PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : A-10 Warthog



skypig
03-02-12, 12:56:02
A-10 Warthog
[20 พฤศจิกายน 2553 10:31 น.] จำนวนผู้เข้าชม 5374 คน


A-10

Warthog
http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3158&d=1328332423





. . .เขียนไว้บรรทัดนี้ก่อนว่า เครื่องบิน A-10 (เอ-เท็น) ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปราบรถถัง Tankbuster โดยเฉพาะ แม้ภารกิจหลักของมันถูกกำหนดให้เป็น เครื่องบินโจมตีภาคพื้นดิน และการสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด(CAS) แก่กองกำลังทางบกก็ตาม มันได้รับฉายาว่า Thunderbolt เจ้าสายฟ้า
. . . สานตำนานต่อจากเครื่องบิน P-47 ซึ่งเคยร่วมปราบรถถัง Panzer ของเยอรมัน ในช่วงปลาย สงครามโลกครั้งที่สอง และอีกชื่อหนึ่งซึ่งเหมาะสมกับรูปร่างของมัน คือ



Warthog หมูป่า



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3159&d=1328332423

เครื่องบิน A - 10 ถูกใช้งานอย่างกว้างขวางในสงคราม Storm Operation Desert ปี 1990 ภายใต้สังกัดกองกำลังนาโต

ในวิกฤตการณ์โคโซโว
ใน Operation Enduring Freedom และในสงครามอิรัก
ในสงครามอัฟกานิสถาน
A - 10 เป็นเครื่องบินที่มีความอยู่รอดสูง และมีความอ่อนตัวในการปฏิบัติภารกิจ

. .เครื่องบิน A - 10 เหมาะสำหรับการปฏิบัติการจากฐานทัพอากาศเขตหน้า ตอบสนองต่อความต้องการทางยุทธวิธีได้ด้วยเวลาสั้น แม้จะเป็นเครื่องบินไอพ่น แต่มีความสามารถในการวิ่งขึ้นและร่อนลงในพื้นที่จำกัดได้ดี มีรัศมีปฏิบัติการได้ไกล (800 ไมล์) บินได้นาน และสามารถต่อกรกับอาวุธของข้าศึกได้หลายชนิด มีความคล่องตัวในย่านความเร็วต่ำ และความสูงต่ำกว่า 1,000 ฟุต เป็นอย่างมาก จึงทำให้มีประสิทธิภาพในการกำหนดเป้าหมาย และปล่อยอาวุธได้อย่างแม่นยำ ในทุกสภาพภูมิประเทศ
. . . เครื่องบิน A - 10 ผลิตโดยบริษัท Fairchild ขึ้นทดสอบบินเที่ยวแรกในเดือนพฤษภาคม 1972 เป็นเครื่องบินรุ่นราวคราวเดียวกับ F-16 อยู่ในสายการการผลิตระหว่างปี 1975-1984 ผลิตขึ้นจำนวน 713 ลำ จากนั้น ตั้งแต่ปี 1987 บริษัท Fairchild ได้โรยราจากกองทัพไป เครื่องบิน A – 10 อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท Northrop Grumman ซึ่งดำเนินการสนับสนุนและปรับปรุงโครงสร้าง เครื่องบิน A – 10 จำนวน 367 ลำยังคงประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาหลายหน่วย ได้แก่ หน่วยบัญชาการ Air Combat Command ในสังกัดของกองทัพอากาศสำรอง และ หน่วยบัญชาการ Air National Guard

. . . ในช่วงเวลานั้น นอกจากจะตั้งใจนำเข้าประจำการในทอ.สหรัฐฯแล้ว ผู้ผลิตยังหวังจะขายให้แก่ประเทศไทย และฟิลิปปินส์ อีกด้วย แต่ผลของสงครามเวียดนามจบลงในแบบที่สหรัฐฯไม่ต้องการ กอปรประเทศไทยได้รับเครื่องบิน A-37 และ OV-10(Brongco) จำนวนมากเข้าประจำการ อยู่แล้ว ความต้องการ เครื่องบิน A –10 จึงไม่มีความจำเป็นสำหรับประเทศไทย อีกทั้งการผลิต F-16 เครื่องบินรบอเนกประสงค์ขึ้นออกมาขายให้แก่ต่างประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ทำให้เครื่องบิน A-10 จึงมีใช้งานเพียงสหรัฐฯ ประเทศเดียว



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3160&d=1328332423

การออกแบบ
จะว่าไปแล้วมันเป็นการออกแบบยุทโธปกรณ์ เพื่อทำให้ปืนใหญ่ขนาดเท่ารถยนต์ ไปลอยบนฟ้าได้ โดยที่เครื่องบิน เป็นเพียงส่วนประกอบภายนอกเท่านั้น

. . . เครื่องบิน A-10 เป็นยานรบที่เกิดขึ้นจาก ความต้องการของทหารในแนวหน้า จากผลพวงของสงครามเวียดนาม ซึ่งขณะนั้น สหรัฐฯอเมริกา มีเครื่องบินโจมตีอยู่แล้ว หลายชนิด ได้แก่ A-1 A-4 A-6 A-7 A-37 หรือแม้กระทั่งป้อมบินยักษ์ B-52 แต่ด้วยขนาด และความสามารถในการบิน ไม่อาจตอบสนองภารกิจการสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด ได้อย่างแม่นยำ และหนักหน่วง นอกจากนั้นแถมยังมีเครื่องบิน F-4 F-5 และ F-105 เป็นกำลังเสริมซึ่งตั้งฐานอยู่ในประเทศไทย
. . . เครื่องบิน A-1(Skyraider) และ A-4(Skyhawk) มีความสามารถในการบรรทุกได้น้อย ทัศนะการมองเห็นจำกัด บินในสภาพอากาศพร่ามั่วได้ไม่ดีนัก
. . . เครื่องบิน A-6(Intruder) และ A-7(Corsair) แม้จะเร็วก็จริง แต่ฐานบินอยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบินบรรทุกอาวุธ และน้ำมันได้ไม่มากนัก เมื่อบินมาถึง มีเวลาวนรอเหนือเป้าหมายอย่างจำกัด และราคาแพง
. . . เครื่องบินอื่นๆที่พอเทียบเคียงกันได้ คือ เครื่องบิน OV-10 แต่มันถูกออกแบบมาเพียงเพื่อการสังเกตุการณ์ และถูกดัดแปลงมาเป็นเครื่องบินโจมตี ซึ่งบินช้า และไม่มีเกราะป้องกันตัว


. . .เครื่องบินขับไล่สมัยนั้นได้แก่ F-4 F-5 F-105 ต่างประสบปัญหาเดียวกันคือ แม้จะบินเร็วก็จริง แต่ฐานบินอยู่ห่างเป้าหมายมาก เมื่อบินมาถึงที่หมาย ประสบกับสภาพอากาศไม่อำนวย มีเวลาวนรอเหนือเป้าหมายอย่างจำกัด และราคาแพง โดยเฉพาะ F-4 ที่ทำให้กองทัพสหรัฐฯผิดหวังพอสมควร เพราะไม่มีปืนกลอากาศประจำเครื่อง เมื่อยิงจรวดเพียงไม่กี่นัดออกไปหมดแล้ว เครื่องบินก็เหลือเพียงตัวเปล่า

เครื่องบินเหล่านั้น มิใช่เพื่อนยามยากของเหล่าทหารภาคพื้นดิน


ความต้องการเครื่องบินโจมตีรุ่นใหม่ เพื่อสงครามเวียดนาม จึงถูกส่งต่อ ไปถึงโรงงานการสร้าง Fairchild Republic ไม่นานหลังจากนั้น เครื่องบินโจมตีแบบที่สิบ A-10 เครื่องต้นแบบ ได้ออกมาให้ยลโฉมในปี 1972 (พ.ศ.2515) แต่ยังไม่ทันเข้าสู่สายการผลิต สงครามเวียดนามได้ยุติลงเสียก่อนในปี 1975 (พ.ศ.2518)
การสู้รบในสงครามเกาหลีและสงครามเวียดนาม เกิดขึ้นพร้อมกับการก่อตัวของสงครามเย็นทั่วโลก ในช่วงสงครามเย็น สหภาพโซเวียต(รัสเซีย)มีกองทัพรถถังในประจำการหลายพันคัน พร้อมที่จะบุกลุยประเทศต่างๆของนาโตในยุโรป และยังมียานลำเลียงพล BMP เฮลิคอปเตอร์โจมตี และปืนกลต่อสู้อากาศยาน แบบสี่ลำกล้องรุ่น SZU-23-4 เป็นกำลังเสริม

ฝ่ายนาโตในยุโรป ทุกประเทศมีจำนวนรถถังรวมกันแล้ว ยังน้อยกว่าหนึ่งพันคัน คิดเป็นอัตราส่วนเพียงหนึ่งในสิบ เท่านั้น ลำพังสหรัฐฯอเมริกามีเพียงทหารม้ารถถังเพียง 3 กองพันเท่านั้น
การชนะสงครามทางบกในขณะนั้นคือ การปราบรถถัง

. . .รถถังเป็นจักรกลสงคราม ที่มีความอยู่รอดสูง เพราะนอกจากจะมีเกราะหนาแล้ว มันยังเคลื่อนที่ได้ การจะหยุดรถถังหนึ่งคันให้ได้ มีอยู่หลายวิธี เช่น การวางกับระเบิด การใช้จรวดบาซูก้า หรืออาร์พีจี ในระยะประชิด หรืออาจใช้การปูพรมด้วยปืนใหญ่จากระยะไกล แต่นั้นไม่เพียงพอที่จะหยุด กองทัพรถถังที่กระจายอยู่ทั่วภาคพื้นทวีป นับหมื่นคันได้
. . . หนทางออกคือการใฝ่หาอาวุธชนิดใหม่ ซึ่งมีอำนาจการยิงรุนแรง และเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว สองคุณลักษณะสำคัญ ที่ตรงกันข้าม

. . . อำนาจการยิงที่รุนแรง สหรัฐฯ มีคำตอบแรกอยู่แล้ว คือ ปืนกลอากาศขนาด 30 มิลลิเมตร GAU-8/A Gatling gun คำตอบต่อมา คือการใฝ่หาพาหนะที่เคลื่อนที่ได้รวดเร็ว

ปัญหาที่หลอกหลอนกองทัพอากาศสหรัฐฯ คือ

ไม่ต้องการเครื่องบินที่มีความเร็วต่ำ ทุกกองทัพอากาศมักหลงเชื่อว่า



speed is life
ความเร็วคือ โอกาสอยู่รอด
ทอ.ไทยเองก็เชื่อเช่นนั้น จึงมองข้ามเครื่องบินรบความเร็วต่ำทั้งหมด



มันจึงเป็นการยากมาก ที่บริษัทผลิตเครื่องบินจะขายเครื่องบินที่บินต่ำและบินช้า ให้แก่กองทัพอากาศที่หลงใหลในความเร็ว
แต่ความเชื่อผิดๆนั้น ได้กลับเข้ามาสู่แนวทางที่ถูกต้องเมื่อสงคราม Desert Storm ในปี 1991 อุบัติขึ้น

. . . ประเทศอิรัคภายใต้การนำของซัดดัม มีรถถังรุ่นใหม่ 4,000 คัน และทหารประจำรถ ซึ่งคุ้นเคยกับภูมิประเทศ ที่เพิ่งผ่านศึกมาหยกๆ
' . . กองกำลังทหารอเมริกันคุ้นเคยอยู่กับสภาพอากาศหนาวในยุโรป และเมื่อมาเผชิญกับอากาศร้อนและฝุ่นในทะเลทราย ทำให้พวกเขาต้องปรับตัวอย่างมาก ไม่เพียงแต่ลวดลายพรางบนเครื่องแบบแล้ว ยังรวมไปถึงความหนาของเสื้อผ้า ที่สวมใส่

เครื่องบิน A-10 จำนวน 143 ลำ ย้ายฐานเข้ามาในทะเลทรายเขตหน้า ในฐานะผู้คุ้มกัน มันได้รับการคาดหวังให้กำจัด ขบวนรถถังของอิรัค ให้หมดสิ้น ก่อนที่กองกำลังทางบกจะเริ่มบุก
สงครามยุติลงในเวลาอันรวดเร็ว เครื่องบิน A-10 ถูกใช้งานอย่างหนัก โดยมีอัตราความพร้อมรบสูง (mission capable rate) ถึง 95.7 % ออกปฏิบัติการ 8,100 เที่ยวบิน ทำลายรถถังไปได้ 1,000 คัน ยานหุ้มเกราะ 2,000 คัน ฐานปืนต่อสู้อากาศยาน 1,200 ฐาน โดยนักบิน A-10 เป็นผู้ยิงจรวด AGM-65 Maverick ออกไปถึง 90 ของทั้งหมด และยังสามารถสอยเฮลิคอปเตอร์ตก อีก 2 ลำ ในขณะที่สูญเสียเครื่องบิน A-10 ไปเพียง 7 ลำตลอดช่วงสงคราม


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3161&d=1328332423




รูปทรงทางอากาศพลศาสตร์
. . . เริ่มจากส่วนหน้าสุดของลำตัว ใต้ห้องนักบิน จะมองเห็นปลายกระบอกลำกล้องปืนทั้ง 7 ลำกล้อง อย่างน่าเกรงขาม ปีกถูกติดตั้งไว้ส่วนล่างของลำตัว ค่อนไปทางด้านหลัง เพื่อให้สมดุลกับน้ำหนักของเครื่องยนต์ ที่ติดตั้งไว้ทางส่วนท้ายด้วย เครื่องยนต์ติดตั้งไว้ภายนอกลำตัว แตกต่างจากเครื่องบินโจมตี A-6 และ A-37 อย่างเห็นได้ชัด ทางส่วนหางประกอบด้วยแพนหางตั้งแบบคู่ โดยที่ติดตั้งหางเสือไว้ส่วนนอกของแพนหางระดับ เพื่อให้บดบังความร้อนของกระแสไอพ่น สามารถที่จะปฏิบัติการได้ในฐานบินที่ขาดการสนับสนุน ด้วยชิ้นส่วนต่างๆ สามารถสลับกันใช้ได้ จากฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ซึ่งรวมทั้ง เครื่องยนต์ ฐานล้อ และแม้แพนหางตั้ง( vertical stabilizers)

. . . ฐานล้อหลักแบบพับเก็บได้ มีช่วงกว้างระหว่างล้อมาก เพื่อให้ควบคุมได้ง่าย ฐานล้อเมื่อพับเก็บแล้ว บางส่วนของยางล้อ จะยื่นออกมาจากช่องเก็บ เพื่อให้ลำตัวเครื่องบินไถลไปกับพื้นได้ในกรณี กางบานล้อไม่ออก ฐานล้อหน้าติดตั้งเยื้องจากแกนลำตัวไปทางขวาเล็กน้อย เพื่อให้ปากกระบอกปืน อยู่ตรงแกนกลางกลางลำตัวพอดี


ห้องนักบิน
. . . ห้องนักบินเป็นแบบที่นั่งเดี่ยว ตรงกลางลำตัว ยกให้สูงขึ้น ฝาครอบห้องนักบิน หลังคาแผ่นใสขนาดใหญ่ มองรอบตัวได้ชัดเจน โดยไม่ถูกบดบังจากปีกและเครื่องยนต์ ห้องนักบินสามารถต้านทางการยิงของปืนกลเล็กได้ มีระบบป้องกันห้องนักบินโดยรอบ ด้วยโครงสร้างแบบอ่างอาบน้ำ ผลิตด้วยเกราะไทเทเนียม


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3162&d=1328332423


เครื่องบิน A - 10 เป็นเครื่องบินโจมตีที่นั่งเดี่ยวโดยเฉพาะ แม้แต่เครื่องบินอื่นๆ ก่อนหน้านี้เช่น A-6 A-7 A-37 ยังเป็นแบบที่นั่งคู่เคียงกัน หรือเครื่องบินขับไล่รุ่นต่อมาอย่าง A/F-16 และ,A/F-18 ยังมีการผลิตรุ่น ที่นั่งคู่แบบเรียงตามกัน ออกมาประจำการ แต่เครื่องบิน A – 10 เท่านั้น ที่เป็นที่นั่งเดี่ยว ในภารกิจโจมตี



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3163&d=1328332497

กระจกบังลมส่วนหน้าห้องนักบิน แบ่งออกเป็นสามส่วน เผื่อไว้ในกรณีถูกยิง ความเสียหายจะจำกัดไว้เพียง บานใดบานหนึ่งที่ถูกยิงเท่านั้น กระจกบังลมบานหน้ามาพร้อมกับจอแสดงผลแบบ HUD ซึ่งจะใช้สำหรับการกำหนดเป้าหมาย และเล็งอาวุธได้อย่างแม่นยำ มีระบบสื่อสารวิทยุแบบเข้ารหัส HAVE- Quick และการเดินอากาศยุทธวิธีแบบ (TACAN) INS GPS



ระบบ อาวุธ

. . . กองทัพสหรัฐฯ ผิดหวังกับเครื่องบิน F-4 Phantom ที่ออกแบบมาโดยไม่มีอาวุธปืนประจำตัว ด้วยหวังจะใช้จรวดอากาศสู่อากาศ จำนวนเพียงไม่กี่นัด มาเป็นอาวุธหลัก เมื่อเริ่มสร้าง F-16 จึงต้องติดปืนเข้าไปอีกครั้งหนึ่ง
. . . เครื่องบิน A - 10 สามารถติดตั้งอาวุธต่างได้ถึง 11 ตำแหน่ง รองรับยุทโธปกรณ์ภายนอกได้ถึง 7,260 กก. บริเวณปีกข้างละ 4 ตำแหน่ง ในส่วนของลำตัวยังสามารถติดตั้งอาวุธต่างได้อีก 3 ตำแหน่ง อาวุธหลักได้แก่ ระเบิด จรวด และ ปืน ได้แก่ GBU JDAM (joint direct attack munition) CBU Maverick Sidewider Hydra Rockeye II



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3164&d=1328332497

ที่สำคัญอาวุธทุกชนิดต้องหลีกทางให้กับ GAU-8/A ปืนกลอากาศขนาด 30 ม.ม. ซึ่งได้รับการติดตั้งไว้ตรงส่วนแกนกลางของลำตัวอย่างบรรจง เพื่อให้ศูนย์เล็งอยู่ตรงกลางเป้า อย่างเหมาะเจาะ เป็นปืนใหญ่อากาศ 7 ลำกล้องหมุน ความใหญ่โตของลำกล้อง ทำให้ปากกระบอกล้นออกมานอกลำตัว ทำให้ดูไม่ต่างจาก เขี้ยวหมูป่า ตรงตามฉายาของมัน อัตราการยิงปรับได้ระหว่าง 2,100 ถึง 4,200 นัดต่อนาที ภายลำตัวบรรจุกระสุนได้ 1,350 นัด พอใจไหมกับอัตราการยิง 70 นัดต่อวินาที
. . . ปืนใหญ่ของ A – 10 ขนาด 30 ม.ม.ใช้หัวกระสุนใหญ่กว่าปืนที่ติดตั้งใน F-16 (20 ม.ม.)ถึงหนึ่งในสาม สามารถที่จะทำลายรถถัง ได้จากระยะไกลถึง 6.5 กิโลเมตร ปืนนี้สามารถใช้หัวรบได้หลายชนิด รวมทั้งกระสุนยูเรเนียมเจาะเกราะน้ำหนัก 0.43 ก.ก. หริอกระสุนดินระเบิดแรงสูงหนัก 0.75 ก.ก ส่งกระสุนออกจากปากลำกล้องด้วยความเร็ว 1067 เมตรต่อวินาที เร็วกว่าความเร็วเสียงถึงสามเท่า เมื่อต้องตกเป็นข้าศึก ลูกกระสุนของมันอาจทะลุผ่านร่างและตาย โดยไม่รู้ตัว ไม่ทันได้ยินเสียงของมัน


ด้วยระยะ 500 เมตร สามารถเจาะเกราะหนาได้ 69 ม.ม.
ด้วยระยะ 1000 เมตร สามารถเจาะเกราะหนาได้ 38 ม.ม.
ความแม่นยำ เมื่อยิงห่างเป้าออกไป 8 ก.ม.(5 NM) ระดับ 80%
เมื่อยิงห่างเป้าออกไป 4,000 ฟุต กระสุนเกาะกลุ่มในรัศมี 20 ฟุต


The A-10/OA-10 have excellent maneuverability at low air speeds and altitude, and are highly accurate weapons-delivery platforms. The A-10 has half the turning radius of the Air Force's other primary CAS aircraft, the F-16. After initially leaving a target, the A-10 can turn around and hit the same target again, all in around 7 seconds.


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3165&d=1328332497


ความสามารถในการบินช้า บินต่ำของมัน สามารถที่จะวนกลับมายิงเป้าหมายเดิมซ้ำได้ภายใน 7 วินาที เท่านั้น ทั้งนี้เพราะวงเลี้ยวของ A-10 แคบกว่า F-16 ถึงครึ่งหนึ่ง
. . . เครื่องบินติดตั้ง ระบบค้นหาเป้าหมาย ด้วยแสงเลเซอร์ของ Penny พร้อมด้วยระบบสงครามทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นกระเปาะติดตั้งไว้ทางกราบขวาของลำตัว

. . . A - 10 สามารถยิงจรวดอากาศสู่พื้น Maverick ได้ถึงสิบนัด ขีปนาวุธ AGM-65 Raytheon สามารถใช้ ระบบการนำวิถีได้หลายชนิด รวมถึงจากภาพอินฟราเรด หัวรบทรงกรวยแบบเจาะเกราะน้ำหนัก 57 กิโลกรัม มีรัศมีการยิงไกลกว่า 45 กิโลเมตร A - 10 ยังสามารถติดตั้งอาวุธแบบ Sidewinder สำหรับป้องกันตัวเองจากเครื่องบินความเร็วสูง ได้อีก
เครื่องยนต์
. . . เครื่องบิน A - 10 ใช้เครื่องยนต์แบบ TF34 - GE – 100 ของบริษัท General Electric จำนวน 2 เครื่องยนต์ เป็นเครื่องยนต์เทอร์โบแฟน แบบ high bypass ไม่มีชุด afterburning ให้แรงขับ 9,065 ปอนด์ ติดตั้งเครื่องยนต์ไว้ภายนอกลำตัว บริเวณส่วนหางอยู่ในตำแหน่งสูงจากพื้นมาก ทำให้ปลอดจากเศษหินกรวด ที่อาจถูกดูดเข้าเครื่องยนต์ได้ ออกแบบให้แพนหางบดบังความร้อนของกระแสไอพ่น เพื่อป้องกันการติดตามของจรวด
. . .เครื่องยนต์ประกอบด้วยชุดอัดอากาศแบบ axial-flow 14 จำนวน ชั้น ห้องเผาไหม้แบบ Annular ใบพัดเทอร์ไบน์ จำนวน 6 ชั้นแบบ (Low Turbine: 4-stages High Turbine: 2-stages )
อัตราส่วน Pressure ratio: 21 : 1
อัตราส่วน By-pass ratio: 6.2 : 1
อัตราส่วน Thrust to weight ratio: 5.6 : 1 ให้แรงขับสูงที่สุด ในลำดับชั้นเครื่องยนต์เครื่องบิน ที่มีน้ำหนักเดียวกัน


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3166&d=1328332497


เครื่องยนต์ TF34 นอกจากจะใช้งานใน A-10 แล้วยังใช้กับเครื่องบิน S-3 Viking ของ ทร.สหรัฐฯ เพราะตอบสนองต่ออัตราเร่งได้เร็ว เพื่อให้บินขึ้นลงจากเรือบรรทุกเครื่องบินได้ และพื้นฐานของเครื่องยนต์นี้ได้พัฒนาไปใช้งานในเครื่องบินพาณิชย์ ภายใต้รหัส CF34 รองรับเครื่องบินที่มีผู้โดยสารได้ระหว่าง 50-105 คน ได้อีกหลายรุ่น อีกด้วย
ข้อได้เปรียบของเครื่องยนต์เทอร์โบแฟน
เปรียบเทียบกับเครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ต เมื่อนำมาใช้กับเครื่องบินรบ เครื่องยนต์เทอร์โบแฟน มีข้อได้เปรียบกว่าหลายประการ คือ
มีความประหยัดเชื้อเพลิง ทำให้ไม่ต้องเติมน้ำมันจำนวนมาก หรือบินได้นานกว่า ไกลกว่า
เครื่องยนต์เทอร์โบแฟน แบบ high bypass ปล่อยไอเสียด้วยอุณหภูมิต่ำกว่า ทำให้มีโอกาสรอดพ้นจากจรวด(ซึ่งติดตามเป้าด้วยความร้อน) ได้มากกว่า
มีเสียงที่เงียบ
นอกจากเครื่องยนต์สองเครื่องแล้ว ยังมีเครื่องยนต์APU อีกหนึ่งเครื่อง เพื่อไว้ใช้งานในกรณีที่ต้องไปใช้งานในสนามบินส่วนหน้า ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกจำกัด


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3167&d=1328332497




การประจำการ
เครื่องบิน A - 10 ประจำการกระจายอยู่สหรัฐฯ ส่วนใหญ่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ปัจจุบันการประจำการตามกองกำลังต่างๆ ของสหรัฐ
หน่วยบัญชาการ Air Combat Command,ประจำการ A-10 จำนวน 143 ลำ และ A-10C จำนวน 70 ลำ
ในสังกัดของกองทัพอากาศสำรอง ประจำการ A-10 จำนวน 46 ลำ และ OA-10 จำนวน 6 ลำ
และหน่วยบัญชาการ Air National Guard ประจำการ A-10 จำนวน 84 ลำ และ OA-10 จำนวน 18 ลำ


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3168&d=1328332568


บางส่วนประจำการในยุโรป ประเทศเยอรมัน ฐานทัพอากาศSpangdahlem กองบิน 52nd Fighter Wing ฝูงบิน 81st FS อีกฝูงหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้ ฐานทัพอากาศโฮซาน กองบิน 51st Fighter Wing ฝูงบิน 25th Fighter Squadron ภายใต้คอนเซ็ปต์ Composite wing คือการรวมเอาเครื่องบินทุกชนิด ขับไล่ โจมตี ลำเลียง และทหารอากาศโยธิน มาอยู่ภายใต้กองบัญชาการเดียวกัน ซึ่งต่อมาได้พัฒนาขึ้นเป็น expeditionary air power รวมเอาฐานเรดาห์ เข้ามาอยู่ในบัญชาการด้วย

อายุการใช้งานของA-10
.......... อายุการใช้งานของ A-10 เดิมออกแบบไว้ให้ใช้งานได้ 8,000 ชั่วโมงบิน ซึ่งนั่นจะหมดลงในปี 2005 แต่จากการปรับปรุงสภาพ ทำให้ใช้งานได้ถึง 12,000 ชั่วโมงบิน ยืดอายุออกไปได้ถึงปี 2016 และด้วยคุณค่าของมั่น การปรับปรุงครั้งที่สองทำให้ยืดออกไปถึง 18,000-24,000 ชั่วโมงบิน ซึ่งนั่นจะหมดลงในปี 2028 เครื่องบินรบรุ่นใหม่ที่จะทดแทนความสามารถเช่นนี้ได้ คือ F-35 (JFS)
. . . การปรับปรุงสภาพ A/OA-10 มีจุดประสงค์เพื่อให้ยืดอายุการประจำการออกไป และหน่วยที่ใช้งาน ACC, AFRC, และ ANG สามารถที่จะบำรุงรักษาร่วมกันได้ อย่างประหยัด จุดหลักในการปรับปรุงสภาพ คือ โครงสร้างลำตัว และเครื่องยนต์ ตลอดจนระบบ avionics เพื่อให้ปฏิบัติการได้ทั้งในเวลากลางวัน และในสภาพจำกัดการมองเห็น



. . . การปรับปรุงได้ทำให้ การปฏิบัติการร่วมระหว่างนักบิน และทหารภาคพื้น มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทั้งในด้าน การติดต่อวิทยุ การบอกตำแหน่ง ที่แม่นยำขึ้น เครื่องบินสามารถบินได้พื้นที่แคบๆ โดยมีระบบป้องกันการถูกตรวจจับ และถูกยิงดีขึ้น ติดตั้งอาวุธสมัยใหม่ได้มากขึ้น ตอบสนองยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีได้อย่างอ่อนตัว
. . . เครื่องบิน A - 10 ได้รับการพัฒนาจากต้นแบบออกเป็น A-10 OA-10 และ A-10C รุ่นล่าสุด การปรับปรุง ที่ผ่านมาหลายครั้งได้ทำให้มันมีขืดความ สามารถและความอยู่รอดเพิ่มขึ้น แต่เดิมออกไปโดยหวังให้ นักบินใช้ฝีมือ ช่วงจังหวะ ในการปฏิบัติการ ซึ่งต่อมาเมื่อเทคโนโลยีทางระบบอิเลคทรอนิกส์ถูกพัฒนาขึ้น จึงได้นำมาใช้ในเครื่องบิน A-10 ด้วย โดยได้รับการติดตั้งระบบอาวุธสมัยใหม่ ได้แก่
ในช่วงปี 1990, ได้รับการติดตั้ง
Low Altitude Safety and Targeting Enhancements (LASTE)
Ground Collision Avoidance System (GCAS)
Enhanced Attitude Control (EAC ).
และในปี 1999, ได้รับการติดตั้ง ระบบอาวุธสมัยใหม่ เพิ่มเติมอีก ได้แก่
Embedded Global Positioning System/Inertial Navigation System (EGI).
.. . หลังปี 2005 ได้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ คือการเปลี่ยนปีกคู่ใหม่ให้กับ A-10 จำนวน 242 ลำเพื่อยืดอายุการประจำการออกไป
. . . โครงการปรับปรุง A – 10 เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ในการทำลายเป้าหมาย ที่จะช่วยให้สามารถปรับใช้ได้กับอาวุธที่มีความแม่นยำสูง เช่น JDAM และมีระบบคำนวณการแก้ไขลม (WCMD) โดยหวังที่จะใช้งานได้ถึงปีค.ศ. 2028


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3169&d=1328332568


การปรับปรุงโดยเพิ่มจอแสดงผลขนาด 5x 5 นิ้ว จำนวน 2 จอ ของบริษัท Raytheon multifunction, datalinks (SADL), ทำให้นักบินหยั่งรู้สถานการณ์รอบตัวได้ดีขึ้น ระบบดิจิตอลรุ่นใหม่ยังช่วยให้(IFFCC) นักบินคำนวณระยะยิงได้อย่างอัตโนมัติ

. . . การปรับปรุงในรุ่นหลังบริษัท Lockheed Martin ได้เริ่มส่งมอบ A - 10 จำนวน 21 ลำให้แก่ กองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่มีระบบนำทางแบบทั่วโลก inertial (EGI) ซึ่งสามารถบอกตำแหน่งที่แน่นอนของเครื่องบินและเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ เครื่องบินยังได้ติดตั้งข้อมูลทางภูมิประเทศ(TERPROM) BAE Systems ไฟส่องสว่างในห้อง นักบินถูกปรับให้พร้อมใช้แว่นตาคืน และยังแสดงภาพอินฟราเรด AGM - 65

. . . หลังการปรับปรุงครั้งนี้ ทอ.สหรัฐฯได้กำหนดนามเรียกขานใหม่เพิ่มเติมคือ A-10C ไม่นานต่อมา บริษัทเกมส์คอมพิวเตอร์ ได้พัฒนาซอฟแวร์ DCS: A-10C Warthog และฮารด์แวร์ Thrustmaster HOTAS ขึ้นมาสำหรับคอเกมส์และผู้รักการบินโดยเฉพาะ

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3170&d=1328332568



การยิงฝ่ายเดียวกันเอง (Friendly Fire or Blue on Blue)

เมื่อต้องมีการบาดเจ็บล้มตายเกิดขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า

ความเสียหายจากศึกสงครามนั้นแตกต่าง จากการขาดทุนทางธุรกิจการค้า อย่างเปรียบกันไม่ได้

. . . ยิ่งความสูญเสียนั้นเกิดจาก การกระทำของฝ่ายเดียวกันเอง ยิ่งทำให้ขวัญกำลังใจของทหารในกองทัพ หวาดผวาลงไปอีก
. . . การยิงฝ่ายเดียวกันเอง อาจเกิดขึ้นได้ในทุกสงคราม เพราะในทุกสมรภูมิ มักมีสิ่งที่ไม่กระจ่างชัด(Fog of WAR) เกิดขึ้นควบคู่กันไปเสมอ เช่น เมฆ หมอก ทำให้เครื่องบินทิ้งระเบิดผิดเป้าหมาย การขาดหายของการติดต่อวิทยุ สร้างความสับสนให้เกิดขึ้นเสมอ เหตุการณ์เช่นนี้ เกิดขึ้นซ้ำซาก หลายกองทัพได้นำความผิดพลาดของตน (และคนอื่น) ที่เกิดขึ้นไปเป็นบทเรียนให้ศึกษา และปรับแก้ จนเป็นหลักนิยม แต่บางกองทัพ กลับเพิกเฉยต่อความผิดพลาดของตน หนำซ้ำยังตั้งใจปกปิด ความบกพร่องของผู้นำหน่วย จนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบเนื่องผิดๆ กันมา

. . . . ความรุนแรงของอาวุธจากเครื่องบิน A-10 ได้สร้างความบอบช้ำแก่ข้าศึก และในขณะเดียวกัน มันได้สร้างบทเรียนอันน่าเศร้าให้แก่ทหารฝ่ายเดียวกันเอง



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3171&d=1328332568


การสู้รบในเมืองNasiriyah


............. ผลการสอบสวน เหตุการณ์ยิงกันเองของสหรัฐฯ ระหว่างทหารนาวิกโยธิน กับนักบิน A-10 เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2003 ดำเนินการสอบสวนโดย U.S. Central Command ซึ่งได้นำประจักษ์พยานต่างๆซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการบุกยึดพื้นที่เมือง Nasiriyah ประเทศอิรัค
. . . ผลการสอบสวนเปิดเผยให้เห็นว่า มีองค์ประกอบมากมาย ซึ่งสร้างความเศร้าสลดให้แก่กองทัพและครอบครัวทหาร ได้แก่ ระบบการติดต่อทางวิทยุ ขั้นตอนการวางแผนรบ และปัจจัยอื่นที่ไม่คาดคิดมาก่อน ตลอดจน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป จนเป็นสาเหตุของการสูญเสียอันใหญ่หลวง
. . . ผลการสอบสวน พุ่งเป้าไปที่นักบิน A-10 ซึ่งเป็นผู้ใช้อาวุธอย่างถูกต้อง ภายใต้ข้อมูลที่ส่งต่อกันมา จนได้รับ ระหว่างการเกิดเหตุ

. . . เหตุการณ์เกิดขึ้น ระหว่างการสู้รบในเมืองNasiriyah ทางตอนใต้ของอิรัค เพื่อเข้ายึดสะพานสองแห่ง
. . . กองร้อยนาวิกโยธินบราโว่ B ได้รับการมอบหมายให้ยึดสะพานแห่งที่หนึ่ง กองร้อยนาวิกโยธินชาร์ลีC ได้รับการมอบหมายให้ยึดสะพานแห่งที่สอง ขบวนยานยนต์หุ้มเกราะของกองร้อยนาวิกโยธินบราโว่ B เกิดติดหล่ม จมปลัก ไปไหนไม่ได้ จึงวิทยุแจ้งกองร้อยนาวิกโยธินชาร์ลีC เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว
. . . กองร้อยชาร์ลี C วางแผนเดินทางอ้อมเมือง เพื่อให้ได้การคุ้มครองจากรถถัง
. . . ระหว่างนั้นขบวนยานยนต์ส่งกำลังบำรุงของ ทบ.สหรัฐฯเกิด เลี้ยวผิดทาง หลงเข้าไปในตัวเมือง ซึ่งมีกองทหารอิรัคดักซุ่มรออยู่ เป็นเหตุให้ทหารเสียชีวิต 11 นายถูกจับตัว 7 นายรวมทั้งทหารหญิงJessica Lynch

. . . ทหารบางนายพยายามหลบหนี ทั้งๆที่บาดเจ็บ ได้รวมตัวกันยิงต่อสู้กับทหารอิรัค ต้องการการช่วยเหลือจากขบวนรถถังของนาวิกโยธิน เมื่อกลับมาจึงต้องย้อนกลับไปเติมน้ำมัน

แทนทีกองทัพจะมีรถถังอยู่ข้างหน้า แต่กลับไปอยู่ข้างหลัง

. . . เมื่อเสียเวลาไปมาก กองร้อยชาร์ลี C ได้รับคำสั่งให้เคลื่อนขบวนผ่านตัวเมือง โดยขาดการคุ้มกันจากหน่วยอื่นๆ
. . . ขบวนยานยนต์กองร้อยชาร์ลี C ผ่านชานเมืองด้วยท่าทีเป็นมิตรไมตรีของชาวอิรัค แต่เมื่อขบวนเคลื่อนมาถึงใจกลางเมือง ทั้งผู้หญิงและเด็กกลายเป็นผู้สาดกระสุน และจรวดเข้าใส่เหล่านาวิกโยธิน แม้จะเตรียมรับสถานการณ์อยู่แล้ว แต่การถูกระดมยิงจากรอบทิศทาง ทำให้ขบวนต้องหยุดลง ตกเป็นเป้านิ่ง หนำซ้ำ ยังมองหาศัตรูไม่เห็น มีแต่ประชาชนชาวอิรัค ออกมายืนบัง ทำให้นาวิกโยธินออกอาวุธได้ไม่ถนัดนัก การตกเป็นเป้านิ่ง ถูกประเคนใส่ด้วยอาวุธหลายชนิด ทำให้

. . . ได้มีการร้องขอการสนับสนุนทางอากาศ เครื่องบินA-10 2 ลำของ กองทัพอากาศ จากหน่วย Air National Guard รัฐ Pennsylvania
. . . ท่ามกลางความกดดัน ที่ถูกระดมยิงจากข้าศึก เหล่านาวิกโยธินได้ยินเสียงเครื่องบิน ก่อนที่จะเห็น เครื่องบินA-10 ดิ่งตรงเข้าหาที่หมาย มันเข้ามาใกล้มาก จนได้ยินทั้งเสียงปืนและเสียงเครื่องยนต์พร้อมกัน เมื่อควันจางลง

. . .
ซากจากการยิงของเครื่องบิน A-10 กลับคือ รถหุ้มเกราะของกองร้อยชาร์ลี C

. . . นักบิน ยังไม่รู้ตัวว่าได้ทำอะไรลงไป จึงวนกลับเข้ามาโจมตีอีก การโจมตีของเครื่องบิน A-10 ทำให้นาวิกโยธิน เสียชีวิตถึง 6 นาย


นาวิกโยธิน ที่รอดชีวิต พยายามแก้ปัญหาด้วยการ ปีนขึ้นไปผูกธงชาติ ไว้บนซากรถ
บางคนยิงลูกแฟลร์ออกไปเพื่อแจ้งว่าเป็นฝ่ายเดียวกัน


. . . ต่อจากนั้นกองกำลังนาวิกโยธิน ได้พยายามฝ่าตัวเมืองออกไป พร้อมกับยานยนต์ที่เหลือรอด และทหารบาดเจ็บและเสียชีวิต

การต่อสู้ในเมือง Nasiriyah เป็นผลให้มีนาวิกโยธินเสียชีวิต 18 นาย ในคราวเดียว และผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 17 นาย เป็นการสูญเสียกำลังพลจำนวนมากที่สุดในวันเดียวของการรบ


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3172&d=1328332568




ปฏิบัติการOperation Telic
.. . . . เพียงไม่กี่วันต่อมา แม้จะได้มีการกำชับถึงการยิงฝ่ายเดียวกันเองแล้ว เหตุการณ์ทำนองเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำอีก ทางตอนเหนือของอิรัค ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ Operation Telic
. . .. ในวันที่ 28 มีนาคม 2003 ทอ.สหรัฐฯ โดยฝูงบิน 190th Fighter Squadron และ หน่วย 16 Air Assault Brigade แห่งกองทัพอังกฤษ ขบวนยานหุ้มเกราะ แบบ FV107 Scimitars จำนวน 2 คันและ FV103 Spartans จำนวน 2 คัน ของกองทัพอังกฤษ กำลังมุ่งหน้าลาดตระเวณไปทางเหนือ ห่างออกจากกองกำลังหลัก พื้นที่แถบนั้นถูกแจ้งว่าเป็นเขตปลอดภัย และหลังคารถยังคาดแถบสีแสด เพื่อเป็นจุดสังเกตให้ฝ่ายเดียวกัน
. . . เครื่องบิน A-10 สองลำของฝูงบิน 190th Fighter Squadron สังกัดหน่วย Air National Guard จากรัฐ Idaho กำลังจะสิ้นสุดภารกิจ ในการทำลายรถถังและยานเกราะของอิรัค อยู่แล้ว ถูกเรียกให้เข้าทำลายเป้าหมายโดยหน่วย US Marine Corps Forward Air Controllers จากระดับความสูง 12,000 ft (3,700 m), นักบินเล็งเป้าหมาย ด้วยมุมมองจากทางอากาศของนักบิน จึงมองเห็นรถหุ้มเกราะ ประจันหน้าใกล้กับที่ตั้งของฝ่ายเรา โดยที่นักบิน A-10 ไม่ทราบว่ากองกำลังของทหารอังกฤษได้ยึดบริเวณนั้นไว้แล้ว และหลายนาทีก่อนที่นักบิน A-10 จะเหนี่ยวไก นักบินได้ยืนยันเป้าหมาย อย่างรัดกุมแล้วว่า เป้าหมายนั้นคือ ที่ตั้งของข้าศึก เมื่อยิงออกไป กระสุนเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ มีไฟไหม้และกลุ่มควันคลุ้งกระจาย สร้างความดีใจให้แก่นักบิน จากการสำรวจด้วยสายตาหลังจากการโจมตีในเที่ยวแรก มีทหารวิ่งหนีออกมาจากกองเพลิง นักบินA-10 จึงวนกลับลงไปยิงซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
แต่เพียงไม่กี่วินาทีจากนั้น หน่วยควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศ(AWAC)ได้ทักท้วงว่า เป็นการยิงพวกเดียวกันเอง(Blue On Blue) นั่นทำให้นักบินแทบคลั่ง
เป็นผลให้ทหารอังกฤษตายหนึ่งนาย บาดเจ็บอีก 5 นาย
คลิปวีดีโอ http://www.liveleak.com/view?i=e06da463d7 (http://www.liveleak.com/view?i=e06da463d7)

เครื่องบิน A-10 ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อภารกิจการสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ ได้รับการติดตั้งระบบอาวุธหลายชนิด ซึ่งมีความแม่นยำ และอำนาจการทำลายสูง ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายอันใหญ่หลวงให้กับศัตรูและทหารฝ่ายเดียวกัน โดยไม่เลือกข้าง แม้ประเทศเราจะมิได้นำเข้าประจำการ แต่จากประวัติการปฏิบัติการของมัน ย้ำเตือนว่า สมรภูมิมิใช่สนามเด็กเล่น การสงครามมิใช่ war game


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3173&d=1328332601

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3174&d=1328332601
http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=3175&d=1328332601


อ้างอิง
http://prometheus.med.utah.edu/~bwjones/2007/04/a-10c-thunderbolt-ii-a-k-a-warthog/ (http://prometheus.med.utah.edu/~bwjones/2007/04/a-10c-thunderbolt-ii-a-k-a-warthog/)
http://www.thefinalrollcall.us/stories/charlie.htm#prof (http://www.thefinalrollcall.us/stories/charlie.htm#prof)
http://www.a-10.org/ (http://www.a-10.org/)http://www.airforce-technology.com/projects/a-10/ (http://www.airforce-technology.com/projects/a-10/)
http://www.fas.org/programs/ssp/man/uswpns/air/attack/a10.html (http://www.fas.org/programs/ssp/man/uswpns/air/attack/a10.html)

skypig
27-03-12, 20:35:20
เครื่องบิน A-10 เข้ามาร่วมฝึก CopeThunder 3/2012
ถ่ายที่ กองบิน23 อุดรฯ

fly_me
27-03-12, 20:43:07
ฝูงเราน่า จะ A-10 มาบินกันด้วยนะครับ จะได้ศึกษาไปพร้อม ๆ กัน ผมมีไฟล์ใครต้องการบอกได้ครับ

skypig
30-05-12, 12:15:17
มีไฟล์แล้วเหรอ รีบแปะด่วน ร้อนของ

skypig
30-05-12, 12:35:49
A-10C

Minimal system requirements:


OS: Windows XP, Vista, Windows 7
CPU: Pentium 4 3 GHz
RAM: 2 GB
Graphics: 512 MB ATI or nVidia, DirectX 9 compatible
Sound card
6 GB of free space on HDD

Recommended system requirements:

OS: Windows 7 64
CPU: Intel Core i7-970
RAM: 4+ GB
Graphics: 512+ MB ATI HD4850+ or nVidia GTX260+
Sound card
6 GB of free space on HDD
Copy protected, requires internet activation
Joystick

skypig
06-06-12, 09:46:37
คุ่แข่ง A-10 ขนานแท้
http://englishrussia.com/2012/06/04/attack-planes-training-in-chernigovka/
เป็นเครื่องบินที่มีความสามารถในภารกิจ Close Air Support ยิงระยะประชิด

บรรทุกอาวุธ ได้จำนวนมาก
สังเกตที่ฐานล้อ ที่มียางล้อใหญ่มาก ทำเผื่อไว้ใช้งานในสนามบินขรุขระ
ตามสไตล์รัสเซีย

skypig
11-09-12, 08:33:08
Classics

skypig
24-04-14, 17:33:25
ทอ.สหรัฐฯ มีแนวโน้ม จะปลดประจำการเครื่องบิน A10
แล้ว กองทัพไทย ควรทำอย่างไร???

ตามแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้

http://www.flightglobal.com/news/articles/grounding-a-10s-will-save-4.2-billion-decision-clear-usaf-398508/

.กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มีความจำเป็นต้อง ตัดลดงบประมาณลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อ โครงการทางทหารต่อเหล่าทัพต่างๆ
ในส่วนของ USAF ที่ต้องโดนกระทบอย่างแรงคือ ฝูงบิน A10 ที่ถูกพิจารณาให้ถึงกับ
ระงับการใช้งาน ไปจนถึงขั้น สำรองสงคราม
ด้วยเหตุผลหลักๆ คือการเข้ามาแทนที่ของเครื่องบิน F35
แต่ด้วยเพราะ A10 เพิ่งจะถูกอัพเกรด ให้เป็น A10C ได้ไม่นาน
อายุการใช้งานยังเหลืออีกนาน
อเมริกา จะดองไว้ในทะเลทราย หรือจะขายให้แก่ มิตรประเทศ
.,,,ประการสำคัญคือ A10 เป็่น อาวุธลับระดับ TopGun จะเห็นว่า
อเมริกา ไม่เคยขายA10 ให้แก่ชาติใด
แต่สมมุติว่า เขาขาย เราจะมีเหตุผลที่จะซื้อมันมาใช้ต่อ หรือไม่???
ขอเว้นที่จะกล่าว ถึง เรื่อง ราคา และค่าบำรุงรักษา ไว้ก่อน
,,..ถ้าตัวเราเองก่อนว่า เรามีความจำเป็นต้องใช้มันไหม??
ความสามารถของมันคือ ปราบรถถัง ทำลายเป้าหมายภาคพื้น
มันไม่ใช่ ภารกิจโดยตรงของ กองทัพอากาศไทย
แต่สำหรับ ทบ.ไทย อาจใช่!
หันมาดูในคลังแสง ของ ทอ.ไทย
เรามี Alfa Jet มือสอง อยู่แล้ว
เรามี L39 Light attack ที่สมรรถนะเหนือกว่า OV10 อยู่แล้ว
..,หมัดหนักกว่านั้น เรามี F16 ตั้ง 3 ฝูง ทื่บรรทุกได้มากกว่า ไกลกว่า
แล้วยังมี กริปเป้น อเนกประสงค์ อีก ตั้งสิบกว่าลำ
แล้วจะนำ A10C เก่าๆ มาทำไม??

สรุปว่า ทอ.ไทยยังให้ความสำคัญกับ การโจมตีเป้าหมายภาคพื้น มิใช่น้อย
มีเครื่องบินหลากหลายแบบในการตอบโจทย์

แต่หากหันไปมอง ทหารบกไทย กองทัพบกไทย ยังไม่มีเครื่องบินแบบใด ที่จะตอบโจทย์
เอาไว้ไล่ยิง รถถัง จำนวนหลายร้อยคัน ที่วิ่งอยู่รอบๆประเทศ
เห็นจะมีก็เพียง ฮ.คอบบร้า เพียงไม่กี่ลำ ถ
ถ้าได้มาประจำทัพภาค 4 ภาคเหนือใต้ออกตก รับรองสนุกแน่
แต่ตังค์นะ มีไหม

skypig
21-05-15, 10:02:06
สนใจไหม
สร้างโดย Fairchild อัพเกรดโดยโบอิ้ง
มีข่าวว่าจะปลด แต่ยังคงใช้งานอยู่จนกว่า F-35 จะมีความพร้อม อีกสักสองปี
ตอนนี้ USAF เริ่มโยนหินถามทาง ว่าจะทำอย่างไร กับ A- 10 ที่เพิ่งอัพเกรด

//http://www.flightglobal.com/news/articles/boeing-proposes-international-a-10-warthog-sales-412606/


ใครสนใจไหม