PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : C-17



skypig
02-02-12, 09:04:03
C-17
จำนวนผู้เข้าชม 8551 คน


C-17 Globemaster III

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3011&d=1328326076


เครื่องบิน C-17 เป็นเครื่องบินลำเลียงทางทหารรุ่นใหม่ล่าสุดของ ทอ.สหรัฐฯ มีภารกิจหลัก คือ
การเคลื่อนย้ายกำลังทหาร และยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ จากระยะไกล
C-17 เป็นเครื่องบินไอพ่นสี่เครื่องยนต์ สามารถเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ที่มีน้ำหนักมาก
เช่น รถถังหรือปืนใหญ่ ออกแบบเพื่อให้นำหน่วยรบติดอาวุธ ส่งตรงสู่แนวหน้าในพื้นที่การรบ
ได้จากระยะไกล-โดยตรง ในทันที เครื่องบิน C-17 ยังตอบสนองต่อภารกิจทางทหารได้หลายรูปแบบ
ทั้งทางยุทธวิธี และยุทธศาสตร์
ทั้งในแบบ Airland และ Airdrop
Aeromedical และการปฏิบัติภารกิจพิเศษ
ปัจจุบัน C-17 เป็นแกนหลักในการสนับสนุนระบบการส่งกำลังทางอากาศของกองทัพสหรัฐฯ กองกำลังนาโต
และกองทัพที่แข็งแกร่งในอีกหลายประเทศ C-17บินข้ามทวีปได้
โดยอาศัยความสามารถในการเติมเชื้อเพลิงในอากาศ C-17 เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาของนายทหารฝ่ายเสนาธิการ
และเป็นกำลังใจให้แก่ทหารในแนวหน้า ได้เป็นอย่างดี โดยการนำส่งเสบียงและยุทโธปกรณ์ทุกประเภท
ไปยังฐานปฏิบัติการหลัก หรือฐานปฏิบัติหน้า ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด
และนอกจากเครื่องบิน C-17 จะบินไกลข้ามทวีปได้แล้ว
เมื่อมันไปประจำการอยู่ในยุทธบริเวณการรบ มันยังมีสามารถปฏิบัติภารกิจยุทธวิธี ในพื้นที่การรบได้อีก เป็นอย่างดี
Globemaster III คือนามเรียกขานของ C-17 เป็นเครื่องบินลำดับที่สาม ที่ได้รับเกียรติให้ใช้ชื่อนี้
ซึ่งเครื่องบินสองรุ่นก่อนหน้านี้ได้แก่ C-74 (Globemaster I) และ C-124 (Globemaster II)
คุณลักษณะสำคัญของ C-17 คือเป็นเครื่องบินลำเลียงแบบไอพ่น ใช้เครื่องยนต์ turbofan
และได้การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้อีกหลายด้าน ได้แก่
การออกแบบปีก supercritical และ winglets เพื่อลดแรงต้าน และเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงให้มีประสิทธิภาพ รัศมีทำการเพิ่มขึ้น
ระบบชะลอความเร็ว
อุปกรณ์เพิ่มแรงยกแบบพิเศษ
และระบบฐานล้อแบบรับแรงกระแทกสูงซึ่งเป็นระบบที่ช่วยให้เกิดความสามารถ
ในการที่จะบินไปลงในสนามบินขนาดเล็ก ที่มีข้อจำกัด
ระบบชะลอความเร็ว(reverser) แบบผลักขึ้นด้านบน ทำให้สามารถลดความเร็วลงได้อย่างรวดเร็ว
โดยส่งผลต่อการฟุ้งกระจายของก้อนกรวดดิน เพียงเล็กน้อย และเกิดเสียงไม่ดังมากนัก
ประตูขนย้ายยุทโธปกรณ์ ออกแบบทางลาด และระบบยึดรั้งยุทโธปกรณ์ ที่สามารถปฏิบัติการได้
โดย loadmaster เพียงคนเดียว และพร้อมระบบที่พร้อมจะนำยุทโธปกรณ์
ออกจากระวางบรรทุกได้อย่างรวดเร็ว (offload) ทันที โดยไม่มีอุปกรณ์พิเศษ
การพัฒนา
หลังจากปี1970 กองทัพอากาศสหรัฐฯ เริ่มต้นมองหาเครื่องบินเพื่อเข้ามาทดแทน C-130 Hercules
ซึ่งมีประสิทธิภาพอย่างสูงในการใช้สนามบินสั้น ( STOL) ภายใต้โครงการ AMST
โดยมีสองบริษัทคือ Boeing เสนอ YC-14 และ
McDonnell Douglas เสนอ YC-15 เข้าร่วมโครงการ
แต่ยังไม่ทันประกาศผู้ได้รับการคัดเลือก โครงการ AMST ได้ถูกยกเลิกไปก่อน
ไม่นานต่อมากองทัพอากาศสหรัฐฯได้เริ่มโครงการ CX เพื่อพัฒนาเครื่องบินลำเลียง
ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า AMST เป็นโครงการระยะยาว เพื่อเพิ่มพูนยุทธศาสตร์การลำเลียงทางอากาศระยะไกล (Globe Reach Globe Power)

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3012&d=1328326076 http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3013&d=1328326076
เครื่องบินต้นแบบ YC-15 ของ McDonnell Douglas ได้ถูกใช้เป็นพื้นฐานสำหรับ C-17 ในปี 1980 กองทัพอากาศสหรัฐฯ
มีเครื่องบินลำเลียงขนาดใหญ่แบบ C-141 Starlifter เป็นจำนวนมาก และกำลังจะหมดอายุการใช้งาน
เมื่อได้ศึกษาข้อมูลต่างๆ กองทัพฯตระหนักว่า ความเข้มแข็งของกองทัพจะคงอยู่ได้
เพราะประสิทธิภาพในการลำเลียงทางอากาศ ดังนั้น จึงได้ทำแผนความต้องการ (RFP) ขึ้นมา ในครั้งนั้นมีหลายบริษัทได้เข้าร่วมแข่งขัน
บริษัท Boeing ได้นำต้นแบบ YC-14 ต้นแบบของตนเข้าร่วม
บริษัท Lockheed ได้นำเครื่องต้นแบบ ซึ่งเป็นการผสมรวมระหว่าง C-5 และ C-141 เข้าร่วมประกวด
แต่แล้วใน ตุลาคม 1980 โดยบริษัท McDonnell Douglas ได้รับคัดเลือกที่จะพัฒนาอากาศยานใหม่
โดยใช้ YC-15 เป็นต้นแบบหลักในการพัฒนา ในที่ 28 สิงหาคม 1981 โดยกำหนดชื่อให้เป็นเครื่องบิน C-17 เป็นเครื่องบินลำเลียงที่มีความเร็วสูงขึ้น มีขนาดใหญ่ขึ้น มีความประหยัดมากขึ้น โดยที่สามารถรองรับภารกิจต่างๆ ของเครื่องบินแบบเดิม (C-5 ,C-141) ได้ทั้งหมด
ขั้นตอนการออกแบบ
C-17 ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเดือน ธันวาคม 1985 การผลิตแบบจริงจังได้เริ่มขึ้น
โดยมีเป้าหมายที่จะผลิตขึ้นมาราว 210 ลำ แต่แล้วปัญหา เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ได้เกิดขึ้น
ในเมษายน 1990 นาย Dick Cheney รมต.กลาโหมสหรัฐฯ ลดการสั่งซื้อเหลือเพียง 120 ลำ จึงเกิดความล่าช้า
C-17 ที่เป็นเครื่องบินต้นแบบได้ขึ้นบินเที่ยวบินแรก 15 กันยายน 1991
จากโรงงาน McDonnell Douglas ฝั่งตะวันตกใน Long Beach, California,
หลังจากล่าช้าไปจากกำหนดหนึ่งปีเต็ม ในระหว่างนี้เป็นช่วงเดียวกับทีบริษัท McDonnell Douglas ประสบปัญหาทางการเงิน
ต้องขายกิจการให้กับบริษัท Boeing เข้ามาดูแลโครงการ ต่อแทน และได้สร้างเครื่องบินต้นแบบอีก 5 ลำ เพื่อการทดสอบและประเมินค่า
ในปลายปี 1993 หลังจากที่ส่งมอบเครื่องบินไปได้เพียง 40 ลำ กลาโหมสหรัฐฯ
ได้ให้เวลาแก่ผู้รับเหมาสองปี เพื่อแก้ปัญหาการผลิตและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
หรือจะต้องเผชิญหน้ากับการสิ้นสุดสัญญา ในที่สุดบริษัท McDonnell Douglas เกิดการสูญเสียเงินเกือบ US $ 1.5 พันล้านในระหว่างนั้น
ในเดือนเมษายน 1994, C-17 โครงการยังคงประสบปัญหาด้านค่าใช้จ่ายที่เกินอยู่
อีกทั้งผลการทดสอบบินพบว่า ประสิทธิภาพของเครื่องบินต้นแบบ ยังไม่ตรงกับความต้องการที่กำหนดไว้
ในเรื่องของน้ำหนักบรรทุก การใช้เชื้อเพลิง และรัศมีทำการ
ในระหว่างทดสอบบิน ยังประสบปัญหาจากกระแสอากาศด้านท้ายเครื่อง ซึ่งทำให้นักโดดร่ม บาดเจ็บ และมีปัญหาทางเทคนิคอื่นๆ เช่น ซอฟต์แวร์ในคอมพิวเตอร์ และระบบฐานล้อ ซึ่งได้รับการแก้ไขให้ลุล่วงในเวลาต่อมา
ในเดือนกรกฎาคม 1994 เอกสารของ GAO อีกชิ้นหนึ่งเปิดเผยว่า C-17 สามารถใช้สนามบินที่กระจายอยู่ทั่วโลกได้มากกว่าเครื่องบิน C-5 ถึง 6,400 แห่ง กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ จึงปรับงบประมาณในการสร้าง C-17 แทนที่จะปรับปรุงเครื่องบิน C-5


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3014&d=1328326076

เครื่องยนต์ และระบบชะลอความเร็ว
เครื่องยนต์ของ Pratt & Whitney รหัส F117-PW-100 (เครื่องยนต์รุ่นนี้ใช้ Boeing 757 เรียกว่า PW2040 series ). ให้แรงขับสูงถึง 40,440 ปอนด์
ติดตั้งไว้บน pylons ยื่นออกมาจากชายหน้าด้านล่างของปีก เครื่องยนต์มีการติดตั้งระบบ directed-flow thrust reversers


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3015&d=1328326076

ระบบ reversers ของ C-17 ออกแบบเป็นพิเศษ ในการทำให้เกิดแรงขับถอยหลัง หรือชะลอความเร็ว โดยใช้กระแสไอพ่นจากสองส่วน คือ
ไอเสียด้านท้าย(Hot Exhausts )
และยังอาศัยกระแสอากาศจากใบพัดด้านหน้า (Cool Fan)
ซึ่งสามารถปรับกระแสไอพ่นย้อนกลับ ในระหว่างบินอยู่ในอากาศได้
ความสามารถของระบบนี้ ทำให้สามารถลชลอความเร็ว และใช้มุมร่อนได้ชันกว่าเครื่องบินอื่นโดยทั่วไป
เมื่อนำมาใช้งานบนพื้น เครื่องบิน C-17 จึงสามารถถอยหลังขึ้นบนเนินที่มีความชัน 2% ได้
และสามารถถอยกลับตัวบนสนามบิน หรือลานจอดแคบๆได้
ระบบ reversers ออกแบบให้กระแสไหลอากาศที่พ่นออกมา พุ่งขึ้นไปด้านบนโดยตรง ส่งผลให้แรงลมที่ออกมานั้น ไม่ไปเป่าฝุ่นให้คลุ้งกระจาย กระเด็นเข้าเครื่องยนต์ หรือไปโดน เจ้าหน้าที่ ที่ทำงานอยู่โดยรอบ ความพิเศษของ C-17 ยังเกิดขึ้นจาก
The "externally blown flap"
เทคโนโลยีที่เป็นหัวใจของ C-17 คือ ระบบสร้างแรงยกแบบ propulsive ทำให้แรงยกเพิ่มขึ้นจากไอเสียเครื่องยนต์ โดยบังคับทิศทางแรงดันไอเสียจากเครื่องยนต์ยังผืนผิว flaps โดยตรง กระแสอากาศที่เกิดขึ้นจะสามารถทำให้ C-17 บินขึ้นหรือลงด้วยมุมชัน มากกว่าปกติ และมีความเร็วในการร่อนลง ไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับความสามารถของเครื่องบินที่มีระวางบรรทุกถึง 160,000 ปอนด์แต่ใช้สนามบินสั้นที่มีความยาวเพียง 3000 ฟุต
ระบบ The "externally blown flap" or "powered-lift system". ช่วยนักบินให้สามารถร่อนลงสู่สนามบินด้วยความแม่นยำ เครื่องบินจะลงสัมผัสพื้นได้อย่างแม่นยำในจุดที่ต้องการ บนพื้นผิวทางวิ่งที่มีขนาดจำกัด C-17 สามารถทำเช่นนี้ได้ โดยบังคับทิศทางแรงดันไอพ่น ไปยังช่องว่างของ flaps ที่โค้งลง โดยตรง ลักษณะของการไหลของอากาศเช่นนี้ จะทำให้ปีกมีสัมประสิทธิ์แรงยกเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า ของเครื่องบินลำเลียงทั่วไป
ปีกแบบ "supercritical".
เช่นเดียวกันกับเครื่องบินรุ่นใหม่ C-17 ใช้ปีกแบบ "supercritical". ปีกเหล่านี้ออกแบบเพิ่มรัศมีทำการ เพิ่มความเร็วในการเดินทาง เป็นผลให้ประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงดีขึ้น ประหยัดได้มากขึ้น ปีกแบบ "supercritical". จะเกิดคลื่นต้าน (shock waves) ออกมาน้อยกว่า ส่งผลให้เครื่องบินมีประสิทธิภาพสูงขึ้น


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3016&d=1328326440

ปลายปีกแบบ winglet
ในกลางทศวรรษ 1970 องค์การนาซา ได้พัฒนาแนวคิด winglet ปลายปีก โดยทำการวิจัยในอุโมงค์ลม Winglets เป็นครีบขนาดเล็ก ติดตั้งไว้ปลายปีกแต่ละด้าน ในแนวตั้งฉากกับพื้นผิวปีก ทำให้เครื่องบินบินผ่านอากาศอย่างราบเรียบมีประสิทธิภาพมากขึ้น. Wingtip จะบังคับกระเสอากาศให้ไหลโค้ง เกิดแรงผลักเครื่องบินไปด้านหน้า คล้ายกับใบเรือของเรือใบ แนวคิดนี้ ได้นำไปใช้งานบนเครื่องบินขนาดเล็กแบบ Gates Learjet Model 28 เป็นครั้งแรก และต่อมาทดสอบเพิ่มเติมกับเครื่องบินขนาดใหญ่อย่างเครื่องบิน DC-10 เป็นเครื่องบินทดสอบของนาซา Winglets ถูกติดตั้งในเครื่องบิน KC-135A ซึ่งมีภารกิจในการเติมเชื้อเพลิงในอากาศ และการบินทดสอบกระทำอย่างต่อเนื่องที่ Dryden ในปี 1979 และ 1980 ในได้ผลสำเร็จเป็นอย่างดี จึงนำ winglets มาใช้กับเครื่องบิน C-17
เครื่องบิน C-17 ถูกสร้างขึ้นด้วยวัสดุผสม (composites) เป็นจำนวนมากถึง 16,000 ปอนด์ โดยนำมาสร้างเป็นพื้นผิวควบคุมการบินหลัก และส่วนประกอบทางโครงสร้าง ในส่วนที่เป็น หางเสือ rudders ผลิตขึ้นจากวัสดุประเภท graphite-epoxy
ห้องนักบินเป็นแบบGlass Cockpit ใช้นักบินเพียงสองคน ลดความซับซ้อน และเพิ่มความน่าเชื่อถือ


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3017&d=1328326440

คุณลักษณะ
เครื่องบินสามารถปฏิบัติการได้โดยใช้ลูกเรือเพียง 3 นาย นักบินสองนายในห้องนักบิน และเจ้าหน้าที่ขนย้าย (loadmaster) อีกเพียงหนึ่งคนประจำห้องระวางบรรทุก
มีระวางบรรทุกสูงสุด (payload ) 170,900 ปอนด์ 72,500 ก.ก.
น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุดของ( takeoff gross) สูงสุด 585,000 ปอนด์
มีระยะปฏิบัติการโดยไม่ต้องเติมน้ำมันประมาณ 5,200 ไมล์ทะเล ขณะมีน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 130,000 ปอนด์
ความเร็วในการบินเดินทาง 450 knots (.77 มัค)



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3022&d=1328326463
http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3023&d=1328326463


จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่า เครื่องบินC-17 มีขนาดมิติอยู่ระหว่างเครื่องบินC-130 และเครื่องบินC- 5 แต่มีสมรรถนะด้านการบรรทุกสูงกว่า เครื่องบินC-130 ถึงสี่เท่า โดยมีความเร็วสูงกว่า เครื่องบินทั้งสองแบบ เครื่องบินC-17 ได้รับการออกแบบให้ปฏิบัติภารกิจได้ในสนามบินขนาดเล็ก C-17 สามารถที่จะบินขึ้นและลงจอดได้ บนสนามบินที่มีความยาว 3,000 ฟุต และแคบ 90 ฟุตได้ แม้ในพื้นที่จำกัด C-17 สามารถเลี้ยวหมุนกลับตัว โดยใช้ความสามารถในการถอยหลังกลับ จากการปรับทิศทางไอพ่น
C-17 มีลำตัวยาว 174 ฟุต ช่วงปีกกว้าง 170 ฟุต
ยุทโธปกรณ์ที่สามารถเคลื่อนย้ายเข้าสู่ห้องระวางบรรทุกของC-17 ได้แก่ รถถังแบบ M1 (Abrams tank) เฮลิคอปเตอร์ทั้งลำ โดยไม่ต้องถอดใบพัดหรือชิ้นส่วนใดออก รถบรรทุกน้ำมัน C-17 สามารถเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ของเหล่าทัพต่างๆ ได้เกือบทั้งหมด



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3018&d=1328326440
ความเชื่อถือได้ และความง่ายในการซ่อมบำรุง คือสอง ข้อกำหนดสำคัญของเครื่องบินรบ ความเชื่อถือได้ของเครื่องบิน C-17 สามารถปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จถึงร้อยละ 92 โดยใช้ Man/Hour เพียง 20 ในการบำรุงรักษาต่อชั่วโมงบิน
โดยมีอัตราความพร้อมรบ (FMC Full Mission Capability) ร้อยละ 74.7
และอัตราความพร้อมรบภารกิจบางส่วน ร้อยละ 82.5 ( Partial Mission Capability )
ต่อการบิน 100,000 ชั่วโมงบิน
เครื่องบินC-17 ได้รับประจำการในหน่วยบัญชาการ Air Mobility Command ครั้งแรกที่ฐานทัพอากาศ Charleston AFB รัฐ South Carolina สังกัดกองบินลำเลียงที่ 437 และกองบินสำรองที่ 315 Airlift (Air Force Reserve).
ต่อมา23 มกราคม 2001 กองทัพอากาศได้คัดเลือกให้ฐานทัพอากาศ McGuire Air Force Base, รัฐนิวเจอร์ซี่ ได้รับเลือกเป็นฐานบินแห่งที่สองของ C-17 และต่อมาคือฐานทัพอากาศ Dover AFB, DE และ Charleston AFB, SC. ผลการสำรวจความจำเป็นทางยุทธศาสตร์ ทอ.สหรัฐฯ เน้นไปทางภาคตะวันออก East Coast ที่มีความต้องการ ในการเพิ่มจำนวนฐานบินของ C-17 มากขึ้น
กองทัพอากาศสหรัฐ มีความต้องการเครื่องบินลำเลียงเพิ่มเติม เพื่อให้ตรงกับความต้องการ อีก13 ลำ เพื่อทดแทนเครื่องบิน C-141 ที่ทยอยปลดประจำการออกไป ปัจจุบันกองทัพอากาศสหรัฐ มีเครื่องบิน C-17ประจำการ จำนวน 185 ลำ บางส่วน ได้รับการประจำการ ในกองบัญชาการการฝึกและศึกษา ที่ฐานทัพอากาศ Altus AFB รัฐโอกาโฮมา เพื่อใช้ในการฝึกอบรมนักบินและเจ้าหน้าที่
ประเทศที่มีเครื่องบิน C-17 เข้าประจำการ
ประเทศอังกฤษ จำนวน 6 ลำ
ประเทศออสเตรเลีย จำนวน 4 ลำ,
ประเทศแคนาดาจำนวน 4 ลำ
ประเทศในเครือสนธิสัญญาNATO จำนวน 4 ลำ
ประเทศกาตาร์ จำนวน 2 ลำ
ประเทศสหรัฐอาหรับอิมมิเรต จำนวน 4 ลำ


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3019&d=1328326440

การปฏิบัติการ
กองกำลังซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายทางอากาศได้ นับเป็นหัวหอก ในการเดินทัพของกองทัพบก เพราะนั่นทำให้หน่วยรบ สามารถจัดวางกำลังในทุกระดับชั้น ทั้งในระดับยุทธศาตร์ ยุทธการ และยุทธวิธี ได้อย่างสะดวก
14 กันยายน 1997 เครื่องบิน C-17 จำนวน 8 ลำ ได้บินไปไกลกว่า 7,780 ไมล์ แบบไม่ลงหยุดพักที่ใดเลย ได้นำทหารของกองพลส่งทางอากาศที่ 82 แห่งกองทัพบกสหรัฐฯ จำนวนกว่า500 นาย บินจากฐานทัพ Pope Air Force Base ในสหรัฐฯ ไปทิ้งร่มลงที่ประเทศคาซัคสถาน ระหว่างการฝึกผสม “CENTRAZBAT 97" นับเป็นการเคลื่อนพลทางอากาศที่ไกลที่สุด ในเอเชียกลางเท่าที่เคยผ่านมา


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3020&d=1328326440

ต่างจากเครื่องบิน C-130 ซึ่งคนไทยได้เห็นกันบ่อยตั้งแต่ช่วงสงครามเวียดนาม เครื่องบิน C-17 มักจะบินเข้ามาให้เห็นในช่วงการฝึกผสม และการเดินทางของประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่โดชคดีของคนไทย
ก่อนการแสดงการบินผาดแผลงของฝูงบินธันเดอร์เบิร์ด เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2552 จะเริ่มขึ้น การปรากฏกายของเครื่องบิน
C-17 ได้สร้างเสียงฮือฮา ได้อย่างน่าประทับใจ เครื่องบินC-17 บินเดี่ยว เข้ามาจากทางทิศใต้ของสนามบินดอนเมือง ด้วยความเร็วสูง เข้ามาลดความเร็วด้วยการเลี้ยวปีกลึก อย่างฉับพลัน เป็นการเปลี่ยนความเร็วและทิศทางการบินอย่างรวดเร็ว ด้วยความใหญ่ของลำตัว แม้จะอยู่ไกลตา แต่สามารถมองเห็นลีลาของมัน ได้อย่างถนัดตา ความใหญ่โตของมันกลับสวนทางกับ ท่าทางการบินของมัน อย่างฉงน แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า เครื่องบินลำใหญ่ขนาดนั้น จะสามารถแสดงท่าทางการบินแบบนั้นได้
C-17 หมุนตัว บินกลับเข้ามาทางฝูงชนอีกครั้งหนึ่ง ด้วยมุมเอียงปีกที่ลึกกว่าเดิม เรียกเสียงซูดซาด จากผู้ชมข้างล่าง ได้อย่างหวาดเสียว
C-17 วนกลับมาอีกรอบ คราวนี้ มันบินด้วยความนวยนาด การบินช้าขนาดนี้ ด้วยระดับความสูงต่ำขนาดนี้ เป็นการแสดงความสามารถของเครื่องบินและนักบินได้เป็นอย่างดี การแสดงของเจ้านกยักษ์จบลงด้วยการร่อนลงด้วยมุมชันมาก และสัมผัสพื้นด้วยแม่นยำ โดยใช้ระยะทางในการหยุดที่สั้นมาก แล้วทำการถอยหลังในทันที การบินโชว์เดี่ยวในเวลาเพียงสิบห้านาที สร้างความประทับใจให้แก่ฝูงชนอย่างยวดยิ่ง
C-17 เป็นเครื่องบินลำเลียงทางทหาร โดยเฉพาะ ใช้สำหรับเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ ในการเคลื่อนย้ายกำลังอย่างรวดเร็ว มันมีความสามารถในการส่งกำลังหน่วยรบติดอาวุธไปยังในพื้นที่การรบ ได้อย่างทันที C-17 ยังสามารถปฏิบัติการทางลำเลียงยุทธวิธีขนาดเล็ก และการลำเลียงผู้ป่วยส่งกลับสายการแพทย์ ได้อีก

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3021&d=1328326463

skypig
08-02-12, 09:29:54
Boeing confirms

บริษัทโบอิ้งได้รับสัญญาขั้นสุดท้ายในการขายเครื่องบิน C-17 จำนวน 10 ลำให้แก่กองทัพอากาศอินเดีย

สัญญามูลค่า1.78 billion ล้านเหรียญสหรัฐฯ ได้รับการยืนยันเมื่อ 2 February จากการดำเนินการมายาวนานกว่าสามปี
ราคาเครื่องบิน C-17 โดยประมาณลำละ 250 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งติดตั้งด้วยเครื่องยนต์ Pratt & Whitney F117 จำนวน 4 เครื่อง

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3409&d=1328668187

. .กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้หยุดสั่งซื้อไปแล้ว หลังจากนำเข้าประจำการจำนวน 223 ลำ โดยที่ในปี2010 ได้สั่งซื้อเพิ่มอีก 10 ลำ


. .โครงการการสร้างเครื่องบิน C-17ขณะนี้ขึ้นอยู่กับการสั่งซื้อของประเทศต่างๆทั่วโลก โดยมีอัตราการสร้าง10 ลำต่อปี (โดยไม่มีการเพิ่มราคาต่อลำ/ราคาต่อลำคงที่) และบริษัทโบอิ้งยังคงพยายามขายเครื่องบิน C-17 ให้แก่กองทัพต่างๆอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นได้จากการเข้าร่วมบินแสดงโชว์ในงานการบินต่างๆทั่วโลก และยังมีกองทัพอากาศออสเตรเลียแสดงความสนใจที่จะสั่งซื้อเพิ่ม
. . นาย Senator Claire McCaskill,วุฒิสภาของสหรัฐฯได้ร้องขอให้ US Federal Aviation Administration เร่งรัดขั้นตอนการออกใบรับรองความสมควรการเดินอากาศ เพื่อใช้งานทางพาณิชย์-พลเรือน ภายใต้รหัส BC-17 ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวได้เคยถูกปฏิเสธจากทางภาคการขนส่งพาณิชย์-พลเรือน มาก่อนครั้งหนึ่งแล้ว
การเสริมสร้างกำลังทางอากาศของอินเดียได้หันเหจากการพึ่งพารัสเซีย มาทางประเทศสหรัฐฯมากขึ้น โดยในปี 2011กองทัพอากาศอินเดียเพิ่งจะได้รับเครื่องบิน C-130J เข้าประจำการในกองบินปฏิบัติการพิเศษ การสั่งซื้อเครื่องบิน C-17 นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้กองทัพอินเดียเข้มแข็งขึ้น ซึ่งย่อมทำให้ปากีสถาน และจีน อยู่นิ่งไม่ได้

skypig
10-02-12, 09:12:35
C-17 แอบมาจอดที่สุวรรณภูมิ เมื่อ 8 ก.พ.2555

skypig
05-11-12, 09:37:29
กองทัพอากาศออสเตรเลียรับมอบ C-17
............กองทัพอากาศออสเตรเลียได้รับมอบเครื่องบินลำเลียง ขนาดหนักแแบบ C-17 เป็นลำที่ 6 เข้าประจำการ ที่ฝูงบิน 36 Squadron ฐานทัพอากาศ Amberley ใกล้เมือง Brisbane เมื่อ 1 พ.ย.2555


...บริษัทโบอิ้งได้ส่งมอบเครื่องิบน C-17 ให้แก่ทั่วโลกแล้ว รวม 248 ลำ โดยส่งมอบให้ทอ.สหรัฐฯจำนวน 218 และชาตอื่นๆ ได้แก่ แคนาดา, กาตาร์ อังกฤษ และสหรัฐอาหรับเอมิเรต และยังมีประเทศอินเดียที่ได้สั่งจองไปแล้ว นอกจากนี้ กลุ่มประเทศต่างๆในนาม NATOได้สั่งจองไว้อีก

skypig
14-11-12, 16:38:08
เครื่องบิน C-17 มาปรากฏกายให้เห็นที่สนามบินดอนเมือง ก่อนการมาเยือนของ President Obama


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=4613&d=1352885862

skypig
20-03-13, 11:17:12
C-17 มาร่วมฝึก 2013 Cope Tiger 17-20 มี.ค.
สองลำจอดอยู่ที่กองบิน23 อุดรธานี

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=4998&d=1363753015

★โต้ ชาวร็อค★
20-03-13, 11:29:36
เห็นชลบอกตอน Cobra gold 2013 ที่ผ่านมาก่อนกลับ c17 มาขนฮอ.ใส่ใต้ท้องไปที่เชียงใหม่ครับพี่

ผมไม่ได้เห็นตอน load แต่เห็นตอนเขาเอาฮอ.มาจอดไว้หน้า Tango ลำบะเลิ่มเลยครับ 2ลำ ดูไม่ออกว่าฮอฯ รุ่นอะไรครับ

skypig
16-02-14, 11:00:07
ประเทศคูเวต ได้รับเครื่องบินลำเลียงแบบ C-17 เป็นลำแรก มันมีสีภายนอกแตกต่างจาก ที่เคยใช้กันมา ผิวลำตัวถูกพ่นสีพื้นเป็นขาวทางด้านบน และสีเทาทางด้านล่าง แบบพิเศษ ในแนวสปอตร์กีฬา

บริษัทโบอิ้งได้ส่งมอบเครื่องบิน C-17 ซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวนนสองลำที่สั่งซื้อไว้ ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557
C-17 จะเพิ่มขีดความสามารถทางยุทธศาสตร์ให้แก่กองทัพอากาศคูเวต ในปฏิบัติการทางทหารและพลเรือน รวมทั้งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ
คูเวตเป็นประเทศล่าสุดที่นำเครื่องบิน C-17 เข้าประจำการ ร่วมกองทัพอากาศของออสเตรเลีย, แคนาดา, อินเดีย, กาตาร์, สหราชอาณาจักร สหรัฐอาหรับเอมิเรต และสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบัน C-17 ได้รับการผลิตขึ้นมาแล้ว 260 ลำ โบอิ้งกล่าวว่า บริษัท ฯ มีความความพยายามที่จะหาผู้ซื้อที่เหลืออีก 15 ลำ