตอบสนองทางอากาศพลศาสตร์ในขั้นพื้นฐาน เหมาะแก่การฝึกนักบินที่มีชั่วโมงบินไม่มาก มีบทบาทสำคัญ ต่อการเป็นพื้นฐานในการสร้างนักบินรบของไทยมากว่าสามสิบปี ได้รับหน้าที่สำคัญในการฝึกนักบิน ทอ.ไทยได้ใช้มันมาอย่างยาวนาน เป็นเครื่องบินที่มีคุณค่าต่อกองทัพเป็นอย่างมาก และน่าจะถือได้ว่า กองทัพอากาศประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเลือกใช้เครื่องบินลำนี้ เข้าประจำการ


ขอฝากความเคารพและระลึกถึงไปยัง น.อ.วิษณุ สุจริต ครูคนแรก ผู้สอนให้ผู้เขียนบินเดี่ยวได้กับเครื่องบินชิคเค็น อย่างทรนง


ขนาดและมิติ เครื่องบิน CT-4

[SIZE=2][FONT=Tahoma]ที่นั่งนักบิน 2 ที่ ศิษย์การบิน และครูการบิน
ควายาวลำตัว 23 ft 2 in (7 m)
ความยาวปีก 26 ft 0 in (7.9 m)
ความสูง 8 ft 6 in (2.6 m)
พื้นที่ปีก 129 ft2 (11.98 m2)
น้ำหนักตัวเปล่า 1,720 lb (780 kg) น้ำหนักวิ่งขึนสูงสุด 2,650 lb (1,202 kg)

skypig
03-07-12, 08:41:23
งาน 100 ปี บุพการรีกองทัพอากาศ จบลง
ด้วยความประทับใจ โดยการบินหมู่ของ CT-4
เกาะหมู่กัน 16 ลำ เป็นเลข 100

ถ่ายจนแบตฯ หมด ขอยืมรูปมาจาก Mr.Bew Za

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E12316139/E12316139.html

LIKE IT

skypig
29-03-13, 14:24:06
ครูการบิน เดอะชิคเค็น


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=5101&d=1364541836

★โต้ ชาวร็อค★
29-03-13, 14:35:39
ชิกเก้นนี่แพงไหมครับพี่หมู ดูทรงแล้วน่าจะพอๆ กับเซสน่านะครับ

พลเรือนพอจะหาซื้อไว้ครอบครองได้

skypig
29-03-13, 14:44:53
CT4A used ราคาถูกกว่า MB S-Class รุ่นใหม่ แน่นอน มีให้ลองขับที่ฝูงบิน604 ดอนเมือง

skypig
16-04-13, 08:17:03
เสืออากาศเหล่านี้ ปัจจุบันเป็นกัปตันการบินไทย They flown the Chicken.

skypig
16-04-13, 17:39:12
Skypig vs Chicken
ภาพนี้ถ่ายเมื่อประมาณปลายปี 2532
ยี่สิบกว่าปีแล้วนะครับ

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=5148&d=1366108745

★โต้ ชาวร็อค★
17-04-13, 08:08:53
เท่ห์เลยครับพี่ อยากขับบ้างจัง

:Emo_korea_110.gif::Emo_korea_110.gif:

Maverick231
17-04-13, 13:05:15
ผมพึ่งเกิดได้หนึ่งขวบเองครับ

Aunbuddha
16-06-14, 17:36:13
15 นิ้ว หิ้วหัว

skypig
09-03-17, 11:01:52
chicken ประจำการฝูงบิน604

skypig
14-03-17, 12:54:32
เครื่องบิน. CT4A สนามบินหัวหิน จ.ประจวบ. ถ่ายโดย คุณบอล กิตติเดช