PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : ชินุค CHINOOK



skypig
03-01-14, 12:28:35
CHINOOK
CH-47


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=5901&d=1388727510



..........เฮลิคอปเตอร์ชินุค Chinook CH-47 เป็นเฮลิคอปเตอร์รุ่นราวคราวเดียวกับฮิวอี้ UH-1 ซึ่งเป็นอาวุธโธปกรณ์ ที่ได้นำเข้าสู่สนามรบเป็นครั้งแรก ในสงครามเวียดนาม และด้วยศักยสงครามของมัน ในช่วงเวลาที่ห่างกันถึงครึ่งศตวรรษ สหรัฐฯได้ส่งมันเข้าสู่สมรภูมิอิรัค และอัฟกานิสถานอีกครั้ง มันได้รับความเชื่อถือในจากเหล่าทหารต่างสมรภูมิ ต่างสภาพภูมิประเทศ จากป่าเขาในเวียดนาม สู่ทะเลทรายร้อนระอุในอิรัค และเทือกเขาสูงเสียดฟ้าในอัฟกานิสถาน ชินุคได้เข้าประจำการในกองทัพบกไทย ด้วยหลักการยุทธเคลื่อนที่ทางอากาศ ของอดีตนายทหารท่านหนึ่ง ที่หวังจะให้ทหารราบ ม้า ปืน เคลื่อนพลเข้าสู่สนามรบพร้อมกัน แต่มันถูกปลดประจำการออกไปอย่างไม่มีตำนาน ด้วยนายทหารการเมืองยุคนี้ แต่อย่างไรก็ตาม มันยังคงประจำการอยู่ในกองทัพต่างๆทั่วโลกอย่างยาวนาน

ประวัติการสร้าง
.........เฮลิคอปเตอร์ชินุค สร้างขึ้นโดยบริษัทโบอิ้ง Boeing Rotorcraft Systems เพื่อใช้ในภารกิจ การลำเลียงทางอากาศ การขนย้ายยุทโธปกรณ์ขนาดหนัก ชินุคขึ้นบินครั้งแรก 21 กันยายน 1961 ถัดมาในปี1962 ได้นำเข้าประจำการในกองทัพบกสหรัฐฯ ชินุคได้รับการปรับปรังเป็นรุ่นต่างๆหลายรุ่น และประจำการในกองทัพประเทศต่างๆ อย่างมากมาย


การออกแบบและพัฒนา
.........เฮลิคอปเตอร์ ชินุค CH-47A เป็นเฮลิคอปเตอร์ สองเครื่องยนต์แบบ tandem rotor ด้วยความเร็วสูงสุด 170 นอต (196 mph, 315 km / h) มันเร็วกว่า เฮลิคอปเตอร์ที่ร่วมสมัย และเร็วกว่าเฮลิคอปเตอร์โจมตีในช่วงยุคปี 1960 ในช่วงสงครามเวียดนาม มีอากาศยานแบบใหม่หลายประเภทเข้าสู่สงคราม เป็นช่วงเวลาที่เครื่องยนต์เจ็ทได้พัฒนามาสู่จุดสูงสุด เครื่องบินรบก้าวหน้าในยุคนั้นได้แก่ F-105 , F-4, ซึ่งประกาศศักดาเหนือท้องฟ้าระดับสูง แต่การรบทางอากาศยุทธวิธีในระดับยอดหญ้า
มีเฮลิคอปเตอร์ UH-1 ฮิวอี้
เครื่องบิน C-130 Hercules ชื่อกระฉ่อน และ



ชินุค CH-47เข้าร่วมสมรภูมิเป็นครั้งแรก



........บทบาทหลักของอากาศยานเหล่านี้ คือการเคลื่อนย้ายกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ได้แก่ ปืนใหญ่ กระสุน และเสบียงเข้าสู่สนามรบ ไปยังค่ายทหาร และฐานปืนใหญ่ต่างๆที่ตั้งอยู่ห่างไกลออกไป โครงสร้างลำตัวกว้างมาก ด้านท้ายมีทางขึ้นกว้างที่เปิดลาดลงได้ ภายนอกลำตัวยังสามารถบรรทุกสัมภาระต่างๆ ได้อีก



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=5902&d=1388727551


การออกแบบและพัฒนา

.............ในต้นปี 1960 ชินุคได้รับการออกแบบและการผลิตครั้งแรกโดย บริษัทโบอิ้ง Vertol ในปัจจุบันอยู่ในความรับผิดชอบของ Boeing Rotorcraft Systems มีประจำการกองทัพบกสหรัฐ และกองทัพอากาศอังกฤษ เป็นจำนวนมาก และได้นำประจำการอีก 16 ประเทศ รวมทั้งกองทัพบกของไทยด้วย ชินุคเป็นหนึ่งในเฮลิคอปเตอร์ที่สามารถยกน้ำหนักได้มากที่สุดในซีกโลกตะวันตก

............ชินุคได้เริ่มต้น การพัฒนาตั้งแต่ปลายปี 1956 กองทัพบกสหรัฐต้องการอากาศยาน เพื่อนำมาทดแทนเฮลิคอปเตอร์แบบ CH-37 Mojave ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์กำลังลูกสูบ ( piston engines,) กองทัพบกสหรัฐ ได้แทนที่มันด้วยเครื่องยนต์ไอพ่น( turbine-powered) แบบเดียวกับที่ใช้งานใน UH-1 "Huey"

........ต่อมาในเดือนกันยายนปี 1958 คณะกรรมการร่วมระหว่างกองทัพบกและกองทัพอากาศได้แนะนำให้กองทัพจัดหาเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางเพื่อใช้ในการลำเลียงแบบ Vertol แต่อย่างไรก็ตามงบประมาณสำหรับการพัฒนาเต็มรูปแบบไม่ได้เริ่มต้น เพราะสมรรถนะไม่ตรงตามความต้องการของกองทัพบก เฮลิคอปเตอร์แบบใหม่ที่มีความอ่อนตัวเหมาะกับการลำเลียงทางยุทธวิธีขนาดเล็ก มีสมรรถนะสูงกว่า H-21 และ H-34
เพื่อลำเลียงกำลังพลได้ 15 นายพร้อมกับปืนใหญ่ และมีพื้นที่ภายในลำตัวเพื่อการเคลื่อนย้ายระบบจรวดขีปนาวุธ Pershing ได้


............ชินุคลำภายใต้แผนแบบ HC-1B ได้ถูกร่างขึ้น ลำต้นแบบภายใต้รหัส YHC-1A ถูกสร้างในแบบที่มีใบพัดประธานติดตั้งไว้ทางด้านหน้าและส่วนท้ายของลำตัว (ต่างจาก V-22 ที่ใบพัดประธานติดตั้งไว้ทางข้างของลำตัว)เพื่อทดสอบ และประเมินค่า โดยมีเฮลิคอปเตอร์แบบโรเตอร์ใหม่ที่กำหนด Vertol รุ่น 107 เป็นคู่แข่ง สามารถลำเลียงกำลังพลได้ 20 นาย
ในเดือนมิถุนายนปี 1958 แต่อย่างไรก็ตาม หน่วยยุทธวิธีกองทัพสหรัฐ ลงความเห็นว่า
YHC-1A มีขนาดใหญ่เกินไป อาจถูกยิงได้ง่าย และ
น้ำหนักบรรทุกน้อยเกินไปสำหรับบทบาทการลำเลียง
การตัดสินใจจึงทำให้ กองทัพสหรัฐ ให้น้ำหนักไปที่ UH-1 "ฮิวอี้"


..........แต่เครื่องบิน YHC-1A ลำต้นแบบได้รับการปรับปรุงต่อ โดยหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ ภายใต้รหัส CH-46 Sea Knight ในปี 1962
กองทัพบกสหรัฐฯได้ปรับปรุงและขยายขนาดกลายเป็นรุ่น Model 114 รหัส HC-1B เมื่อ 21 กันยายน 1961 ได้ขึ้นทดสอบบินเป็นเที่ยวแรก และได้ถูกเปลี่ยนชื่อไปเป็น CH-47A เพื่อให้ชื่อสอดคล้องกับการใช้งานของสามเหล่าทัพ


รูปร่างภายนอก
.........จดเด่นของมันคือ การมีใบพัดประธานสองชุด ตั้งอยู่บนลำตัว ทางด้านหน้าและด้านหลัง มองไม่ออกว่าส่วนไหน คือข้างหน้าหรือข้างหลัง เพราะมันคล้ายๆกัน
รูปทรงภายนอกของมัน เหมือนขนมปังแถว ลำตัวด้านบนเป็นส่วนโค้ง ลำตัวด้านล่างทรงเหลี่ยม


.........ส่วนหน้ามีขนาดเล็กกว่าส่วนหลัง สังเกตุได้จากแผ่นกระจกหน้าต่าง จำนวนมากรายล้อมห้องนักบิน ในขณะที่ส่วนหลังเป็นกระโดงหางสูง
ส่วนด้านหน้ากระจกห้องนักบินแบ่ง 3 ส่วน โดยที่แผ่นตรงกลางจะมีขนาดเล็กกว่าแผ่นทางข้าง เหนือศีรษะของนักบิน ยังคงเป็นแผ่นกระจกใสโค้งเข้ารูป
...........ทางด้านล่างห้องนักบินเป็นแผ่นกระจกใสโค้งเข้ารูป เพื่อให้นักบินมองลงทางด้านล่างได้อย่างสะดวก
ทางด้านข้างมีช่องกระจกเป็นแบบกลม 4แผ่น ทางด้านขวาของลำตัว มีประตูทางเข้าออกของลูกเรือ ทรงสี่เหลี่ยมทางด้านข้างของลำตัว เป็นประตูกึ่งหน้าต่าง และผลักออกมาเป็นบันไดสำหรับขึ้นลง
...........ด้านท้าย เป็นประตูขึ้นลงขึ้นลงหลัก เปิดออกไปเป็นทางลาด ramp เพื่อให้ขนถ่ายสัมภาระได้ง่าย


.........ฐานล้อของชินุค ออกแบบให้เป็น 4 จุด ตามแต่ละมุมของลำตัว โดยที่ ล้อหน้าจะเป็นล้อคู่ และล้อหลังจะเป็นล้อเดี่ยว ลักษณะของฐานล้อแบบนี้ทำให้มันแตกต่างจากเฮลิคอปเตอร์แบบ CH46 Sea hawk ของกองทัพเรือสหรัฐฯ แฝดผู้น้อง ซึ่งมีรูปร่างภายนอกเกือบจะเหมือนกัน แต่มีฐานล้อแบบ 3 จุด
.......ฐานล้อคู่หน้า มีฐานละ 2 ล้อ ติดตั้งระบบเบรค และล้อหลังจะเป็นล้อเดี่ยว ไม่มีเบรต แต่ละสามารถบังคับเลี้ยวได้


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=5913&d=1388732821


ใบพัดประธาน

ใบพัดประธานมีขนาดยาว 60 ฟุต ผลิตขึ้นจากวัสดุคอมโพสิต มี 3 กลีบ
ใบพัดประธานหน้า ติดตั้งไว้เหนือห้องนักบินพอดี หมุนในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา
ใบพัดประธานหลัง ติดตั้งไว้ส่วนบนของหาง แต่อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า ทำให้วงใบพัดทั้งสอง ไม่ชนกัน
เป็นอากาศยานที่อยู่ยงคงกระพันในสายการผลิตรุ่นหนึ่ง ที่มียอดจำนวนการผลิตคงอยู่อย่างต่อเนื่อง



เครื่องยนต์

.......เครื่องยนต์ของชินุค เป็นแบบ turboshaft จำนวน 2 เครื่องยนต์ ในรุ่นแรกเครื่องยนต์มีแรงขับเพียง 2,200 แรงม้า รุ่นปัจจุบัน มีแรงขับ 4300 แรงม้า เครื่องยนต์ถูกติดตั้งขนาบไว้ด้านบนของลำตัว ในส่วนท้าย แล้วต่อเชื่อมกำลังเข้าด้วยกันโดยผ่านเพลา driveshafts ไปสู่ใบพัดประธานซึ่งติดตั้งไว้ทางด้านหน้าและส่วนท้ายของลำตัว (ต่างจาก V-22 ที่ใบพัดประธานติดตั้งไว้ทางข้างของลำตัว)

................เครื่องยนต์T55-L-7C เป็น turboshaft ที่ใช้งานอย่างแพร่หลายในเฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบิน ของกองทัพสหรัฐฯ เครื่องยนต์มีขนาด
ความยาว: 1,196.3 มิลลิเมตร (47.1 นิ้ว)
เส้นผ่าศูนย์กลาง: 615.9 มม. (24.3 นิ้ว)
น้ำหนัก : 377 kg (£ 831)

ประกอบ ด้วยขุดอักอากาศแบบไหลรอบแนวแกน 7 ขั้น axial compressor and 1-stage
และ แบบเหวี่ยงหนีศูนย์ 1 ชั้น centrifugal compressor
กังหันใบพัด 2+2 ขั้น

ให้กำลังไฟฟ้าสูงสุด: 4,867 แรงม้า
อัตราส่วนความดันรวม : 9.32 [1]
ทนอุณหภูมิได้ 815 C


......... การติดตั้งเครื่องยนต์ ไว้ภายนอกลำตัว เพื่อให้ภายในลำตัว มีพื้นที่ว่างมากขึ้น ระบายความร้อนได้ง่ายขึ้น ซ่อมบำรุงเครื่องยนต์และระบบเทคนิคได้ง่ายขึ้น แต่แน่นอนว่าข้อเสียคือ มันเป็นจุดอ่อนที่ไม่มีเกราะคุ้มกัน เมื่อถูกยิงโดยตรง
..........เครื่องยนต์ทั้งสอง นอกจากจะให้แรงยกจำนวนมหาศาลแล้ว ยังทำให้เกิดแรงบิดทางด้านข้างแถมมาให้อีก แต่แรงบิดจากทั้งสองเครื่องยนต์ได้หักล้างกันไป จากการที่ใบประธานพัดทั้งสองหมุนในทิศทางตรงกันข้าม จึงไม่จำเป็นต้องแบ่งแรงขับของเครื่องยนต์ไปหมุนขับใบพัดหาง เฉกเช่นเฮลิคอปเตอร์ใบพัดเดี่ยวที่เห็นกันทั่วไป กำลังจากเครื่องยนต์ทั้งหมดจึงสามารถนำไปใช้เป็นแรงยก และแรงขับไปข้างหน้าได้อย่างเต็มที่ ระบบใบพัดประธานสามารถปรับมุมแกนใบพัดได้ ทำให้จุดศูนย์ถ่วงของลำตัวเครื่องบินเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ไม่ว่าระวางสัมภาระจะบรรทุกไว้ตำแหน่งใด และหากเครื่องยนต์เสียหายเครื่องหนึ่ง แกนเพลาร่วมสามารถทำให้เครื่องยนต์ที่เหลืออยู่หมุนขับใบพัดประธานทั้งสองได้อย่างปกติ ขนาดของชินุคได้ถูกปรับให้ใหญ่ขึ้น ตามขนาดของฮิวอี้ที่สามารถรองรับน้ำหนักได้มากขึ้น อันเนื่องมาจากการพัฒนา ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น



.........ฝ่ายเสนาธิการของกองทัพบกสหรัฐฯยังยืนยันว่าจะใช้ทั้ง Huey และ Chinook, ในการเข้าจู่โจมเบื้องต้น เพื่อเบิกทาง (มิใช่การเคลื่อนพลขนาดใหญ่) จึงยังไม่ต้องการอากาศยานที่มีขนาดใหญ่เทอะทะ เพื่อให้มีความอ่อนตัวในการเคลื่อนพลทางอากาศ


ชินุครุ่นต่างๆ
..........การปรับปรุงและพัฒนาชินุค ให้มีกำลังมากขึ้น อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ได้นำเข้าประจำการมาตั้งแต่ปี 1966 โดยกองทัพบกสหรัฐฯ ได้แก่รุ่น CH-47A ,CH-47B ,CH-47C, CH-47D ,CH-47F

......การใช้งานในทางพลเรือน มันไม่ได้ถูกใช้ในการบินรับส่งผู้คนโดยตรง แต่ถูกนำไปใช้งานในรูปแบบพิเศษ เช่น
การทำอุตสาหกรรมป่าไม้
การขนย้ายท่อนซุง
การดับไฟป่า

การขุดเจาะบ่อน้ำมัน


CH-47A
........ใช้เครื่องยนต์ Lycoming T55-L-5 ให้แรงขับ 2,200 แรงม้า (1,640 kW) ต่อมาได้รับการปรับปรุงเป็นรุ่น T55-L-7 แรงขับ 2,650 แรงม้า (1,980 kW)



http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=5911&d=1388730784


........ เครื่องยนต์ T55-L-7C ให้แรงขับ 2,850 แรงม้า(2,130 k ทำให้ชินุค CH-47A สามารถรองรับน้ำหนักวิ่งขึ้นได้ 33,000 ปอนด์ (15,000 kg) ลำเลียงยุทโธปกรณ์ได้ 10,000 ปอนด์ (4,500 kg) รุ่นนี้ถูกผลิตขึ้นจนถึงเดือนสิงหาคม 1962 จำนวน 349 ลำ

...........ชินุค เดิมใช้รหัสว่า the Armed/Armored CH-47A (or A/ACH-47A). เป็นเฮลิคอปเตอร์โจมตี ติดอาวุธและติดเกราะ เรียกว่า ACH-47A by U.S. Army Attack Cargo Helicopter ทหารบกสหรัฐฯเรียกชื่อเล่นมันว่า Guns A Go-Go. อะโกโก้ CH-47A จำนวน 4 ลำที่ได้รับการดัดแปลง ในปี1965 โดย Boeing Vertol. ชินุค CH-47A จำนวน 3 ลำเข้าประจำการสังกัดหน่วยthe 53rd Aviation Detachment เวียดนามใต้ เพื่อการทดสอบ อีกหนึ่งลำยังสังกัดสหรัฐฯจนถึงปี1966, ต่อมาหน่วยบินthe 53rd ได้ย้ายไปสังกัด the 1st Aviation Detachment (Provisional) จนถึงปี 1968 ด้วยข้อจำกัดในด้านการส่งกำลังบำรุง เหลือใช้งานได้เพียงลำเดียวเพียงถูกส่งคืนให้สหรัฐฯ โครงการนี้จึงได้ยุติลง


.........ชินุครุ่นนี้ยังได้รับการดัดแปลงให้ไปใช้ในการโจมตีภายใต้รหัส ACH-47A ติดตั้งปืนกล M60D 7.62 × 51 mm จำนวน 5 กระบอก หรืออาจเป็น M2HB .50
ปืนกลขนาด M24A1 20 mm จำนวน 2 กระบอก
แท่นยิงจรวด XM159B/XM159C 19-Tube 2.75-inch (70 mm) จำนวน 2 ชุด
บางสถานการณ์สามารถติดตั้งกระเปาะปืน M18/M18A1 7.62 × 51 mm จำนวน 2 ชุด หรือเครื่องยิงลูกระเบิด M75 40 mm ลำที่เหลืออยู่ ตั้งแสดงอยู่ที่ ชื่อ Easy Money, display เมือง Redstone Arsenal รัฐ Alabama

CH-47B
........ชินุครุ่น CH-47B เป็นรุ่นที่ได้รับการปรับปรุงครั้งแรก โดยดำเนินการไปพร้อมกับ CH-47C. CH-47B ติดตั้งเครื่องยนต์ Lycoming T55-L-7C ให้แรงขับ 2,850 แรงม้า (2,130 kW) และระบบ blunted rear rotor pylon, ได้รับการออกแบบใบพัดแบบ asymmetrical rotor blades, ติดตั้ง strakes ตลอดแนวลำตัว มีคุณลักษณะการบินที่ดีขึ้น สามารถที่จะติดตั้ง hoist and cargo hook. เพื่อบรรทุกสัมภาระภายนอก ในภารกิจกู้อากาศยานที่ชำรุดกลับมาซ่อม จำนวน รุ่นนี้มีชื่อเล่นว่า The "Hook" สร้างสถิติ กู้อากาศยานอุบัติ ด้วยการยกกลับเป็นจำนวน 12,000 ลำ ชินุครุ่น CH-47B นี้ถูผลิตขึ้นมา 108 ลำ


CH-47C

.......รุ่นนี้มีกำลังวังชาเพื่อขึ้นอย่างมาก ปรับเปลี่ยนทั้งเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง มีรุ่นย่อยแตกไลน์ออไปอีก 3 รุ่น
Lycoming T55-L-7C ให้แรงขับ 2,850 แรงม้า (2,130 kW).
The "Super C" included Lycoming T55-L-11 ให้แรงขับ 3,750 แรงม้า (2,800 kW
น้ำหนักวิ่งขึ้น 46,000 ปอนด์ (21,000 kg) พร้อมด้วยระบบPSAS ( pitch stability augmentation system)
...................แต่ด้วยความซับซ้อนของเครื่องยนต์รุ่น T55-L-11 ที่เร่งรีบนำขึ้นติดตั้งเกินไปทำให้ประสบปัญหาทางด้านความน่าเชื่อถือ เครื่องยนต์ Lycoming T55-L-7C จึงถูกนำกลับมาติดตั้งแทน รุ่นนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจากFAA ให้ใช้งานทางพลเรือนได้ เพราะขาดระบบสำรอง the non-redundant hydraulic flight boost system drive.
ต่อมาจึงได้มีการออกแบบระบบ the hydraulic boost system drive ใหม่ ซึ่งใช้งานได้ร่วมกันกับ CH-47D และใช้รหัสทางพลเรือนว่า the Boeing Model 234. รุ่น CH-47C ถูกผลิตขึ้นมาจำนวน 233 ลำ
................แคนาดา ได้ซื้อ CH-47C จำนวน 8 ลำในปี 1974 เรียกว่า "CH-147", โดยได้รับการติดตั้งรอกกว้านที่มีกำลังมากขึ้นเหนือประตูทางเข้าลูกเรือ oและเปลี่ยนตำแหน่งที่นั่ง flight engineer
CH-47C เป็นรุ่นที่ใช้งานแพร่หลายในระหว่างสงครามเวียดนาม เพื่อทดแทน H-21 Shawnee ในการสนับสนุนการโจมตี

CH-47D

...........ได้ปรับปรุงครั้งใหญ่ครั้งแรกในรุ่น CH-47D นำเข้าประจำการมาตั้งแต่ปี 1982
ได้ปรับปรุงต่อจาก CH-47C คือด้านเครื่องยนต์


ใบพัดที่ผลิตขึ้นจากวัสดุคอมโพสิตส์
ห้องนักบินที่ลดภาระการทำงานของนักบิน
ระบบไฟฟ้าสำรอง
ระบบควบคุมการบินแบบใหม่
ระบบavionicsแบบใหม่

http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=5906&d=1388728979


.........รุ่นนี้ได้ใช้โครงสร้างลำตัวเดิมเช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า ความแตกต่างที่สำคัญคือ การใช้เครื่องยนต์ที่มีกำลังสูงขึ้น CH-47D ในชีวงแรก ใช้เครื่องยนต์ T55-L-712 แต่ส่วนใหญ่ใช้เครื่องยนต์ T55-GA-714A. ติดตั้ง triple-hook cargo system สามารถรองรับการบรรทุกภายในลำตัวได้ 26,000 ปอนด์ (12 t) ยกตู้ containers ขนาด 12-เมตร ได้จากภายนอก ขินุค CH-47D เริ่มผลิตขึ้นในปี 1979. ใช้ในภารกิจเคลื่อนย้ายปืนใหญ่ M198 howitzer ขนาด 155 mm, พร้อมกระสุนจำนวน 30 นัด และกำลังพล11 นาย CH-47D รุ่นนี้มีระบบ avionics, Global Positioning System. ในกองทัพบกสหรัฐฯ ได้รับการปรับเปลี่ยน ให้เป็น CH-47D จำนวน 472 ลำ ลำสุดท้ายได้รับเข้าประจำการในปี 2002

.........ประเทศเนเธอร์แลนด์ต้องการ CH-147 จำนวน 7 ลำที่เหลืออยู่ จากประเทศแคนาดา และได้รับการปรับปรุงให้เป็นรุ่น D และได้สั่งซื้อลำใหม่เพิ่มอีก 3 ลำ ส่งมอบในปี 1995 มีในประจำการทั้งหมด 13 ลำ CH-47D ของเนเธอร์แลนด์ได้รับการปรับปรุงเพิ่มขึ้นมากกว่าของสหรัฐฯ ได้แก่ ระบบเรด้าร์ตรวจอากาศ (Bendix weather radar), ห้องนักบินแบบ"glass cockpit" และเครื่องยนต์รุ่น T55-L-714 ในปี2011 ได้ปรับปรุง ให้เป็น CH-47F ทั้งหมดจำนวน 11 ลำ

............ปี 2011 ในปีเดียวกันประเทศสิงค์โปร์ มีชินุค CH-47D ประจำการในกองทัพบกถึง 18 ลำ ประเทศเล็กนิดเดียว แต่กลับมีชินุคประจำการเป็นจำนวนมาก


....................ปี 2008 ประเทศแคนาดา ได้สั่งซื้อ CH-47D เพิ่มอีก 6 ลำ เพิ่มปฏิบัติการในอัฟกานิสถาน

MH-47D
..........รุ่น MH-47D เป็นรุ่นที่ได้รับการดัดแปลงเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการพิเศษ มีระบบรับเติมน้ำมันกลางอากาศ และระบบ fast-rope rappelling system ชินุค MH-47D สังกัดหน่วยบิน160th Special Operations Aviation Regiment. จำนวน 12 MH-47D ดัดแปลงมาจาก CH-47A จำนวน 6 ลำ ดัดแปลงมาจาก CH-47C จำนวน 6 ลำ




http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=5912&d=1388732242


CH-47F

.......ชินุค CH-47F รุ่นนี้ ได้รับการปรับปรุงต่อจากรุ่น CH-47 D ได้ขึ้นบินทดสอบครั้งแรกในปี 2001 เริมผลิตออกจำหน่ายตั้งแต่ 15 June 2006 จากโรงงานของโบอิ้งเมือง Ridley Park, Pennsylvania
ในรุ่น CH-47F ได้รับการพัฒนาระบบหลักเพิ่มเติม หลายด้านได้แก่


เครื่องยนต์ Honeywell ที่ให้แรงขับสูงเป็นสองเท่า 4,868 แรงม้า บินได้เร็วกว่า 175 mph (282 km/h) เพิ่มน้ำหนักบรรทุก 21,000 ปอนด์ (9.5 ตัน).
ระบบควบคุมการบินแบบดิจิตอล Digital Advanced Flight Control System (DAFCS)
เสริมความแข็งแรงของโครงสร้าง ลดการซ่อมบำรุง
CH-47F ราคาลำละ $35 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
.......บริษัทโบอิ้ง ได้ส่งมอบชินุค CH-47F ไปให้กองทัพบกสหรัฐฯ ตั้งแต่ ส.ค. 2008 จำนวน 48 ลำ และลงนามสัญญา ที่จะผลิตขึ้นอีกมากกว่า 191 ลำ
........ในเดือน ก.พ.2007ประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นประเทศแรกของโลกที่สั่งซื้อ เข้าประจำการ จำนวน 6 ลำ มีแผน ที่จะปรับปรุงรุ่น CH-47D จำนวน 11 ลำ ให้เป็นรุ่น CH-47F ใช้งานร่วมกับ


เมื่อ 10 ส.ค.2009 ประเทศแคนาดาลงนามสัญญาสั่งซื้อ CH-47F จำนวน 15 ลำ เพื่อส่งมอบระหว่างปี
2013–14


15 ธ.ค. 2009, กองทัพบกอังกฤษ วางแผนระยะยาวในการจัดหา CH-47F ที่สร้างขึ้นใหม่จำนวน 24 ลำ เข้าประจำการ
เดือน มี.ค.2010 กองทัพบกออสเตรเลีย ได้สั่ง CH-47F จำนวน 6 ลำ ส่งมอบระหว่างปี 2014 - 2017.
บริษัท AgustaWestland ได้รับลิขสิทธิ์ในการผลิต CH-47F เพื่อขายให้กับประเทศในยุโรป


.......ชินุคยังคงเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่มีศักยภาพ ต่อไปในอนาคต บริษัทโบอิ้งและกองทัพบกสหรัฐฯ กำลังวางแผนที่จะสร้าง CH-47F Block 2 ให้สำเร็จหลังปี 2020 บล็อกนี้หวังให้มีน้ำหนักบรรทุกได้ ที่ระดับความสูง 22,000 ปอนด์ อุณหภูมิภายนอก 95 องศาฟาเรนไฮ สามารถที่จะเคลื่อนย้ายยานรบรุ่นใหม่แบบ the Joint Light Tactical Vehicle. มีระบบใบพัดแบบใหม่ advanced Chinook rotor blade (ACRB) ที่ได้นำมาจากโครงการเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบ RAH-66 Commanche ซึ่งได้ยกเลิกโครงการไปแล้ว


เครื่องยนต์ Honeywell T55-715 มีกำลังเพิ่มขึ้น 20 %
ปรับปรุงระบบควบคุมการบิน digital advanced flight-control system
ปรับปรุงระบบน้ามัน และ
ระบบไฟฟ้า 60kVA

.......บริษัท Columbia Helicopters company of the Salem, Oregon ได้ซื้อลิขสิทธิ์ในการสร้างชินุคเวอร์ชั่นพลเรือนจากบริษัทโบอิ้ง ภายใต้รหัส Boeing-Vertol Model 234 นอกจากนี้แล้วยังมีชินุคที่ได้ถูกผลิตขึ้นนอกประเทศสหรัฐฯ อีก Elicotteri Meridionali (now AgustaWestland) ประเทศอิตาลี และบริษัท Kawasaki ประเทศญี่ปุ่น

การติดอาวุธ
.........ชินุคได้รับการ ติดตั้งปืนกล M60D ขนาด 7.62 mm ที่ประตูทั้งสอง และปืน M60D ที่ประตูด้านหลัง CH-47 บางลำดัดแปลงให้เป็นทิ้งระเบิด "bombers" เพื่อยิงแก็สน้ำตาและระเบิดนาปลาม


...........ในช่วงปี1982-94, ถูกผลิตขึ้นมาอีก 500 ลำ ในรุ่น CH-47D

ประเทศที่ นำชินุคเข้าประจำการในกองทัพต่างๆ ได้แก่
สาธารณรัฐเกาหลี
กองทัพญี่ปุ่นดินกองทัพป้องกันตัวเอง
กองทัพอากาศเนเธอร์แลนด์
มันยังคงอยู่ในสายการผลิตตั้งแต่ 1962–จนถึงปัจจุบัน
ได้รับการผลิตขึ้นมา 1,179 ลำ
ราคาในปี 2008 $ 35,000,000 เหรียญสหรัฐฯ

...... คาดการณ์ว่า CH-47 จะยังคงประจำการในกองทัพได้ถึง75 ปี สายการผลิตจะยังคงผลิตต่อไปถึงปี2018.



สงครามเวียดนาม
............ด้วยความที่ชินุค เป็นเฮลิคอปเตอร์รุ่นใหม่ ทหารในทุกลำดับชั้นยังไม่คุ้นเคยกับมัน มันจึงกลายเป็นตัวปัญหา มีข้อจำกัดต่างๆ ในการปฏิบัติภารกิจ เช่น ระวางบรรทุก ที่จำกัดไว้เพียง 7,000-ปอนด์(3,200 kg) เมื่อต้องบินไปในยอดเขาสูง แต่ระวางบรรทุกจะเพิ่มได้อีก 1,000-ปอนด์(450 กก) เมื่อการปฏิบัติภารกิจในระดับต่ำ บริเวณชายฝั่ง ผู้บังคับบัญชา และลูกเรือ ต้องกำชับทหารที่ขึ้นเครื่องลำใหม่นี้ มิให้นำของติดตัวมาขึ้นเครื่องมากเกินไป แต่ต่อมาเมื่อทุกคน ทุกหน่วยเริ่มคุ้นเคยกับมัน รู้ซึ้งถึงขีดความสามารถของมัน มันจึงกลายเป็นม้าใช้ ที่ลำเลียงยุทธปัจจัย ไปให้ทหารในแนวหน้าที่อยู่ห่างไกล มันเคลื่อนย้ายปืนใหญ่ และยุทธปัจจัยขนาดหนักได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพ นานๆครั้งจึงจะได้เห็นมันลำเลียงทหารเข้าสู่สนามรบโดยตรง บ่อยครั้งที่มันถูกใช้ในภารกิจการอพยพ ส่งกลับทหารที่บาดเจ็บ


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=5909&d=1388728982


ชินุคเข้าสู่สงครามเวียดนาม จำนวน 750 ลำ สูญเสียในระหว่างสงคราม 200 ลำ


ชินุคในสงครามทะเลทราย
..........ในระหว่างปี 1970 ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน เป็นไปอย่างแน่นแฟ้น สหรัฐฯได้ขายอาวุธทันสมัยให้แก่อิหร่านมากมาย ในระหว่าง 1972–1976 เช่น เครื่องบิน F-14 Tomcat, รวมทั้งชินุค CH-47C จำนวน 20 ลำ และสั่งซื้อเพิ่มในปี 1978 อีก 50 ลำ แต่ได้ถูกระงับไปเพราะความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านสิ้นสุดลง


.......ในปี 1978 กองทัพอิหร่าน ได้ส่งชินุคของตน ฝ่าเข้าไปในดินแดนประเทศเติรกมินท์สถาน แต่ถูกสกัดกั้นโดยเครื่องบิน MiG-23M ลำหนึ่งในนั้นถูกยิงตกลูกเรือ 8 นายเสียชีวิต ลำที่สองถูกบังคับให้ร่อนลง


.................สงครามระหว่างอิรัคและอิหร่าน กองทัพอิหร่านได้ใช้อาวุธที่ซื้อจากสหรัฐฯ ในการต่อสู้ และสูญเสียชินุคจำนวน 8 ลำในระหว่างปี 1980–1988 โดยในวันที่ 15 ก ค 1983 ได้ถูกเครื่องบิน Mirage F-1 ของอิรัคยิงชินุคตก 3 ลำ และใน 25-26 ก พ 1984 ถูก MiG-21 ของอิรัคยิงชินุคตกอีก 2 ลำ

สงคราม Afghanistan and Iraq wars
.........ในระหว่างสงครามอ่าวครั้งแรก ปี1990–91 CH-47D ประมาณ 163 ลำได้ถูกส่ง เข้าร่วมปฏิบัติ โดยได้เข้าไปตั้งฐานในประเทศซาอุดิอาระเบีย และคูเวต ร่วมในยุทธการ Operation Desert และยุทธการ Operation Desert Storm
........ จากนั้นมันได้ถูกส่งเข้าสู่อัฟกานิสถาน เพื่อล่าหัวบินลาดิน สมรรถนะของ ชินุค CH-47D ดีกว่ารุ่นก่อนมาก มันถูกใช้งานบ่อยขึ้น ในภารกิจ
air assault missions, inserting troops
ส่งเสบียง สรรพาวุธ อาหาร น้ำ ไปยังฐานปืนใหญ่ที่อยู่บนยอดเขาสูง


...........และได้นำกำลังพลที่ได้รับการบาดเจ็บกลับมารักษาตัว ความกว้างขวางภายในลำตัว สามารถรักษาชีวิตของทหารบาดเจ็บสาหัส ได้หลายนายพร้อมกัน เพราะมันสามารถ นำเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ และอุปกรณ์ช่วยชีวิต ขึ้นไปได้เป็นจำนวนมาก มันกลายเป็นโรงพยาบาล ลอยฟ้าได้ในทันที สงครามในอัฟกานิสถานนอกจากชินุคของ ทบ.สหรัฐฯ แล้วยังมีชินุคของกองทัพอากาศอังกฤษ แคนาดา อิตาลี ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ เข้าร่วมปฏิบัติการด้วย โดยมีเฮลิคอปเตอร์แบบ AH-64 Apache บินให้การคุ้มครอง

การสูญเสีย

..........ใน 6 ส.ค.2011 ชินุคลำหนึ่งได้ตกลงใกล้กับกรุงคาบูล จากการยิงด้วยจรวด RPG ทำให้ทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษสหรัฐฯ และพันธมิตร เสียชีวิต ทั้งหมด 38 นาย
ในเดือน พ.ค.2011 ชินุค CH-47D ของกองทัพบกออสเตรเลีย ตกลงในจังหวัด Zabul ระหว่างปฏิบัติภารกิจลำเลียงยุทธปัจจัย เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 นาย รอดชีวิต 5 นาย สภาพเครื่องบินเสียหาย จนใช้การไม่ได้ มันได้ถูกทำลายซาก ณ จุดตก และเพื่อเป็นการชดเชยความสูญเสีย กองทัพสหรัฐฯ ได้ให้ จำนวน 2 ลำ เพื่อทดแทน จนกว่า CH-47F รุ่นใหม่จะผลิตออกมาในปี 2016





ลำดับกำลังและการเคลื่อนย้ายหน่วยทหาร

........การแบ่งชั้นยศของผู้นำทางทหาร เราแบ่งเป็นลำดับชั้น เข้าใจง่ายๆคล้ายการบวกเลข ในหลัก



หน่วย สิบ ร้อย พัน หมื่น


1 10 100 1000 10000

แต่เข้าใจยากๆ คือ แบ่งออกตามยุทธวิธี และยุทธศาสตร์
ตามยุทธวิธี หมายถึงหน่วยทหารขนาดเล็ก หมู่ ตอน หมวด
การรวมกันของหน่วยเล็กเป็นหน่วยใหญ่ ใช้หลัก ไตรภาค คือ รวมจาก 3 ไปเป็น 1
มันเป็นแบบธรรมเนียมทางทหารจริงๆ ที่ต้องมีการลำดับขั้น ในการปฏิบัติการ และการบังคับบัญชา



หนึ่งหมู่หมายถึง หน่วยทหารขนาดน้อยกว่าสิบนาย โดยมี ผบ.หมู่ ยศสิบเอกก็สามารถนำหน่วยได้
หนึ่งตอน หมายถึงหน่วยทหารขนาดราว สามสิบนาย
หนึ่งหมวด หมายถึงหน่วยทหารขนาดราว 90-100 นาย หน่วยทหารขนาดนี้ จึงใช้ นายร้อยตรี หรือร้อยโท เป็นผู้บังคับบัญชา และเราเรียกเขาว่า ผู้หมวด

หน่วยทหารที่ลำดับสูงขึ้นไป คือ การรวม 3 หมวด ให้เป็น หนึ่งกองร้อย โดย ใช้นายทหารยศร้อยเอก หรือพันตรีเป็นผู้บังคับบัญชา เราเรียกเขาว่า ผู้กอง(ร้อย)
ในระดับกองพัน จะ มีเหล่าทหารในสังกัดราว 1000 นาย เรียกท่านว่า ผู้พัน



หน่วยทหารระดับกองพัน มีความสำคัญมาก เพราะเป็นรอยต่อ ระหว่างการปฏิบัติการทางยุทธวิธี และยุทธศาสตร์


สำหรับการจัดกำลังหน่วยทหารขนาดใหญ่ หมายถึงทางยุทธศาสตร์
โดยการรวม 3 กองพัน เป็น หนึ่งกรม
3 กรม เป็นหนึ่งกองพล
และหลายๆกองพล เป็นกองทัพน้อย หรือกองทัพภาค
ในระดับที่ต้องใช้นายพลคุมกำลัง

การเคลื่อนย้ายหน่วยทหาร ในระดับต่างๆ จึงจำเป็นต้องจัดหายานพาหนะที่เหมาะสม
ในทางยุทธวิธี ซึ่งเป็นการปฏิบัติการขนาดเล็ก เช่น การแทรกซึม หาข่าว สามารถใช้

เฮลิคอปเตอร์แบบฮิวอี้ หรือแบล็คฮอค สามารถลำเลียงทหารได้ในระดับหมู่

CH-47 ชินุคสามารถลำเลียงทหารได้ในระดับตอน

และ C130 สามารถลำเลียงทหารได้ในระดับหมวด


.........สำหรับการเคลื่อนพลขนาดใหญ่ทางอากาศ ถูกเรียกว่า การยุทธเคลื่อนที่ทางอากาศ เป็นการปฏิบัติการทางทหารที่ใหญ่มาก มีเครื่องบิน และเฮลิคอปเตอร์ หลายแบบ หลายชนิด จำนวนมาก เข้าร่วมปฏิบัติการ ทหารราบ ม้า ปืน(ใหญ่) ต้องเคลื่อนพลพร้อมกัน และที่สำคัญการเคลื่อนย้ายกำลังทหาร เข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการจะต้องปกปิดเป็นความลับ ดังนั้นการลำเลียงทางทหาร จึงมีความสำคัญไม่แตกต่างจากการปฏิบัติการทางทหารอื่นๆ

บทเรียนจากสงครามอัฟกัน March 5, 2008:
.....ในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมาหลังจากที่เฮลิคอปเตอร์ Blackhawk ได้เข้าประจำการในกองทัพบกสหรัฐฯ มันได้กลายม้าศึกของหน่วยรบต่างๆ อย่างไว้วางใจ ทั้งในแนวหน้าและแนวหลัง ในขณะที่ชินุค CH-47ได้รับภารกิจขนย้ายยุทโธปกรณ์ขนาดหนัก ในแนวหลัง แต่สงครามในอัฟกานิสถานกองทัพบกสหรัฐฯ เริ่มประจักษ์ว่าBlackhawk"UH-60 ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ในสมรภูมิเทือกเขาสูงเสียดฟ้าชินุค CH-47 ถูกนำไปใช้งานมากกว่า เพราะ CH-47 มีพละกำลังในการลำเลียงได้มากกว่า มันเป็นอากาศยานเพียงชนิดเดียวของกองทัพบกสหรัฐฯ ที่สามารถยังคงปฏิบัติการได้ในสภาพอากาศที่เบาบาง เหนือยอดภูสูง ในภาวะการณ์เยี่ยงนี้

CH-47 มีศักยสงครามเหนือกว่า Blackhawk"


........เพราะมันสามารถลำเลียงทหาร และยุทธปัจจัยไปได้มากว่า เร็วกว่า และไกลกว่า
Blackhawk ลำเลียงทหารไปได้เพียง 11 นาย ด้วยความเร็ว 285 กม/ชม บินได้นานเพียง 2.1 ชั่วโมง แต่ CH-47F สามารถลำเลียงยุทโธปกรณ์ได้นับสิบตัน หรือกำลังพลได้ถึง 55 นาย รัศมีทำการ 426 กม. ด้วยความเร็ว 315 กม/ชม. ช่วงเวลาในการปฏิบัติภารกิจภารกิจไม่เกิน 2.5 ชม. นั่นหมายความว่า ชินุคเพียงลำเดียวCH-47 สามารถนำกำลังพล 40-50 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์ ไปได้เพียงเที่ยวเดียว ในขณะที่ต้องใช้Blackhawk ถึง 5 ลำ
CH-47 ครอบคลุมการปฏิบัติหารทางทหารได้เกือบทุกภารกิจ

อ้างอิง http://www.strategypage.com/htmw/htairmo/20080305.aspx


ปิดฉากฮ.ชีนุก
..........กองทัพบกไทยของเราเคยมีชินุคเข้าประจำการ ในช่วงปลายสงครามเวียดนาม เป็นของเก่าที่ผ่านการใช้งานแล้ว จากสหรัฐฯ ตามโครงการช่วยเหลือทางทหาร คือ ชินุครุ่น CH-47C จำนวน 4 ลำ ได้รับเมื่อปี 1972 และรุ่น CH-47A จำนวน 4 ลำ ได้รับเมื่อปี 1979
ต่อมา ทบ.ไทยได้ จัดซื้อชินุค หลังสงครามร่มเกล้า เพิ่มเติมอีก คือ รุ่น CH-47D จำนวนทั้งหมด 6 ลำ ได้รับเมื่อปี 2533(1990) จำนวน 3 ลำ และในปี 2534 (1991) อีกจำนวน 3 ลำ ด้วยจำนวนที่เรามีประจำการอยู่มันเหมาะสมกับขนาดของกองทัพเรา เหมาะสมกับยุทธศาสตร์ของกองทัพ

เรามีอาวุธดี อยู่ในมือทหารดี อยู่แล้ว


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=5907&d=1388728980


.......แต่ข้อจำกัดของการปฏิบัติภารกิจคือ เราใช้งานมันน้อยมาก โดยเฉพาะการฝึกบิน ด้วยค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงแต่ละชั่วโมงบินที่ค่อนข้างสูง เพราะเป็นอากาศยานขนาดใหญ่
..........ในช่วงก่อนปี 2554 ทบ.มี ชินุค CH-47D ประจำการจำนวน 4 ลำ ซึ่งได้รับการซ่อมคืนสภาพให้กลับมาใช้การได้ ส่วนอีกสองลำ จำหน่ายราชการไปแล้ว ลำหนึ่งประสบอุบัติเหตุเสียหายมาก อีกลำหนึ่งนำไปแลกกับสิงคโปร์
...............แต่ปัจจุบัน ชินุคทั้งหมดไม่อยู่ในสภาพพร้อมรบ กองทัพบกได้นำชินุค ที่ได้จัดซื้อจากสหรัฐฯ เพื่อขายแลกเปลี่ยน นำงบไปซื้อเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงจากประเทศรัสเซีย รุ่น Mi-17 เข้าประจำการทดแทน โดยไม่คิดที่จะปรับปรุงให้เป็นรุ่นล่าสุด CH-47F ดังที่หลายประเทศได้ดำเนินการไปแล้ว
......................ได้มีบริษัทเสนอราคาและผ่านการพิจารณารอบแรก 2 บริษัท โดยบริษัทที่เสนอราคาสูงสุดคือ 820 ล้านบาท แต่ต่ำกว่าราคาประเมินที่คณะกรรมการทบ.ได้พิจารณาไว้ 80 ล้านบาท (ประเมินขั้นต่ำ 900 ล้านบาท ในขณะที่ราคาลำละ 1500 ล้านบาท ราคาในปี 2008 $ 35,000,000 เหรียญสหรัฐฯ

บางท่านสงสัยอยู่ในใจว่า ทบ.ไทย ได้ลืมหลักการยุทธเคลื่อนพลทางอากาศไปแล้วหรือ
.........ในเมื่อ ทบ.ไทย ไม่ต้องการมันแล้ว หน่วยงานอื่น เช่น กองทัพอากาศ กองทัพเรือ กรมป่าไม้ ยังต้องการมันหรือไม่ เพราะชินุค คือสมบัติของชาติ มิใช่ของ ทบ.ไทย ถ่ายเดียว
ชินุคที่เรามีอยู่ แม้มีอายุปฏิทินยาวนานมากก็จริง แต่ชั่วโมงการใช้งานน้อยมาก สภาพเก่าเก็บ
เพราะในระหว่างที่ประจำการอยู่ใน ทบ. เราฝึกบินน้อยมาก พี่น้องคนไทยในจังหวัดอื่นไม่ค่อยได้เห็นโฉมของมัน นอกจากคนจังหวัดลพบุรีรอบเขาพระงามเท่านั้น

เรามีอาวุธดี อยู่ในมือทหารดี อยู่แล้ว
อาวุธดี จะเข้ากันได้กับทหารดี โดยการฝึกฝนที่ดี และต่อเนื่อง

.......มันบินไปได้ไม่ไกลจากลพบุรีมากนัก มิใช่เพราะด้วยข้อจำกัดทางสมรรถนะ แต่เพราะขาดการวางแผนการฝึกบินเดินทางระยะไกล ที่เหมาะสม และด้วยการฝึกบินน้อย โดยเฉพาะการบินในเวลากลางคืน ทำให้เราไม่ชำนาญกับอาวุธที่เราใช้อยู่ เราจึงไม่ค่อยได้เห็นมันบินโชว์ในงานวันเด็ก ด้วยความฉกาจ ซึ่งเรามักกล่าวอ้างว่า ขาดงบประมาณในการซ่อมบำรุง


..........ด้วยข้อจำกัดในด้านงบประมาณทำให้ นายทหารชั้นยศสูงในกองทัพบกไทย หลีกเลี่ยงที่จะนั่ง เฮลิคอปเตอร์ที่สังกัดในหน่วยงานของตนเอง โดยอาศัยการเดินทางด้วยรถยนต์ ไปงานพระราชทานเพลิงศพของนายทหารชั้นนายพล ที่เสียชีวิตจากเฮลิคอปเตอร์ตก ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่


เรามีอาวุธดี อยู่ในมือทหารชั้นผู้น้อยที่ดี อยู่แล้ว แต่ขาดความสนใจจากนายทหารชั้นยศสูง


http://www.youtube.com/watch?v=GfG6kuBVIoY
http://www.youtube.com/watch?v=9PGY2C7-HS0


When an helicopter gets old goes to the bone yard. They may be look good, but over the years they develop cracks from vibration, etc and eventually they decide they are too expensive to repair


The exception is the CH-47 Chinook. Nothing can replace it. They must be repaired. There is an Army pilot in Afghanistan flying the "same" Chinook that his grandfather flew in Vietnam. .



..........ชินุคแม้จะมีขนาดใหญ่โต แต่มันมีความคล่องตัว ควบคุมได้ง่าย บินเลี้ยว หมุนตัว ได้เช่นเดียวกับลำเล็กๆ
.........แต่น่าแปลกเรากลับมีงบประมาณในการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์แบบใหม่ มากมายหลายแบบ และในที่สุดเราก็จะประสบปัญหาการซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์แบบใหม่ อีกครั้ง
......ไม่มีคนไทยคนไหน อยากได้ยินว่า นายทหารชั้นยศสูง ได้รับผลประโยชน์ จากการจัดซื้ออาวุธ ซึ่งใช้เงินภาษีของประชาชน สูงกว่างบการซ่อมบำรุงอากาศยาน ที่มีประจำการอยู่แล้ว


..........บางท่านสงสัยว่า แม้ทบ.ไทย ไม่ต้องการ ฮ ขนาดใหญ่ แต่ประเทศไทย มีความต้องการมันหรือไม่ เพราะมันสามารถแก้ปัญหาที่อากาศยานอื่นๆที่มีอยู่ทั้งประเทศทำไม่ได้ เช่น การบรรเทาสาธารณะภัยต่างๆได้ เพื่อตอบสนอง วัตถุประสงค์ของชาติ แม้จะต้องจ่ายด้วยงบประมาณที่สูงขึ้นก็ตาม
..............เป็นการปิดฉากชินุค ฮ.ลำใหญ่ที่สุด ที่ประเทศเราพึ่งมี ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายกำลัง และยุหโธปกรณ์ ส่งกำลังทางอากาศ ให้กับ ทบ.ไทยมาอย่างยืนยง ได้จบลง อย่างไร้ตำนาน

สมรรถนะชินุค CH-47F


Data from Boeing CH-47D/F,[98] Army Chinook file,[99] International Directory[100]

General characteristics
Crew: 3 (pilot, copilot, flight engineer)
Capacity:
........33–55 troops or
.......24 litters and 3 attendants or
.......28,000 lb (12,700 kg) cargo

Length: 98 ft 10 in (30.1 m)
....Rotor diameter: 60 ft 0 in (18.3 m)
....Height: 18 ft 11 in (5.7 m)
....Disc area: 5,600 ft2 (520 m2)

....Empty weight: 23,400 lb (10,185 kg)
....Loaded weight: 26,680 lb (12,100 kg)
....Max. takeoff weight: 50,000 lb (22,680 kg)



Powerplant: 2 × Lycoming T55-GA-714A turboshaft, 4,733 hp (3,631 kW) each

Performance
Maximum speed: 170 knots (196 mph, 315 km/h)
Cruise speed: 130 kt (149 mph, 240 km/h)
Range: 400 nmi (450 mi, 741 km)
Combat radius: 200 nmi (370.4 km)
Ferry range: 1,216 nmi(1,400 mi, 2,252 km[101])
Service ceiling: 18,500 ft (5,640 m)
Rate of climb: 1,522 ft/min (7.73 m/s)
Disc loading: 9.5 lb/ft2 (47 kg/m2)
Power/mass: 0.28 hp/lb (460 W/kg)


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=5910&d=1388730779

skypig
03-01-14, 13:43:57
http://www.youtube.com/watch?v=GfG6kuBVIoY

skypig
06-01-14, 09:16:43
ขอไอเดียด้วยครับ ท่านที่เคยมีประสบการบิน ฮ. ของจริงหรือว่าในเกมส์
ถ้าผมมีอุปกรณ์ 3 ชนิดคือ

1 จอย มือขวา
2 Thrust มือซ้าย
3 Rudder
สามชิ้นนี้ จะรวมกัน เป็นอุปกรณ์ บังคับ ชินุค ได้ไหม อย่างไรครับ

Tow_Petrucci
07-01-14, 23:22:33
ผมไม่มีประสบการณ์จริงนะครับแต่จะขอตอบในแบบของผมนะครับ
จอย วางตรงกลางระหว่างขาสองข้างเลยครับผม
คันเร่ง เอาติดกับโต๊ะให้ตั้งขึ้นในแนวดิ่งครับผม จะกลายเป็น collective ไปเลย 555+
รัดเดอร์ แบบเดิมเลยครับไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร
(ผมไม่มีประสบการณ์นะครับ รอผู้มีประสบการณ์มาตอบครับผม)

skypig
09-01-14, 11:53:28
such a good idea
ขอบคุณพี่ต้อมครับ โหลด มาลงเรียบร้อยแล้วตรับ
ปัญหาเครื่องดับ แก้ไขได้
ติดเครื่องได้ตามคู่มือ
กำลังทดสอบบินอยู่

คงจะบินได้ไม่ดี ไปไม่ไกล เพราะขาดครู


http://www.thaic-130.net/forums/attachment.php?attachmentid=5931&d=1389243368

skypig
04-12-14, 09:41:35
ชินุกญี่ปุ่น http://www.flightglobal.com/news/articles/boeing-set-to-deliver-100th-japanese-ch-47-fuselage-406670/