สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 1 จากทั้งหมด 1
  1. #1

    มาตรฐาน Willis Hawkin ชายผู้ก่อกำเนิด C-130

    Willis Hawkin ชายผู้ก่อกำเนิด C-130
    จำนวนผู้เข้าชม 1238 คน
    Willis Hawkins
    ผู้ก่อกำเนิด
    C-130


    "ถ้าการออกแบบแบบนี้สาหัสจริงๆอย่างที่ Kelly Johnson กล่าว กองทัพอากาศก็คงจะเห็นพ้องไปเช่นนั้นด้วย และกองทัพคงจะให้สัญญาการสร้างเครื่องบินกับบริษัทอื่นไปก่อน ผมคิดว่า เราควรจะรีบส่งข้อเสนอของเราไปเลย”


    ......... ด้วยคำพูดเหล่านั้น Willis Hawkins เกลี้ยกล่อมให้ Hall Hibbard ซึ่งเป็นรองประธาน และหัวหน้าวิศวกรของบริษัทสร้างเครื่องบินLockheed(ล็อคฮีด) รีบส่งข้อเสนอสัญญาการสร้างเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีแบบใหม่ ไปให้กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 10 เมษายน 1951 ย้อนหลังจากวันนี้ไปถึงหกสิบปี ขณะนั้น Hawkins ยังคงมีอายุเพียง 37 ปี ทำงานอยู่ในแผนก Advanced Design ของล็อคฮีด เขาเป็นเพียงหัวหน้าแผนกเล็กๆ และใช้เวลาตลอดสองเดือนเต็ม ในการการออกแบบเครื่องบินต้นแบบ ซึ่งถูกเรียกว่ารุ่น 82 ตามกำหนดความต้องการของกองทัพอากาศสหรัฐฯ

    ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเครื่องบิน C-130 Hercules

    .......... หลังจากสงครามเกาหลีอุบัติขึ้น แนวคิดในการสร้างเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีแบบใหม่นี้ จบลงอย่างเร่งด่วนในเดือนมิถุนายน 1950 ด้วยการเรียกประชุมงบประมาณเสร็จภายในหนึ่งสัปดาห์ ผู้เข้าร่วมประชุมหาทางคิดสูตรสำหรับค่าใช้จ่ายในการวิจัย และพัฒนาเพิ่มเติม นายทหารระดับสูงของกองทัพอากาศระบุว่า กองทัพต้องการเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธี ที่มีความสมบุกสมบันต่อสนามบินที่ทุรกันดาร เครื่องบินจะถูกใช้เป็นแกนหลักสำหรับการลำเลียงยุทธปัจจัย ที่จำเป็นในการรบ สามารถที่จะขนย้ายสัมภาระหนัก 30,000 ปอนด์ เป็นระยะไกลกว่า 1,500 ไมล์ และยังต้องมีความสามารถในการลำเลียงกำลังพลได้อีกด้วย

    2 กุมภาพันธ์ 1951 เงินเพิ่มเติมได้รวมอยู่ในงบประมาณ ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการ ของเหล่านายทหารจากกองทัพอากาศสหรัฐ อยู่แล้ว พวกเขาจึงได้กำหนดความต้องการทางยุทธวิธีสูงขึ้น เสนอต่อบริษัทผลิตเครื่องบินหลายรายได้แก่ Boeing, Douglas, Fairchild และล็อคฮีด เครื่องบินลำเลียงทางทางยุทธวิธีแบบใหม่ ต้องมีความสามารถ ดังนี้

    (1) มีความสามารถที่จะลำเลียงทหารราบได้ 92 นาย หรือทหารพลร่ม 64 นาย ในรัศมีทำการ 1,100 ไมล์ หรือลำเลียงยุทโธปกรณ์น้ำหนัก 30,000 ปอนด์ บินได้ไกล 960 ไมล์
    (2) ปฏิบัติภารกิจได้จากสนามบินที่มีข้อจำกัด ทั้งในด้านความยาวความกว้าง และสภาพพื้นผิว
    (3) มีความสามารถในการบินช้าที่ระดับความเร็ว 125 knots เพื่อให้ทหารพลร่มสามารถกระโดดร่มออกจากเครื่องบินได้อย่างปลอดภัย และเพื่อประโยชน์ในการบินลง แบบยุทธวิธี (Assault Landing)
    (4) ระวางบรรทุกด้านหลังมีทางลาด เพื่อให้ยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ ขนย้ายขึ้นลงได้สะดวก และมีประตูสำหรับทหารพลร่ม
    (5) มีความสามารถที่จะลำเลียง ปืนใหญ่ และรถบรรทุกได้
    (6) ยังสามารถปฏิบัติภารกิจต่อไปได้ แม้ว่าเครื่องยนต์จะดับไปแล้วหนึ่งเครื่อง


    ไม่กี่เดือนก่อนที่ Hawkins จะเสียชีวิตในวัย 90 ปี เขายังมีสภาพร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์ จากบทสัมภาษณ์ เขาหวนนึกถึง ข้อเสนอความต้องการของกองทัพอากาศ ที่มีเพียงไม่กี่หน้า "เรามีเพียงข้อเสนอ บนแผ่นกระดาษเพียงเจ็ดหน้า และได้ตั้งทีมงานขึ้นมา พุ่งเป้าตรงไปที่พละกำลังของมัน จำแนกรายละเอียด และจำกัดน้ำหนัก พัฒนามันให้เป็นจริงขึ้นมาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังต้องทำงบประมาณการค่าใช้จ่ายในการพัฒนามันอีกด้วย “

    โรงงานผลิตเครื่องบิน Lockheed

    ..............ถ้ำพยัคฆ์แห่งนี้ คือ สนามประลอง พลังสมองของวิศวกรการบินผู้ยิ่งใหญ่.

    "เอกสารข้อเสนอของเรามากกว่าของกองทัพอากาศ แต่ยังมีเพียง 130 หน้า และอาจจะหนาไม่ถึงเศษสามส่วนสี่นิ้วด้วยซ้ำ เราได้ให้ Hibbard ลงนามสัญญา ที่มีความมุ่งมั่นของบริษัทในการประมาณการค่าใช้จ่ายในการสร้างของเรา เรายังนำแบบจำลองขนาดสิบห้านิ้วไปให้เขาดูด้วย Hall ดูแบบจำลองนั้น แล้วเปิดดูเอกสาร และถามคำถามอีกไม่กี่ประโยค เขาถามอีกว่า
    Kelly Johnson เห็นแบบจำลองนี้หรือยัง? “ ('Kelly Johnson คือวิศวกรการบินชั้นนำของโลก) เพราะเราไม่เห็น Kelly มาราวสองสามเดือนแล้ว แต่พอทราบว่า เขากำลังทำงานลับบางอย่างอยู่ (โครงการสร้างเครื่องบิน F-104)
    Hibbard กล่าวว่า “Kelly ควรจะได้ดูมันก่อน”


    Hibbard เป็นหัวหน้าของ Kelly ดังนั้นเมื่อเรียก Willis แล้วเขาควรจะเรียก Kelly มาด้วย
    Kelly มองดูเครื่องต้นแบบจำลอง แล้วพลิกดูข้อเสนอความต้องการของกองทัพฯ ในเรื่องประสิทธิภาพของเครื่องบิน แล้วเขากล่าวว่า ”หาก Hibbard ลงนามเซ็นสัญญาที่จะสร้างมัน เท่ากับว่า คุณจะทำลายบริษัทล็อคฮีด”
    แล้ว Kelly เดินออกจากสำนักงานไป
    Willis กลับไปหา Hibbard อีกครั้ง เขากล่าวว่า
    กองทัพอากาศคาดว่าเราจะส่งข้อเสนอ”
    เราต้องบอกกองทัพอากาศว่า
    เราต้องการที่จะทำมัน และเราต้องได้รับจดหมายตอบในวันนี้ ‘’

    ................... ท้ายที่สุด Hibbard ได้ลงนามสัญญาการสร้างเครื่องบิน และ Kelly ยอมคล้อยตามในที่สุด สัญญาการสร้างเครื่องบินลำใหม่ได้ข้อยุติ เมื่อ 2 กรกฎาคม 1951 บริษัทล็อคฮีดได้รับแจ้งว่า บริษัทฯได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ผลิตเครื่องบินลำเลียงรุ่นใหม่ เก้าวันต่อมากองทัพอากาศสหรัฐฯ รับสัญญาอย่างเป็นทางการ ในการสร้างเครื่องบินต้นแบบสองลำเท่าของจริง กำหนดรหัสให้คือ YC-130.


    เพื่อนแท้
    ...................... ความขัดแย้งในสำนักงานของ Hall Hibbard ระหว่าง Willis Hawkins และ Kelly Johnson. นั่นอาจเป็น ความขัดแย้งที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทล็อคฮีด แต่ก็ไม่ได้เป็นครั้งแรก และพบเห็นกันบ่อยนัก ที่สองวิศวกรการบินของโลกปะทะกัน อย่างตาต่อตา
    "ในปลายทศวรรษ 1930 Kelly รู้ว่าเครื่องบิน P-38 ซึ่งเขาเป็นผู้พัฒนา จำเป็นต้องใช้เครื่องยนต์ใบพัดแบบแกนหมุน counter-rotating propellers (ไร้แรงบิดด้านข้าง ) Hawkins ย้อนอดีตให้ฟังว่า
    " Kelly เชื่อว่า เครื่องบินนั้นต้องการทิศทางการหมุนเข้าหาห้องนักบินจากทางด้านบน พวกเราหลายคนต้องช่วยกันทำให้ Kelly เชื่อว่า เครื่องบินนั้นต้องการทิศทางการหมุนของใบพัดแบบออกจากห้องนักบิน โดยให้ใบพัดหมุนขึ้นจากด้านล่าง เราพยายามทั้งสองวิธีการในทดสอบการบิน และทางเลือกของเราดีกว่า เพราะการขจัดแรงบิดด้านข้างหมดไป และยังได้ความปลอดภัยสำหรับนักบินเพิ่มขึ้นอีก เครื่องบิน P-38 จึงบังคับได้ง่าย และได้กลายมาเป็นเครื่องบินที่นักบินอยากจะบิน หลังจากนั้น. "


    ................... วิศวกรการบินเอกของโลกสองคน ได้พบกันครั้งแรกในปี 1933 เมื่อ Kelly เข้ามาเป็นผู้ช่วยของ Hibbard ในโครงการผลิตเครื่องบินล็อคฮีดรุ่น 10 ในอุโมงค์ลม ของมหาวิทยาลัย University of Michigan เมือง Ann Arbor ซึ่งขณะนั้นนั้น Hawkins เป็นนักศึกษาปริญญาตรีทำงานในอุโมงค์ลมของมหาวิทยาลัย

    "การออกแบบเครื่องบิน Electra แบบมีแพนหางแนวตั้งเดี่ยว ซึ่งมีพื้นที่ไม่เพียงพอ ต่อการควบคุมเครื่องบินให้มีเสถียรภาพมั่นคง เมื่อเครื่องยนต์เครื่องหนึ่งเกิดปัญหา Hawkinsบันทึกถึงเพื่อนร่วมงานอย่างยกย่องไว้ว่า "Kelly มากับความคิดในการแก้ปัญหานั้น โดยติดตั้งแผ่นเพิ่มพื้นผิวไว้บนแพนหางระดับ ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มพื้นที่ให้เพียงพอแล้ว พวกเขาติดตั้งเสื้อหางในตำแหน่งที่รับแรงลมจากใบพัดได้ตลอดเวลา ซึ่งทำให้ควบคุมเครื่องบินได้ดีในทุกภาวะ Kelly และ Hawkins ได้ร่วมกันสร้าง แนวทางใหม่ๆสำหรับรูปแบบหางของเครื่องบิน ในอุโมงค์ลม และรูปแบบที่ได้รับการเปลี่ยน ทำงานได้ผลดี เครื่องบิน Electra ประสบความสำเร็จอย่างมาก ผลิตออกมา 148 เครื่อง ใช้งานในสายการบิน Electra เป็นต้นแบบโดยตรง ของเครื่องบินทิ้งระเบิดลาดตระเวน (Hudson) ในสงครามโลกครั้งที่สอง และเครื่องบินลาดตระเวนแบบ P-3 (มีใช้ใน ทร.ไทย)




    ...................... ในอีกสิบปีต่อมา "เราประสบปัญหาความเสถียรภาพการควบคุมการบินกับเครื่องบิน Constellation อีก Hawkins ระลึกความหลังในการสร้างเครื่องบินลำนี้ว่า "การออกแบบเดิม ได้กำหนดให้ติดตั้งแพนหางคู่ แต่ไม่ได้ให้ความเสถียรภาพต่อการควบคุมเพียงพอ สำหรับเครื่องบินโดยสายขนาดใหญ่ เราไม่สามารถทำให้แพนหางคู่สูงขึ้นได้อีก เพราะความสูงของโรงเก็บเครื่องบินของสายการบิน TWA ที่มีอยู่ สูงไม่พอ เราไม่สามารถขยายมันได้จากฐานล่างของแพนหางระดับ เพราะมันอาจครูดกับผิวสนามบินขณะร่อนลง เขาแก้ปัญหาโดยติดตั้งแพนหางดิ่งแบบสามชิ้น แพนหางดิ่งแบบสามหาง จึงเป็นเอกลักษณ์เด่นของเครื่องบิน Constellation ที่จดจำกันได้อย่างคุ้นเคย

    Hawkins เป็นเด็กกำพร้าอยู่กับแม่ ซึ่งหย่าขาดจากพ่อ เขาได้เข้าโรงเรียนมัธยม ระหว่างการเข้าค่ายฤดูร้อน ครูบอกแก่นักเรียนว่า "ห้าคนในชั้นเรียนของเรา จะได้เข้าเรียนในมหาลัย" Hawkins จำได้ดี "แต่โชคไม่ดีที่ โรงเรียนของเขา ไม่ได้รับการรับรองจากสถาบันใดในโลก

    "เขาตัดสินใจไปที่ University of Michigan แต่เขาได้รับการบอกว่า เขาต้องทำการทดสอบถึง 15 ขั้นตอน แต่ก็ยังไม่แน่ว่าจะได้เรียนหรือไม่ เขาไม่ต้องการทำเช่นนั้น เขาจึงเข้าเรียนในวิทยาลัยเล็กๆในรัฐอิลลินอยส์ของอเมริกา ที่มีนักเรียนประมาณ 1200 คน เขาเรียนวิชาคณิตศาสตร์และวิชาฟิสิกส์ทั้งหมด แล้วจึงโอนไปเรียนต่อที่ Michigan
    "เขาได้ศึกษาวิชาฟิสิกส์ขั้นสูง ที่ Michigan และผ่านการสอบทั้งหมด แต่เขาไม่ได้เปลี่ยนเลือกเรียนเอกหลักสูตรฟิสิกส์ใดโดยเฉพาะ ภาควิชาฟิสิกส์ไม่ให้เขาจบ เพราะไม่เลือกเรียนฟิสิกส์โดยเฉพาะ เขาออกจากมหาวิทยาลัย และหางานในภาคอุตสาหกรรม หลังจากนั้นหนึ่งปีเขาจึงรู้สึกถึงผลกระทบของการขาดปริญญา เขาขอกลับไปเรียนฟิสิกส์เฉพาะทาง และได้รับปริญญา หลายทศวรรษผ่านมา Hawkins ได้รับปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ หลังจากอธิการบดีมหาวิทยาลัย พิจารณาร่วมกับภาควิชาฟิสิกส์ เกี่ยวกับวิชาฟิสิกส์ 101 ที่ขาดหายไปจากบันทึกผลการเรียน( transcript) ของเขา



    ในปี 1937 Hawkins และเพื่อนร่วมห้องเรียน ทั้งหมดสามคนได้รับโทรเลข จากล็อคฮีด "เขาได้รับการว่าจ้าง ตามคำแนะนำของ Kelly Hawkins กล่าว "โทรเลขนั้นระบุค่าจ้างเริ่มต้น 1,500 เหรียญต่อปี เราทั้งสามอาศัยในโรงงานล็อคฮีด และเราคิดว่าเราค่อนข้างประสบความสำเร็จในการทำงาน
    การออกแบบ C-130
    หนึ่งในจำนวนของเครื่องบินล็อคฮีดหลายต่อหลายลำที่ถือเป็นมรดกโลก ได้มีลายนิ้วมือ Hawkins ประทับอยู่ด้วย เพราะเขาได้เป็นผู้หนึ่งออกแบบ อาทิโครงสร้างเครื่องบิน P-38, Hudson, และ Lodestar ในปี 1947 เขาได้บริหารและเป็นหัวหน้าทีมพัฒนา X-7 ทดสอบเครื่องยนต์แบบ ramjet เขาเป็นหัวหน้ากลุ่มการออกแบบเบื้องต้น ที่ผลิตเครื่องบินอันเป็นตำนานของโลกได้แก่ P-80, XF-90, F-94 และ F-104 แล้วมาปักหลักในการพัฒนา C-130


    "การทำงานหลายๆสิ่ง เพื่อรัฐบาลสหรัฐฯ มักมีสิ่งซับซ้อนเล็กน้อยเกิดขึ้นเสมอ" Hawkins สังเกตว่า "โครงการC-130 ก็เป็นเช่นนั้น ข้อเสนอความต้องการเครื่องบินใหม่. ที่กำหนดความสูงและน้ำหนักของยุทโธปกรณ์ที่ต้องบรรทุกไปได้ แต่นับเป็นความกรุณาที่ดี ของกองทัพอากาศ ที่ได้ให้ ประชาชนคนภายนอกระบุความต้องการของกกองทัพ อย่างถูกต้อง ในครั้งแรกที่ลงมือสร้างเครื่องบินลำนี้ กองทัพอากาศไม่มีรูปร่างเครื่องบินอยู่ในใจมาก่อน พวกนายทหารที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินรบทางยุทธวิธี ผู้ซึ่งกำลังจะได้รับเครื่องบิน รู้แต่เพียงประสิทธิภาพของเครื่องบิน เท่านั้น แต่ไม่เคยเห็นรูปร่างที่แท้จริง ที่เหลือทั้งหมด จึงขึ้นอยู่กับเรา “
    "เราใช้มิติขนาดของยุทโธปกรณ์ใหญ่ที่สุดของกองทัพอากาศมาเป็นตัวอย่าง ในการออกแบบอย่างง่ายๆ โดยได้เขียนวงกลมล้อมรอบยุทโธปกรณ์นั้น แล้วนำมาทำเป็นวงลำตัว แบบท่อขนาดใหญ่ ซึ่งมีความยาวขนาดเท่าตู้รถไฟ เราใส่ปีก ส่วนหัว และหางให้แก่มัน นั่นคือ การได้ออกแบบมัน " Hawkins กล่าว "เราวางมันลงกับพื้น เพื่อให้เราสามารถออกแบบทางลาด(Ramp) เพื่อรับยุทโธปกรณ์เข้า และออกจากระวางบรรทุกอย่างง่ายดาย ‘’

    ......... ทีมออกแบบตระหนักว่ามันเป็นเครื่องบินลำเลียงทางอากาศยุทธวิธีลำแรก ที่กองทัพอากาศออกแบบมาตั้งแต่เริ่มต้น "แม้ว่า Kelly ไม่เห็นด้วย แต่เราคิดว่า C-130 อาจมีสายการผลิตที่ยาวนาน สำหรับกองทัพอากาศ" Hawkins.บันทึกไว้ว่า "ทันทีที่กองทัพอากาศสหรัฐฯเริ่มบินเครื่องบินลำนี้ กองทัพอากาศอื่นๆจะมาหาเรา และเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับมัน ‘’

    ................ ล็อคฮีดสร้างแบบจำลองตัวเต็มเท่าของจริงขึ้น ประกอบด้วยเครื่องยนต์หนึ่งเครื่อง และส่วนปีก รัฐบาลได้มองเห็นรูปจำลองเป็นครั้งแรก ให้คณะกรรมการได้ตรวจสอบด้วยตัวเอง. "เราตั้งโต๊ะ และวางแผนการสร้างบนพื้นระวางบรรทุก" Hawkins กล่าว. "หลังจาก คณะกรรมการของกองทัพฯตรวจสอบแล้ว ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก นอกเหนือจากที่ออกแบบไว้ มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเพียงเล็กน้อยภายในห้องนักบิน เท่านั้น แต่เราไม่สนใจการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นมากนัก เพราะเนื่องจากเรายังไม่สร้างต้นแบบลำจริงออกมา
    ในวันนั้น C-130 ยังอยู่ในแผ่นกระดาษ เครื่องบินในสายการบินทั้งหมด อาทิ DC-4, DC-5 (Stratoliner) และ Constellation ล้วนมีมีวิศวกรประจำเครื่องบิน "นักบินคิดว่าเครื่องบินมีเครื่องยนต์หลายเครื่อง เกินกว่าที่จะควบคุมได้ทั้งหมด เครื่องบินไม่สามารถที่จะใช้คนเพียงสองในการปฏิบัติภารกิจ " Hawkins สังเกตุว่า "นักบินผู้ช่วย(Copilot) และวิศวกรการบินทำหน้าที่ควบคุมเครื่องยนต์และระบบ ส่วนนักบิน(Captain)จะได้บินมันเพียงอย่างเดียว “ C-130 ร่นแรกผลิตออกมาพร้อมการเปลี่ยนแปลง ที่ยังไม่มีใครได้ใช้กันมาก่อน คือ เครื่องยนต์กังหันไอพ่น (Turbo Propeller)โดยใช้เครื่องยนต์ Allison T56 เป็นกลไกที่ซับซ้อนในช่วงเวลานั้น ไม่มีใครแน่ใจว่า อุปกรณ์มากมายที่จะนำไปติดตั้ง ให้วิศวกรการบินควบคุมเครื่องยนต์มีอะไรบ้าง
    Dick Pulver วิศวกรในโครงการ P-38 และ Constellation ได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าวิศวกรนำในโครงการ C-130. "เราตั้งหน่วยงานแบบ แยกออกจากกัน สำหรับเครื่องบินต้นแบบสองลำแรก และตั้งสายการผลิตคู่ขนานกัน Dick Pulver ได้ทำผลงานที่ยอดเยี่ยม " Hawkins กล่าว "เครื่องบินทั้งสองลำได้ถูกส่งตรงตามกำหนดเวลา และค่าใช้จ่าย” นักบินทดสอบให้ผลการประเมินเครื่องบินออกมาเป็นอย่างดี มีประสิทธิภาพตรงกับประมาณการของเรา."


    .................... เที่ยวบินแรกของ YC-130 ซึ่งเป็นเครื่องบินลำที่สองได้ขึ้นบินสู่ท้องฟ้าในวันที่ 23 สิงหาคม 1954 โดยนักบินทดสอบของบริษัทชื่อ Stan Beltz และ Roy Wimmer โดยมี Dick Stanton เป็นวิศวกรการบินและ Jack Real เป็นวิศวกรเที่ยวบินทดสอบ. ในช่วงเวลา 61 นาทีนั้น เครื่องบินได้บินจากเมือง Burbank ไปยังสถานีทดสอบการบิน Edwards AFB ที่อยู่ใกล้เคียง Johnson ได้เปลี่ยนความคิดที่มีต่อ C-130 ไปอย่างมาก ในขณะที่เครื่องบินได้ถูกสร้างขึ้น เขาได้บินเครื่องบิน P2V ติดตามไปเป็นเครื่องบินพี่เลี้ยง คอยช่วยเหลือระหว่างการบินทดสอบวันนั้นนั้น
    เครื่องบินต้นแบบ YC-130 เป็นเครื่องบินลำแรกที่ออกสายจากสายการผลิต ได้นำไปทดสอบ หาข้อมูลทางภาคพื้นก่อน และได้ขึ้นบินครั้งแรกใน 21 มกราคม 1955.


    ในขณะนั้นโรงงานการผลิตของล็อคฮีด เต็มกำลังอยู่กับการผลิตเครื่องบิน T-33, Constellation, and Neptune Burbank ไม่มีพื้นที่ให้สายการผลิตเพิ่มเติม ไม่นานนักหลังจากล็อคฮีดได้รับสัญญาการผลิตC-130 ล็อคฮีดตัดสินใจที่จะย้ายโรงงาน ไปแห่งใหม่ในรัฐจอร์เจียหาก C-130 ไปสู่การผลิตเต็มรูป
    "เราเพิ่งจะเปิดโรงงานการผลิตแห่งที่ 6 ในเมือง Marietta ให้กับกองทัพอากาศในการได้สิทธิบัตรผลิต B-47 Stratojet" Hawkins กล่าว "ล็อคฮีด และ Douglas ได้รับสิทธิที่จะเป็นสองผู้ผลิตเครื่องบินทิ้งระเบิด เราจึงได้สะสางอาคารโรงงาน Marietta และตัดสินใจว่า เราได้พื้นที่มากมายในการสร้างเครื่องบิน C-130
    "เราได้ส่งทีมงานออกแบบไปปักหลักในรัฐจอร์เจีย พวกเขามีความรับผิดชอบต่อการผลิตเครื่องบินตามความต้องการของกองทัพอากาศ" Hawkins recalls. "ส่วนใหญ่ของพวกเขาเอะอะ และโอดครวญ เพราะพวกเขาไม่ต้องการ ที่จะทำอะไรในจอร์เจีย ภายหลังสองปี เราพยายามให้พวกเขากลับไปแคลิฟอร์เนีย และพวกเขาเอะอะ และโอดครวญ อีกครั้ง เพราะพวกเขาชอบจอร์เจียมากกว่า พวกเขาไม่ต้องการกลับมา ‘’

    ตำนาน C-130 Hercules จึงเกิดขึ้นในจอร์เจีย นับตั้งแต่นั้นมา
    "ทีมออกแบบพยายามเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เพื่อให้ C-130 มีราคาถูกลงในสายการผลิต แต่ทำได้ไม่มากนัก ภาพความแตกต่างระหว่างเครื่องบินในสายการผลิตและต้นแบบ แทบไม่สังเกตเห็น " Hawkinsบันทึกไว้ว่า
    "อะไรเกิดขึ้นกับ C-130 ตั้งแต่วันแรก มันยังคงอยู่อย่างเด่นชัดในวันนี้”

    หลังจากเขาได้ทำงานในโครงการเครื่องบินแบบพิเศษ XFV ที่สามารถบินขึ้นลงในแนวดิ่ง Hawkins ได้รับมอบหมายให้อยู่กับโครงการใหม่ของล็อคฮีด ในการผลิตจรวด และอวกาศ ในเมือง sunnyvale California ใกล้กับ San Francisco.
    "เขาเป็นคนหนึ่งในผู้ก่อตั้งโครงการการผลิตจรวดและอวกาศ และสิ้นสุดหน้าที่ลงในโครงการอวกาศ อาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นครึ่งหนึ่งของความสำเร็จโครงการฯ " ในสิ่งอื่นๆที่เขาทำ ได้แก่ เป็นหัวหน้าทีมทดสอบยาน X-17 และจรวด UGM-27 Polaris ที่ใช้ฐานปล่อยในทะเล และเป็นผู้เปิดโครงการขีปนาวุธนำวิถี SLBM แบบแรกของกองทัพเรือสหรัฐฯ เขาได้รับรางวัลดีเด่น เหรียญ Public Service ของกองทัพเรือ
    "หนึ่งในโครงการลับของเขา ในขณะที่โครงการการผลิตจรวดและอวกาศ ยังคงเป็นความลับ ที่เพิ่งได้เปิดเผยออกมาสามปีที่ผ่านมา" Hawkins.เผยว่า "เราบันทึกภาพของประเทศรัสเซียจากอวกาศ และหากคุณคิดว่าโครงการสร้างดาวเทียม Corona จะไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น แต่จริงๆแล้วมี เรื่องน่าตื่นเต้นเกิดจากความผิดพลาด ที่ทำให้ดาวเทียมดวงหนึ่งตกในแอนตาร์กติกา และอีกดวงหนึ่งหายไปในฟินแลนด์ ‘’
    ............ภารกิจแรกในโครงการอวกาศ Corona ใกล้ประสบความสำเร็จ เกิดขึ้นในความพยายามครั้งที่ 13 แต่กล่องบรรจุฟิล์มที่ปล่อยออกมาจากดาวเทียม เกิดหายไป เมื่อมันตกลงห่างจากที่หมาย 1,200 ไมล์ ความพยายามครั้งที่ 14 ประสบความสำเร็จ เมื่อสามารถกู้เก็บคืนกล่องบรรจุฟิล์มได้ "คณะทำงานของประธานาธิบดี Eisenhower กล่าวว่าเป็นวัตถุชิ้นแรกที่เคยกู้คืนมาได้จากการปล่อยดาวเทียม ประธานาธิบดีเลือกกล่องบรรจุฟิล์มชิ้นนี้ นำขึ้นแสดงในสถาบัน Smithsonian" แต่หลังจากนั้นเครื่องบิน JC-130 Hercules ที่ได้รับการดัดแปลง ได้เข้าปฏิบัติภารกิจสำหรับการกู้คืนกล่องบรรจุฟิล์มกลางเวหา แทนวิธีเดิม
    ....................... Hawkins ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขานุการโครงการวิจัยและพัฒนาของกองทัพบกสหรัฐฯในระหว่างปี 1962-1965 ซึ่งเขาเป็นเสมือนผู้จุดชนวนในการเริ่มต้นพัฒนารถถัง M1 Abrams เขากลับไปล็อคฮีดอีกและสนับสนุนให้ Hibbard เป็นประธานคณะกรรมการของบริษัท และเกษียณออกจากล็อคฮีดในปี 1980 แต่ Roy Anderson ประธานของล็อคฮีด ได้เชิญ Hawkins กลับมาทำงานอีกครั้งหนึ่งใน California เขาทำงานอยู่จนกระทั่งปี1986 จึงเกษียณได้ไปอย่างถาวร
    ................ แม้ในช่วงเกษียณอายุ Hawkins ถูกเรียกให้เป็นที่ปรึกษา ในระหว่างการทดสอบบินของ C-130J ทีมนักบินทดสอบต้องนำเครื่องบินกลับมาลง เพื่อคำนวณหาความเร็วร่วงหล่นของเครื่องบินรุ่นใหม่นี้ เพราะมันบินต่อไปได้แม้ความเร็วจะลดต่ำลงมาก "ณ จุดนี้ นักบินและลูกเรือเริ่มสงสัยว่า ความเร็วร่วงหล่นที่แท้จริงอยู่ที่เท่าไร " Hawkins.บันทึกไว้ว่า "พวกเขาชะลอความเร็วเครื่องบินลง ชะลอแล้ว ชะลออีก แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ‘’ แต่โดยทันทีทันใด ที่ความเร็วช้ามากๆ C-130ลำใหม่ ได้ม้วนตัว ดิ่งลงอย่างฉับพลัน ทำให้ทีมนักบินทดสอบตระหนก มันดูเหมือนเรามีปัญหาตรงที่ เครื่องบินใหม่ลำนี้ ยากที่จะร่วงหล่น


    ............ "วิศวกรการบินหลายคนช่วยกันหาทางปรับปรุงระบบอากาศพลศาสตร์ของเครื่องบิน C-130J Hercules รุ่นใหม่ ซึ่งมีใบพัดหกกลีบ โดยการปรับปรุงพื้นผิวของโคนปีก ให้อากาศไหลผ่านไปได้อย่างราบเรียบ เขาใช้เวลาสองถึงสามเดือนในจอร์เจีย ช่วยให้วิศวกรการบินรุ่นใหม่ทำงานนั้นจนผ่านพ้นไปได้ ระบบควบคุมการไหลของอากาศบนพื้นผิวไม่ได้รับการออกแบบมาตั้งแต่แรก " Hawkins เสริมว่า "เราพยายามติดตั้ง vortex generators, rakes, fences, และ leading-edge stall strips แต่ไม่สามารถทำให้มัน Stall ได้ เราจบลงด้วยการติดตั้ง stick pusher เช่นเดียวกับเครื่องบินขับไล่ ซึ่งระบบนี้จะทำหน้าที่แทนนักบิน ด้วยการโน้มหัวเครื่องบินลง เมื่อใกล้ถึงจุดร่วงหล่น ใครก็ตามจึงไม่สามารถทำให้ C-130J ร่วงหล่นจากฟ้าได้
    ...................... ก่อนเสียชีวิตไม่นาน Hawkins อธิบายถึงตัวเองเป็นว่าเป็น "คนชราวัยเก้าสิบและอ้วน" แต่จริงแล้วเขาไม่อ้วนเกินไป เขาเป็นเจ้าของสนามบินเล็กๆภายใต้ชื่อของเขาเอง Hawkins (เป็นสนามบินหญ้าในภาคเหนือ Michigan ซึ่งเขาไม่เคยนำเครื่องบินลงด้วยตัวเอง) ช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตเขาขับรถไปสนามบิน Van Nuys ทุกวัน ทำงานในโครงการล่าสุดของเขา คือ เครื่องบินขนาดเบา ซึ่งมันกลับขั้วกับผลงานของเขา ที่มักสร้างเครื่องบินลำใหญ่ ได้อย่างยิ่งใหญ่" เขาเสียชีวิตอย่างสงบเมื่อ 28 กันยายน 2004 รวมอายุได้ 90 ปี




    .................... เขามอง C-130 เป็นหนึ่งในความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของเขา เขากล่าวว่า C-130 ไม่ใช่เครื่องบินที่ดึงดูดความน่าสนใจได้ ในทันทีเมื่อแรกเห็น แต่กว่าหกสิบปีมันยังคงอยู่ในสายการผลิต และยังคงปฏิบัติภารกิจตามที่ได้ถูกออกแบบมา นั่นคือคำตอบ ของคำถาม จากผู้ที่ต้องการจะซื้อมัน Irv Culver วิศวกรคนหนึ่งของล็อคฮีดกล่าวว่า หากเราทำให้มันถูกต้อง ตั้งแต่แรก เราจะขายมันให้ใครก็ได้
    ฉันคิดว่า เราได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ตั้งแต่แรกแล้ว "

    จากบทความ Willis Hawkins And The Genesis Of The Hercules
    โดย Jeff Rhodes จากหนังสือ Code One 2004
    นาวาอากาศโท ธีระพงษ์ คงสมฤทธิ์ แปล
    ไฟล์ภาพขนาดย่อ ไฟล์ภาพขนาดย่อ 01.jpg   02.jpg   03.jpg   04.jpg   05.jpg   06.jpg  

กฎการโพสต์ข้อความ

  • คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  •  
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • [VIDEO] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด