PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : เฮลิคอปเตอร์ uh-1 huey



skypig
22-01-12, 15:04:00
เฮลิคอปเตอร์ UH-1 HUEY
จำนวนผู้เข้าชมจากโฮมเพจเดิม 40365 คน




UH-1
(Huey)

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2754&stc=1&d=1327306237





.. .........รูปร่างของเฮลิคอปเตอร์แบบ UH-1 คุ้นเคยกับเด็กๆไทยในชนบท อย่างสนิทสนม เสียงใบพัดตัดอากาศของมันเรียกร้องให้เด็กๆเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เด็กเหล่านั้นไม่ทราบว่ามันบินมาจากไหน แต่เมื่อมันร่อนลงจอด บนสนามหญ้าหน้าโรงเรียน มันเสมือนเป็นแม่เหล็กที่มีแรงดึงดูดทำให้เด็กไทย ต้องแย่งกรูกันเข้าไปดูอย่างใกล้ชิด โดยที่ฝุ่นยังไม่ทันจาง มันได้สร้างความฝันให้แก่เด็กไทย ไม่น้อยไปกว่าเครื่องบินไอพ่นของคนเมือง แต่อย่างใด

............เมื่อได้ย้อนรอย กลับไปดูประวัติการรบของเฮลิคอปเตอร์ UH-1 ลำนี้แล้ว นักรบทุกคน ต่างยกย่องมัน ด้วยความสดุดี มันเป็นยุทโธปกรณ์สำคัญในสงครามเวียดนาม การปะทะในแนวหน้า ไม่เพียงแต่กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบิน C-130 เข้าร่วมแล้ว เฮลิคอปเตอร์แบบ UH-1 คือ ตัวแทนกองทัพบกสหรัฐฯ ที่เข้าร่วมรบกันอยู่ อย่างเคียงบ่าเคียงไหล่ และจากนั้นต่อมาสงครามการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย


เฮลิคอปเตอร์ UH-1 ซึ่งกองทัพไทยได้รับมาจากผลพวงของสงครามเวียดนาม ถูกใช้เป็นอากาศยานหลักของกองทัพบกไทย ในการปฏิบัติการต่างๆ ทั้งในทางลับ ทางลึก และการเคลื่อนพลขนาดใหญ่


เฮลิคอปเตอร์ UH-1 มันได้เคยนำทหารไทยเข้าสู่สนามรบ พร้อมกับนำร่างทหารที่บาดเจ็บออกมารักษาตัว ห้องนักบินและพื้นระวางบรรทุกของ UH-1 เคยนองไปด้วยเลือดของเพื่อนทหารที่อุทิศชีวิตเพื่อชาติ เคยนำร่างไร้วิญญาณของทหารกลับไปสู่อ้อมอกแม่ ว่างเว้นจากการศึกสงครามมันได้นำนักกระโดดร่มขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อสร้างสีสันในงานวันเด็ก แล้ววนลงกลับมาจอดให้เด็กไทยได้สัมผัส กระทั่งในยามที่พี่น้องคนไทยประสบภัยพิบัติ UH-1 ยังเคยได้นำความช่วยเหลือไปส่งให้ อย่างมิได้ขาด

..........เฮลิคอปเตอร์ UH-1 ถูกนำเข้าประจำการในกองทัพต่างๆเป็นจำนวนมาก ด้วยระยะเวลาอันยาวนาน มีการปรับปรุงและพัฒนาต่อมาหลายรุ่น เฮลิคอปเตอร์ UH-1 รุ่นแรกคือ ยุทโธปกรณ์ของทหารในแนวหน้า อย่างแท้จริง แต่เฮลิคอปเตอร์รุ่นหลัง กลับแตกต่างออกไป


จุดหักเหของเฮลิคอปเตอร์รุ่นหลัง ในกองทัพไทย เริ่มจากการโรยลาลงไปของภารกิจทางยุทธวิธี ซึ่งเคยเป็นหน้าที่หลัก เปลี่ยนไปเป็นม้าใช้เพื่อการเดินทางของบุคคลสำคัญ ทั้งในและนอกกองทัพ จิตวิญญาณของทหารได้เปลี่ยนไป บทบาทของ UH-1 จึงได้ถูกหักเปลี่ยนตามไปด้วย พื้นระวางบรรทุกของ UH-1 รุ่นหลังถูกปูด้วยพรมสะอาด จึงไม่อาจอนุญาตให้เด็กไทย เข้าไปดูได้ใกล้เหมือนเช่นเคย

ตำนานเฮลิคอปเตอร์UH-1

... ... . ...ตำนานของเฮลิคอปเตอร์UH-1 ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัทเบลล์ (Bell) แห่งสหรัฐอเมริกา ย้อนหลังไปในปีค.ศ1950 ช่วงสงครามเกาหลี บทบาทของเฮลิคอปเตอร์ยังไม่มากนัก เพราะข้อจำกัดทางด้านสมรรถนะของเครื่องยนต์ลูกสูบ มันจึงทำหน้าที่เพียงส่งกำลังบำรุงในระยะใกล้ และนำทหารบาดเจ็บออกจากพื้นที่การรบ เมื่อเครื่องยนต์ไอพ่นได้ถูกพัฒนาขึ้น มีสมรรถนะสูงขึ้น บริษัทเบลล์ จึงได้นำไปติดตั้งในเครื่องต้นแบบของตนคือ XH-40 เพื่อทำหน้าที่แทนรถพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล

.... .....ในปี 1955 กองทัพบกสหรัฐฯ ร้องขอให้กองทัพอากาศสหรัฐฯ พัฒนาเฮลิคอปเตอร์รุ่นใหม่ เพื่อใช้ในภารกิจการส่งกลับทางอากาศสายการแพทย์ (aeromedical evacuation) โดยเฉพาะ



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2755&d=1327286353

เฮลิคอปเตอร์ XH-40 ของเบลล์ในรุ่นตัวถัง Models 204 ใช้เครื่องยนต์ Lycoming T-53 ขนาด 850 แรงม้า เป็นผู้ได้รับเลือก มีใบพัดหลักสองกลีบ เป็นฮลิคอปเตอร์แบบแรกของกองทัพบกสหรัฐฯ ซึ่งใช้เครื่องยนต์ไอพ่น ขึ้นทดสอบบินครั้งแรกในเดือนตุลาคม 1956 พัฒนาต่อเนื่องจนเข้าสู่สายการผลิตในปี 1959 และถูกกำหนดรหัสในครั้งแรกให้เป็น HU-1 (Helicopter Utility ตามระเบียบของกองทัพบกสหรัฐ) แต่โดยทั่วไปมักคุ้นหูกันในนาม ฮิว-อี้(Huey) ซึ่งสำเนียงการออกเสียงภาษาอังกฤษพยัญชนะตัวเอช ตามด้วยเสียงสระอูของตัวยู และต่อด้วยเลขหนึ่ง(คล้ายตัวไอ) ทำให้ทหารอเมริกันอ่านออกเสียง HU-1 ด้วยความรวบรัดว่า ฮิว-อี้(Huey) ต่อมาในปี ค.ศ.1962 กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้เข้ามามีบทบาทในการกำหนดรหัสเรียกขานของอากาศยานทุกเหล่าในกองทัพ รหัสเรียกขานของฮิวอี้จึงเปลี่ยนมาเป็น UH-1 (Utility Helicopter) พร้อมรหัสเรียกขานอย่างเป็นทางการว่า Iroquois เป็นชื่อของชนเผ่าอินเดียนแดง ทางตอนเหนือในทวีปอเมริกา ซึ่งเป็นชื่อที่ไม่ค่อยคุ้นหูนัก ส่วนในทางพาณิชย์-พลเรือนมันถูกเรียกว่า Bell 204/205 แต่โดยส่วนใหญ่ยังคงนึกถึงเกียรติประวัติของมันในนาม ฮิวอี้



UH-1 ประจำการอยู่ในทั้งสี่เหล่าทัพของสหรัฐฯ มาอย่างยาวนานกว่าสี่สิบปี ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หลายเวอร์ชั่น และยังได้ถูกนำไปประจำการในกองทัพต่างๆ มากกว่าสี่สิบประเทศ ในภารกิจที่แตกต่างกัน อาทิ ภารกิจกู้ภัยช่วยเหลือในหุบเขา การลำเลียงทหาร การโจมตีเป้าหมายภาคพื้น และในสงครามปราบเรือดำน้ำ


การพัฒนาและปรับปรุงรุ่นแรก

.... ... ......Models 204 และ 205 ถือเป็นรุ่นหลัก ที่สร้างชื่อเสียงให้กับฮิวอี้ ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ เพียงเครื่องยนต์เดียว Models 204 พัฒนาต่อมาภายใต้รหัส UH-1A, B, C, E, F, K, L, M และ P Model 205 มีขนาดใหญ่กว่า ได้รับการพัฒนาต่อมาภายใต้รหัส UH-1D, H, U, V, และ X ถูกผลิตขึ้นราว 9,000 ลำ


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2757&d=1327286353




UH-1A (Bell model 204) เข้าสู่สายการผลิตในปี 1956 ติดตั้งเครื่องยนต์ Lycoming T-53 -L-1A ขนาด 850 แรงม้า มีความสามารถในการลำเลียงทหารได้ 7 นาย ได้รับการผลิตขึ้นมาจำนวน 172 ลำ


UH-1B (Bell model 204B) เข้าสู่สายการผลิตในปี 1960 ติดตั้งเครื่องยนต์ Lycoming T-53 หลายรุ่นซึ่งมีแรงม้าเพิ่มขึ้น T53-L-5 ขนาด 960 แรงม้า, T53-L-9A ขนาด1100 แรงม้า,และ T53-L-11D ขนาด 1100 แรงม้า มีความสามารถในการลำเลียงทหารได้ 9 นาย และยังได้รับการติดตั้งสายอากาศ FM เพื่อบอกทิศ มีจุดสังเกตุได้จากท่ออากาศวัดความเร็ว (pitot) ซึ่งติดตั้งไว้ที่ส่วนหน้า และยังมีหน้าต่างบานใหญ่ขึ้น มีความเร็วเดินทางประมาณ 105 ไมล์ต่อชั่วโมง (90 น็อต) ได้รับการผลิตขึ้นมาจำนวน 1,010 ลำ
UH-1C ในปีค.ศ.1965 ได้รับการปรับปรุงใบพัดหลัก มีรัศมีปฏิบัติการไกลขึ้น UH-1C ติดตั้งเครื่องยนต์ Lycoming T53-L-11D ขนาด 1100 แรงม้าได้รับการปรับปรุงใบพัดหลักแบบ "540" ซึ่งไม่มีดุมถ่วงสมดุลย์ ซึ่งใช้งานในรุ่นอื่นต่อมา UH-1C เป็นรุ่นเดียวที่มีฝาถังน้ำมันอยู่ทางด้านซ้ายของลำตัว ได้รับการผลิตขึ้นมาจำนวน 776 ลำ


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2758&d=1327286353


UH-1D ติดตั้งเครื่องยนต์ Lycoming T53-L-13 ขนาด 1400 แรงม้า มีโครงสร้างลำตัวที่ใหญ่ขึ้น (Model 205) สังเกตุได้จากประตูใหญ่ขึ้น บานหน้าต่างแบบคู่ ได้รับการผลิตขึ้นเพื่อกองทัพบกสหรัฐฯจำนวน 2008 เครื่อง ตั้งแต่ปี 1967 มีความเร็วสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 110 น๊อต รัศมีทำการ 293 ไมล์
UH-1E ปรับปรุงมาจาก UH-1B เพื่อให้เหมาะสมกับการปฏิบัติการของหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ (Marine Corps). ได้รับการผลิตขึ้นมาจำนวน 209 ลำ


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2759&d=1327286414


UH-1F ปรับปรุงมาจาก UH-1B เพื่อให้เหมาะสมกับทอ.สหรัฐฯ (USAF) กำหนดรหัสให้เป็น H-48 ติดตั้งเครื่องยนต์ของ General Electric T58-GE-3 ขนาด 1,325 แรงม้า เนื่องจากขณะนั้น ทอ.สหรัฐฯมีเครื่องยนต์ของ (GE) ค้างอยู่ในระบบส่งกำลังบำรุงเป็นจำนวนมาก และได้เปลี่ยนไปใช้ใบพัดหลักความยาว 48 ฟุต ลำตัวส่วนหาง (Tailboom) นำมาจากรุ่น D ได้รับการผลิตขึ้นมาจำนวน 119 เครื่องระหว่างปี 1964 ถึง 1967


UH-1M ถูกผลิตขึ้นมาในจำนวนไม่มากนัก พัฒนาต่อมาจากรุ่น UH-1C ติดตั้งเครื่องยนต์ T53-L-13B ขนาด 1400 แรงม้า เพื่อใช้ในสงครามเวียดนาม อุปกรณ์สำคัญของ UH-1M คือ INFANT (Iroquois Night Fighter and Night Tracker) เพื่อการปฏิบัติการกลางคืน


UH-1H ออกจากสายการผลิตในเดือน ก.ย.1967 พัฒนาต่อมาจากรุ่น UH-1D ติดตั้งเครื่องยนต์ T53-L-13 ขนาด 1400 แรงม้า เป็นรุ่นที่สร้างความเกรียงไกรให้แก่ฮิวอี้ อย่างที่ไม่อาจปฏิเสธได้ อยู่ในสายการผลิตอย่างยาวนานระหว่างปี ค.ศ.1967 ถึง 1982 ด้วยจำนวนการผลิตกว่า 5000 ลำ มีใช้งานอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก การปรับปรุงพัฒนาฮิวอี้ มาจนถึงรุ่น H สังเกตได้ว่า เป็นรุ่นราวคราวเดียวกับการพัฒนาเครื่องบิน C-130H โดยบังเอิญ เช่นเดียวกัน มีความสามารถบรรทุกทหารได้ 13 นาย หรืออาจเปลี่ยนเป็นเปลพยาบาลได้ 6 เปลพร้อมแพทย์ 1 คน หรือรองรับยุทโธปกรณ์ได้ 1,800 ก.ก.


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2760&d=1327286414




การเร่งผลิตเฮลิคอปเตอร์แบบ UH-1 ออกจากโรงงานในช่วงระหว่างสงครามเวียดนาม จากอัตรา 3 ลำต่อเดือนในปีค.ศ.1963 เพิ่มขึ้นมาเป็น 160 ลำต่อเดือนในปีค.ศ.1967 และกลับไปอยู่ที่ระดับ 10 ลำต่อเดือน ในปี ค.ศ.1973 UH-1 ทั้งหมดถูกผลิตขึ้นมาราว 16,000 ลำ


สงครามเวียดนามถูกนิยามให้เป็นสงครามครั้งแรกของเฮลิคอปเตอร์
ในสงครามเวียดนาม มีอาวุธหลายแบบ อากาศยานหลายประเภทที่ใช้ในการประหัตประหาญ แต่รูปภาพเฮลิคอปเตอร์แบบ UH-1 ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งสงครามเวียดนาม เหนืออาวุธชนิดอื่นที่ใช้ในการสงครามครั้งนั้น


..........กองทัพสหรัฐฯได้ให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่เวียดนามฝ่ายใต้อย่างมหาศาล ในจำนวนนั้นเป็นเฮลิคอปเตอร์แบบ UH-1 จำนวน 600 ลำ และยังส่งให้ประเทศเขมรอย่างน้อย 46 ลำ ค.ศ. 1975 หลังสงครามสิ้นสุดลง เวียดนามเหนือได้นำ UH-1 ที่ยึดได้ไปใช้งานต่อจนหมดอายุ และจอดทิ้งไว้ ต่อมาในปีค.ศ.2007 ได้ซ่อมคืนสภาพใช้งานต่อได้อีก 15 ลำ



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2761&d=1327286414
http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2762&d=1327286414

ภาพฮิวอี้ของกองทัพเวียดนามใต้หลังจากรับผู้อพยพ ขึ้นมาบนเรือบรรทุกเครื่องบินแล้ว ต้องถูกผลักทิ้งลงทะเล เพื่อให้มีที่ว่างพอ สำหรับลำต่อไปที่จะร่อนลง



.......ในปีค.ศ. 1995 กองทัพสหรัฐฯ มี UH-1 ประจำการคงอยู่ราว 1000 ลำ เคยมีแผนที่จะปรับปรุง ให้ใช้งานได้ต่อไปจนถึง ปีค.ศ. 2015 แต่ผลจากการปรับปรุงโครงสร้างกองทัพในช่วงต้นปีค.ศ. 2000 ทำให้จำนวนของ UH-1 มีสภาพความพร้อมรบลดลงเหลือเพียง 200 ลำ พร้อมกับการเข้ามาแทนที่ของ ฮ.Black Hawk ลำใหม่ ต่อมาในปีค.ศ.2004 คงมี UH-1 เหลือบินอยู่ได้เพียง 150 ลำ


ห้องนักบินและระวางบรรทุก
........ขออธิบายถึงห้องนักบินและระวางบรรทุก ไปพร้อมๆกัน เพราะภายในเปลือกโลหะบินได้ลำนี้ ได้รวมเอาชีวิตจิตวิญญาณของนักบิน-ลูกเรือ และทหารในแนวหน้าไว้ด้วยกัน UH-1 ถูกออกแบบมาให้สามารถบินด้วยนักบินเพียงคนเดียว แต่ภายในห้องนักบินคงจัดเป็นแบบสองที่นั่งเคียงกัน เพื่อความมั่นใจในการปฏิบัติภารกิจที่เสี่ยงภัย แต่แตกต่างจากเครื่องบินส่วนใหญ่ โดยที่นักบินที่1 นั่งทางขวา และนักบินที่ 2 นั่งทางซ้าย โดยทางเทคนิคแล้วไม่จำเป็นต้องมีช่างอากาศไปด้วย แต่ในการปฏิบัติภารกิจ ยังต้องมี เจ้าหน้าที่ PJ (PJ:Pararescue Jumper) และ GUNNER คอยระวังหลังให้

พื้นห้องนักบินเป็นระนาบเดียวกับระวางบรรทุก เลือดของนักบินและเพื่อนทหารสามารถไหลมารวมกันได้ โดยไม่มีผนังกั้นระหว่างห้องนักบินและระวางบรรทุก
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในระวางบรรทุก นักบินสามารถรับรู้ได้ทันที

เสียงร้องจากความเจ็บปวดของทหารบาดเจ็บ ซึ่งนอนราบบนพื้นระวางบรรทุกแบบไม่มีพรม
ระคนกับเสียงใบพัดถูกส่งตรงเข้าโสดสัมผัสของนักบินโดยตรง
ความเจ็บปวดของเพื่อนทหารคนหนึ่ง จึงเหมือนเกิดขึ้นกับทุกคนบน UH-1 ราวกับเป็นคนๆเดียวกัน


ใจของพวกเขาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว


.......ประตูห้องระวางบรรทุกของ UH-1 เป็นแบบลางเลื่อน ผลักไปได้ทางด้านท้าย สามารถเปิดได้ทั้งสองข้างพร้อมกัน อุปกรณ์พิเศษที่ได้รับการติดตั้งในระวางบรรทุกปรับเปลี่ยนได้หลายแบบ อาจจะเป็นรอกกว้าน เพื่อดึงตัวผู้รอรับการช่วยเหลือขึ้นมาจากพื้น หรืออาจจะเป็นแท่นปืนกล สำหรับพีเจ และกันเนอร์ ลูกเรือผู้เสี่ยงชีวิตร่วมกับนักบิน


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2763&d=1327286414


พีเจ (PJ:Pararescue Jumper) ทหารหน่วยนี้มีความสามารถทางการปฐมพยาบาลเป็นหลัก แต่ด้วยความซับซ้อนของภารกิจกู้ภัยในพื้นที่การรบ ขีดความสามารถของ PJ จึงพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ เช่น การกระโดดร่ม การโรยตัวด้วยเชือก ต่อมาขอบเขตการปฏิบัติการครอบคุมถึงการเข้าชิงตัวประกัน กองทัพอากาศไทยต้องเลือกเอาว่า จะนำทหารเหล่าพยาบาลมาเป็นนักฆ่ามืออาชีพ หรือฝึกให้นักฆ่ามีความสามารถทางการพยาบาล นักรบหน่วยนี้เป็นหน่วยรบพิเศษของกองทัพอากาศ “คอมแมนโด” มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "เจ้าหน้าที่โดดร่มและกู้ภัย" ซึ่งมีความสามารถรอบตัว ไม่ผิดนักถ้าจะกล่าวว่า ในการปฏิบัติภารกิจครั้งเดียว


นิ้วชี้ของPJ มีไว้เหนี่ยวไกปืน นิ้วหัวแม่มือมีไว้ดันเข็มชี้ยา
นักรบหน่วยนี้ มีความสำคัญต่อการปฏิบัติการค้นหาช่วยชีวิต ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านักบิน


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2764&d=1327286452



กันเนอร์(GUNNER) ตำแหน่งพลปืนประจำเฮลิคอปเตอร์นับว่ามีความสำคัญในการสู้รบมาก เพราะสามารถทำให้ทิศทางการยิงของปืน เป็นอิสระจากทิศทางการบินของเฮลิคอปเตอร์ โดยสามารถที่จะยิงไปยังเป้าหมายเดิมได้ในขณะที่เฮลิคอปเตอร์เคลื่อนที่ต่อไป หรือในขณะที่เฮลิคอปเตอร์ลอยตัวอยู่กับที่ ยังสามารถเปลี่ยนเป้าหมาย ยิงไปยังข้าศึกที่กำลังเคลื่อนที่อยู่ได้ ซึ่งลักษณะเช่นนี้เครื่องบินไม่อาจทำได้ ในการสนับสนุนการโจมตีทางอากาศโดยใกล้ชิด จำเป็นต้องใช้ความแม่นยำในการยิงอย่างสูง เพราะอาจพลาดไปโดนฝ่ายเดียวกันได้ง่าย พลปืนประจำเฮลิคอปเตอร์ จึงมีความสำคัญอย่างมาก เป็นตำแหน่ง/หน้าที่สำคัญ ที่เด็กหนุ่มหมายปองกันเข้ามาเหนี่ยวไกปืน ซึ่งมีอำนาจการยิงนับพันนัดต่อนาที


... .....
..เฮลิคอปเตอร์บินช้าลำนี้ ได้หลอมรวมจิตใจวีรบุรุษหลายคน เข้าด้วยกัน ในการปฏิบัติภารกิจเพียงครั้งหนึ่ง ซึ่งเครื่องบินขับไล่ไอพ่นความเร็วสูงที่นั่งเดี่ยว ไม่อาจทำได้


ระบบทางเทคนิค
ได้ทำความรู้จักกับ ระบบทางเทคนิคฮิวอี้ ไว้บ้าง แต่ขอเว้นที่จะกล่าวถึงไว้ก่อน
....หากท่านใดที่รู้จักระบบต่างๆของฮิวอี้อย่างลึกซึ้ง จะช่วยเขียนแล้วส่งมาให้ ก็ขอเรียนเชิญ ด้วยความยินดี
เครื่องยนต์
เครื่องยนต์ไอพ่นของ Lycoming T53 คู่บารมีของฮิวอี้ เพราะการปรับปรุงในแต่ละรุ่น ความเปลี่ยนแปลงหลักที่เกิดขึ้นคือ การเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้มีกำลังสูงขึ้น ทำให้มีกำลังสำรอง เผื่อไว้ในกรณีใช้งานในสภาพอากาศร้อนและในภูมิประเทศที่เป็นเขาสูง ปัจจัยอีกประการหนึ่ง ที่ทำให้กำลังเครื่องยนต์ลดลงคือ ความชื้นของอากาศ ซึ่งภูมิอากาศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในบางรุ่นได้หันไปติดตั้งเครื่องยนต์ของบริษัท Pratt & Whitney แต่ได้ก็หันกลับมาใช้ T53 - L – 703 อีกในการปรับปรุงสภาพรุ่นสุด Huey II


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2765&d=1327286452

เครื่องยนต์ Lycoming T53 เป็นเครื่องยนต์ไอพ่นเทอร์โบชาฟท์ขนาดเล็ก มีแกนเพลาเทอร์ไบน์สองเพลาแยกจากกันเป็นอิสระ ชุดอัดอากาศเป็นแบบผสม ระหว่างให้อากาศไหลรอบแกน 5 ชั้น และแบบหมุนวน 1 ชั้น ให้อัตราแรงอัด 7.2:1 ห้องเผาไหม้แบบย้อนกลับมีหัวฉีดถึง 22 ชุด


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2780&d=1327286575





ระบบใบพัด
……….. >>> >………..
ระบบใบพัดของฮิวอี้เป็นเรื่องที่น่าเรียนรู้อย่างมาก แต่ขอเว้นที่จะกล่าวถึงระบบใบพัดไว้อีก
หากท่านใดที่รู้จักระบบต่างๆของฮิวอี้อย่างลึกซึ้ง จะช่วยส่งมาให้ ก็ขอเรียนเชิญ ด้วยความยินดี

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2766&d=1327286452
การติดตั้งอาวุธ
ฮิวอี้สามารถติดตั้งอาวุธได้หลายชนิด หลายระบบ ตั้งแต่รุ่นแรกที่เริ่มผลิตออกมา มันสามารถติดอาวุธได้รอบตัว ซึ่งสามารถควบคุมการยิงได้จากทั้งนักบิน และกันเนอร์ ยุทโธปกรณ์ที่สำคัญได้แก่

ปืนกล M-60 ขนาด 7.62 มิลลิเมตร ด้วยอัตรายิง 550 นัดต่อนาที เป็นอาวุธสำคัญของพลปืน
ปืนกล M134 มินิกัน 2 กระบอก เป็นปืนกลลำกล้องหมุน ด้วยอัตรายิง2000-4000 นัดต่อนาที ทำให้ฮิวอี้มีฉายานามว่า ป้อมบิน GUNSHIP


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2756&d=1327286353

ระบบจรวดไฮดร้า 70 มม. หรือ 2.75 นิ้ว เป็นจรวดแบบไม่มีระบบนำวิถี สามารถเปลี่ยนหัวรบได้สองขนาด 10 หรือ 17 ปอนด์ บรรจุอยู่ในกระเปาะได้หลายขนาดคือ 7,19 หรือ 24 นัด
BGM-71 "TOW (Tube-launched, Optically-tracked, Wire-guided)" ระบบจรวดโทว์ สำหรับใช้ในเป้าหมายที่มีความสำคัญ หรือมีเกราะกำบังแน่นหนา เป็นจรวดแบบมีระบบนำวิถีเข้าสู่เป้าหมาย


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2767&d=1327286452

หรือแม้แต่ระเบิดนาปลาม !!!!!



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2768&d=1327286452
การติดตั้งอาวุธให้กับฮิวอี้
ในการปฏิบัติการส่งทางอากาศ ต้องการเฮลิคอปเตอร์สองบทบาทคือ ทำหน้าที่เป็น ฮ.ลำเลียง และ ฮ.คุ้มกัน เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงซึ่งมีน้ำหนักมาก มีพื้นที่ระวางบรรทุกเหลืออยู่ไม่มาก ได้รับการติดตั้งปืนกล M60 ไว้ด้านข้างของประตูเรียกว่า “สลิก”(Slick) เป็นเฮลิคอปเตอร์ที่ร่อนลงพื้น เพื่อรับ-ส่งคนหรือยุทโธปกรณ์ ขณะที่ ฮ.คุ้มกันบินวนอยู่ด้านบนเรียกว่า “กันชิป”(Gunship) ซึ่งมีน้ำหนักเบา ติดตั้งอาวุธได้หลายแบบและในอัตรากระสุนที่มากกว่า ทำหน้าที่ยิงคุ้มกัน ซึ่งอาจเป็นการยิงเบิกทางก่อนที่ฮ.สลิก จะร่อนลง และคอยยิงกดดันข้าศึกไม่ให้โจมตีไล่หลัง นักบินมักจะไม่จำกัดตัวเองว่าต้องทำหน้าที่ใด จำนวนไม่น้อยเป็นสลิกสลับกับกันชิปขึ้นบินในภารกิจที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้เลือก


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2769&d=1327286494

วีรกรรมสำคัญ
คนอเมริกันเรียกสงครามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงปีค.ศ.1962-1975 (พ.ศ.2505-2518) ว่าเป็น สงครามเวียดนาม แต่คนเวียดนามกลับเรียกสงครามเดียวกันครั้งนั้นว่า สงครามอเมริกัน ทหารอเมริกันใช้มันเพื่อ

ลำเลียงทหารและยุทโธปกรณ์เข้าสู่พื้นที่การรบ Slick
สนับสนุนการโจมตีทางอากาศโดยใกล้ชิด Gunship
นำทหารที่ได้รับบาดเจ็บออกมารักษาตัว Dust Offs
การลาดตะเวณหาข่าว รีดข่าว
ปฏิบัติการจิตวิทยา

ยุทธภูมิแม่น้ำดรัง
หนึ่งในสงครามครั้งสำคัญ ระหว่างทหารอเมริกันกับทหารเวียดนาม อุบัติขึ้นบริเวณทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 14-18 พ.ย.1965 (พ.ศ.2508) การสู้รบครั้งนี้เป็นที่มาของชื่อ ยุทธภูมิแม่น้ำดรัง ซึ่งซอกซอนไหลผ่านกลางหุบเขา Plei Me เป็นการปฏิบัติการยุทธส่งทางอากาศของทหารอเมริกัน โดยใช้เฮลิคอปเตอร์UH-1 นำกำลังทหารเข้าสู่สนามรบ โดยหารู้ไม่ว่า ภูมิประเทศอันสลับซับซ้อนนั้น เต็มไปด้วยทหารเวียดนาม ซึ่งรอคอยการมาของกองทหารอเมริกันอย่างกระหายเลือด ความเป็นชาตินักรบของทั้งสองฝ่าย ได้ทำให้แม่น้ำสายนี้กลายเป็นลุ่มน้ำเลือด ความห้าวหาญ ของยุทธภูมิแห่งนี้ได้ถูกนำมาเชิดชูด้วยการสร้างเป็นภาพยนต์ในชื่อเรื่อง We Were Soldiers (http://www.thaic-130.net/forums/showthread.php?t=1207) ก่อนเข้าสู่สนามรบมียุทธพจน์อันน่าจดจำความว่า



เมื่อเราได้มาอยู่หน่วยรบเดียวกัน ไม่ว่าเราจะเป็นใคร มาจากไหน นับถือศาสนาใด
เมื่อเราเดินตามกัน เราจะระวังหลังให้กัน
เมื่อเราเดินเคียงกัน เราจะระวังข้างให้กัน
เราจะนำคนทุกคนกลับบ้านให้ได้ เราจะไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง แม้ว่าร่างนั้นจะมีหรือไม่มีลมหายใจ ก็ตาม
ข้าพเจ้าจะเป็นคนแรกที่ก้าวเท้าลงบนสนามรบ และเป็นคนสุดท้ายที่จะละเท้าออกจากสนามรบ

หากปราศจากฮิวอี้แล้ว ผู้นำหน่วยทหาร จะกล่าว ยุทธพจน์ นี้ให้ใครฟัง
การรบในยุทธภูมิแม่น้ำดรัง มีการสูญเสียทหารสหรัฐฯ 234 นาย บาดเจ็บ 242 นาย เพียงวันที่ 17 พ.ย. วันเดียวกองทัพสหรัฐฯสูญเสียทหาร 155 นาย บาดเจ็บ 126 นาย นับเป็นการสูญเสียทหารมากที่สุดในวันเดียว ตลอดสงครามเวียดนาม คาดว่าทหารเวียดนามเหนือเสียชีวิตราวหนึ่งพันนาย
ตลอดสงครามเวียดนาม มีนักบินฮิวอี้ เสียชีวิต 2,202 นาย


..... .. .... ...จำนวนการสูญเสียเฮลิคอปเตอร์ทุกแบบในระหว่างสงครามเวียดนามมีสูงถึง 4,869 ลำ ในจำนวนนั้นเป็นฮิวอี้รวมอยู่ด้วย 2,591 ลำ เป็นการสูญเสีย ในการปฏิบัติการทางยุทธวิธีโดยตรงจำนวน 1,211 ลำ และสูญเสียเนื่องจากอุบัติเหตุระหว่างการปฏิบัติการจำนวน 1,380 ลำ จากข้อมูลสถิติแสดงให้เห็นว่า เฮลิคอปเตอร์แบบ UH-1 มีความอยู่รอดสูง ด้วยอัตราการสูญเสียต่ำเพียง 1 :8,000 เที่ยวบิน สาเหตุสำคัญของการสูญเสีย ส่วนใหญ่มาจากการใช้งานหนักเกินไป มิใช่เพราะจากความเปราะบางของมัน ผลต่อเนื่องจากการใช้งานหนักเกินไป ทำให้นักบินและลูกเรืออ่อนล้า จนนำไปสู่อุบัติเหตุ



วีรกรรมสำคัญของไทย
หลังจากที่ UH-1 ได้เข้าประจำการในกองทัพบกไทย นายทหารผู้ใหญ่สมัยก่อน มีดำริที่จะจัดตั้งหน่วย ทหารม้าอากาศ (Air cavalry) มันเป็นความฝันของกองทัพบกมานานแสนนาน ทหารบกเรียกการรบแบบนี้ว่า การยุทธเคลื่อนที่ทางอากาศ เป็นการบภายใต้สภาพพิเศษ การเคลื่อนทัพในลักษณะนี้ จะใช้เฮลิคอปเตอร์หลายสิบลำในการปฏิบัติการ เพื่อเคลื่อนย้ายกำลังทหารราบ รถถัง ปืนใหญ่ ยุทโธปกรณ์และเสบียงต่างๆ โดยทางอากาศ ให้ได้ในคราวเดียว เรื่องงบประมาณ เป็นเพียงข้อจำกัด แต่เรื่องที่ทหารบกรู้ว่าเป็น อุปสรรคสำคัญคือ การรวมทหารราบ ม้า ปืน เข้าด้วยกันเป็นหน่วยเดียวภายใต้ผู้บังคับบัญชาคนเดียวนั้น ยากยิ่งกว่า แต่อย่างไรก็ตามในปีพ.ศ. 2540 ความฝันได้กลายมาเป็นความจริงแบบครึ่งๆ กลางๆ ในรูปแบบ หน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว RDF ซึ่งก่อนหน้านั้น UH-1 และทหารไทยได้สร้างวีรกรรม อันน่ายกย่องไว้แล้ว


[/FONT]

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2770&d=1327286494

วันการบินทหารบก
เมื่อ 14 มิ.ย.พ.ศ. 2512 ร.ท.ชูชาติ วณีสอน นักบินที่ 1 และ พ.ต.อ.รัตน์ พรหมโมบล นักบินที่ 2 ได้นำ UH-1 พร้อมด้วยพลประจำปืน 2 นาย ออกปฏิบัติการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุง และการส่งกลับสายแพทย์ให้กับ ผส.7 ร.พัน.3 ณ ฐานปฏิบัติการบริเวณบ้านผาแลเหนือ พิกัด พี.ซี. 482028 อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ทหารในฐานปฏิบัติการดังกล่าวถูก ผกค. จำนวนมากทำการโอบล้อม และเข้าโจมตีหลายครั้งหน่วยเหนือยังไม่สามารถจะส่งกำลังเข้าไปช่วยเหลือได้ ทำให้ทหารถูกกระสุนปืนข้าศึกได้รับบาดเจ็บ และขาดแคลนอุปกรณ์ในการดำรงชีพ โดยเฉพาะกระสุนปืนที่จะยิงต่อสู้กับข้าศึกจน ผกค. เกือบจะเข้ายึดฐาน อยู่แล้ว ร.ท.ชูชาติฯ ได้นำ UH-1 และเจ้าหน้าที่ประจำดังกล่าว ลำเลียงกระสุนปืนมุ่งหน้าสู่ฐานปฏิบัติการดังกล่าว ซึ่งสภาพของฐานฯ ในขณะนั้นเต็มไปด้วยทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบกำลังส่งเสียงร้องครวญครางรอคอยความช่วยเหลือ เมื่อฐานฯกำลังจะละลาย เพราะขาดกระสุนปืนที่จะใช้ยิงต่อสู้กับข้าศึก ทหารส่วนใหญ่ไม่สามารถจะเคลื่อนที่ออกจากที่กำลังได้ เนื่องจากถูกข้าศึกที่มีกำลังพลและอาวุธเหนือกว่าระดมยิงเข้าใส่ทุกทิศทางอย่างหนาแน่น ร.ท.ชูชาติฯ ได้ตัดสินใจเสี่ยงชีวิตนำ UH-1 ฝ่าห่ากระสุนปืนของข้าศึกร่อนลงสู่พื้นที่ว่างซึ่งมีอยู่เพียงแห่งเดียวในฐานฯ อย่างรวดเร็ว เมื่อ UH-1 ลงถึงพื้น ทหารส่วนหนึ่งได้วิ่งฝ่าห่ากระสุนไปขนหีบกระสุนปืนลงจาก UH-1 อย่างทุลักทุเล ขณะที่อีกส่วนหนึ่งนำทหารบาดเจ็บลำเลียงไปขึ้น UH-1 ผกค.ได้ถือโอกาสนั้นระดมยิงไปยัง UH-1 อย่างหนาแน่นกระสุนปืนถูก UH-1 ทะลุพรุนทั่วทั้งลำ และ 2 นัดในจำนวนนั้นพุ่งเข้าสู่ร่างของ ร.ท.ชูชาติฯ ในขณะที่มือกำลังกุมคันบังคับคอยจ้องดูการลำเลียงทหารบาดเจ็บขึ้น UH-1 และพร้อมที่จะวิ่งขึ้นทุกขณะเมื่อการบรรทุกคนเจ็บเสร็จเรียบร้อย นัดที่ 1 ถูกที่แขนขวาทะลุลูกกระสุนตัดเส้นโลหิตใหญ่เฉียดกระดูกแขนท่อนล่างไปไม่ถึงเซนติเมตรโลหิตทะลักสาดทั่วห้องนักบิน เมื่อเห็นว่า ทหารบาดเจ็บถูกนำขึ้น UH-1 เรียบร้อยแล้ว ร.ท.ชูชาติฯ ก็ตัดสินใจนำ UH-1 วิ่งขึ้นทันทีโดยมิได้คำนึงถึงความเจ็บปวดจากบาดแผลเลยขณะที่ UH-1 กำลังลอยตัวพ้นพื้นนัดที่ 2 ก็พุ่งเข้าสู่ราวนมด้านซ้ายฉีกกล้ามเนื้อหัวใจทะลุออกทางด้านหลัง โลหิตไหลอาบนองตักและที่นั่ง ร.ท.ชูชาติฯ รู้ตัวว่าถูกกระสุนปืนข้าศึกที่หน้าอก ก็กัดฟันต่อสู้กับความเจ็บปวด พยายามบังคับ UH-1 บินขึ้นสู่อากาศหลบหลีกวิถีกระสุนของข้าศึกที่รุมกินโต๊ะอย่างบ้าคลั่ง มุ่งกลับที่ตั้งหน่วยทันที แม้บาดแผลที่ได้รับจะสาหัสเพียงใด ร.ท.ชูชาติฯ ก็ใช้ความเข้มแข็งและทรหดอดทนเยี่ยงชายชาติทหาร ด้วยวิญญาณที่สำนึกในความรับผิดชอบนำ UH-1 คู่ชีพซึ่งถูกกระสุนข้าศึกพรุนทั้งลำกลับไปลง ณ ที่ตั้งหน่วยได้อย่างเรียบร้อย แต่เนื่องจากบาดแผลที่ราวนมด้านซ้ายฉกรรจ์มากถึงกับกล้ามเนื้อหัวใจทะลุ พอ UH-1 ร่อนลงแตะพื้นเรียบร้อย ร.ท.ชูชาติฯ ก็สิ้นลมหายใจบนที่นั่งนักบิน ไม่มีโอกาสได้ดับเครื่องยนต์ตามปกติ พ.ต.อ.รัตน์ฯ นักบินที่ 2 ได้ให้การช่วยเหลือในการบินตลอดเวลา และได้ช่วยประคองร่างไร้วิญญาณของ ร.ท.ชูชาติฯ ออกจากที่นั่งนักบินเพื่อส่งโรงพยาบาลต่อไป ร.ท.ชูชาติฯ ได้เคยปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงชีวิต เพื่อช่วยเหลือหน่วยทหารภาคพื้นดินเช่นนี้มาก่อนหลายครั้งแล้ว แต่ละครั้งแทบจะเอาชีวิตไม่รอด ซึ่งทหารภาคพื้นดินต่างก็ได้รับความปลอดภัย และสำเร็จภารกิจจากการเสี่ยงชีวิตของร.ท.ชูชาติฯ ทุกครั้ง นับว่าทหารเหล่านั้นเป็นหนี้บุญคุณนักบิน ทบ.ผู้นี้อย่างประมาณค่ามิได้ การเสียสละชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรีแห่งชายชาติทหารของ ร.ท.ชูชาติฯ ครั้งนี้นับเป็นเกียรติประวัติแก่การบินทหารบกอย่างยิ่ง จึงได้รับการพิจารณาความดีความชอบและได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญ เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล และเป็นอนุสรณ์เตือนความทรงจำของเจ้าหน้าที่การบินทหารบกทุกคน ในอันที่จะยึดถือเป็นแบบอย่างที่ดีสืบไป ชาวการบินทหารบกจึงได้ลงความเห็นร่วมกันกำหนดเอาวันสำคัญแห่งวีรกรรมของร.ท.ชูชาติ วณีสอน คือ วันที่ 14 มิถุนายนเป็น วันการบินทหารบก
คัดย่อจาก http://www.rta.mi.th/61500u/aviation%20today.htm (http://www.rta.mi.th/61500u/aviation%20today.htm)

ยุทธการผาเมืองเผด็จศึก 2525
ยุทธการผาเมืองเผด็จศึก อุบัติขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 เป็นปฏิบัติการของกองทัพภาคที่ 3 ต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์บริเวณเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2771&d=1327286494

บอกเล่าเรื่องราวความกล้าหาญและวีรกรรมของทหารอาชีพในสมัยนั้น ที่ต่อสู้เพื่อปกป้องชาติโดยแท้จริง ในยุคสมัยที่ความแตกแยกของคนไทยลุกลามถึงขั้นต้องจับอาวุธขึ้นมาต่อสู้กัน เป็นวันที่ประกาศสงครามกับกองกำลังผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา คัดย่อต่อมาความว่า...
นักบินบังคับเครื่องวนอยู่สักอึดใจก็นำเครื่องลดระดับลงต่ำ พลปืนกลทั้งซ้ายขวายิงกราดนำไปก่อน เพื่อเป็นการเคลียร์พื้นที่ ที่หมายเป็นป่าอ้อสูงท่วมหัวปะปนกับไม้รวกหนาทึบมีที่ว่างอยู่นิดหน่อย.....พอถึงที่หมาย นักบินบังคับเครื่องให้ลอยนิ่งอยู่ในระยะ 15 ฟุต เหนือพื้นดิน พลปืนบนเครื่องสอดสายตามองหาเป้าหมายที่เป็น พวกแม้วแดง ที่อาจจะแอบซ่อนอยู่ในดงไม้เพื่อหาโอกาสสอย ฮ. ที่กำลังลอยตัวเพื่อส่งทหารลงที่หมาย ซึ่งเกือบจะเป็นเป้านิ่งเลยทีเดียว
“โดด...”
สิ้นเสียงผู้บังคับหมู่สั่ง.... ทหารทั้งหมดต่างโดดออกจากประตูเครื่องทั้งสองข้าง เสียงอีลุ่บตุ้บตั้บ บางคนลงในป่าอ้อ บางคนลงไปในกอไม้รวกเสียงสวบสาบ พอทหารกระโดดลงหมดแล้ว ฮ. ยกตัวขึ้น ไอ้แม้วไม่รู้ว่าซ่อนอยู่ตรงไหน ซัดด้วยอาร์ก้าหรือ เซกาเซ่ก็ไม่ทราบ......
“เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง.........”
มายังกับห่าฝน กระทบตัวเครื่องทั้งซ้ายขวาดังโป๊กเป็ก มือไวทันคิด พลปืนเอ็ม-60 ทั้งสองข้างซัดตอบโต้ลงไปเสียงสนั่นหวั่นไหว นักบินดึงเครื่องพุ่งปราดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ฮท.1 (กันชิพ) เครื่องหนึ่งจิกหัวตรงรี่ลงมาเกือบเรี่ยติดดิน หวดซ้ำด้วยปืน มินิกันเป็นแนวยาวไปตลอด กระสุนส่องวิถีแดงวูบวาบลงไปในแนวป่า
ฝ่ายทหารพยายามที่จะรบหน่วงเวลาเพื่อให้กำลังส่วนหนึ่งถอนตัวออกจากพื้นที่ และต้องการจะหลอกล่อให้ ผกค. ติดตามออกสู่ที่โล่งเพื่อจะได้ซัดกันให้ถนัดมือ เพราะบนฟ้ามี ฮท.1 (กันชิพ) บินวนคอยทีอยู่แล้ว แต่ที่ยังไม่ลงมือ เพราะอยู่ในระหว่างลูกติดพัน
………………
ติดตาม อ่านต่อได้ในhttp://www.bloggang.com/mainblog.php?id=skyman&month=04-05-2007&group=2&gblog=27 (http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=skyman&month=04-05-2007&group=2&gblog=27)



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2772&d=1327286494
เป็นประวัติศาสตร์ของกองทัพไทย ที่ต้องจารึกเอาไว้ให้คนไทยรุ่นต่อมาได้จดจำ กองพลทหารราบที่ 4 ได้ไปสร้างเกียรติประวัติฝากไว้ในแผ่นดิน นับเป็นการใช้ ฮ.UH-1 เคลื่อนกำลังพลเข้าสู่พื้นที่การรบ เป็นจำนวนมากที่สุด บทความเขียนขึ้นโดยพันเอก สมจริง สหเสนี นำมาโพสเผยแพรที่เว็บ thaifighterclub.com

การเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์
เพราะความเชื่อที่ว่า ความก้าวหน้าในการเป็นใหญ่ในกองทัพอากาศ ต้องมาจากการเป็นนักบินขับไล่เท่านั้น ทำให้ศิษย์การบินของกองทัพอากาศ เมื่อใกล้จะสำเร็จเป็นนักบินประจำกอง จึงมักเลือกมาเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ ในความต้องการลำดับท้ายๆ ซึ่งคล้ายกับว่า นักบินฝีมือดีหนีไปบินเครื่องบินขับไล่กันหมดแล้ว ซึ่งก็เป็นความเชื่อที่ผิดซ้ำสองอีก
หลายครั้งซึ่งผู้เขียน ในฐานะนักบินตรวจสอบมาตรฐานของกองทัพอากาศ เคยมีโอกาสได้สัมผัสกับเครื่องบินหลายแบบในเวลาไม่ห่างกันนัก จึงพอจะจำแนกความแตกต่างกันของเครื่องบิน นักบิน และลูกเรือในแต่ละฝูงบินได้ ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสติดตามดูการบินลงบนยอดเขา ในพื้นที่แคบๆ ของเฮลิคอปเตอร์ จึงได้ประจักษ์ด้วยตนเองว่า ฝีมือนักบินเฮลิคอปเตอร์นั้น ไม่ธรรมดา ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านักบินประเภทใดๆ เพียงแต่ภารกิจที่พวกเขาได้ปฏิบัตินั้น ห่างไกลจากการรับรู้ของผู้บังคับบัญชา แต่กลับอยู่ในใจของทหารในแนวหน้า หรือพี่น้องไทยในชนบท
อีกครั้งในระหว่างการแข่งขันการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธีประจำปีพ.ศ.2545 ผู้เขียนได้รับมอบหมายให้เป็นกรรมการ ในการแข่งขันการค้นหาและช่วยชีวิตนักบิน(Combat SAR) ซึ่งมีทีมจาก ฮ.4 ของฝูงบิน 201 และ ฮ.6 ของฝูงบิน 203 ส่งเข้าแข่งขันฝูงบินละสองทีม ภาพโดยรวมเป็นความประทับใจอย่างมาก ในการทำหน้าที่ของนักบินและลูกเรือทั้งสองฝูงบิน นักบินเฮลิคอปเตอร์สามารถค้นหาตำแหน่งของผู้รอรับการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ จนท.พีเจสามารถทำหน้าที่ปฐมพยาบาล นักบินซึ่งบาดเจ็บได้เป็นอย่างดี ทั้งๆที่สภาพเฮลิคอปเตอร์ และอุปกรณ์มีอยู่อย่างจำกัด
จากเหตุการณ์ทั้งสองแสดงให้เห็นว่า การเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์มิได้ด้อยไปกว่านักบินประเภทอื่นใด อีกด้านหนึ่งในกองทัพบก การเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ คือเป้าหมายหลักของศิษย์การบินกองทัพบก เพราะนั่นทำให้ลูกผู้ชายได้เข้าสู่สนามรบจริง ทำให้พวกเขามีโอกาสได้บิน ฮ.Black Hawk อีกหนึ่งตำนานของเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งกำลังรอการสานต่อ
เขาบอกว่านักบินทหารบกที่ปัจจุบันอายุเกิน 50 ปี ล้วนเคยผ่านศึกสงคราม ผ่านยุทธการกับทหารฝ่ายตรงข้ามมาทั้งนั้น ในพื้นที่สกลนคร เชียงราย น่าน สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ถือว่าหนักมาก ไม่มีใครไม่เคยบินฮิวอี้ และฮิวอี้เป็นเฮลิคอปเตอร์ที่สูญเสียมากที่สุด (หนังสือสารคดี)
“นักบินจึงไม่มี ฮ. ประจำตัว ไม่มี ฮ. คู่ชีพ พวกเขาถือว่าทุกเครื่องเหมือนกันหมด ก่อนถูกปล่อยออกจากนายทหารซ่อมบำรุง มันจะถูกตรวจสอบความเรียบร้อยอย่างถี่ถ้วน” นักบินอาวุโสพูดทิ้งท้ายอย่างชวนให้เข้าใจไปทางหนึ่งว่า “ไม่มี ฮ. คู่ชีพ” อาจหมายถึง ผูกพัน “ฮิวอี้” ดังเพื่อนตายเหมือนกัน-ทุกเครื่อง
สมรรถนะความเร็วของเฮลิคอปเตอร์ เทียบไม่ได้เลยกับเครื่องบินทั่วไป แต่หัวใจของนักบินเฮลิคอปเตอร์ ที่ผู้เขียนได้สัมผัสนั้นยิ่งใหญ่ ไม่แพ้ใคร มันได้สร้างตำนานการรบ การรบฝากไว้ในใจคนไทย และทหารเก่า อย่างไม่มีวันเลือน
การทำ Auto Rotation
ออโตโรเตชัน (autorotation) คือ การบังคับเฮลิคอปเตอร์โดยไม่อาศัยแรงฉุดของ เครื่องยนต์ การปฏิบัติ Auto Rotation คล้ายกับการขับรถลงเนิน แล้วใช้แรงหน่วงจากระบบเกียร์และเครื่องยนต์ ช่วยชะลอความเร็ว เป็นขั้นตอนการปฏิบัติในยามฉุกเฉิน
สำหรับเฮลิคอปเตอร์ การทำ Auto Rotation เมื่อเครื่องยนต์ขัดข้องถือเป็นท่าไม้ตาย กระบวนหนึ่ง ซึ่งนักบินเฮลิคอปเตอร์ต้องได้รับการเรียนรู้และฝึกฝน เมื่อเครื่องยนต์เสีย จนไม่สามารถส่งแรงขับออกไปหมุนใบพัดหลักได้ จะทำให้ไม่สามารถรักษาความสูงไว้ได้ แต่นักบินจะบังคับเครื่องให้ร่อนลง ต่อไปได้ ด้วยมุมร่อนชันกว่าปกติ เพื่อให้อากาศรักษาความเร็วการหมุนของโรเตอร์ไว้ การร่อนเช่นนี้ จะเป็นการลดระดับความสูงอย่างเร็วมาก จึงต้องระวัง เมื่อใกล้จะพื้น นักบินจะต้องปรับมุมใบพัดให้พอดี การปรับมุมใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ คล้ายกับการเพิ่มมุมปะทะของเครื่องบิน จะทำให้ได้แรงยกตัวคืนมา พอที่จะพยุงเครื่องไว้ในอากาศได้เพียงชั่วขณะ ในขณะเดียวกัน นักบินดึงหัวเครื่องให้เชิดขึ้น เพื่อให้วางตัวอยู่ในท่าเหมือนจะลงตามปกติ ขณะนั้นโรเตอร์จะหมุนช้าลงด้วย เพราะมุมใบพัดถูกปรับให้กินลม และต้านทานอากาศมากขึ้น นักบินมีโอกาสเพียงครั้งเดียว มีกระสุนนัดเดียว ที่จะแก้ไข หากกระทำช้าไป หรือเร็วไป ย่อมส่งผลให้เครื่องตกกระแทกพื้นอย่างแรง


การพัฒนา UH-1 ในรุ่นต่อมา
หลังสิ้นสุดสงครามเวียดนาม บริษัทเบลล์ได้พัฒนา UH-1 มาอย่างต่อเนื่อง จวบจนปัจจุบัน ทั้งยังขายลิขสิทธิ์ไปให้ประเทศต่างๆ ผลิตขึ้นใช้เอง โดยยังคงใช้ชื่อเสียงของฮิวอี้ เป็นจุดขาย Model 212 และ 412 ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์สองเครื่องยนต์ Model 212 พัฒนาต่อมาภายใต้รหัส UH-1N ซึ่งยังคงมีใบพัดสองกลีบ Model 412 พัฒนาต่อมาภายใต้รหัส UH-1Y ซึ่งมีสองเครื่องยนต์ และใบพัดสี่กลีบ
การปรับปรุงสภาพรุ่น Huey II
โครงการคืนชีพ UH-1 เป็นมากกว่าการปรับปรุงสภาพให้ฮิวอี้อยู่ในประจำการต่อไปได้ เพราะเป็นการทำให้ฮิวอี้รุ่นเดิม มีสมรรถนะสูงขึ้นสุด โดยมีค่าใช้จ่ายไม่มากนัก คลิก http://www.rta.mi.th/36002u/rta/huey2.htm (http://www.rta.mi.th/36002u/rta/huey2.htm)
Model 212
UH-1N เบลล์ได้พัฒนา Model 205 ภายใต้รหัส UH-1N ใบพัดสองกลีบติดตั้งเครื่องยนต์ Pratt & Whitney PT6T-3 สองเครื่องยนต์ เพื่อเพิ่มยอดขายในประเทศแคนาดาถึง 50 ลำ ภายใต้รหัส CUH-1N กองทัพสหรัฐฯได้นำเข้าประจำการในปี1970 ด้วยจำนวนการผลิตกว่า 302 เครื่อง ใช้ชื่อเรียกในทางพลเรือน Bell 212 นับถึงขณะนั้นแล้ว ชื่อของฮิวอี้ ค่อยๆลางเลื่อนหายไป




http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2773&d=1327286494

เปรียบเทียบ UH-1N: กับรุ่น UH-1 H รุ่น N ยาวกว่า 13 ฟุต สูงกว่า 1 ฟุต ใบพัดหลักมีขนาดกว้างกว่าอีก 2 นิ้ว น้ำหนักตัวเปล่าหนักกว่าราว 500 ปอนด์ และบรรทุกได้มากกว่า1,700 ปอนด์ ความเร็วของ UH-1N: เร็วกว่าเล็กน้อย รัศมีทำการเพิ่มเป็น 357 ไมล์ บินได้ไกลกว่าเดิมแปดสิบไมล์ ทั้งสองรุ่นจำกัดจำนวนทหารที่ลำเลียงได้ 13 นาย


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2774&d=1327286542

Model 214
Bell Model 214 พัฒนาต่อมาจากรุ่น 212 ได้รับติดตั้งเครื่องยนต์ T55-L-7C ขนาด 2930 แรงม้า จำนวนหนึ่งเครื่องยนต์
214A ผลิตขึ้นเพื่อขายให้กับกองทัพอิหร่าน จำนวน 287 ลำ
214B เป็นรุ่นที่สร้างให้ใช้ในทางพลเรือน มีระบบการบินอัตโนมัติ เข้ามาช่วยเสริม
214C สร้างขี้นต่อมาอีก 39 ลำ ใช้ในภารกิจค้นหาและช่วยชีวิต
214ST เป็นเฮลิคอปเตอร์ที่ใหญ่มาก จนแทบไม่เห็นเค้าของ Huey อย่างเคยเป็น รองรับจำนวนผู้โดยสารไดถึง 18 คน ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ GE T700 ขนาด 3,250 แรงม้า


Model 412
เบลล์โมเดล 412 ยังต้องอาศัยชื่อของฮิวอี้ในการทำตลาด ได้รับการเรียกว่า Twin HUEY เป็นพัฒนาต่อมาจากรุ่น 212 รูปทรงภายนอกยังคงดูทะมัดแทมง มีมัดกล้ามใหญ่ขึ้น ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ส่วนที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญคือ มีใบพัด 4 กลีบซึ่งผลิตจากวัสดุคอมโพสิต สามารถพับเก็บได้ ติดตั้งเครื่องยนต์ PWC PT6T-3B-1 ขนาด 1,310 แรงม้า ติดตั้งเก้าอี้นั่งแบบนิรภัยรองรับการตกกระแทก




http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2775&d=1327286542

UH-1Y เป็นการปรับปรุง UH-1N ให้ดีขึ้นอีกต่อหนึ่ง ระบบใบพัดที่เงียบลง มีอายุการใช้งานได้นานถึง 10,000 ชั่วโมงบิน สามารถที่จะทนต่อการยิงด้วยกระสุนขนาด 23 ม.ม.ได้ ทั้งยังมีเครื่องยนต์ APU เสริมให้อีกด้วย
412SP ได้รับการปรับปรุงให้มีถังน้ำมันที่มีความจุมากขึ้น ยอดการผลิตราว 530 ลำ
412HP ปรับปรุงระบบส่งกำลังให้ดียิ่งขึ้น
412EP ติดตั้งเครื่องยนต์ PT6T-3D และระบบสำรองของระบบควบคุมการบินอัตโนมัติ CH-145 เป็นลิขสิทธิ์ที่สร้างขึ้นในประเทศแคนาดา สำหรับใช้งานในกองทัพ จำนวน 100 ลำ 412EP ได้รับการปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานทางทะเล
AB-412 เป็นลิขสิทธิ์ที่บริษัทเบลล์ ร่วมกับ Agusta สร้างขึ้นในประเทศอิตาลี

การประจำการของ UH-1 ในกองทัพไทย
ผลพวงจากสงครามเวียดนาม ทำให้กองทัพไทยได้รับเฮลิคอปเตอร์ UH-1 มาไว้ในประจำการ จำนวนมากกว่าหนึ่งร้อยลำ ส่วนใหญ่ประจำการในกองทัพบก ประมาณยี่สิบลำประจำการในกองทัพอากาศ นอกจากนั้นแล้ว ภายหลังจากที่เขมรแตกในปีค.ศ.1975 นักบินเขมรได้บิน UH-1 ลงในไทยจำนวน 13 ลำ และในปี 1978 ได้บินนำนายพอลพตหนีตาย มาลงชายแดนไทย อีก 5 ลำ และกองทัพไทยได้นำเข้าประจำการต่อ
เครื่องหมายเลข 71-20243 (c/n 13067 ) ประจำการต่อในกองทัพบก
เครื่องหมายเลข 68-16208 (c/n 10867) ประจำการต่อในกองทัพเรือ หมายเลข 401
เครื่องหมายเลข 72-21612 (c/n 13311) ประจำการต่อในกองทัพเรือ หมายเลข 402
เครื่องหมายเลข 71-20147(c/n 12971) บินมาลงในจังหวัดจันทรบุรี เมื่อ 30 เม.ย.1975 ประจำการต่อในกองทัพเรือ หมายเลข 404
กองทัพบก
ทบ.กำหนดรหัสเรียกขานให้ UH-1 ว่า ฮท.๑ หมายถึง เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ 1 ได้นำเข้าประจำการถึง 116 ลำและในระหว่างปีค.ศ.1979-1980 อีก 27 ลำ ในปีพ.ศ.2540 คาดว่าเหลืออยู่ประมาณ 92 ลำ เข้าประการอยู่ที่ ศูนย์การบินทหารบก กองบินปีกหมุน ฐานบินสะพานนาค จ.ลพบุรี และประจำการในกองร้อยบินของกองพลทหารม้า และกองทัพภาค กองทัพบกเคยมีข่าวจะซ่อมคืนสภาพ UH-1 บางส่วน แต่โครงการได้ถูกยกเลิกไป อย่างน่าเสียดาย นอกจากนั้นแล้ว ทบ.ได้นำเฮลิคอปเตอร์ ของบริษัทเบลล์ เข้าประจำการ ในรุ่นต่างๆดังนี้
ฮ.ท.212 เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป (BELL 212) จำนวน 56 ลำ คงสภาพบินได้ 24 ลำ
ฮ.ท.214 เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป (BELL 214) จำนวน 4 ลำ
ฮ.จ.1 เฮลิคอปเตอร์โจมตี (AH-1 Cobra) จำนวน 3 ลำ เพื่อใช้ในภารกิจ Closed air Support
นอกจากนี้ ทบ.ยังได้นำเครื่องฝึกบินจำลองเฮลิคอปเตอร์ (Simulator) มาใช้ในการฝึกบิน อีกด้วย และด้วยจำนวนเฮลิคอปเตอร์ที่มีมากกว่าเหล่าทัพอื่น กอรปกองทัพบกเป็นกองทัพที่เห็นคุณค่าของระบบยุทธศึกษาอย่างจริงจัง เหตุผลประจักษ์ดังกล่าวนี้ จึงพอมั่นใจได้ว่า กองทัพบกมีความชำนาญในการบินเฮลิคอปเตอร์ สูงกว่าหน่วยงานอื่น อย่างน่าภูมิใจ

กองทัพอากาศ
พ.ศ. 2511 ระหว่างสงครามเวียดนาม ประเทศสหรัฐอเมริกามอบเฮลิคอปเตอร์ UH-1H ให้กองทัพอากาศ จำนวน 4 เครื่อง กำหนดชื่อเรียกว่า ฮ.๖ (เฮลิคอปเตอร์แบบที่ ๖) และในเวลาต่อมามอบให้อีก 21 เครื่อง มีประจำการเหลืออยู่ประมาณ 19 ลำ มีฐานบินหลักอยู่ที่ฝูงบิน 203 กองบิน 2 ฐานบินโคกกระเทียม จ. ลพบุรี


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2776&d=1327286542
น่าภูมิใจในจังหวัดลพบุรี นอกจากได้ชื่อว่าเป็นเมืองทหาร ซึ่งมีทหารบกหลายเหล่าได้แก่ เหล่าราบ เหล่าปืนใหญ่ หน่วยรบพิเศษ และทหารอากาศ ได้แก่ กองบิน 2 และสนามฝึกซ้อมใช้อาวุธม่วงค่อมแล้ว ลพบุรียังชื่อได้ว่าเป็นศูนย์กลางการบินเฮลิคอปเตอร์ของไทยอีกด้วย เพราะศูนย์กลางการบินเฮลิคอปเตอร์ทั้งทหารบกและทหารอากาศ ต่างตั้งอยู่ในจังหวัดลพบุรี
จำนวนเฮลิคอปเตอร์ UH-1H ซึ่งทอ.ประจำการอยู่นั้น ได้กระจายออกไปตามฐานบินต่างๆ ทั่วประเทศ เป็นหน่วยบินแยก ในภารกิจค้นหาช่วยชีวิต(Combat SAR) และแผนป้องกันประเทศ
ทอ.มิได้มุ่งหวังจะใช้ประโยชน์จากเฮลิคอปเตอร์มากนัก กองทัพอากาศได้ล้อเล่นกับภารกิจค้นหาช่วยชีวิตมานาน ซึ่งเห็นได้จากการแบ่งปันงบประมาณมาใช้ในภารกิจนี้น้อยมาก เมื่อเทียบกับเครื่องบิน/ภารกิจประเภทอื่น ภารกิจค้นหาช่วยชีวิตนั้นเป็นการปฏิบัติพิเศษ(special operation) ต้องบินเข้าหาศัตรู ซึ่งรอคอยการเข้ามาของเฮลิคอปเตอร์อย่างรู้ตัว C-SARจึงต้องการอากาศยานที่มีความพิเศษ ต้องการนักบินและลูกเรือซึ่งผ่านการฝึกมาอย่างดี ต้องการยุทโธปกรณ์พิเศษกว่าหน่วยรบปกติ แต่กองทัพอากาศได้มอบหมายภารกิจอันหนักอึ้งนี้ให้แก่ UH-1H ซึ่งมีสมรรถนะจำกัด เหมาะสมกับการลำเลียงทหารบาดเจ็บ จากชายแดนกลับมาแนวหลัง และหากเครื่องบินขับไล่จำเป็นต้องบินรุกเข้าไปในดินแดนข้าศึก เฮลิคอปเตอร์ก็ต้องสามารถที่จะทะลวงเข้าไปให้ถึงได้ด้วยเช่นกัน แต่นั้นมันเกินกำลังกว่าที่ฮิวอี้จะแบกรับได้ เฮลิคอปเตอร์เพื่อภารกิจค้นหาช่วยชีวิตในพื้นที่การรบที่เหมาะสม ต้องการสมรรถนะและยุทโธปกรณ์พิเศษ สูงกว่าที่ฮิวอี้มีอยู่
ความพยายามรักษา UH-1H ให้คงอยู่ ของทอ.ด้วยการซ่อมคืนสภาพแล้ว ด้วยงบประมาณ 998,200,000 บาท ซึ่งการปรับปรุงครั้งนั้น ข่าวในเรื่องคอร์รัปชั่นการซ่อมฯ ได้กลายเป็นกลหมากทางการเมือง เพื่อทำลายชื่อเสียงนายทหารคนดีคนหนึ่ง นอกจากนั้นแล้ว ทอ.ได้นำเฮลิคอปเตอร์ของบริษัทเบลล์ เข้าประจำการ ในรุ่นต่างๆดังนี้
พ.ศ. 2519 ได้นำเฮลิคอปเตอร์แบบที่ ๖ก (UH-1N) จำนวน 2 ลำ
พ.ศ. 2525 ได้นำเฮลิคอปเตอร์แบบที่ ๖ข (ฮ.๖ข) (BELL 412) จำนวน 2 ลำ
พ.ศ. 2535 ได้นำเฮลิคอปเตอร์แบบที่ ๖ค (ฮ.๖ค) ( BELL 412SP ) จำนวน 3 ลำ
พ.ศ. 2535 ได้นำเฮลิคอปเตอร์แบบที่ ๘ (ฮ.๘) (BELL 206B-3) จำนวน 3 ลำ
พ.ศ. 2542 ได้นำเฮลิคอปเตอร์แบบที่ ๖ง (ฮ.๖ง) (BELL 412SP) จำนวน 6 ลำ
กองทัพเรือ
ปัจจุบันกองทัพเรือไม่มี UH-1H ใช้แล้ว โดยได้โอนต่อมาให้ ทอ. และกองทัพเรือได้นำ Bell-212 ตามโครงการปราบโจรสลัด สังกัดฝูงบิน 202 กองบิน 2 มีภารกิจ ค้นหา ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล และบนบก การส่งกลับสายแพทย์ สนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือ และกองกำลังนาวิกโยธิน Bell-212 ทร.มีประจำการทั้งหมด 6 ลำ นอกจากนั้นแล้ว ทร.ได้นำเฮลิคอปเตอร์ ของบริษัทต่างๆ เข้าประจำการ ในรุ่นต่างๆดังนี้
BELL-214ST สังกัดฝูงบิน 203 จำนวน 6 ลำ หมายเลข 2301 2302, 2303, 2304, 2305 และ 2306

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กองบินตำรวจเป็นหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งมีเฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้เข้าประจำการ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในชื่อของ UH-1H และ Bell ดังนี้
Bell 204B
นำมาใช้งานตั้งแต่ปี พ.ศ.2506 ได้แก่ หมายเลข 912,913,914 ,915 916, 917, 918 ,919, 920 และ 921 หลายเครื่องถูกขายไปให้กับประเทศแคนาดา ในช่วงปีพ.ศ.2522
UH-1H
เป็นของเก่า ซึ่งถูกขึ้นประจำการทางทหารมาก่อนแล้ว ได้แก่หมายเลข 1701, 1702, 1703, 1704, 1705, 1706, 1707, 1708, 1709, 1710, และ1711
Bell 205A-1
เป็นของเก่า ซึ่งถูกขึ้นทะเบียนทางพลเรือนในต่างประเทศมาก่อนแล้ว ได้แก่หมายเลข 1712, 1713, 1714, 1715, 1716, 1717, 1718, 1719, 1720, 1721,1722, 1723, 1724, 1725, 1726, 1727, 1728, 1729, 1730, 1731, 1732, 1733,และ 1734
นอกจากนั้นแล้ว ในภายหลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้นำเฮลิคอปเตอร์ของบริษัทเบลล์ ซึ่งเป็น เฮลิคอปเตอร์ในรุ่นใหม่กว่า



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2777&d=1327286542
Bell 212 บางลำใหม่เป็นลำใหม่เอี่ยม และบางลำขึ้นทะเบียนทางพลเรือนจากสหรัฐฯมาก่อนแล้ว ได้แก่หมายเลข 2209,2210, 2211, 2212, 2213, 2214, 2215, 2216, 2217, 2218, 2219, 2220, 2221, และ 2222
ผลงานของนักบินตำรวจไทยได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้วยการลอยตัวบนหลังคาตึกสูงในกรุงเทพฯ ได้อย่างชำนาญ ไม่แพ้ใคร

แง่มุมของ UH-1 ในกองทัพไทย
น่าจะกล่าวได้ว่าฮิวอี้ คืออากาศยานชนิดเดียวที่เข้าประจำการในกองทัพไทยทุกเหล่าทัพ และกรมตำรวจ พร้อมๆกันเป็นจำนวนมาก ขีดความสามารถของมันสามารถตอบสนองต่อภารกิจ ของทุกเหล่าทัพได้เป็นอย่างดี ซึ่งน่าจะทำให้เกิดแนวทางการใช้อากาศยานร่วมกันขึ้นได้ ฮิวอี้น่าจะสามารถทำให้กองทัพไทยแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แต่การณ์กลับมิได้เป็นเช่นนั้น มีหลากหลายแง่คิด ชวนให้ฝ่ายเสนาธิการสนองบัญชาของเหล่าแม่ทัพ ด้วยสำนึกแท้ทหารไทย

การกำหนดชื่อเรียกขาน

ทหารอเมริกันได้ยินเสียงใบพัดตัดอากาศของฮิวอี้ดังว่า
"WHOOMP WHOOMP" วูบ วูบ"
แต่นักบินไทยกลับได้ยินเสียงใบพัดตัดอากาศของฮิวอี้ดังอย่างดูแคลนว่า
"ปั่บ ปั่บ ปั่บ"
ไม่น่าแปลกแต่อย่างใด ที่ทหารต่างชาติจะได้ยินสำเนียงแปร่งหู ต่างกันออกไป
ที่น่าแปลกคือ การกำหนดชื่อเรียกขานของ UH-1 ของกองทัพไทย ในแต่ละเหล่าทัพซึ่งใช้ประจำการอยู่

ต่างกำหนดรหัสเรียกขานต่างกัน
ทบ.เรียกฮิวอี้อย่างเป็นทางการว่า ฮอ-ทอ-หนึ่ง
ทอ.เรียกฮิวอี้ลำเดียวกันอย่างเป็นทางการว่า ฮอ-หก



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2778&d=1327286542
ภาพโดยคุณ SKYMAN

ทบ.กำหนดชื่อเรียกของอากาศยาน ที่นำเข้าประจำการโดยคำนึงถึงชื่อเดิม ซึ่งนำมาจากรหัสเรียกขานดั้งเดิม
ทอ.กำหนดชื่อเรียกของอากาศยาน ที่นำเข้าประจำการโดยไม่คำนึงถึงชื่อเดิม แต่กำหนดขึ้นเอง ตามลำดับการเข้าประจำการ ทอ.มิได้ให้ความสำคัญกับเฮลิคอปเตอร์มากนัก ทอ.เรียกเฮลิคอปเตอร์ว่า “ฮ.”เพียงสั้นๆ แล้วตามด้วยลำดับเลข มิได้สำทับลงไปด้วยภารกิจเฉกเช่น เครื่องบินขับไล่ (บ.ข.18) หรือ เครื่องบินลำเลียง (บ.ล.8 )
นอกจากนี้แล้ว การเรียกชื่อหรือรหัสอากาศยานอื่นๆของกองทัพ ในแต่ละเหล่าทัพล้วนมาจากมาตรฐานที่ต่างกัน ซึ่งนั้นแสดงให้เห็นถึง ความสามารถในการรบร่วมได้เป็นอย่างดี มันสะท้อนให้เห็นว่า กิจการการบินทางทหารของไทย ต่างคนต่างรบ ต่างคนต่างอยู่ ไม่มีมาตรฐานร่วมกัน ฮ.มากแบบที่แต่ละกองทัพนำเข้าประจำการ หากไม่อ้างถึงชื่อเดิม อาจนึกไม่ออกว่าหน้าตาและสมรรถนะเป็นอย่างไร เมื่อเกิดสงครามขึ้นจริง ความสับสนย่อมเกิดขึ้นทั้งในการปฏิบัติการ และการซ่อมบำรุง ร้ายกว่านั้น เพราะความแตกต่างเราอาจได้เห็น หน่วยป้องกันต่อสู้อากาศยานของกองทัพบก ยิงเครื่องบินของทหารอากาศตก หรือไม่ก็ เครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศ ยิง ฮ.ของ ทหารบกตก เหตุร้ายใหญ่ๆ และความพ่ายแพ้ มักเกิดจากการมองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆ เสมอ
การซ่อมบำรุงแบบรวมการสี่เหล่า
ครั้งหนึ่งย้อนไปในปี พ.ศ. 2533 การซ่อมบำรุงแบบรวมการของ UH-1 ของกองทัพไทย นับว่าถึงจุดสูงสุด เพราะทุกเหล่าทัพได้มอบหมายให้ กรมช่างอากาศ ของกองทัพอากาศเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด แต่หลังจากนั้น ด้วยผลประโยชน์แฝง ทำให้การซ่อมบำรุงแบบรวมการ เกิดวงแตก ต่างเหล่าต่างนำ UH-1 กลับไปซ่อมเอง และในที่สุดแม้แต่การซ่อมบำรุงเครื่องบินของ ทอ.ยังไม่สามารถกระทำได้ด้วยตัวเอง เพราะมีอากกาศยานหลายแบบหลายชนิดในจำนวนน้อย ไม่คุ้มค่าที่จะจัดตั้งสายการซ่อมบำรุงขึ้นเอง จำเป็นต้องให้หน่วยงานอื่นนอกกองทัพรับช่วงต่อแทน ในราคาที่สูงขึ้น และแทบไม่น่าเชื่อว่าผลกระทบต่อข่าวความไม่โปร่งใส ในการซ่อม UH-1 ทั้งสิบเก้าลำของ ทอ. ได้ทำให้นักบินเฮลิคอปเตอร์ดีๆท่านหนึ่ง พลาดโอกาส ในการดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศ อย่างน่าเสียดาย
การมีเฮลิคอปเตอร์ชนิดต่างๆ มากแบบเกินไป
ภาพที่ได้เห็น จากสถานการณ์ความไม่สงบทางภาคใต้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยังคงเป็นภาพของการใช้งานของเฮลิคอปเตอร์ในการรับ-ส่งนายทหารผู้ใหญ่อยู่เสมอ เท่านั้น การทำงานของเฮลิคอปเตอร์รุ่นหลัง หรือแม้แต่การเข้าประจำการกว่าห้าปีของ Black Hawk ยังไม่มีผลงานทางยุทธวิธี เทียบเท่า UH-1 ในรุ่นแรกซึ่งเคยทำมาก่อนได้เลย ความปลอดภัยของการเดินทางของบุคคลสำคัญก็เป็นสิ่งจำเป็น แต่การใช้เฮลิคอปเตอร์ให้เกิดผลทางยุทธวิธี เป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
การเดินทางของบุคคลสำคัญ อาจจำแนกได้หลายลักษณะคือ การเดินทางระยะไกล ระยะกลาง และระยะใกล้ เป็นภารกิจที่สำคัญ แต่ละหน่วยงานพยายามตอบสนองการเดินทางทั้งสามลักษณะนั้น ให้ได้ด้วยตนเอง ทุกเหล่าทัพต่างอ้างถึงความจำเป็นในการจัดซื้อเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ ให้แก่เหล่าตน ซึ่งนั้นทำให้ กองทัพของเรามีทั้งเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ สำหรับบุคคลสำคัญ ชนิดต่างๆอย่างมากมาย เพื่อตอบสนองภารกิจเดียวกัน
การมีเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์หลายแบบหลายชนิด ในจำนวนน้อย โดยที่อุตสาหกรรมการบินของชาติยังพึ่งตัวเองไม่ได้ ส่งผลเสียหลายด้าน ตั้งแต่ราคาแรกซื้อ การฝึกเจ้าหน้าที่ การซ่อมบำรุง อายุการใช้งาน การปฏิบัติการ และอื่นๆ เมื่อต้องแลกกันระหว่างคุณภาพและปริมาณ มีหลักคิดทางทหารเชิงสากลอยู่ว่า การมีปริมาณ(มาก) ทำให้มีคุณภาพในตัวมันเอง กองทัพไทยยังเชื่อว่า รกคนดีกว่ารกหญ้า ดังนั้นการมียุทโธปกรณ์จำนวนน้อยเกินไป ทำให้ขาดคุณค่าทางยุทธการ ทำให้กองทหารไม่สามารถใช้หลักนิยมในการดำรงความมุ่งหมาย และการรวมกำลังได้อย่างที่ควร
หนทางที่น่าจะทำให้การใช้เครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ เพื่อตอบสนองภารกิจการเดินทางของบุคคลสำคัญ ควรได้พิจารณาลงไปในรายละเอียดให้ลึกซึ้ง ด้วยการแบ่งภารกิจให้ กองทัพต่างๆรับผิดชอบในหน้าที่ ที่ตนชำนาญ กล่าวคือ

การเดินทางระยะไกล และระยะกลาง โดยใช้เครื่องบินให้อยู่ในความรับผิดชอบของ กองทัพอากาศ
การเดินทางระยะใกล้ หรือในเขตชุมชนเมือง โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ให้อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพบก หรือ สตช.
การเดินทางที่คาบเกี่ยวระหว่างชายฝั่งและทะเล ให้อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพเรือ

ซึ่งนั่นย่อมจะทำให้เกิดความปลอดภัยต่อบุคคลสำคัญสูงขึ้น เพราะแต่ละเหล่าได้สนองภารกิจในมิติที่ตนชำนาญ และเป็นการประหยัดงบประมาณในการซื้อเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ ลงไปได้มาก แล้วนำงบประมาณที่มีอยู่ ไปใช้สำหรับเฮลิคอปเตอร์ทางยุทธวิธีให้เป็นแบบเดียวกันทั้งสามเหล่า

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2779&d=1327286575
ภาพโดยคุณ SKYMAN
UH-1 คือเฮลิคอปเตอร์จักรกลสงครามอย่างแท้จริง ได้ถูกใช้ในภารกิจอันหลากหลาย ทั้งในทางทหารและพลเรือนมาอย่างยาวนาน ได้ฝากตำนานการรบอันโด่งดังไว้ให้นักรบรุ่นหลัง เดินตามได้อย่างสมเกียรติ และได้สะท้อนให้เห็นแนวทางการปฏิบัติการร่วมของเหล่าทัพได้เป็นอย่างดี แต่การเข้าประจำการของเฮลิคอปเตอร์ในรุ่นต่อมา คล้ายกับเป็นการทำให้ทหารไทยได้หลงลืมหน้าที่หลักของตนเองไปเกือบหมดสิ้น ระยะเวลาที่เหลืออยู่ของฮิวอี้อีกไม่นานนัก คงพอเป็นสิ่งที่ย้ำเตือน ให้เหล่าทัพสำนึกในหน้าที่หลักของตนอันได้แก่
การดำรงความมุ่งหมายของภารกิจที่ได้รับมอบ และ
การบำรุงรักษายุทโธปกรณ์ให้มีความพร้อมรบอยู่เสมอ ได้เป็นอย่างดี

อ้างอิง

http://www.rta.mi.th/36002u/rta/huey2.htm (http://www.rta.mi.th/36002u/rta/huey2.htm) การปรับปรุงฮิวอี้
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=skyman&month=04-05-2007&group=2&gblog=27 (http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=skyman&month=04-05-2007&group=2&gblog=27) ยุทธการผาเมือง
http://rtaf_sect.tripod.com/uh1h_documentary.html (http://rtaf_sect.tripod.com/uh1h_documentary.html) คำชี้แจงการซ่อมฮิวอี้ของ ทอ.
http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=166878 (http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=166878) ทบ.ซื้อ ฮ.รัสเซีย
http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=Sections&op=viewarticle&artid=299 (http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=Sections&op=viewarticle&artid=299) นักบินฮ.ทบ.
http://www.thai-aviation.net/military-RTA.html (http://www.thai-aviation.net/military-RTA.html)
คำขอบคุณ
ด้วยมุ่งหวังที่จะนำเสนอสิ่งดีๆต่อสังคมไทย ภาพประกอบในบทความนี้ได้นำมาจากหลายแหล่ง ด้วยการค้นหาในระบบอินเตอร์เน็ท หากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ทางผู้เขียนต้องกราบขออภัย และขออนุญาตมา ณ โอกาสนี้

skypig
26-01-12, 07:19:43
ความคิดเห็นที่ 12
สุดยอด....
อย่ากขับบ้างจัง

ชื่อ : คนอยากขับ วันที่ : 23 มีนาคม 2554 09:55 น. IP : 203.172.176.XXX

ความคิดเห็นที่ 13

ขอสดุดีวีรกรรมของเหล่านักรบ....แต่ไอ้ทหารที่เสือกการเมืองขอสาปแช่ง..บรรพบุรุษยกที่ดินให้ทำเป็นสนามบินส่วนของกองทัพอากาศ เพื่อใช้ปกป้องการรุกรานจากต่างชาติ...แต่กะอีแค่ม็อบปัญญาอ่อน มันยังไม่มีปัญญาไล่ได้เลย ปล่อยให้ยึดเฉยๆ แล้วแบบนี้มันจะมีปัญญาปกป้องชาติได้เหรอ ? ทั้งที่รู้ว่าถ้าทำปฎิวัติประเทศชาติต้องบรรลัย แล้วก็ออกมาพูดว่า ไม่ทำปฎิวัติ แต่แม่งก็ทำปากบอกรักชาติ รักในหลวง แต่มึงตอบแทนชาติ แบบนี้นะเหรอ ? พวกมันเป็นนายกแปบเดียว มันยึดเขายายเที่ยงทั้งลูก ขณะที่ชาวบ้านรอบๆ ไม่มีที่ทำกิน !! พอถูกเปิดโปง มันก็ย้ายบ้านหนี แบบหมาจุกตูด แตข้าราขการป่าไม้ระยำบัดซบบางตัว ไม่ยอมดำเนินคดี ทั้งๆที่มันยอมออกก็แสดงว่ามันผิดจริง!! มันอ้างหมาๆ ว่าทำไปเพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข ขอถามนะ ทุกวันนี้บ้านเมืองมันสงบลงไหม กับสิ่งที่มึงเริ่ม....แดกค่าคอมเรื่อเหอะ แต่ใช้ไม่ได้..แดกค่าคอม TG-200..แล้วให้ทหารชั้นผู้น้อยไปตายแทน แลกกับบ้านหลังโต รถคันใหญ่..แดกกระทั้งเบี้ยเลี้ยงทหาร เวลาทหารเรื่อ..ออกทะเลไปรับเรือลำใหม่ๆ ที่ต่อจากต่างประเทศ...มันก็กินค่าเบี้ยเลี้ยงไปส่วนนึง..เสียดายเงินภาษี เสียดาย..ที่เมืองไทยเคยมีทหารตุด... น้ำท่วมภาคใต้ มีท่วมสงขลาด้วย...ที่สงขลา บ้านใครหว่า..? ที่ยกย่องวาเป็นคนดีนักดีหนา พอชาวบ้านเดือดร้อน.......ถามว่า......ไอ้คนดีที่ว่านะ.....มันไปไหน...มีไหม...ที่จะเอาของมาแจก..มาเยี่ยมชาวบ้าน......คำตอบคือ.........ไม่มีแม้เงาหัวหงอก.....คนไทยเขาไม่ได้กินหญ้าแทนข้าวนะ...อ้อ...อีกตัวนึง..ที่ชื่ออะไร นะ..จำไม่ได้..คุ้นๆ ว่า ทหารที่ชื่อ...สันขวาน เหี้ยกำเนิด ไม่แน่ใจนะ..ถูกไหม..ถ้าผิดใครรู้บอกทีเอาบุญนะ...เห็นมาแจกของเอาหน้าแปบเดียว..แล้วหาย..แต่ปากดีบอกว่า..เกิดมาไม่เคยกลัวใคร...ที่ว่ามาทั้งหมดเป็นเรื่องจริงที่คนไทยทุกคนทุกสีทุกฝ่ายควรรู้ควรยอมรับได้....ถึงเวลาตาสว่าง...กันได้แล้วครับคนไทย...ขอฝากความรู้สึกนี้ให้น้องรั้ว จปร. ที่กำลังจะเป็นผู้หมวดใหม่ทุกท่านได้มาช่วยประเทศชาติจาก รุ่นพี่ ระยำบางคนด้วย...ขอให้พระคุ้มครองคนที่คิดดีเพื่อบ้านเมือง..................

ชื่อ : รักแผ่นดิน วันที่ : 5 เมษายน 2554 10:35 น. IP : 110.168.115.XXX


ความคิดเห็นที่ 14

อยากเป็นกันเนอร์คับ แต่เป็นได้แค่ความฝัน


ชื่อ : Iณัฐพล วันที่ : 10 พฤษภาคม 2554 17:08 น. IP : 125.26.193.XXX


ความคิดเห็นที่ 15

ขอบคุณมากครับผมดูแลอย่างลับๆแมงงอด(แมงป่อง)2034มุก-ดอนตาล...คล้ายดอนเมือง..คนมุกครับ?โอเคว่าเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 212และ202ได้จริงๆครับ(แบบล่องหน)เพราะกลัวโดนสอยล่วงครับ...ลองหาดูครับมีจริงบาย?

ชื่อ : ธวัชชัย วันที่ : 19 พฤษภาคม 2554 16:33 น. IP : 125.26.251.XXX



ความคิดเห็นที่ 17

ช่าง ฮ. เหนื่อยที่สุด รายได้ก็น้อย น่าเห็นใจจัง (ซ่อมดี บินดี มีความปลอยภัย)

ชื่อ : top วันที่ : 16 กรกฎาคม 2554 12:00 น. IP : 125.26.22.XXX

ความคิดเห็นที่ 18

ย้อนหลังยังฝังใจ ว่าได้ทำการบนอากาศ กับเจ้าเครื่อง UH-1 ส่วนจะเป็นรุ่นใด นั้นบรรดาผู้ทำงานในอากาศ นักบิน/ช่างประจำเครื่องคงทั้งต้องรู้/ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ในทันทีเพราะมันมาทีละระลอกหลายๆรุ่นจะจำเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องเท่านั้น การควบคุมยอดรายละเอียดยังมีหน่วยรับผิดชอบอีกมากมายหลายขั้นตอนนัก. แต่ขอให้รู้ว่ารุ่นนี้ต้องทำการบินและซ่อมตามคู่มือที่ให้มา เหตุผลที่ว่าไม่จำเป็นต้องทราบก็คือไม่ใช่หน้าที่โดนตรง(คงเข้าใจนะ เดี๋ยวเข้าใจผิดว่าไม่รู้แล้วจะทำงานกับเครื่องอย่างไรกัน ไม่ใช่นะ คือมันมีขั้นตอนและรายละเอียดอีกน่ะครับ) รับเครื่องมาแล้วทำหน้าที่ให้เครื่องบินได้และปลอดภัยทั้งตัวเครื่องตัวคนลูกเรือและผู้โดยสารหน้าที่หลักของการปฏิบัติงานทางอากาศนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่ามีความเสี่ยงในพื้นที่เป้าหมายทั้งของฝ่ายตนเองและฝ่ายตรงข้าม ลูกเรือทุกคนไม่เคยปริปากบ่น แต่ขอให้ภารกิจสัมฤทธิ์ผลเท่านั้นเป็นอันว่าแล้วเสร็จไปในแต่ละภารกิจ..การสูญเสียที่มักเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝันซึ่งเกิดมีขึ้นแทบทุกวันเวลาเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่นั่นช่างเป็นความภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่เสียเหลือเกิน..แด่เพื่อนรุ่นพี่ ร่วมปฏิบัติงาน ร่วมรุ่น และพี่น้องทหารพลเรือนที่ทำงานด้วยกันที่ได้วายชนม์ไปในครั้งนั้น ยังตราตรึงอยู่ในหัวใจของผู้รอดชีวิตกลับมาอยู่กับลูกเมียอยู่เสมอ และแม้กระทั่งในภาวะปัจจุบันผู้ทำหน้าที่ทำการในอากาศยังคงปฏิบัติงานสืบสานต่อจากรุ่นก่อนๆอยู่ ก็ขอจงรู้ไว้ว่า รุ่นก่อนนั้นยังรักและเป็นห่วงใยท่านทั้งหลายอยู่เสมอ..ทราบกันดีแล้วมิใช่หรือว่า การทำงานย่อมมีการสูญเสียเป็นเรื่องปกติ แต่แม้เราจะทำใจกันยากนัก ก็จำใจต้องทำ ณ ปัจจุบันวันนี้หรือพรุ่งนี้ก่อนจะมีผู้ที่เรารักและหวงแหนกันในฐานะเพื่อนร่วมงานปฏิบัติการทางอากาศจะเผชิญเหตุดี/ร้ายเพียงไร เราทุกคนต่างรู้ดีว่านั่นมิใช่อุปสรรคขัดขวางเจตนารมณ์อันแท้จริงและความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญของผู้ทำงานในอากาศแม้เพียงนิดเดียว แด่เพื่อนลูกเรือและผู้โดยสารซึ่งก็เปรียบประดุจกับเป็นบรรดาพวกเดียวกันนั่นเอง เพราะถือว่าลงเรือลำเดียวกันเพื่อไปสู่ภารกิจให้สัมฤทธิ์ผลแล้ว เรายอมรับว่าเป็นผู้เสียสละทุกคนทุกนาย ทหารกล้าที่รัก ที่ได้จากเราไปคนแล้วคนเล่า แม้จากไปก็เพียงแต่ร่าง แต่เกียรติยศชื่อเสียงของท่านของพวกเรา นั่นหมายถึงเกีรติศักดิ์ของข้า มอบไว้แก่ตัว เรารักและหวงแหนแผ่นดินถิ่นเกิดและองค์พระประมุขของชาติทุกพระองค์เสมอนั้น ดั่งนี่กล่าวอีกครั้งทั้งเกียรติยศและชื่อเสียงของท่านทุกคนทุกนายจะยังคงขจรขจายไปทั่วปฐพีแห่งผืนแผ่นดินไทย จงหลับให้เป็นสุขเถิด ส่วนพวกเราที่ยังทำงานกันอยู่ขอเอาชีวิตเป็นเดิมพันว่าจะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนกันต่อๆไป..สวัสดีครับ.

ชื่อ : Ron_2012 E-mail : rtakabuda2000@yahoo.com วันที่ : 28 กรกฎาคม 2554 21:45 น. IP : 58.8.80.XXX





ความคิดเห็นที่ 21

ผมได้มีโอกาศได้ขึ้นจาก บ.น 6ไปกลับเพชรบุรีและชอบ ฮ.6 มากครับ

ชื่อ : เด็ก บ.น 6 E-mail : pcf-mitsubishi@msn.com วันที่ : 9 พฤศจิกายน 2554 15:14 น. IP : 61.19.60.XXX

ความคิดเห็นที่ 22

43 ผลัด1 ศูนย์การบินทหารบก เขาพระงาม ลพบุรีครับ ถูกจ่ายการไปช่วยที่ กบท. กองบินสนับสนุนทั่วไป
เห็น ฮท.1 ทุกวันเป็นปีเลยครับ แถมกลางคืนก่อนวันพระ หมามันชอบหอนกันระงมทั้งโรงเก็บเครื่องบิน
เครื่องที่จอด กับห้องนอนติดกันเลย แต่ไม่กลัวหรอกครับเลือดทหารทั้งนั้นครับ ผมล้างทั้ง ฮิวอี้ ฮท.1.
ชินุก ฮล.47 มาแล้ว ถ้าใคร(พลทหาร) อยากขึ้นบิน เป็นผู้โดยสารนะครับ อยากขึ้นฮ. ต้องโดนแกล้งจาก
นักบินก่อน ถ้าเอ็งอยากขึ้น ไปวิ่งรอบเครื่องกันก่อนเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับมัน ผู้กองครับผมทั้งล้าง
ทั้งลากจอดเก็บในโรงจอด มาเกือบสองเดือนแล้วนะครับยังต้องสร้างความคุ้ยเคยอีกหรอครับ นี่มึงขัด
คำสั่งผู้กองหรอ ปะะะเปล่าาาาวครับ ดันพื้น 50 ปฏิบัติ ทราบ ดันพื้น 50 ปฏิบัติ (นึกในใจ) ขอนั่งขึ้น
เครื่องสักครั้งมันลำบากขนาดนี้เลยหรอวะ ไอ้พวกรุ่นพี่ และเพื่อนที่มาอยู่ก่อน นั่งขำ หัวเราะชอบใจ เออ
เดี๋ยวให้มีรุ่นน้องมาก่อนกรู จะเอาคืนบ้าง ไอ้ห่าหรอกกรู มึงอยากนั้งเครื่องไปถามผู้กองได้เลยไม่มีปัญหา
ฝากไว้ก่อนนะเพื่อน สุดท้ายดันไปได้ 10 กว่าครั้งผู้กองสั่งหยุด ถ้าเอ็งอยากขึ้นคืนนี้จะมีฝึกบิน NVG.
ผู้กองจะให้เอ็งขึ้นไปด้วย ขอบคุณครับผู้กอง แต่ผมไม่ทำหน้ายินดีเท่าไหร่ รู้มั้ยครับเพราะอะไร
โธ่ ก็บินกลางคืนแล้วก็เป็นคืนเดือนมืด นักบิน ช่างเครื่อง มีกล้องอินฟาเลสกันหมด ผมมีแต่ลูกกะตา
เปล่าๆ มันจะไปเห็นอะไนในตอนกลางคืนละครับ


ชื่อ : 43/1 เขาพระงาม E-mail : uracha51@hotmail.com วันที่ : 3 ธันวาคม 2554 18:39 น. IP : 192.132.229.XXX

skypig
05-12-12, 08:15:36
UH-1H และ หน่วยปฏิบัติการพืเศษ ฝึกส่งกำลัง ลงบนหลังคารถไฟไทย


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=4729&d=1354670123

แสดงให้เห็นว่า แนวรบได้เปลี่ยนจากในป่าเขา เข้ามาอยู่ใกล้เรา ในสังคมเมือง
และ เน้นให้เห็นว่าชัดๆว่า UH-1H ยังคงมีศักยภาพ อยู่ได้ต่อไป

skypig
09-04-13, 09:56:40
เฮลิคอปเตอร์ UH-1 และ MI-24 จากต่างค่าย
ทั้งสองย่างเข้าสู่วัยใกล้ฝั่ง
จอดอยู่ที่สนามบิน VVTS ตันซอนนัท


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=5131&d=1365476318





VVTS SAI gon VN



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=5130&d=1365476194

skypig
21-01-14, 10:37:28
ขอรับเกียรติ นำภาพถ่ายของคุณบอล มาลงไว้ที่นี่

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=5963&d=1390275441