สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 1 จากทั้งหมด 1
  1. #1

    มาตรฐาน ย้อนรอย...........เฮติ

    ย้อนรอย...........เฮติ
    จำนวนผู้เข้าชม 1703 คน
    ย้อนรอย...........เฮติ


    ความรุนแรงจากเหตุแผ่นดินไหวใกล้กับกรุงปอร์โตแปรงซ์ Port Au Prince เมืองหลวงของประเทศเฮติ ซึ่งอยู่ในแถบทะเลคาริเบี้ยน ด้านฝั่งตรงข้ามโลกกับประเทศไทย ทำให้สภาพบ้านเมืองตกอยู่ในภาวะวิกฤตอีกครั้ง ความทุกข์ยากที่เกิดขึ้น จากการที่บ้านเรือนถล่มทลาย ประชาชนได้รับบาดเจ็บ ระบบสาธารณูปโภคทุกด้านใช้การไม่ได้
    การติดต่อสื่อสารถูกตัดขาด มีสภาพไม่ต่างจาก ภัยสงคราม
    ประเทศเฮติไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
    ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากนานาประเทศอีกครั้ง
    ประเทศเฮติมีสภาพเป็นเกาะ โดยแบ่งครึ่งเกาะฮิสแปนิโอลากับสาธารณรัฐโดมินิกัน มีพื้นที่ 27,750 ตารางกิโลเมตร มีเมืองหลวงคือกรุงปอร์โตแปรงซ์เป็นประเทศยากจน ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวผิวดำ เคยเป็นอาณานิคมของประเทศสเปนและฝรั่งเศสมาก่อน ใช้ภาษาฝรั่งเศส และภาษา เป็นภาษราชการ ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข
    หลังปีค.ศ.1990 การต่อสู้เพื่อช่วงชิงอำนาจทางการเมืองในเฮติ ทำให้มีการเปลี่ยนขั้วกันหลายครั้ง จนสหประชาชาติต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล นายพล Raoul Cedras ซึ่งเป็น ผู้นำทางทหารได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจ จากนายAristide ซึ่งได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี สหประชาชาติ จึงได้ทำการกีดกั้นทางการค้า (UN Resolution 917) แต่ฝ่ายทหารไม่ยอมปฏิบัติตาม มีการละเมิดข้อตกลง และการเข่นฆ่าประชาชน
    จนเมื่อ พ.ค. 1994 สหประชาชาติได้มีมติ UN Resolution 940 ให้ดำเนินการทุกวิถีทางตามความจำเป็นเพื่อโค่นล้มรัฐบาลทหาร และนำประชาธิปไตยกลับสู่เฮติอีกครั้ง
    หลายสัปดาห์ไม่นานต่อจากนั้น รัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งมีคลินตัน เป็นประธานาธิบดี ได้สั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ บุกเข้ายึดกรุงปอร์โตแปรงซ์ ในนามของกองกำลังนานาชาติ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลทหาร และสถาปนาระบอบประชาธิปไตย ขึ้นใหม่อีกครั้ง ภายใต้ชื่อแผนปฏิบัติการ Operation Uphold Democracy

    ก่อนการยกกำลังเพื่อบุกเฮติในครั้งนั้น มีหลายสิ่งที่กองทัพสหรัฐฯ ต้องเตรียมการ คือ
    สงครามจิตวิทยา
    การปฏิบัติการพิเศษ
    การสนธิกำลังของหน่วยรบต่างๆ
    การเคลื่อนย้ายกำลังอย่างรวดเร็ว
    โดยมีนายพล George Fisher เป็นผู้บัญชาการ


    กองทัพสหรัฐฯเตรียมทัพหลายด้าน โดยนำประสบการณ์มาจากการรบในสงครามอ่าวปี 1991 มาใช้ ก่อนการบุกจะเริ่มขึ้น กองทัพสหรัฐฯ ได้นำเครื่องบิน EC-130 ออกปฏิบัติการ เป็นสถานีวิทยุลอยฟ้า ออกอากาศทั้งคลื่นAM FM และ บินทิ้งแผ่นใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อ และทิ้งร่มภายในบรรจุเครื่องรับวิทยุขนาดเล็กพร้อมแบตเตอร์รี่ จำนวนนับหมื่นเครื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับฟัง กองทัพสหรัฐฯใช้การปฏิบัติการพิเศษร่วมจากทุกเหล่าทัพ เพื่อรวบรวมข่าว และยึดสถานที่สำคัญ
    การสนธิกำลังของหน่วยรบต่างๆ เป็นการใช้กำลังร่วมกันของทหารหลายเหล่า มีหน่วยที่สำคัญได้แก่
    กองพลเคลื่อนย้ายทางอากาศที่ 82 และ
    กองพลทหารราบภูเขาที่ 10 The 10th Mountain Division
    ตลอดจนหน่วยยามชายฝั่ง Air Coast Guard โดยมีกำลังพลทั้งหมดราว 3900 นาย ที่ต้องเคลื่อนย้ายทางอากาศ โดยการกระโดร่มลงในพื้นที่เป้าหมายต่างๆ ที่กระจายโดยรอบเกาะ โดยใช้ฝูงบิน C-130 จำนวนหลายสิบลำเป็นกำลังหลัก และยังประกอบด้วยเครื่องบิน C-141และ C-5 ในการส่งพลร่มเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายต่างๆ
    อาศัยฐานบิน และค่ายทหาร ต่างๆ อาทิ Fort Bragg ในรัฐ North Carolina; Fort Eustisในรัฐ Virginia; Camp LeJeuneในรัฐ North Carolina ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ เป็นฐานบิน ในการสนับสนุน และยังจำเป็นต้องใช้ KC-135 และ KC-10 ในเติมนำมันให้แก่เครื่องบินสอดแนมเพื่อการบุกครั้งนั้น

    ในตอนเช้าของวันที่ 19 กันยายน 1994 การบุกอุบัติขึ้นหน่วยปฏิบัติการพิเศษส่วนหน้า ได้ยึดสนามบินไว้แล้ว โดยการกระโดดร่มลงเหนือสนามบิน และติดตามด้วยการบินเข้ามาของเฮลิคอปเตอร์แบบแบล็คฮอค เพื่อปูทางไว้ก่อน ในขณะที่กองกำลังส่วนใหญ่ กำลังเดินทางมาสมทบด้วยเครื่องบินลำเลียงหลายสิบลำจากฐานทัพต่างๆ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ผลการเจรจาทางลับโดยอดีตประธานาธบดีจิมมี่ คาร์เตอร์ และนายพลคอลลิน พาวเวลล์ เสนาธิการกลาโหมสหรัฐทำให้นายพลRaoul ผู้นำรัฐประหารยอมแพ้ เพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่กำลังพลหลัก จะลงสู่พื้นที่ที่กำหนด ดังนั้นฝูงบินลำเลียงต่างๆ จึงนำกำลังพลกลับสู่สหรัฐฯ เป็นการปฏิบัติการที่ประสบความสำเร็จครั้งหนึ่งโดยไม่มีการสูญเสีย จากนั้นกองกำลังสหประชาชาติ ได้เข้ามารับผิดชอบในการฟื้นฟูประเทศเฮติ ด้วยการจัดให้มีกองกำลังรักษาสันติภาพ จากนั้นเป็นต้นมา ทำให้เฮติกลับเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่ง
    ด้วยที่ตั้งของประเทศ ซึ่งเป็นเกาะอยู่ในเขตที่ได้รับผลกระทบจากพายุเฮอร์ริเคนเป็นประจำ ตลอดจนสภาพเศรษฐกิจทำให้ประชาชนชาวเฮติ มีสภาพความเป็นอยู่ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน การถูกซ้ำเติมด้วยเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงเช่นนี้ ยิ่งทำให้ทั้งประเทศแถบล่มสลาย เมื่อผู้คนอยู่ในความทุกข์ยาก ดิ้นรนที่จะมีชีวิตอยู่ มีการแก่งแย่งอาหารและน้ำ ที่นำเข้าไปช่วยเหลือเพื่อประทังชีวิต บางคนพยายามหนีออกนอกประเทศข้ามชายแดนไปยังประเทศโดมินิกัน ซึ่งอยู่ติดกัน


    ลองเปรียบเทียบความโกลาหล ที่ประเทศไทยเคยได้รับจากภัยสึนามิ ซึ่งมีผู้คนล้มตาย สูญหายหลายพันคน เรายังใช้เวลานานในการแก้ปัญหา ทั้งที่สาธารณูปโภคทุกด้านยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แต่แผ่นดินไหวในเฮติครั้งนี้คาดว่ามีผู้คนล้มตามกว่าห้าหมื่นคน ความวุ่นวายจะเพิ่มขึ้นมากมายขนาดไหน เพราะสาธารณูปโภคทุกด้านใช้การไม่ได้ ถนนถูกตัดขาด ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา โรงพยาบาลถูกทำลาย ประชาชนในเฮติตกอยู่ในอาการโศกเศร้า และหมดหวัง จากภาพข่าวในเบื้องต้น มีการแย่งชิงสิ่งของช่วยเหลือ ตามท้องถนน
    นายพลคอลลิน พาวเวลล์ อดีตเสนาธิการกลาโหมสหรัฐฯ ผู้ซึ่งคุ้นเคยกับประเทศเฮติเป็นอย่างดี ให้คำแนะนำในการฟื้นฟูประเทศเฮติผ่านสถานีข่าว BBC ว่า การจัดลำดับความช่วยเหลือเฮติ จะต้องเริ่มกระทำให้ประเทศอยู่ภายใต้กฎหมายก่อน และดำเนินการกรุยทาง ส่งความช่วยเหลือไปในทันที
    การจะฟื้นฟูประเทศเฮติ ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว จึงจำเป็นต้องใช้กำลังทหาร เพื่อนำกฎหมายให้ทุกคนปฏิบัติตาม ดังนั้นในภาพข่าวที่เราได้ชม จะเห็นการนำสิ่งของช่วยเหลือ และทหารและอาวุธ เข้าไปในเฮติพร้อมๆกัน แน่นอนเหลือเกินว่า เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เครื่องบิน C-130 คือ เครื่องบินลำแรกๆ ที่เข้าไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้อีกครั้งหนึ่ง

    ไฟล์ภาพขนาดย่อ ไฟล์ภาพขนาดย่อ 01.jpg   02.jpg   03.jpg   04.jpg   05.jpg  

กฎการโพสต์ข้อความ

  • คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  •  
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • [VIDEO] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด