What's new
  • ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ไทยซีร้อยสามสิบครับ, หากท่านพบปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ของเรา
    หรือต้องการเสนอแนะประการใดสามารถโพสแจ้งได้ที่ ฟอรั่ม: Contact us/help info ,ขอบคุณครับ.
    แจ้งข่าวสารการอับเดทฟอรั่ม Thaic-130


    Live support: SKYPIG / Lt.Col.Tirapong Kongsomrit, e-mail: kongsomrit@yahoo.com
    กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
    Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see

ฐานบินรบ

skypig

Administrator
ฐานบินรบ
[1 ธันวาคม 2552 12:02 น.] จำนวนผู้เข้าชม 5887 คน

ฐานบินรบ
ขอใช้ศัพท์ทางทหารมาอธิบายถึง สนามบิน เพื่อใช้ในการยุทธหนนี้ บทความนี้ยังไม่จบลงในตอนนี้ แต่ขอจั่วหัวไว้ก่อน ในระหว่างสงครามเวียดนาม กองทัพอเมริกัน ได้มาสร้างฐานบินต่างๆไว้มากมาย


เมื่อเวียดนาม พร้อมเปิดประเทศ ได้มองเห็นอนาคตการเดินทางทางอากาศของประเทศไว้แล้ว ในปี 2006 รัฐบาลเวียดนามได้ตัดสินใจสร้างสนามบินขึ้นใหม่อีกหนึ่งแห่ง
ลองทายซิว่า เขาตัดสินใจสร้างในบริเวณภาคใดของประเทศ


เวียดนามตกลงใจ สร้างสนามบินใหม่ทางภาคใต้ของประเทศ ห่างจากสนามบินตันซอนนุชไปทางตะวันออกเฉียงเหนือเพียง 40 กิโลเมตร ในนาม Long Thanh International Airport เป็นสนามบินที่ใหญ่มาก มีทางวิ่งถึง 4 ทางวิ่ง รองรับผู้โดยสารได้ถึง 100 ล้านคน และจะเปิดให้บริการในปี 2011 (พ.ศ.2554) ความน่ากลัวของสนามบินแห่งนี้ อยู่ที่ศักยภาพของมัน เพราะป็นการลงทุนร่วมกันของภาครัฐ เอกชน และจากต่างประเทศ แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ นักยุทธศาสตร์ของไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคกองทัพ หรือ ภาคธุรกิจ มิได้เฉลียวใจ ต่อการเกิดขึ้นของสนามบินแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย เพราะยังมั่วแต่กอบโกยผลประโยชน์มหาศาลจากสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินร้างต่างๆ ของไทย กันอย่างมูมมาม
คนไทยทั่วไปคงไม่ทราบว่า ในช่วงสงครามเย็น ที่ผ่านมา สนามบินต่างๆในประเทศแถบนี้ ได้ถูกกำหนดให้เป็นเป้าหมายในการโจมตีของเรา ไว้หมดแล้ว เมื่อผู้บัญชาการทหารได้รับคำสั่งจากรัฐบาลให้โจมตี กองทัพอากาศพร้อมจะนำเครื่องบินไปทิ้งระเบิดได้ทันที เพราะเป้าหมายเหล่านั้น ได้ถูกใช้เป็นเป้าซ้อมในการศึกษาในโรงเรียนเสนาธิการ อย่างเป็นประจำ
แต่ละสนามบินจะถูกคำนวณไว้ล่วงหน้าแล้วว่า
จะต้องใช้น้ำหนักระเบิดจำนวนกี่ตัน เพื่อทำลายทางวิ่ง ผิวสนามบินให้สิ้นซาก
ในยามสันติเช่นนี้ การที่ประเทศเพื่อนบ้านของเรา
ได้ต่อความยาวสนามบินออกไป
สร้างสนามบินใหม่เพิ่มขึ้น เราจะทำนิ่งเฉยเสียก็ได้
แต่ไม่อาจยืนยันได้ว่ากองทัพอากาศของเรา ได้สำรองลูกระเบิด
ในคลังแสงเพิ่มขึ้น เป็นสัดส่วนที่เท่ากัน หรือไม่

ยังมีต่อ......

สนามบินร้างต่างๆ ของไทย

ประเทศไทยของเรา เคยมีกองกำลังทางอากาศ ที่ยิ่งใหญ่กว่าใครในแถบนี้ มาตั้งแต่ยุคเริ่มแรกการบิน เรามีเครื่องบินและฐานบิน ในกองทัพก่อนชาติใด กองทัพไทยเคยบรรจุเครื่องบินจากยุโรป และญี่ปุ่นเข้าประจำการ มีความสามารถในการสร้างเครื่องบินขึ้นใช้เอง แต่นั้นคือความภูมิใจในอดีต แต่ปัจจุบัน ชาติอื่นได้ก้าวแซงหน้าเราไปหลายช่วงตัว
ช่วงต้นของสงครามโลกครั้งที่สอง บรรพบุรุษของเราพยายามรักษาความเป็นไทยไว้ ด้วยการต่อต้านญี่ปุ่น
ฐานบินประจวบฯ ถูกญี่ปุ่นโจมตี
ทหารอากาศหลายนาย ต้องพลีชีพ
แนวรบด้านอื่น สมุทรปราการ สงขลา คนไทยหลายคนพยายามลุกขึ้นสู้
ถ้ามิเช่นนั้นแล้ว ประเทศไทย จะปราศจากข้ออ้างในการเป็นประเทศที่ต่อต้านญี่ปุ่น
แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เราไม่อาจต้านทานได้ เพียงไม่กี่ชั่วโมงของการต่อต้าน ในที่สุดรัฐบาลไทย ต้องประกาศให้แผ่นดินไทย เป็นทางผ่านของญี่ปุ่น ซึ่งไม่ต่างอะไรกับความพ่ายแพ้
คนไทยจำนวนมากถึงกับหลั่งน้ำตา
บันทึกในครั้งนั้นกล่าวว่า การยอมให้กับญี่ปุ่น ทำให้เรามีจำนวนเครื่องบินญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น
มีฐานบินเพิ่มขึ้น เลยลึกเข้าไปในตอนใต้ของจีน ได้แก่ ลานชางเสียน และ เชียงตุง
แต่เมื่อญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้สงคราม การต่อสู้รักษาฐานบินประจวบฯ ของคนไทยกลุ่มเล็กๆ
ทำให้เราตกอยู่ในฝ่ายไม่แพ้สงคราม
แต่ก็ไม่ใช่ฝ่ายชนะ
เราจำเป็นต้องถอนตัวจากดินแดนต่างๆ ซึ่งเราเคยยึดครอง เราต้องชดใช้หนี้สงคราม เราต้องทำลายหลักฐานต่างๆ รวมทั้งเครื่องบินญี่ปุ่น ที่ประจำการอยู่

สงครามโลกครั้งที่สองจบลง แต่เรามิอาจปลีกตัวอยู่เพียงลำพัง
ระหว่างสงครามเวียดนาม เรายอมให้สหรัฐฯ ใช้แผ่นดินไทยเป็นฐานบินรบ ทหารบกของสหรัฐฯส่วนใหญ่ประจำการในเวียดนามตอนใต้
ส่วนทหารอากาศสหรัฐฯส่วนใหญ่หลายหมื่นนายประจำการในฐานบิน ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย สหรัฐฯเข้ามาสร้างและปรับปรุงสนามบินต่างๆ ได้แก่

โคราช ตาคลี อุบล
อุดร นครพนม สกลนคร
โคกกะเทียม และอู่ตะเภา

สนามบินเหล่านี้บางแห่งเป็นสนามบินเดิมตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ได้รับการปรับปรุงและบางแห่งถูกสร้างขึ้นใหม่ ได้แก่ ฐานบินกำแพงแสน ไม่เพียงแต่มีการสร้างสนามบินเท่านั้น แต่ยังได้มีการตัดถนน เชื่อมการขนส่งจากภาคกลางไปยังภาคอิสานอย่างสะดวกโยธิน
ระหว่างสงครามฯ ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของกำลังทางอากาศ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
มีอาวุธทำลายล้างรุ่นใหม่ๆ เข้าประจำการ มีเครื่องบินรุ่นใหม่บินผ่านเข้าออกเป็นว่าเล่น เศรษฐกิจของประเทศได้รับการหล่อเลี้ยงจากเงินดอลล่าร์ บริเวณโดยรอบฐานบิน ใช้เงินดอลล่าร์แทนเงินบาท ทหารไทย คนไทยหลายคนร่ำรวยขึ้นจากการค้า
และเมื่อสหรัฐฯ ถอนตัวออกไป ฐานบินเหล่านี้แทบไม่เหลือสิ่งใด

ทรัพย์สินของสหรัฐฯที่ไม่สามารถขนกลับไปได้ ต้องถูกทิ้งไว้ จำนวนมหาศาล คนไทยภายนอกย่อมเข้าไปหยิบฉวยไม่ได้ แต่ทหารเหล่าใด ที่แอบนำสมบัติเหล่านั้น มาเป็นเจ้าของเสียเอง
สนามบินบางแห่งต้องปิดตัวลง เพราะกองทัพไทย ไม่มีงบที่จะบำรุงรักษา
ลำพังเพียงแค่ ค่าน้ำมันสำหรับรถตัดหญ้า ก็แทบหาไม่ได้ ไหนยังจะค่าไฟฟ้า ที่ครอบคลุมพื้นที่นับพันไร่ กองทัพ จะนำเงินส่วนใดไปอุดหนุน ประเทศไทยจึงมีสนามบินร้างที่ยังไม่ได้ถูก ใช้งานเป็นจำนวนมาก
แต่ด้วยสันดานไทย แม้จะมีสนามบินที่ยังไม่ได้ถูก ใช้งานเป็นจำนวนมาก
คนไทยบางกลุ่มกลับมีแนวความคิดสร้างสนามบินใหม่ขึ้นมาอีก แทบนับไม่ถ้วน ในทุกภาคของประเทศ
ราวกับว่า มันคือ สนามกีฬาประจำจังหวัด ได้แก่
ร้อยเอ็ด ชุมพร ระนอง ตาก ตราด นครราชสีมา
นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ เพชรบูรณ์ แพร่
ความเลวร้ายของคนไทยกลุ่มนี้พยายามหาข้ออ้าง ใส่ร้ายสนามบินที่มีอยู่เดิมว่า ไม่มีความปลอดภัยในการบิน (Airworthiness) ทั้งที่จริงแล้ว หากได้รับการปรับปรุงเพียงเล็กน้อยก็จะมีความพร้อมอย่างสมบูรณ์ในเชิงพาณิชย์ ประเทศไทย จึงมีสนามบินมากมายเกินไป บางจังหวัดมีถึงสามแห่ง เช่น จังหวัดตาก ได้แก่

สนามบินเขื่อนภูมิพล VTPY อยู่ในความดูแลของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
อ.เมืองตาก VTPT ท่าอากาศยานตาก อยู่ในความดูแลของ กรมการขนส่งทางอากาศ
อ.แม่สอด VTPM ท่าอากาศยานแม่สอด อยู่ในความดูแลของ กรมการขนส่งทางอากาศ

ซึ่งสนามบินเหล่านี้ ใช้งบประมาณในการก่อสร้างสูง และยังต้องในการบำรุงรักษา อย่างมากมาย แต่กลับ แทบไม่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจเลยแม้แต่น้อย บางแห่ง เป็นเวลานานกว่าสัปดาห์จึงจะมีเครื่องบิน เข้าไปใช้ สนามบินที่ไม่มีผลกำไรส่วนใหญ่อยู่ในความดูแลของ กระทรวงคมนาคม โดยตรง สนามบินที่มีผลกำไรส่วนใหญ่อยู่ในความดูแลของ กระทรวงคมนาคม โดยอ้อม อัฐยาย กลับไปเข้ากระเป๋าใคร

ในจังหวัดนครราชสีมา มีสนามบินอยู่ สองแห่ง ได้แก่
สนามบินนครราชสีมา vtuq
สนามบินกองบิน 1 vtun
แต่เดิมสนามบินกองบิน 1 เป็นสนามบินเก่าแก่ ใช้ร่วมกันระหว่างทหาร และพาณิชย์ พลเรือน เมื่อชุมชนโคราชมีคนมากขึ้น เครื่องบินรบในกองบิน 1 ก็มีเที่ยวบินสูงขึ้น ก่อเสียงดังมากขึ้น บ่อยขึ้น เครื่องบินพาณิชย์ เมื่อเข้ามาถึง ต้องบินวนรอ เปลืองน้ำมัน
เมื่อปี 2545 จังหวัดนครราชสีมาจึง ได้สร้างสนามบิน แห่งที่สองขึ้น แต่กลับมีประชาชนไปใช้งานน้อยมาก เพราะสร้างไว้ไกลตัวเมือง มากเกินไป จนปัจจุบัน ไม่มีสายการบินใดบินไปลงเลย สืบทราบภายหลังว่านักการเมืองท้องถิ่นได้กว้านซื้อที่ดินไว้ก่อนแล้ว และเป็นคนชงให้สร้างสนามบิน เพื่อที่จะได้ขายที่ดินในราคาสูง และยังได้กินค่าก่อสร้างอีกต่อหนึ่ง ในทุกวันนี้คนโคราชต้องเดินทางกลับบ้านด้วยรถยนต์ เพราะใช้เวลาน้อยกว่า
เมื่อเหตุการณ์ตกเป็นเช่นนี้แล้ว เมื่อถูกสวน ย้อนกลับว่า จะแก้ไขอย่างไร จะให้คนรุ่นต่อไปอยู่กัน อย่างไร ให้ลูกหลานของเราเฝ้ามองสนามบินร้าง ด้วยความสมเพท อาลัย
หนทางแก้ไข
ทุกปัญหาย่อมมีทางออก
ขอนำสนามบินโคราช กลับมาเป็นตัวอย่าง
ถ้าจะเป็นการแก้ปัญหาให้ตรงจุด ต้องมีการเปลี่ยนแปลงแบบหักดิบ ด้วยการ
นำสนามบินนครราชสีมา (vtuq) ให้แก่ กองทัพอากาศ แล้วย้าย กองบิน 1 ไปไว้นอกเมือง
สนามบินกองบิน 1 (vtun) ให้อยู่ในความดูแลของ กรมการขนส่งทางอากาศ
แลกกัน ด้วยกำปั้นทุบดินแบบนี้ ฟังดูเหมือนง่ายไอ้น้องเอ๋ย
กระทำเช่นนี้ น่าจะมีคนเจ็บมือ เจ็บตัว
แต่เมื่อลองไปพลิกประวัติศาสตร์ดูกลับพบว่า มันเคยเกิดขึ้นแล้ว ในอดีตกองบินต่างๆ ของกองทัพอากาศ ได้เคยมอบที่ที่ให้แก่กระทรวงศึกษา เพื่อใช้สร้างโรงเรียน มาหลายแห่ง แม้แต่ที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพอากาศ ทำเลทองบนถนนวิภาวดี กองทัพฯ ยังยกให้เอกชนสร้างเป็นอาคารจอดรถ ยังเคยกระทำมาแล้ว
โรงเรียนเตรียมทหาร ถนนพระรามสี่ ยังถูกนำมาใช้เป็นภัตตาคารหูฉลาม มาแล้ว
ความเป็นไปได้ ในการย้ายกองบิน 1 ไปแทนที่สนามบินนครราชสีมา จึงมีค่ามากกว่าศูนย์
และหากสำเร็จลงได้จริง คิวต่อไปคือ สนามบินเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันกองทัพอากาศ ใช้พื้นที่ ส่วนใหญ่อยู่ อาจจำต้องยกให้ฝ่ายพลเรือนไปใช้งานเชิงพาณิชย์แบบเต็มรูป
อ้าว !!! แล้วกองบิน 41 จะย้ายไปไหน ล่ะ ?
ที่มองไว้ มีสถานที่เหมาะๆ อีกตั้งสองแห่ง คือ
สนามบินเชียงรายเก่า VTCR และ
สนามบินลำปาง VTCL เลือกเอาเลย
การรักษาผลประโยชน์ของชาตินั้น ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งเคยผ่านสถาบันป้องกันราชอาณาจักร ย่อมตระหนักดี
การสร้างสนามบินต้องใช้งบประมาณสูง ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งานทางพาณิชย์ ทางทหาร
ประเทศไทยมีสนามบินอยู่เป็นจำนวนมาก บางแห่งสร้างมานาน แต่บางแห่งเพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ แต่กลับมีคุณค่าทางเศรษฐกิจน้อยมาก เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันการเดินอากาศในภูมิภาค สนามบินต่างๆ ควรจะได้รับการบริหารงาน อย่างเหมาะสม

การใช้สนามบินที่สอง เพิ่มศักยภาพของประเทศ
แนวความคิดเช่นนี้ ไม่ควรนำเอา สภาพภูมิประเทศ ของประเทศอื่นๆ อย่างสิงค์โปร์ และฮ่องกงมาใช้
เพราะสองประเทศนี้เป็นเกาะ มีพื้นที่จำกัด และเขามักจะนำเสนอแต่ด้านดีของการมีสนามบินหลักเพียงแห่งเดียว และสร้างเงื่อนไข ให้ประเทศอื่นๆ ต้องปฏิบัติตาม
การมีสอง ย่อม ดีกว่าหนึ่งอย่างแน่นอน
แต่การมีมากไป อย่างเช่นสนามบินร้างของไทย ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดี
ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ของไทย เห็นชัดเจนว่า สนามบินภูเก็ต คือ สนามบินที่สอง ที่มีศักยภาพมาก
สนามบินภูเก็ต ของเราถูกแอบตีท้ายครัวมาอย่างยาวนาน โดยมีสายการบินต่างชาติ บินตรงเข้ามาจากเมืองหลักของประเทศของตน เช่น สิงค์โปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง และอีกหลายประเทศในกลุ่มยุโรป
มุมมองของสายการบินแห่งชาติของไทย มิได้ให้ความของภูเก็ต เท่ากับ กรุงเทพฯ เที่ยวบินตรงจากภูเก็ต เพื่อไปโจมตีเมืองต่างๆของคู่แข่ง จึงแทบไม่มี การเดินทางเข้าออกประเทศไทย ส่วนใหญ่จึงต้องผ่านกรุงเทพฯ
ครั้นเมื่อสายการบิน ไทยแอร์เอเชียเกิดขึ้น
ไทยแอร์เอเชีย เปิดเส้นทาง ภูเก็ต สิงค์โปร์ ภูเก็ต เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้เดินทาง เป็นการดึงลูกค้ามาจาก หลายสายการบิน ที่เคยบินอยู่ก่อน
สายการบินไทยแอร์เอเชีย ค้นพบว่า
จังหวัดภูเก็ตถือเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวในฝันของนักเดินทางทั่วโลก
สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีความพร้อมเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อการบินในภูมิภาค ทำให้สายการบินไทยแอร์เอเชียเลือกเป็นฐานการบินที่ 2 และตั้งเป้าขยายเครือข่ายสู่เส้นทางบินใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ส่วนจังหวัดอุดรธานีเป็นศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่โดดเด่นด้วยวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์และแหล่งท่องเที่ยวเลื่องชื่อ ที่สำคัญสามารถเชื่อมต่อไปสู่อินโดจีนได้โดยสะดวก
คือ เดินทางผ่านจังหวัดหนองคายไปยังนครเวียงจันทน์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสามารถชื่นชมแหล่งวัฒนธรรมที่งดงามอีกส่วน
ไม่เพียงเท่านั้น
เมื่อสายการบินไทยแอร์เอเชีย กำหนดใช้จังหวัดภูเก็ต เป็นฐานการบินที่สอง เปิดประตูสู่อินโดจีน และอาเซียนอันได้แก่ โฮจิมินส์ จาการ์ต้าแล้ว ไทยแอร์เอเชียยังพบว่า
ภูเก็ต ยังสามารถเป็นฮับเชื่อมสนามบินในประเทศเข้าด้วยกันได้อีก
โดยเปิดเส้นทางบิน ภูเก็ต- อุดรธานี-ภูเก็ต
ชวนประชาชนชาวอีสานและชาวลาว มาสัมผัสมนต์เสน่ห์ท้องทะเลภูเก็ตภายใน 1 ชั่วโมง 40 นาที
และจะเพิ่มเส้นทางบิน ภูเก็ต-เชียงใหม่ -ภูเก็ต ในโอกาสต่อไป
ซึ่งการวางแผน การต่อสู้เช่นนี้ เราไม่เคยเห็นสายการบินแห่งชาติ หรือ สายการบินใดในประเทศกล้าทำมาก่อน และหากสนามบินใหม่ของเวียดนามสร้างเสร็จ ใครเลยจะรู้ว่า เส้นทางบินระหว่าง
อุดรกับโฮจิมินส์ จะเกิดขึ้นต่อมา

ทำให้อุดรฯ กลายเป็นฮับที่สำคัญของภูมิภาค ขึ้นมาได้ ในทันที

ใคร ??? จะกล้าคิดต่อไหมว่า เส้นทางบินภายในประเทศจาก
ภูเก็ต- เชียงราย จะเกิดขึ้นได้อีก ในโอกาสต่อไป !!!



มาเลเซียสร้างสนามบินใหม่แห่งที่สาม KLIA East

ไม่น่าเชื่อ ก็ต้องเชื่อ
ประเทศมาเลเซียละทิ้งสนามบินเก่าเซปัง ซึ่งอยู่ใกล้เมือง
แล้วมาสร้างใหม่ที่ ซูบัง ติดกับสนามแข่งรถ F1 ซึ่งอยู่ห่างเมืองออกไปไกลเกือบ 50 ก.ม.

แต่แล้วดำเนินการมาไม่ถึงสิบปี พร้อมกับการเติบโตของ Air Asia
กลับมีความคิดที่จะสร้าง สนามบินแห่งที่สามขึ้นมา KLIA East
เป็นสนามบิน ที่อยู่ใกล้กับกรุงกัลลาลัมเปอร์ เพียง 8.6 กิโลเมตร สิ่งใด ? อะไร ?
ทำให้นายโทนี่ เฟอร์นันเดส เจ้าของ สายการบินต้นทุนต่ำ Air Asia คิดเช่นนั้น?

ที่สำคัญ แนวคิดของเขาได้รับการขานรับจากรัฐบาล มาเลเซียด้วย
ไม่มีใครกล้าขัดขา
นายโทนี่ ได้ลงทุนสร้างสายการบินต้นทุนต่ำ อย่าง Air Asia ขึ้นมาก่อน
และพบต่อมาว่า หากมี ท่าอากาศยานของตนอยู่ในอาณัติ จะทำให้
ราคาค่าตั๋ว ต่ำลงได้อีก
แน่นอนว่า ย่อมไม่มีใครคัดค้าน
เพราะผลลัพท์ที่เกิดขึ้น ประชาชนชาวมาเลย์ และนักท่องเที่ยวทั่วโลก ได้รับโดยตรง
และโดยทางอ้อม นายโทนี่ ก็มีผลกำไรมากขึ้น ซึ่งก็มิใช่เรื่องที่ใครจะไปอิจฉาเขา
และยังทำให้ คนในวัยทำงาน มีทางเลือกในการทำงานมากขึ้น



มาเลเซียไม่สามารถหันหลังกลับไปใช้สนามบินซูบัง ได้อีกต่อไป
เพราะระบบสาธารณูปโภค ได้ถูกตัดขาดออกไปแล้ว
พื้นที่หลายส่วน ได้ดำเนินเป็นกิจการด้านอวกาศ ไปแล้ว
เมื่อสองปีก่อนนายโทนี่เพิ่งได้ลงทุน เกือบพันล้านบาท สร้างท่าอากาศยานราคาประหยัด Low Cost Terminal ภายในสนามบินซูบัง
แยกต่างหาก เป็นอิสระจาก ท่าอากาศยานหลัก
ผลจากการบริหารท่าอากาศยานราคาประหยัด และสายการบินต้นทุนต่ำ ควบคู่กันไป
ทำให้กิจการของAir Asia เติบโต จนหยุดไม่อยู่
กลายเป็นแบรด์ระดับโลก ภายในพริบตา
คนแบบนี้ ถ้าเกิดในเมืองไทย จะต้องถูกข้อหาไม่จงรัก และถูกขับไล่ออกนอกประเทศแน่นอน

ผลสำเร็จของ Low Cost Terminal ภายในสนามบินซูบัง
มีสภาพไม่ต่างงจาก สถานีขนส่งหมอชิตบ้านเรา
เพราะคราคร่ำ ไปด้วยนักเดินทาง และคนทำงาน
จนเกินพิกัด ที่จะรองรับ


นายโทนี่ จึงปิ้งไอเดีย คิดสร้าง สนามบินแห่งที่สามขึ้นมา
เป็นฐานบินรบ
ที่ทำให้ ไทย และสิงค์โปร์ ต้องแก้ กลศึก

คลิก
Please, Log in or Register to view URLs content!

สิงคโปร์ได้ แก้เกมไปแล้ว
แต่ไทย ยังแก้เกมการเมือง ที่ตัวเองมัดไว้ ยังไม่ได้

สนามบินใหม่สร้างบนเนื้อที่ 17,500 ไร่ บริเวณกลางรัฐ Labu รองรับผู้โดยสาร 30 ล้านคน
ดีกว่าสนามบินสุวรรณภูมิ ตรงที่ มี
ถนน และการเชื่อมโยงทางรถไฟฟ้า เข้าออกได้สะดวก
ที่สำคัญ เป็นการลงทุน 15,000 ล้านบาท จากภาคเอกชน ทุนส่วนตัวล้วนๆ
โดยที่รัฐไม่ต้องมาร่วมเสี่ยงใดๆ

แต่คนไทยกลับคิดไม่ได้ ทั้งๆที่ ผลประโยชน์เกิดขึ้นกับคนทั้งชาติ
คนไทยบางกลุ่มคิดแต่เพียงว่า
ถ้ากูไม่ได้ มึงก็ต้องไม่ได้
การปฏิวัติเดือน ก.ย.2549 จึงเกิดขึ้น

ฐานบินรบ KLIA East พร้อมจะเปิดใช้งานในอีกสองปีข้างหน้า 2012
เป็นเวลาเดียวกันกับ Long Thanh International Airport ของเวียดนาม
แต่ไทยเรา ยังคงเสพความสอพลอ ฉ้อราษฎร์บังหลวง ต่อไป อย่างไม่ลืมหูลืมตา

กรุงศรี หาคนดีไม่ได้......
สนามบินสุวรรณภูมิ จ้องเอาเปรียบ นักเดินทาง และคนทำงาน
สนามบินดอนเมืองถูกปล่อยทิ้งร้าง อย่างไร้ประโยชน์
ไทยเรายังสามารถ ที่จะหันหลังกลับไปใช้ สนามบินดอนเมืองได้อย่างเต็มที่กรุงศรี หาคนดีไม่ได้......
มันยากเย็นเหลือเกิน กับการคิดดี ทำดี ให้กับแผ่นดินนี้...ท้องฟ้าผืนนี้

การโจมตีสนามบิน
ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในช่วงต้นว่า ระหว่างสงครามเย็น สนามบินต่างๆในทางภาคตะวันออกของไทย ได้ถูกกำหนดให้เป็นเป้าหมายในการโจมตีของเรา ไว้หมดแล้ว แล้วมาดูกันต่อว่า
กองทัพมีวิธีทำลายสนามบินข้าศึกอย่างไร
การทำลายสนามบินข้าศึก สามารถตัดทอนกำลังข้าศึกได้ทั้งทางตรง และทางอ้อม
และเมื่อตัดสินใจโจมตีสนามบิน นั่นถือว่า เป็นการประกาศสงครามครั้งใหญ่ แบบซึ่งหน้า
เป็นการตัดสินใจทางทหารแบบไม่สามารถหันหลังกลับได้
เมื่อคิดจะกระทำ จึงต้องกระทำแบบให้สิ้นซาก ในคราวเดียว
สนามบินใดๆ ของข้าศึกที่มีความยาวมากกว่า 1 กิโลเมตร (1000เมตร=3300ฟุต)
ถูกลำดับ ให้มีคุณค่าทางทหาร ฝ่ายเราต้องเสาะหา ให้ได้ว่า
สนามบินความยาวขนาดนี้แอบซ่อนอยู่ที่ใดบ้าง
เพราะมันสามารถปรับเป็นเป็นแหล่งรวมพล คลังอาวุธ ได้ในเวลาอันรวดเร็ว


แต่โดยส่วนใหญ่สนามบินมักมีความยาวตั้งแต่
2 กิโลเมตร 3 กิโลเมตร จนถึง 4 กิโลเมตร ในปัจจุบัน โดยมี 2 หรือ 3 ทางวิ่งขนานกัน
เมื่อคิดจะทำลายมันให้สิ้นซาก จึงต้อง หั่นมันให้เหลือ ช่วงละไม่เกิน 1000 เมตร
ในแต่ละ 1000 เมตร ถูกคำนวณ ให้ใช้ระเบิดน้ำหนัก 1 ตัน
นี่เพียงแค่เป็นการหวังผล แบบ 100% โดยเชื่อว่า
นักบินทิ้งได้อย่างแม่นยำ
ระเบิดมีความแม่นยำสูง
แต่จากผลการฝึกและการรบในอดีต
นักบินแต่ละคนมีความสามารถต่างกัน
ระเบิดแต่ละชนิด มีค่าความผิด CEF ต่างกัน
ข้อจำกัดยังมีอีกหลายด้าน เช่น
สภาพอากาศ
การต่อต้านของข้าศึก
ซึ่งล้วนทำให้ ค่าความแม่นยำลดลง
อีกทั้ง ระเบิดน้ำหนัก 1 ตัน เครื่องบินลำเดียวไม่สามารถบรรทุกระเบิดไปได้ ทั้งหมด
เพียงแค่สนามบินความยาว 1001 เมตร อาจจำเป็นต้องใช้เครื่องบินถึง 2 ลำ

ดังนั้น เมื่อเพื่อนบ้านสร้างสนามบินเพิ่มมากขึ้น
บางแห่งมีความยาวถึง 4 กิโลเมตร จำนวน 3 ทางวิ่ง รวมความยาว 12000 เมตร
จะต้องใช้น้ำหนักระเบิดจำนวนกี่ตัน เพื่อทำลายทางวิ่ง ผิวสนามบินนั้นให้สิ้นซาก
และเพื่อต้องการมิให้สนามบินนั้นได้รับการซ่อมแซมแบบ RRR (Rapid Runway Repair)
กองทัพต้องนำระเบิดแบบ Cluster Bomb ไปทิ้งซ้ำอีกเที่ยวหนึ่ง
ระเบิดแบบนี้ จะมีลูกระเบิดขนาดเล็กจำนวนมาก (202ลูก) ตั้งเวลาให้ระเบิดต่างกัน
เพื่อมิให้ ทหารช่างเข้ามาซ่อมสนามบินได้

แต่มันเป็นความลับของทางราชการ
ที่ไม่อาจบอกได้ว่า กองทัพอากาศของเรา เตรียมสำรองลูกระเบิด
ไว้เพียงพอกับเป้าหมายที่ยาวขึ้น เรื่อยๆ ....อย่างไร​
 

Attachments

skypig

Administrator
รันเวย์แห่งที่ 3 ของสนามบินเซปังมาเลเซีย

แอร์เอเซีย ได้รับอนุมัติให้สร้าง สนามบิน และอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่
ขื้นในบริเวณสนามบิน เซปัง wmkk
ขณะที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง
 

Attachments

skypig

Administrator
มันจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งแรกในอาเซียนที่มี
3 ทางวิ่ง ขนานกัน
 


Flag Counter

กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see
Top