PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : Boeing B737-800



skypig
29-01-12, 09:19:23
Boeing B737-800
[18 มีนาคม 2551 11:44 น.] จำนวนผู้เข้าชม 6448 คน


โบอิ้ง 737-800
เครื่องบินพระราชพาหนะ

B737 Next Generation (รุ่น 600 700 800 และ 900)


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2970&d=1328323010


ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้เติบโตขึ้น และมีความเชื่อถือมากขึ้นในทุกวงการ รวมทั้งในวงการบินพาณิชย์ด้วยเช่นกัน บริษัทโบอิ้งจึงได้เริ่มโครงการ “สู่อนาคต” ตั้งแต่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 1993 โดยได้นำต้นแบบมาจากรุ่น B737-300 ส่วนสำคัญที่ได้รับการปรับปรุง ได้แก่

เครื่องยนต์รุ่น CFM56-7 ที่ควบคุมโดยระบบ FADEC ประหยัดน้ำมันกว่ารุ่นเดิม 7%
เพิ่มพื้นที่ปีก 25%
ถังน้ำมันมีความจุรวม 20 ตัน
จอแสดงผลเปลี่ยนเป็นจอ LCD จำนวน 6 จอ ได้รวมเอาเรด้าร์ตรวจอากาศมาไว้ในจอ LCD ใหม่ด้วย
ระบบควบคุมการบินใช้รุ่นเดียวกับ B747-400


การติดตั้ง Winglets



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2971&d=1328323010

ที่ปลายปีกทั้งสองของเครื่องบินทุกชนิด ขณะที่ลอยอยู่ในอากาศจะสร้าง กระแสลมแปรปรวนขึ้นมา ยิ่งเครื่องบินลำใหญ่ขึ้น จะทิ้งกระแสแปรปรวนไว้ด้านหลังมากยิ่งขึ้น อันเนื่องมาจากเกิดแรงต้านที่ปลายปีก ซึ่งส่งผลให้เปลืองน้ำมันมากขึ้น และเป็นอันตรายต่อเครื่องบินที่บินตามหลังมา วิศวกรจึงหาวิธีแก้ไขโดยการทำปลายปีกให้”งอนขึ้น” เพื่อขจัดกระแสลมแปรปรวน บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินหลายรายได้ติดตั้ง Winglets กับเครื่องบินรุ่นใหม่แทบทุกรุ่น บริษัทโบอิ้งได้ให้บริษัทเครือดำเนินการสร้าง Winglets เป็นอุปกรณ์เสริม แล้วนำไปติดตั้งให้กับเครื่องบิน B737 ที่ผลิตขึ้นก่อนหน้านี้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน แต่ต่อมาได้ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานเสร็จสมบูรณ์จากโรงงาน นอกจากจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังทำให้เครื่องบินดูอ่อนช้อยสวยงามยิ่งขึ้น

แม้จะได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก แต่ลักษณะตำแหน่ง และสวิตช์ปุ่มปรับระบบต่างๆ แทบจะเหมือนเดิม และวางไว้ตำแหน่งเดิม เพื่อง่ายต่อการฝึกหัดนักบินที่คุ้นเคยกับเครื่องบิน B737 รุ่นก่อนหน้านี้อยู่ก่อนแล้ว บริษัทโบอิ้งยังคงรักษาระบบการบังคับเครื่องบินแบบดั้งเดิมเอาไว้ ทั้งๆที่มีเทคโนโลยี Fly By Wire อยู่ในมือแล้ว ก็เพื่อจะให้แน่ใจว่าเครื่องบินยังบินต่อไปได้แม้ว่า ระบบไฟฟ้า และไฮดรอลิกทั้งลำจะขัดข้อง
สายการบิน Southwest Airlines ต้นตำรับสายการบิน Low Cost สั่งสร้างถึง 63 ลำ เมื่อปรับปรุงเสร็จแล้ว ได้กำหนดรหัสใหม่เป็น B737-700 ยาวกว่าเดิมอีก 22 เซนติเมตร
รุ่น B737-600
รุ่น 600 แม้ลำดับจะมาก่อนรุ่น700 และ 800 แต่ขึ้นบินทดสอบภายหลัง เมื่อ 22 มกราคม ค.ศ. 1998 มีความยาวลำตัว 31.2 เมตร มีที่นั่งผู้โดยสารอยู่ระหว่าง 108-132 คน สายการบิน SAS คือลูกค้าหลักที่สั่งไปใช้งาน ถูกผลิตขึ้นจำนวน 56 ลำ และยอดจองอีก 12 ลำ

รุ่น B737-700
เริ่มขึ้นบินครั้งแรก 9 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1997 รุ่นนี้สามารถไต่ไปได้ถึงความสูง 41,000 ฟุต สูงกว่า B737 รุ่นก่อนหน้านี้ที่เคยบินได้ และทะยานไปในอากาศด้วยความเร็วสูงสุด 0.81 Mach

รุ่น B737-800


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2972&d=1328323010
เริ่มขึ้นบินครั้งแรกเมื่อ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 1997 พัฒนามาจากรุ่น 400 เครื่องยนต์มีแรงขับ 26,400ปอนด์ สามารถวิ่งขึ้นได้น้ำหนักสูงสุด 78.9 ตัน สมรรถนะเด่นของรุ่น800 และ900 คือมีความสามารถในการขึ้นลงสนามบินที่มีความยาวจำกัด ออกจากสายการผลิตไปแล้ว 802 ลำ และยังมียอดจองเข้ามาอีก 382 ลำ คาดว่าเมื่อถึงปี ค.ศ.2012 มันจะเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแทนที่ B737-300 ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นคือเครื่องบินที่กองทัพอากาศจัดถวายเป็นเครื่องบินราชพาหนะ ได้นำเข้าประจำการแล้วตั้งแต่ต้นปีพ.ศ.2550

รุ่น B737-900

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2973&d=1328323010

ขึ้นบินครั้งแรก 3 สิงหาคม ค.ศ.2000 จุดเด่นของ รุ่นนี้คือ ความยาวลำตัว แทบไม่เชื่อเลยว่ามันจะถูกยืดออกให้ยาวได้ขนาดนี้ ดูแล้วเหมือนไส้กรอกติดปีก มันยาวถึง 42.1 เมตร เพื่อไว้ต่อกรกับคู่แข่ง Airbus A321
สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 185/220 คน
รับน้ำหนักได้ 80 ตัน มากกว่ารุ่นแรกถึง 60%
ผลิตออกมาแล้ว 45 ลำ อีก 10 ลำยังอยู่ในออร์เดอร์ ในรุ่นนี้ยังมีเวอร์ชั่น 900ER ซึ่งบรรทุกได้มากกว่าและบินได้ไกลกว่ามียอดสั่งจองแล้ว 75 ลำ ได้ขึ้นทดสอบบินไปแล้วเมื่อปลายปีค.ศ. 2006

รุ่น B737-BBJ
โครงการ “บี-บี-เจ” BBJ( Boeing Business Jet ) เริ่มขึ้นเมื่อ 2 กรกฎาคม ค.ศ.1996 เป็นการร่วมมือกันระหว่าง Boeing และ General Electric เครื่องบิน BBJ ลำแรกเริ่มขึ้นบิน 4 กันยายน ค.ศ.1998 ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องบินส่วนตัวของบุคคลสำคัญหรือผู้มีฐานะ ที่จำเป็นต้องเดินทางไกลและรวดเร็ว โดยนำลำตัวมาจากรุ่น 700 รวมกับปีกและฐานล้อ(ช่วงล่าง)จากรุ่น 800 มีถังน้ำมันถึง 12 ถัง ความจุรวม 37.7 ตัน ทำให้บินได้ไกลถึง 6,854 ไมล์ทะเล หรือ 12,694 ก.ม.สร้างสถิติการบินจากเมือง Seattle เมืองแม่ของโบอิ้งไปยังเมือง Jeddah ในซาอุฯ ใช้เวลา 14 ชั่วโมง 12 นาที ได้รับการสั่งสร้างแล้ว 108 ลำ จากยอดสั่งจองทั้งหมด นักธุรกิจสั่งไปใช้ส่วนตัว 40% อีก 36 % เป็นของผู้นำรัฐบาลประเทศต่างๆ

การใช้งานทางทหาร
เครื่องบิน B737 ได้รับการเชื่อถืออย่างสูงในวงการบินพาณิชย์ ทั้งในด้านจำนวนการผลิต และการซ่อมบำรุงมาอย่างยาวนาน จนได้ถูกนำมาใช้ในวงการทหารหลายรูปแบบ
รุ่น T-43A
T-43A คือเครื่องบิน B737-200 ที่ถูกนำไปใช้ทางทหาร ขึ้นบินครั้งแรกเมื่อ 10 เมษายนค.ศ.1973 ผลิตขึ้นจำนวน 19 ลำ เพื่อใช้ในการฝึกการเดินอากาศให้แก่นายทหารต้นหน ก่อนที่จะได้ไปทำการบินกับเครื่องบินทางยุทธวิธี โดยนำโครงสร้างพื้นฐานมาจากรุ่น200Adv แล้วติดตั้งถังน้ำมันขนาด 2,455 ก.ก. ในระวางบรรทุกส่วนท้าย ทำให้ฝึกบินได้ไกลออกไปถึง 2,900ไมล์ทะเล
รุ่น MP Surveiller (B737-200)
รุ่นนี้เพื่อนบ้านของเรา ทอ.อินโดนีเซีย นำมาใช้งานเพื่อการลาดตระเวนทางทะเล Maritime Patrol ขึ้นบินครั้งแรกเมื่อ 21 เมษายน ค.ศ. 1982 ผลิตขึ้นจำนวน 3 ลำ ติดตั้งเรด้าร์ Motorola AN/APS-135(V) Side Looking Airborne Modular Multi-Mission Radar (SLAMMR) ซึ่งเสาอากาศมีความยาว 16 ฟุต ติดตั้งไว้สองชุด ทางส่วนท้ายของลำตัว สามารถที่จะตรวจหาเรือลำเล็กๆได้ในระยะ 100 ไมล์ทะเล

รุ่น C-40


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2974&d=1328323010

ขึ้นบินทดสอบบินครั้งแรกเมื่อ 14เมษายน ค.ศ. 2000 เพื่อใช้ในภารกิจการขนส่งยุทโธปกรณ์และกำลังพล ของกองทัพสหรัฐฯ แต่ละเหล่าทัพได้กำหนดความต้องการแตกต่างกันออกไป 3 รุ่น ได้แก่

C-40A เพื่อใช้ในภารกิจส่งกำลังบำรุงของกองทัพเรือ สามารถขนย้ายกำลังพลได้ 121 นาย ประตูหน้าถูกดัดแปลงให้เปิดกว้างได้มากเพื่อสะดวกในการบรรทุกยุทธบริภัณฑ์ สั่งสร้างไว้จำนวน 8 ลำ

C-40B เพื่อใช้ในภารกิจของผู้บังคับบัญชาระดับสูง และการขนส่งที่เร่งด่วน มันจึงถูกออกแบบให้ติดตั้งระบบการติดต่อที่ทันสมัย คล้ายกับสำนักงานลอยฟ้า(office in the sky ) เพราะมีระบบถ่ายทอดข้อมูลทั้งภาพและเสียง สามารถประชุมหรือสั่งการได้จากเครื่องบินขณะเดินทาง กองทัพอากาศสหรัฐฯสั่งสร้างไว้จำนวน 4 ลำ

C-40C เพื่อการโดยสาร สำหรับกองกำลังรักษาชายฝั่ง(US Coast Guard) สั่งสร้างไว้จำนวน 3 ลำ

รุ่น E737 AWACS


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2975&d=1328323122

E737 ขึ้นทดสอบบินครั้งแรกเมื่อ 21 พฤษาคม ค.ศ. 2004 ใช้ในภารกิจเตือนภัยทางอากาศล่วงหน้า และควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศ ผิวภายนอกลำตัวถูกนำไปติดตั้งเครื่องรับส่งสัญญาณเกือบรอบลำตัว ลำพังน้ำหนักอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ต่ำกว่า 15 ตัน ราคาเครื่องบินลำละประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท เป็นเครื่องบิน ”เอแวคซ์” AWACS ราคาประหยัด ประหยัดกว่าเครื่อง AWACS รุ่นใหญ่อย่าง B767 ค่าตัวลำละ 15,000 ล้านบาท ซึ่งทอ.สหรัฐฯใช้ประจำการอยู่ แต่ถึงกระนั้นใช่ว่าทุกประเทศจะซื้อมาเข้าประจำการได้ มีเพียงสองประเทศที่สั่งไปใช้งานคือ ออสเตรเลีย จำนวน 6 ลำและตุรกี 4 ลำ

รุ่น MMA


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2976&d=1328323122


Jack Zerr ผู้รับผิดชอบโครงการ the Multi-mission Maritime Aircraft (MMA) เปิดเผยว่าเครื่องบินที่จะร่วมโครงการนี้ต้องมีขีดความสามารถทางด้าน JSTARS (Joint Surveillance Acquisition Radar System), AWACS (Airborne Warning And Control System) และ MC2A (Multirole Command and Control) และมันจะต้องสามารถทำลายเรือดำน้ำได้อีกด้วย กองทัพสหรัฐฯกำหนดรหัส P-8A โดยใช้พื้นฐานมาจากเครื่องบินB737-800 โครงสร้างปีกแข็งแรงกว่ารุ่น B737-900 มีระวางเก็บอาวุธไว้ใต้ท้อง มันจะไม่ใช่เครื่องบินลาดตระเวนธรรมดา ที่ได้แต่เพียง "ดูและรายงาน” มันเทียบได้กับเครื่องบิน CAP(Combat Air Patrol) ที่สามารถ
"ค้นหาและทำลาย” ข้าศึกได้ในทันที
มันจะเป็นเครื่องบินที่ปฏิบัติภารกิจได้หลากหลาย โดยเฉพาะในทะเล ทร.สหรัฐฯวางแผนให้เข้าประจำการในปีค.ศ.2013 จำนวน 108 ลำเพื่อทดแทนเครื่องบิน P-3 (มีประจำการใน ทร.ไทย )ที่มีอายุการใช้งานมาอย่างยาวนาน

ตารางข้อมูลเครื่องบิน B737 ทอ.นำเข้าประจำการ
http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=2977&d=1328323122



เครื่องบิน B737 เป็นเครื่องบินที่มีเกียรติประวัติอันโดดเด่นและยาวนาน ได้รับความแพร่หลายทั้งในเชิงพาณิชย์และกิจการทหาร เป็นเครื่องบินที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง กองทัพอากาศของเราตระหนักในความสำคัญของภารกิจที่ได้รับมอบหมาย จึงได้เลือกเครื่องบินรุ่นนี้เพื่อถวายเป็นเครื่องบินราชพาหนะในโอกาสที่ฉลองการครองราชย์ครบ 60 ปี


อ้างอิง
http://www.b737.org.uk/history.htm (http://www.b737.org.uk/history.htm)
http://www.cfm56.com/engines/cfm56-3/history.html (http://www.cfm56.com/engines/cfm56-3/history.html)
http://en.wikipedia.org/ (http://en.wikipedia.org/)
http://www.pratt-whitney.com/prod_comm_jt8d.asp (http://www.pratt-whitney.com/prod_comm_jt8d.asp)
หนังสือข่าวทหารอากาศ ปีที่ 66 ฉบับที่ 9 ประจำเดือนกันยายน 2549

ขอขอบพระคุณ
พลอากาศตรีเทียนชัย เสนาพิทักษ์
นาวาอากาศโทขจรฤทธิ์ แก้วอำไพ
นาวาอากาศตรีนฤพล ชิณพงศ์ (บ.ไทยแอร์เอเชีย)