สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 8 จากทั้งหมด 8

กระทู้: 4 แรงลม

  1. #1

    มาตรฐาน 4 แรงลม

    4 แรงลม
    จำนวนผู้เข้าชม 1496 คน

    4 Strong winds
    ..........................................สมัยเป็นนักเรียนนายเรืออากาศ(นนอ.) ได้รับการปลูกฝัง ให้ร้องเพลงประจำสถาบัน และเพลงของกองทัพ อย่างเป็นทางการ หลายเพลง และยังมีเพลงใต้ดิน ซึ่ง นนอ.รุ่นพี่( น.ท.พงษ์นเรศ ภูโต : นนอ.28)ได้นำทำนองเพลงฝรั่ง มาใส่เนื้อไทย ชื่อเพลง “ใจคนดอน” ให้พวกเราได้ร้อง ชื่อเพลงเดิม คือ Four Strong winds “โฟร์ สตรอง วิน” ต้นตำรับเป็นของ IAN TYSON แต่งไว้ในปี ค.ศ.1961 นำมาบันทึกเสียงเมื่อ ปี1963 เนื้อเพลงภาษาอังกฤษ ว่า

    Four Strong Winds

    Four strong winds that blow lonely
    Seven seas that run high
    All those things that don't change come what may
    For the good times are all gone
    And I'm bound for moving on
    I'll look for you if I'm ever back this way
    I think I'll go out to Alberta
    Weather's good there in the fall
    I've got some friends that I can go working for
    Still I wish you'd change your mind
    If I ask you one more time
    But we've been through that a hundred times before
    If I get there before the snow flies, And if things are looking good
    You could meet me if I sent you down the fare
    But by then it would be winter
    Not too much for you to do
    And those winds sure can blow cold way out there


    ..........................ได้รับการถอดความเป็นไทย โดย: สิเหร่ จากหนังสือ : บทกวีในเสียงเพลง ความว่า

    สายลมสี่สายอันกราดเกรี้ยว
    ได้พัดพาทะเลทั้งเจ็ดที่อ้างว้าง จนเกิดคลื่นสูง
    สรรพสิ่งเหล่านี้ไม่เปลี่ยนแปลง...ก็ไปตามวิถีของมัน
    แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขของเรา ได้จบสิ้นลงแล้ว
    และฉันกำลังจะต้องบ่ายหน้าย้ายไป....

    ฉันจะมองหาเธอ หากว่าฉันมีโอกาสกลับมาสู่หนทางเส้นนี้
    จงไปเถิดสำหรับผู้รักการแสวงหา ถึงแม้นความรู้สึกแห่งการจากพรากนั้น
    จะเจ็บปวดและโหยหามาหมายสักปานใดก็ตาม
    แม้ว่าทะเลสาบจะไม่เคยเปลี่ยนแปลง
    เช่นเดียวกับสายลมที่ไม่เคยหยุดพัด มันย่อมเป็นเพื่อนแห่งความเงียบเหงา
    เพื่อคอยย้ำถึงความสุข แต่ครั้งเก่าก่อนด้วยเราสองเคยอยู่ร่วมกัน...


    ............... เนื้อเพลง ทำนองเพลง ออกไปในแนวเพื่อชีวิต แบบเบาๆ เหมาะสำหรับ คนที่กำลังหมดกำลังใจ
    หรือกำลังแสวงหา ท่ามกลางสังคม และกองทัพที่ไร้จุดยืน สมัยนี้ เป็นเพลงบัลลาดเก่าๆ ที่ไพเราะมากเพลงหนึ่ง
    นักร้องชื่อดังของวงการเพลงโฟล์ค รุ่นหลังนำมาร้องขับกันอยู่บ่อยๆ ที่มีชื่อเสียงคุ้นหู ได้แก่ John Denver , Neil Young และ Bobby Bare .


    ......................................เนื้อเพลงยาวประมาณ 4 นาที จับใจมากเมื่อเล่นกับกีต้าร์โปร่ง ช่วงอินโทร
    ไม่ว่าใครนำมาร้อง มักขึ้นต้น โดยการตีคอร์ด ด้วยกีต้าร์โปร่งล้วนๆ ร้องจบท่อนหนึ่ง
    แล้ววนกลับมาท่อนสร้อย และจบเพลงลง ด้วยการเฟดหายไปเบาๆ เพลงนี้เมื่อนำมาใส่เนื้อไทย ให้ นนอ.ร้อง ความว่า
    ……..
    เมื่อ คนดอน จรจากดอนเมือง จงรุ่งเรือง ดังฝันใฝ่
    ....
    เพื่อจรรโลงทัพฟ้าไทย ให้ฟูเฟื่องนาน
    ..ดุจดังขุนเขา ตระหงานคง
    จิตอันคงด้วย อุดมการณ์
    สมัครสมาน แน่นเหนียว เป็นหนึ่ง ใจเดียวกัน
    ก่อนตะวันขึ้นโชติจากแนวดิน ก่อนจะสิ้นลับฟ้าไป
    ... ฝากบทเพลงนี้ ก้องอยู่ใน ใจคนดอน
    ...
    ท่วงทำนองฝรั่งและเนื้อร้องไทยเข้ากันได้ดี มีความหมายให้นักเรียนนายเรืออากาศ
    เมื่อจบจากโรงเรียนนายเรืออากาศไปแล้ว ใช้ชีวิตเยี่ยงนายทหารอาชีพ และปกป้องน่านฟ้าไทย
    ซึ่งต่อมาเพลงนี้มีความหมายต่อชีวิต และชีวิตการบิน ของผู้เขียนอย่างมาก


    ............................ธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต ต้องอาศัย ดิน น้ำ ลม และไฟ ขาดสิ่งใด สิ่งหนึ่ง ชีวิตย่อมลำบาก
    ขาดอากาศเพียงครู่ ชีวิตก็หาไม่ ขาดน้ำได้นานกว่า ขาดอาหาร พอประทังอยู่ได้หลายวัน
    ซึ่งพอจะเห็นได้ว่า อากาศ จำเป็นที่สุด
    เมื่อเป็น นนอ. เรียนรู้เพียงธรรมชาติของอากาศ
    ยังไม่รู้วิธีใช้ประโยชน์จากอากาศเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่อยู่นิ่ง (Static) หรือลมที่เคลื่อนที่ (Aerodynamic) แต่ได้ยินเลาๆ ว่ากองทัพอากาศคือ

    กองทัพลม เคลื่อนไหว ไหลเร็วกว่าน้ำ (กองทัพเรือ)
    ไม่หนักนิ่ง เช่นแผ่นดิน(กองทัพบก)
    แต่มิได้หมายความว่า กองทัพอากาศสำคัญที่สุด

    นนอ.ถูกสอนว่า ฟ้า-อากาศ คือตัวเรา เรียนรู้จักลมฟ้าอากาศ เพียงนามธรรม
    ครั้นเมื่อเป็นนักบิน จึงได้รู้จักใช้ลม ให้เกิดประโยชน์ รู้จักนำทฤษฎีมาสู่การปฏิบัติ
    การเดินอากาศ เริ่มจากการได้เรียนรู้ ลมจากทิศทั้งสี่ เพื่อมิให้หลงทาง
    เมื่อมาเป็นนักบินเริ่มใช้ประโยชน์จากสมการ การแตกแรง ที่กระทำต่อเครื่องบินทั้งสามแกน
    ที่สำคัญเมื่อบินเป็นแล้ว ต้องรู้จักใช้ความเร็วและทิศทางของลมทั้งสี่ ที่เกิดขึ้นรอบตัว ให้เกิดประโยชน์ทางยุทธวิธี
    คือ ทิ้งร่มให้ลงตรงเป้าหมาย แม้จะมีแรงลม มารบกวน


    ลมทั้งสี่ทาง ที่พุ่งกระทำต่อเครื่องบิน หมายถึง
    1.ลมที่มาจากด้านหน้า (Headwind)
    2. ลมที่มาจากด้านหลัง (Tail wind)
    3.ลมที่มาจากด้านข้าง (Cross wind)
    4.ลมที่มาจากแนวตั้ง (Vertical wind หรือ Micro Burst)

    ลมทั้งสี่ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ ลมเบาๆทำให้เรารู้สึกเย็นสบาย มีชีวิตชีวา
    แต่เมื่อมันมีกำลังแรงขึ้น มันมีทั้งคุณและโทษต่อ การดำรงชีวิตและการบิน
    นักบินที่มีประสบการณ์รู้ดีว่า สถานการณ์เช่นใด จะใช้ประโยชน์จากมันอย่างไร

    ลมที่มาจากด้านหน้า(Headwind) จะช่วยในการบินวิ่งขึ้นและลงสนามเป็นอย่างมาก ทำให้บรรทุกน้ำหนักไปได้มากขึ้น
    ซึ่งอาจจะเป็นน้ำมัน หรือ ยุทโธปกรณ์ แต่จะมีผลเสียเมื่อบินระดับ เพราะต้านลม บินได้ช้า เปลืองน้ำมัน


    ส่วนลมที่มาจากด้านหลัง(Tail wind) เป็นอันตรายต่อการวิ่งขึ้น และลงสนาม แต่มีประโยชน์มากเมื่อบินระดับ
    เพราะช่วยทำให้ถึงที่หมายได้เร็วขึ้น คนเราโดยทั่วไปมักเดินทางไกล ในแนวตะวันออก-ตะวันตก มากกว่าเหนือ-ใต้
    เราจึงรู้สึกว่า ลมที่พัดมาจากทางตะวันตก (West wind) ทำให้เราได้กลับถึงบ้านเร็วขึ้น



    ลมที่มาจากด้านข้าง(Cross wind) มักจะทำให้เส้นทางการบิน เบี่ยงเบนไปจากเดิม และทำให้หลงทาง โดยไม่รู้ตัว
    แต่ยังพอใช้ประโยชน์จากมันได้บ้าง ในกรณีเครื่องยนต์ด้านใดด้านหนึ่งเกิดเสียขึ้นมา นักบินจะวางแผนลงสนาม
    โดยการหันข้างเครื่องยนต์ที่เสียหาย ให้เข้าหาลม (Cool the dead engine ) เพื่อการควบคุมที่ง่ายกว่า แต่ต้องระวังอีกต่อหนึ่ง เมื่อเครื่องใกล้จะหยุด


    ส่วนลมที่มาจากด้านแนวตั้ง(Vertical) มักเกิดขึ้นบริเวณฝนฟ้าคะนอง มีทิศทางมาจากด้านบน (Down draft)
    พัดจากฟ้าลงมาสู่ดิน ลมพายุกระทันทันแบบนี้ ทำให้น้ำท่วมถนนได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง คนกรุงมักไม่ชอบฝนฟ้าคะนอง
    แต่มันมีประโยชน์อย่างมาก สำหรับภาคเกษตรกรรม ลมแบบนี้คร่าชีวิตนักบินและผู้โดยสารมานักต่อนัก
    ปรากฏการณ์ที่มาจากการเปลี่ยนทิศและความเร็วของลม เป็นอันตรายต่อเครื่องบินในระดับต่ำคือ Wind Shear มันทำให้ปีกของเครื่องบินขาดแรงยกตัว ตกลงในทันที



    [/LEFT]
    นักบินที่ดี ที่มีประสบการณ์ จึงรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากลมทั้งสี่ ส่วนสำคัญของมันคือ ทิศทางและความแรง
    ลมเบาๆทำให้เรารู้สึกเย็นสบาย ลมพายุกลับสร้างความเสียหาย ลมเป็นทั้งเพื่อน และศัตรู เป็นทั้ง อุปสรรค และกำลังใจ
    ลมมิได้จะเลวร้ายไปทั้งหมด ขึ้นกับว่า สถานการณ์จะเป็นเช่นไร ตราบใดที่ยังหากินอยู่กับลม หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะผจญกับลมทั้งสี่
    ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่ ควรเข้าใจว่า สรรพสิ่งรอบกาย

    ทั้งที่มองเห็นได้ และไม่ได้
    ทั้งที่เคลื่อนที่ได้ และไม่ได้
    ทั้งที่นามธรรม และรูปธรรม


    ล้วนมีคุณและโทษ ต่อเรา หากมีเวลา ว่างเว้นจากการติดตามสถาณการณ์การเมือง
    ลองคลิก
    http://www.youtube.com/watch?v=Rtbo2Pf7Qzs&feature=related
    หรือ search คำว่า Four Strong Winds ใน youtube คงพอเป็นแรงใจได้ ในยามนี้


    ไฟล์ภาพขนาดย่อ ไฟล์ภาพขนาดย่อ 01.jpg   02.jpg  

  2. #2

    มาตรฐาน

    นานเกินไปแล้วครับ
    วันนี้ 30 ธันวาคม 2555 ลมหนาวยังไม่มีทีท่า ว่าจะมาเยือน
    ...แรงลมที่คอยเป็นกำลังใจ ผลักดัน ความฝัน ของฉาน ไปอยู่หนใด

    นำพยากรณ์ข่าวอากาศ ทั้ง 3 แห่ง ดอนเมือง เชียงใหม่ และอุดรฯ มาเปรียบเทียบกัน



    ดอนเมืองVTBD 300430Z 33004KT 9999 FEW020 BKN120 BKN300 32/21 Q1010 NOSIG


    เชียงใหม่
    ........VTCC 300430Z 00000KT CAVOK 26/16 Q1015 A2999 NOSIG



    อุดรฯ
    ...... VTUD 300400Z 08007KT 030V140 CAVOK 28/15 Q1014 A2996 INFO F RWY30

    ลมหนาว ไปไหน.....

  3. #3

    มาตรฐาน

    วันสิ้นปี 31/12/2012 ลมหนาวมาแล้ว

    VTBD 310100Z 10007KT 9999 FEW020 SCT045 BKN100 24/17 Q1012 NOSIG

    TAF VTBD 302300Z 3100/0106 08008KT 9999 FEW020 BKN300
    BECMG 3106/3111 10005KT FEW020 SCT300
    BECMG 3116/3118 06008KT


    VTCC 310100Z 09002KT 9999 BKN040 21/18 Q1015 A2998 NOSIG

    TAF VTCC 302300Z 3100/0106 24007KT 9000 NSC
    BECMG 3112/3114 19003KT 7000 NSC
    BECMG 3123/0100 00000KT 4000 BR NSC

    VTUD 310100Z 11005KT 080V140 8000 SCT040 15/08 Q1018 A3007 INFO C RWY12

    TAF VTUD 302300Z 3100/3124 09005KT 7000 FEW035
    BECMG 3102/3105 10005KT 9999 FEW035

    มาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมกับความกดอากาศ QNH สูง

  4. #4

  5. #5

    มาตรฐาน

    ระหว่างรอคอยลมหนาว เรามาทบทวนเรื่องของลมกันอีกครั้ง

    จากข้อสงสัย
    .........ลมหน้าหนาวเขาจะโชยจากเหนือไปใต้ คือจาก RWY21L,21R ไปทาง 3L,3R เท่ากับว่า
    วิ่งตามลมนะครับ
    ไม่เห็นจะเหมือนใน IVAO เลย ATC จะต้องให้วิ่งสวนลมทางนั้นทางนี้.........



    ....เข้าใจตรงนี้ก่อนว่า
    เครื่องบินได้รับการออกแบบให้บินขึ้นลงได้ ไม่ว่าลมจะมากจากทิศทางใด
    แล้วมีข้อแม้ไหมว่า How strong the wind is? แรงเท่าไร????
    .ในทางทฤษฎ๊ หากความเร็วสูงสุดของเครื่องบิน เร็วกว่า ความเร็วลม+ความเร็ว Stall ของเครื่องบินลำนั้น เรายังคง บินขึ้นได้
    เช่น ความเร็ว Stall เท่ากับ 80 knots ความเร็วตามลม 30 knot รวมเป็น 110 knots
    หากความเร็วสูงสุดของเครื่องบิน เกินกว่า 110 knot เราสามารถวิ่งขึ้นได้
    แต่ด้วยกฎการบิน และกฎแห่งความปลอดภัย
    เขาจึงมักจะ เผื่อเหลือเพื่อขาด ไว้บ้าง
    ..........คือให้เครื่องบินวิ่งขึ้น ด้วยความเร็วสูงกว่าความเร็ว Stall 1.3 เท่า
    .....และกำหนดให้เครื่องบินวิ่งขึ้น ด้วยความเร็วตามลม 10-15 knots แล้วแต่ชนิดของเครื่องบิน
    โดยมีปัจจัย ปลีกย่อยอีกบ้างเช่น
    ......ความยาวของสนามบิน
    .........................หากสนามบินสั้นมาก ความเร็วตามลมแม้เพียง 5 knots เราก็ไม่ตวรเสื่ยง รวมทั้งสนามบินเปียก
    สนามบินที่ตั้งอยู่บนภูมิประเทศสูงๆ เชียงใหม่ เชียงราย 9ฯ9
    .......น้ำหนักของเครื่องบิน มากๆ เราก็ไม่ตวรเสื่ยง...เหมือนกัน
    .....ระเบียบการจราจรทางอากาศ ATC
    ............เนื่องจาก เราไม่ได้บินเพียงลำเดียว เราจึงต้องถูกบังคับ ให้บินไปในทิศทางเดียวกับเครื่องบินส่วนใหญ่
    .........ซึ่งนักบินส่วนใหญ่ มักจะขึ้นลง แบบทวนลม

    ........แต่หากว่าบางสภาพภูมิประเทศของสนามบิน บังคับ เช่น แม่ฮ่องสอน การขึ้นลงแบบ ตามลม ก็ย่อมสามารถทำได้
    อีกทั้งเพื่อความประหยัด น้ำมัน และเวลา เราสามารถขึ้นลงแบบตามลมได้ ภาพใต้ข้อกำหนด (Limitations) ที่ปลอดภัย

  6. #6
    Super Moderator รูปส่วนตัว wis_tom
    สมัครเมื่อ
    25 Aug 2010
    ที่อยู่
    AYUTTHAYA
    โพสต์
    731

    มาตรฐาน

    ขอบพระคุณครับ ครูหมู

  7. #7

    มาตรฐาน

    สิ่งที่ควรทราบ เกี่ยวกับลมคือ Wind Component
    เนื่องจาก ทิศทางของสนามบิน กับทิศทางของลม มักจะไม่ ขนานกัน เป็นทิศทาง สวนกัน หรือ ตามกัน ตลอดเวลา
    บ่อยครั้ง ที่ทิศทางของลม มักจะเบี่ยงเบน ไปจาก ทิศทางของสนามบินอยู่เสมอ
    บางครั้ง เบี่ยงไป 90 องศา กลายเป็นลมขวางสนาม

    แต่เรายังคง บินขึ้นลงได้ อย่างปลอดภัย ด้วยความรู้เล็กๆ น้อยๆ

    วิธีการแปลงลมที่เบี่ยงเบนจาก ทิศทางของสนามบิน โดยหลักการ อาศัย จากภาพที่แนบมาด้วย


    จากภาพตัวอย่าง สมสมุติให้ เครื่องบินกำลังจะร่อนลง ที่สนามบิน 36 หรือทิศทาง 360 แต่มีลมมาจากทิศทาง 030 ความเร็ว 20 น็อต เส้นสีแดง
    .........ความเร็ว 20 น็อตของลม เมื่อกระทำกับลำตัวเครื่องบิน ย่อมจะถูก แตกแรง แยกออกเป็นสองส่วน ตามกฎฟิสิกส์ หรือคล้ายกับการเล่นสนุกเก้อร์
    ..................แรงส่วนหนึ่ง จะกระทำต่อหัวเครื่อง ด้านหน้า เป็นจำนวน 17.5 น็อต เส้นสีน้ำเงิน (และจะทำให้ความเร็วของเครื่องบินช้าลง 17.5 น็อตด้วย)
    ..................แรงส่วนหนึ่ง จะกระทำต่อปัก ทางด้านข้าง เป็นจำนวน 10 น็อต เส้นสีเขียว
    การบินในลักษณะนี้ เป็นการบินลงสนามแบบทวนลม


    ..............แต่หาก เราเลือกกลับ ไปใช้ สนามบิน 18 ซึ่งมีทิศทางกลับกัน 180 องศา
    เราจะตกอยู่ในสภาพ บินตามลม 17.5 น็อต ซึ่งเกินกว่า ข้อกำหนดของเครื่องบิน หลายประเภท
    ไฟล์ภาพขนาดย่อ ไฟล์ภาพขนาดย่อ callthewind_wind_figure2.gif  

  8. #8

    มาตรฐาน

    การสร้างสนามบิน เขามักจะใช้ สภาพอากาศของท้องถิ่น ลมท้องถิ่น เป็นตัวกำหนดทิศทางของสนามบิน

    สนามบินดอนเมือง VTBD คล้ายกับสนามบินกำแพงแสน VTBK คือ 03/21

    สนามบินทางภาคอิสาน VTU_ x _ ก็มักจะมีทิศทาง สวนกับลมหนาว
    .....แต่ที่ลพบุรี VTBL สนามบินซุกอยู่ ในร่องเขาหลายลูก ลมมักเปลี่ยนแปลง
    ...เขาจึงสร้างสนามบิน แบบ กากะบาด X x X
    เพื่อแก้ปัญหา tail wind และ Cross Wind
    ไม่ว่าลมจะแรงเพียงไร มาจากทิศทางไหน
    นักบินจะเลี้ยว ไปทาง ทวนลมเสมอ

กฎการโพสต์ข้อความ

  • คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  •  
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • [VIDEO] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด