สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

กระทู้: The Aviator

  1. #1

    มาตรฐาน The Aviator

    The Aviator
    จำนวนผู้เข้าชม 1506 คน

    THE AVIATOR
    ผู้ซึ่ง...เป็นยิ่งกว่า ”นักบิน”



    ...... ไม่กี่วันที่ภาพยนต์เรื่องนี้ออกฉายผู้เขียนแอบปลีกตัว ตีตั๋วร้อยบาทเพื่อเข้าชม The Aviator ซึ่งนำแสดงโดยพระเอกเจ้าบทบาท Leonardo DiCaprio ผู้เคยโด่งดังมาจากภาพยนตร์เรื่องTitanic ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ประกันได้จากรางวัล ภาพยนตร์ชีวิตยอดเยี่ยม และผู้แสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยม จากการประกวดGolden Globes ครั้งที่ 62 และยังได้ส่งเข้าชิงรางวัล Oscar อีก11 รางวัล แต่สำหรับคอหนังที่ชอบความสนุก ตื่นเต้น สะใจ เร้าใจ อาจจะต้องผิดหวัง เพราะการดำเนินเรื่องเป็นแบบละครชีวิต ของผู้ซึ่งเป็นยิ่งกว่า..นักบิน สาระของเรื่องแสดงให้เห็นถึง ธาตุแท้ของความเป็นคนอัจฉริยะ ความผูกพันของลูกต่อแม่ ความร่ำรวย แรงบันดาลใจ และการต่อสู้กับอำนาจรัฐ แถมยังมีฉากเปลื้องผ้าที่เปลือยแต่ไม่โป๊ มาให้ชม เห็นมีชายหญิงคู่หนึ่งจูงมือเข้าชมอย่างสนิทสนม เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งชื่อเป็นภาษาไทยว่า “
    บิน รัก บันลือโลก”


    . .. ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นำเอาอัตชีวประวัติของ Hughes Howard Robard “ฮิวส์” ทายาทมหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่1 ช่วงเวลานั้นอเมริกากำลังเฟื่องฟู อเมริกันทั้งประเทศอยู่ในโลกแห่งการเพ้อฝัน คนอเมริกันเสพสุข โดยผ่านจอภาพยนตร์ ทั้งคนดูและคนสร้าง อุตสาหกรรมด้านต่างๆกำลังเริ่มเจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการบิน Hughes ผู้ร่ำรวยสนองตัณหาตนเองด้วยการสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับการรบทางอากาศ แต่เทคโนโลยีการบินที่เพิ่งจะบุกเบิก ไม่เพียงพอต่อความต้องการของเขา ผู้ซึ่งเป็นทั้งนักเพ้อฝันและนักไล่ล่าความฝัน ในคนเดียวกัน สมรรถนะความเร็วของเครื่องบินสมัยนั้น บินได้ช้า ดูไม่ตื่นเต้นไม่เร้าใจ เขาจึงวางมือจากการเป็นนักสร้างภาพยนตร์มาเป็นนักสร้างเครื่องบินและหนีไม่พ้นที่เขา จะต้องไปเป็นนักขับเครื่องบินที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้ขอบอกก่อนว่า ถ้าชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วไม่ย้อนมาดูตัวเอง ไม่ย้อนมาดูแวดวงการบินที่ตนเองข้องเกี่ยวอยู่

    ท่านจะไม่ได้อะไรเลยจากภาพยนตร์ดีๆเรื่องนี้

    . .Hughes ผู้เพียบพร้อมไปด้วยความสมบูรณ์พูนสุข แม้ไม่ต้องทำอะไร เงินทองทรัพย์สมบัติที่มี ถลุงอีกสิบชาติก็ยังไม่หมด! แต่ทำไม? เขาจึงต้องใช้เงินและใช้ทั้งชีวิตของตนที่มีอยู่เพื่อไล่ล่าความฝัน ความสมบูรณ์พูนสุขนอกกายกับความสมบูรณ์ยิ่งยวด (Perfectionist) ที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจ ทำให้เกิดเป็นอัจฉริยภาพขึ้นมาในตัวเขา ใช่หรือไม่ เขาสร้างประวัติการณ์ทางการบินหลายครั้ง ท้ายสุดเขาจบชีวิตลง ด้วยการแยกตัวเองอยู่อย่างโดดเดี่ยว ในอาการของคนสติแตก เมื่อเส้นแบ่งอันบอบบางของคนมีอัจริยภาพกับคนบ้า ขาดออกจากกัน
    . . เขาเริ่มลิ้มรสการบินเมื่ออายุเพีย14ขวบ เติบโตขึ้นท่ามกลางเครื่องจักรกลในอุตสาหกรรมขุดน้ำมันของพ่อ ในรัฐเท็กซัส และเหมือนคนเก่งหลายคน เขาออกจากการเรียนกลางคัน แต่อย่างไรก็ตามความสามารถทางคณิตศาสตร์และวิศวกรรม ทำให้เขายังได้รับความยอมรับ พ่อของเขาตายเมื่อเขาอายุได้ 18 ปี ทิ้งมรดกมหาศาลให้แก่เขา เขาใช้เงินซื้อทุกอย่างเพื่อความฝัน จ่ายเงินทุกสตางค์เพื่อรักษาเครดิต เขาชอบความท้าทาย ความก้าวหน้าและความสำเร็จ จึงย้ายมาพำนักใน Hollywood รัฐแคลิฟอร์เนีย ดินแดนแห่งโลกมายา แม้เขาเป็นคนสร้างหนังแต่จริงๆแล้วเขากลับขี้อายและสงบเงียบ เมื่ออยู่ต่อหน้าสาธารณะ ภาพยนตร์เรื่อง Hell’s Angels ที่เขาสร้างมีเครื่องบินประกอบฉากร่วมร้อยเครื่อง ทำให้เขากลายเป็นผู้มีกองทัพอากาศส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดในโลก และหลงใหลในโลกการบินอย่างหัวปักหัวปรำ




    .. .. เครื่องบินสมัยนั้นบินได้ช้า ปีกมีแรงยกน้อย จึงต้องมีปีกสองชั้น
    . .เพื่อเพิ่มแรงยก แต่ทำให้โครงสร้างเทอะทะไม่คล่องแคล่ว เขากล้าเปลี่ยนวิธีคิด ด้วยการ “ทุบ”ปีกด้านบนออก แล้วบินให้เร็วขึ้นเพื่อให้ได้แรงยกคืนมา นับจากนั้นมาเราจึงได้เห็นแต่เครื่องบินปีกชั้นเดียวที่บินได้เร็วขึ้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ตัดต่อภาพได้อย่างกลมกลืน ขณะที่เขาใช้มือลูบไล้ไต่ไปตามเรือนร่างของคนรัก ภาพได้จับอยู่ที่แผ่นหลังอันเปลือยเปล่า ผิวพรรณตกกระเป็นฝ้า (ซึ่งเป็นสภาพปกติของหญิงสาวทั่วไปในเมืองหนาว) ภาพได้เปลี่ยนจากผิวของหญิงสาวมาเป็นผิวลำตัวของเครื่องบิน อันเต็มไปด้วยหมุดยึดที่ขรุขระ ในทันที สุนทรียภาพของเขาทำให้เขาคิดได้ว่า ตัวหมุดยึดนี่แหละ ที่ทำให้เครื่องบินต้านลมและบินได้ช้า เขาจึงสั่งให้ทีมวิศวกรหาวิธีขจัดหมุดออกไปและก็ทำได้สำเร็จ เครื่องบินลำต่อมาของเขามีผิวลำตัวราบเรียบและแวววับ ทำให้เขาสร้างประวัติการณ์ทางการบินได้หลายครั้ง



    ปีค.ศ.1934 เขาเป็นมนุษย์คนแรกในประวัติศาสตร์ที่บินได้เร็ว 185 ไมล์ต่อชั่วโมง
    ปีค.ศ.1935 ทำลายสถิติอีกครั้งที่ความเร็ว 352ไมล์ต่อชั่วโมง
    ปีค.ศ.1937บินจาก แอลเอไปนิวยอร์กในเวลา 7 ชั่วโมง 28 นาที
    ปีค.ศ.1938บินรอบโลกโดยใช้เวลา 3 วัน 19 ชั่วโมง 17 นาที


    . . วันเวลาผ่านไป ฝันของเขาสูงขึ้น และเร็วขึ้น เขาพยายามช่วยกองทัพ ด้วยการสร้างเครื่องบินสอดแนมต้นแบบ(XF-11)แต่เครื่องต้นแบบได้ตกเสียก่อนในขณะบินทดสอบด้วยตัวเขาเองจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แทนที่เขาจะยุติความฝันเมื่อประสบอุบัติเหตุ เขากลับฝัน ไกลขึ้นและใหญ่ขึ้น เมื่อรู้ว่ากองเรือลำเลียงของชาติถูกเรือดำน้ำข้าศึกโจมตี ระหว่างทางที่กำลังขนส่งทหารข้ามมหาสมุทร เขาจึงคิดสร้างเครื่องบินลำใหญ่ซึ่งสามารถบรรทุกทหารได้ 700 นายพร้อมรถถังอีก2 คัน ที่รู้จักกันดีในนาม Spruce Goose เขาแทบไม่เคยนิ่งอยู่กับที่ คอยแสวงหาความท้าทายใหม่ๆให้กับตนเอง ยิ่งประสบการณ์มากขึ้นสามารถทำอะไรได้ดีขึ้น ผิดกับบางองค์กร เมื่อยศ-ตำแหน่ง สูงขึ้นกลับทำอะไรให้บ้านเมืองได้น้อยลง เสียดายที่เขาน่าจะได้มาเกิดที่ Latitude13 55.4 North Longitude 100 37.3 East เพื่อที่จะได้ปรับปรุงองค์กรการบินของชาติ ให้เกิดประโยชน์ยิ่งขึ้นกว่านี้

    สิ่งที่เขาได้กระทำผ่านมาน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เขาได้รับการยกย่อง แต่เขากลับปฏิเสธมัน (ภาพถ่ายของเขาแทบหาไม่ได้แม้ในInternetและสารานุกรม Encarta) เขาต่างจากชาวแคลิฟอร์เนียทั่วไปที่นิยมชมชอบความโก้หรู เขาชอบที่จะดื่มนมสดแทนสุราในงานสังสรรค์ เขาใช้เงินมากเพื่อทำฝันให้เป็นจริง แต่มิใช่เพื่อลาภ ยศ สรรเสริญ คนแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ


    ชีวิตเขาเข้าสู่ขาลงเมื่อได้หย่ากับภรรยาคนแรก ชุดสูทที่เคยสวมใส่กับรองเท้าหนังถูกแทนที่ด้วยรองเท้าผ้าใบ รอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุเริ่มอักเสบขึ้นในจิตใต้สำนึก เงินทองที่ลงทุนในอุตสาหกรรมการบินเริ่มมีปัญหาเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง รัฐบาลไม่มีความต้องการเครื่องบินอีกต่อไป สายการบินTWA ของเขา ถูกคู่แข่ง(PAN-AM)ร่วมกับนักการเมืองใช้อำนาจรัฐบีบซื้อกิจการ เขาพยายามลุกขึ้นสู้ สัญชาตญาณ The Aviator เช่นเขา กล้าแกร่งเกินกว่านักบินทั่วไปพึ่งมี เขาทะนงพอที่จะไม่ให้องค์กรของเขาถูกครอบงำโดยนักการเมืองและนักธุรกิจ


    อาการของโรคจิตแบบ Perfectionist ที่ถูกสะสมตั้งแต่วัยเยาว์เริ่มปรากฏ เมื่อพ่ายแพ้คดีในศาล เขาเกลียดกลัวเชื้อโรคและความสกปรกที่ปะปนมากับผู้คน เขาเริ่มแยกตัวออกจากสังคมย้ายถิ่นพำนักไปอยู่ใน Las Vegas เก็บตัวเองอยู่ในห้องคนเดียว ในสภาพ ล่อนจ้อน วนเวียนนั่งดูภาพยนตร์เรื่องเก่าที่เขาเคยสร้าง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาการหูแว่ว พูดกับตัวเอง ย้ำทำย้ำคิด เกิดขึ้นกับเขา

    ฉากสุดท้ายของบทภาพยนตร์ไม่ได้ทำร้ายเขาเหมือนในชีวิตจริง ก่อนจบเขาและเพื่อนวิศวกรได้มีโอกาสขับเจ้าเรือบินยักษ์ Spruce Goose น้ำหนัก 400,000 ปอนด์ ทะยานลอยจากท้องทะเลได้เป็นผลสำเร็จ เป็นคนแรกและคนสุดท้าย กระนั้นเขายังไม่วายเลิกฝัน เมื่อทราบข่าวว่า โลกได้มีเครื่องยนต์เจ็ทเกิดขึ้นแล้ว เข้าฝันที่จะสร้างมันและขับมัน ให้ได้ก่อนคนอื่น เขาเพ้อถึงมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า



    ฉากสุดท้ายในชีวิตจริงของเขา เขาเริ่มใช้ยาแก้ปวด Codeine และ Valium เกินขนาดจนติดเป็นนิสัย แล้วย้ายจาก Las Vegas ไปประเทศ Mexico ก่อนจบชีวิตลงด้วยโรคหัวใจล้มเหลว เขาถูกนำส่งโดยเครื่องบินกลับมารักษาตัวในสหรัฐฯ แต่ได้เสียชีวิตในระหว่างนั้น บนท้องฟ้า ที่ที่เขารัก ในปี ค.ศ.1976 ศพของเขาถูกนำกลับมาที่บ้านเกิดที่เมือง Houston รัฐTexas ชื่อของเขาได้รับจารึกลงในหอเกียรติยศแห่งการบิน ที่เมือง Dayton รัฐ Ohio ชื่อเสียงของเขามิได้จบลงบนแผ่นป้ายจารึกเท่านั้น บริษัท Hughes Space and Communications ได้สานต่อจินตนาการของเขา โดยเป็นผู้ผลิตดาวเทียมส่งไปในอวกาศมากกว่า 40%ที่ลอยอยู่นอกโลกขณะนี้
    . . โรงภาพยนตร์ที่ผู้เขียนเข้าชมวันนั้น บรรจุคนได้ประมาณ 250 คน แต่รอบนั้นมีผู้เข้าชมเพียง 6 คน สองคนที่เป็นคู่รัก ลุกเดินออกก่อนที่ภาพยนตร์จะถึงครึ่งเรื่อง อย่างที่ผู้เขียนได้กล่าวไว้ในตอนต้นแล้วว่า ถ้าชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วไม่ย้อนมาดูตัวเอง ไม่ย้อนมาดูแวดวงการบินที่ตนเองข้องเกี่ยวอยู่ ท่านจะไม่ได้อะไรเลยจากภาพยนตร์ดีๆเรื่องนี้ ผู้เขียนไม่ใช่หนุ่มสาวคู่นั้น จึงขอมองกระจกสะท้อนมาที่ตัวเองก่อน ลำพังฐานะสมบัติ รูปสมบัติของผู้เขียนไม่อาจเทียบเคียง Howard Hughes ผู้มีทั้งเงินทองและจินตนาการได้เลย แต่จำได้ดีว่า สมัยที่ผู้เขียนเป็นเพียงนักเรียนนายเรืออากาศกล้าปฏิญาณทุกวันว่า “กองทัพอากาศจะต้องเจริญในสมัยของเรา” ต่อมาได้เป็นนักบินประจำกอง หนทางแคบลง แต่ก็ยังพอทำประโยชน์ให้กับกองทัพได้บ้าง ครั้นเมื่อโตขึ้น ยศสูงขึ้น คิดอ่านจะทำอะไรเพื่อกองทัพ กลับมีข้อจำกัดยากยิ่งขึ้นทุกขณะ เพราะเป็นแค่เพียงนักบินธรรมดาคนหนึ่ง ฝันอยากจะกลายร่างเป็น The Aviator ที่มีความกล้าฝัน กล้าลงมือ เพื่อทุบปรับปรุงโครงสร้างส่วนบน-ส่วนบัญชาการของกองทัพ ที่มีลักษณะหัวโต-ขาลีบ ให้กลับเป็นโครงสร้างที่เพรียวลม มีพลังอำนาจมากขึ้น เป็นองค์กรที่ได้รับรางวัล”การบริหารสู่ความเป็นเลิศ” ก็ได้แต่เพ้อฝัน....ฝันแล้วฝันเล่า จนในที่สุดตัวเอง ต้องหันหลังให้กับกองทัพ
    หากบทความนี้ไม่ได้เชิดชูเหล่านักบินในกองทัพเท่าที่ควร และเพี้ยนไปในตอนจบ ผู้เขียนขอปิดม่านลงด้วยข้อความที่ว่า

    "I am by nature a perfectionist, and I seem to have trouble allowing anything to go through in a half-perfect condition.
    So if I made any mistake it was in working too hard and in doing too much of it with my own hands.

    “[/SIZE][/FONT]ฉันเป็นคนชอบความสมบูรณ์แบบ แบบสุดๆโดยธรรมชาติ
    ฉันรู้สึกเป็นทุกข์เมื่อปล่อยให้สิ่งที่ทำ เสร็จเพียงครึ่งๆกลางๆ
    ดังนั้นถ้าฉันทำอะไรผิดพลาดไป คงเป็นเพราะฉันทำมันมากเกินไป และหนักเกินไป
    ด้วยสองมือของฉันเอง”

    ไฟล์ภาพขนาดย่อ ไฟล์ภาพขนาดย่อ 01.jpg   02.jpg   03.jpg   04.jpg   05.jpg  

  2. #2
    Scenery Designer, Technical Adviser รูปส่วนตัว Tow_Petrucci
    สมัครเมื่อ
    14 Mar 2011
    ที่อยู่
    Kalasin,Thailand
    โพสต์
    213

    มาตรฐาน

    เป็นกระจกเงาบานที่ใหญ่และชัดเจนที่สุดเลยครับพี่หมู

กฎการโพสต์ข้อความ

  • คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  •  
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • [VIDEO] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด