What's new
  • ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ไทยซีร้อยสามสิบครับ, หากท่านพบปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ของเรา
    หรือต้องการเสนอแนะประการใดสามารถโพสแจ้งได้ที่ ฟอรั่ม: Contact us/help info ,ขอบคุณครับ.
    แจ้งข่าวสารการอับเดทฟอรั่ม Thaic-130


    Live support: SKYPIG / Lt.Col.Tirapong Kongsomrit, e-mail: kongsomrit@yahoo.com
    กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
    Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see

ตัวเลือกที่มิใช่ Boeing และ Airbus

skypig

Administrator
ตัวเลือกที่มิใช่ Boeing และ Airbus




.........แม้ว่าสถานการณ์ทั่วไปของเศรษฐกิจระดับโลกยังคงอยู่ในภาวะคลุมเครือ แต่การเติบโตในทางฝั่งโลกตะวันออกคือ จีนและอาเซียน กลับมีผลเชิงบวก ซึ่งดรรชนีชี้วัดที่สำคัญคือ
การเติบโตของการเดินทางทางอากาศ
มองให้ชัดเจนลงไปกว่านั้นมันคือ

การเดินทางด้วยเครื่องบินโดยสารระยะใกล้ ใช้เวลาเดินทาง1-3 ช.ม. และเครื่องบินที่ตอบสนองระยะทางและจำนวนนักเดินทางในภาวะดังกล่าวคือเครื่องบินในตระกูล

A320 และ B737 (Narrow body)
ซึ่งทั้งสองสามารถรองรับผู้โดยสารระหว่าง120-180 ที่นั่ง​

..........ความต้องการการเดินทางในระยะทางเช่นนั้น ยังสะท้อนได้จากยอดสั่งจองเครื่องบินขนาดไม่เกิน 200 ที่นั่งสูงขึ้นนับจำนวนหลายพันลำ ที่ถูกส่งไปยังบริษัท Airbus และ Boeing เพียงสองแห่งเท่านั้น ทำให้ระยะเวลาการส่งมอบให้ทันตามกำหนดยืดยาวออกไปนับสิบปี ในต้นปี2012 กำลังความสามารถในการผลิตเครื่องบินของทั้งสองบริษัทนั้นใกล้เคียงกันคือราว

35-40 ลำต่อเดือน รวมแล้วไม่เกิน 80 ลำต่อเดือน
หรือราว 960 ลำต่อปี

.......ด้วยยอดส่งมอบที่ยังคงค้างอยู่กว่า 5000 ลำ(Airbus 3345 ลำ + Boeing 2365 ลำ) ย่อมต้องใช้เวลากว่า 5 ปีในการผลิตจนถึงวันส่งมอบ และเมื่อถึง ณ เวลานั้น ตลาดก็อาจจะวายไปแล้วก็ได้ ภาวะเศรษฐกิจของโลกย่อมเปลี่นแปลงไปอย่างยากที่จะคาดเดา

...แต่ใช่ว่าในอุตสาหกรรมการบินนั้นมีเพียง Airbus และ Boeing. เท่านั้น ยังมีอีกหลายประเทศที่มีความสามารถในการผลิตเครื่องบิน อีกหลายประเทศ ยักษ์หลับที่สำคัญคือ รัสเซีย ซึ่งเคยและยังคงมีศักยภาพในการผลิตเครื่องบินไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ายุโรปและอเมริกา นอกจากนี้แล้วยังมีประเทศในทวีปอเมริกาใต้เช่นบราซิล และแคนาดา ได้สะสมศักยภาพในการผลิตเครื่องบินขนาดดังกล่าวอย่างน่าจับตามอง โดยที่ไม่อาจมองข้ามจีนไปได้เลย

...แต่ต้องยอมรับว่าศูนย์กลางการผลิตเครื่องบินของโลกมีเพียงสองแห่งคือสหรัฐฯและยุโรป

.........ฉากหน้าคือ Airbus และ Boeing เป็นตัวละครเอกกับผู้ร้ายที่ต่อสู้กัน หลังม่านมีกลุ่มอุตสาหกรรม SME รับช่วงต่อ ซึ่งต่างประสานสามัคคีกันดี เพราะสามารถประสานผลประโยชน์ได้อย่างลงตัว ชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องบินหลักของค่าย Airbus.หลายรายการถูก SME ในอเมริกาสร้างขึ้น แล้วส่งไปประกอบในยุโรปกลายเป็นเครื่องบิน Airbus

......ชิ้นส่วนของเครื่องบิน Boeing จำนวนไม่น้อยถูกสร้างโดย SME ในญี่ปุ่น แล้วส่งไปประกอบเป็นเครื่องบิน. Boeing
...การผลิตเครื่องบิน ต่างจากการทำขนมครก อย่างมากมายในด้านเงินลงทุน แต่เหมือนกันในด้านคุรภาพ การผลิตเครื่องบินต้องมีการควบคุมการผลิตทุกขั้นตอน ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างที่สุด การจะเพิ่มกำลังการผลิตจะไม่สามารถกระทำได้อย่างทันถ่วงที เฉกเช่นการทำขนม สายพานการผลิตย่อมมี SME ซับพลายเออร์มารับช่วงต่อ
..... แต่เดิมในช่วงก่อนปี 2000 ยอดการผลิตเครื่องบินโดยสารขนาดนี้ มียอดต่ำกว่า 30 ลำต่อเดือน แต่จากความต้องการที่สูงขึ้นหลังปี 2001 ทำให้สองบริษัทต้องขยายกำลังการผลิต เพื่อรองรับสายการบินใหม่ และเครื่องบินเก่าที่มีค่าใช้จ่ายในการบินสูง

......ด้วยข้อจำกัดของการผลิตและการจัดหาเครื่องบินเข้าให้บริการ. สายการบินใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นกิจการ มักจะเริ่มต้นจากการนำเครื่องบินเก่าเข้ามาให้บริการ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีราคาค่าตัวต่ำกว่าเครื่องบินใหม่ แต่กลับสร้างปัญหาให้แก่เจ้าของสายการบินและนักเดินทางมากกว่าเครื่องบินใหม่ เพราะปัญหาระบบทางเทคนิคชำรุด ทำให้ออกเดินทางไม่ตรงเวลา และค่าใช้จ่ายในการซ่อมและการบินสูงมาก สูงกว่าเครื่องบินใหม่อย่างเทียบกันไม่ได้
......สายการบินที่มองการณ์ไกลอย่างสิงคโปร์แอร์ไลน์ และแอร์เอเชียจำกัดอายุการใช้งานเครื่องบินของตนไว้ไม่เกิน 10 ปี
.....สิงคโปร์แอร์ไลน์ เป็นตัวอย่างในการเทินร์เครื่องบินเก่าที่มีอายุการใช้งานเพียง7ปีออกจากการให้บริการ อย่างรวดเร็ว
Air Asia ได้นำ Boeing B373 รุ่นเก่าเข้ามาดำเนินการในช่วงแรกของการเปิดกิจการ แต่ไหวตัวทัน เมื่อเข้าใจในธรรมชาติการดำเนินธุรกิจการบิน จึงหันมาสั่งเครื่องบินป้ายแดงจากAirbus เข้ามาในฝูงบินของตน เดินตามอย่างสิงคโปร์แอร์ไลน์ อย่างยากที่ใครจะคาดคิด
.....Air Asia มองไกลไปกว่านั้น นอกจากจะสั่งเครื่องบินให้มีจำนวนเพียงพอกับการใช้งานเท่านั้น แต่กลับสั่งจองด้วยจำนวนยอดที่สูงมาก จนน่าตกใจ คือกว่า 500 ลำ Air Asia มิได้จะนำทั้ง 500 ลำเข้าบริการพร้อมกันในคราวเดียว แต่ ได้วางแผนสองขั้น คือ จะนำA320ลำที่ 251 มาแทนที่ ลำที่1 ในเวลาไม่ถึงสิบปีของการให้บริการ ซึ่งจะทำให้ อายุของเครื่องบินน้อยกว่าสิบปีเสมอ
......ผลพลอยได้สำคัญจากการสั่งจองจำนวนมาก ย่อมทำให้ราคาต่อหน่วยต่ำลง แต่จุดสำคัญอีกต่อหนึ่งคือ เป็นการตัดขาคู่แข่ง เพื่อมิให้มีแหล่งจัดหาเครื่องบินได้ง่ายๆ เพียงแค่ขายใบจองก็สร้างกำไรได้อย่างงามแล้ว ทางออกของสายการบินเกิดใหม่ จึงจำต้องหันไปหาเครื่องบินจาก Boeing ซึ่งมักมีราคาสูงกว่า และต้องรอคอยเวลาในการส่งมอบนานไม่ต่างกัน
......ทางออกของสายการบินเกิดใหม่ มีทางเลือกน้อยลง หากไม่หันไปใช้เครื่องบินอื่นๆที่มิใช่ Airbus และ Boeing อาทิเช่น จากรัสเซีย หรือบราซิล
.......สองประเทศนี้มีพื้นฐานอุตสาหกรรมทางการผลิตเครื่องบินมาอย่างยาวนาน ทั้งเครื่องบินทางทหารและพลเรือน แต่ด้วยความสามารถในการทำตลาด ความเชื่อถือ จึงจำกัดอยู่ในวงแคบๆ ด้วย ยอดการผลิตที่ไม่สูงนัก แต่ความต้องการเครื่องบินขนาดไม่เกิน 200 ที่นั่ง ระยะเดินทาง1-3 ชั่วโมง มีสูงมาก ทำให้รัสเซีย บราซิล หรือแม้แต่จีน ได้หันมาปรับปรุงเครื่องบินของตน เพื่อหวังส่วนแบ่งจากความต้องการที่สูงขึ้น



รัสเซียได้พัฒนาเครื่องบิน Sukhoi Superjet 100 ขึ้นแล้ว
บราซิล ได้พัฒนาเครื่องบิน Embraer ขึ้นแล้ว
แคนาดากำลังพัฒนาเครื่องบิน Bombardier C –Series เข้าแข่งขัน
จีนกำลังพัฒนาเครื่องบิน Comac C919 อย่างใจจดใจจ่อ​


.......การนำเครื่องบิน CS300 ERJ190 และSSJ100 มาเปรียบเทียบกับเครื่องบิน A320 และ B737 ซึ่งมีจำนวนที่นั่งมากกว่าได้นั้น เนื่องจาก ในทางปฏิบัติระหว่างการเข้าให้บริการ จำนวนจำนวนผู้โดยสารมักจะไม่เต็มลำ ที่นั่งมักจะเหลือว่างอยู่ 25% ซึ่งช่องว่างนี้เป็นโอกาสให้เครื่องบินขนาดย่อมกว่า สามารถแข่งขันกันเครื่องบินขนาดใหญ่กว่าได้ ในราคาค่าตัวและค่าปฏิบัติการบินที่ต่ำกว่า อย่างไม่เสียเปรียบ


.........ข้อเสียเปรียบประการสำคัญของเครื่องบินรุ่นใหม่ คือ ความเชื่อถือในด้านความปลอดภัยซึ่งคู่แข่งมักตั้งเป็นข้อสงสัย ให้เกิดความเคลือบแคลงใจต่อสาธารณชน ซึ่งจะมาเป็นผู้ใช้บริการต่อไป แต่ข้อสงสัยในเรื่องนี้ทั้ง Airbus และ Boeing ต่างเคยเผชิญมาก่อนแล้วทั้งนั้น ในช่วงที่เครื่องบินรุ่นใหม่ของตนกำลังจะนำเข้าประจำการ

เครื่องบินBoeing B737 ในช่วงแรกประสบปัญหาการควบคุมหางเสือ
เครื่องบินAirbus A320 นำระบบ Fly By Wire มาใช้​

ทั้งสองต้องใช้เวลานานนับสิบปีในการสร้างความเชื่อถือด้านความปลอดภัย

.......การจะนำเหตุผลมาหักล้างข้อสงสัยในด้านความปลอดภัย จำต้องมองย้อนหลังไปยังพื้นเพการก่อตั้งบริษัทสร้างเครื่องบินหน้าใหม่เหล่านี้ ซึ่งพบว่ามีความน่าเชื่อถือมิยิ่งหย่อนไปกว่า Airbus และ Boeing เพราะแท้ที่จริงแล้วประเทศเหล่านี้ มิใช่หน้าใหม่ในวงการ ต่างมีประสบการณ์การสร้างเครื่องบินมากว่าค่อนศตวรรษ หนำซ้ำบริษัท Suppliers ที่รับช่วงต่อ


Aircraft Main System Suppliers:​

Avionics – THALES

Control systems – LIEBHERR

Environmental control system – LIEBHERR

Landing gear – MESSIER DOWTY

Fuel System – INTERTECHNIQUE (ZODIAC)

Interior – B/E AEROSPACE

Fire protection system – AUTRONICS (CURTISS WRIGHT)

Oxygen system – B/E AEROSPACE

APU – HONEYWELL

Crew seats – IPECO

Hydraulic system – PARKER

Electrical system – HAMILTON SUNDSTRAND

Engine vibration sensors – VIBRO-METER

Wheels, brakes - GOODRICH



เป็นบริษัทเดียวกับที่ผลิตให้ยักษ์ใหญ่ทั้งสอง​


..........ความจำเป็นที่สายการบินใหม่ ต้องจัดหาเครื่องบินที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ คงต้องมองไปที่เครื่องบินใหม่จากแหล่งอื่นนอกเหนือจาก Airbus และ Boeing ซึ่งย่อมจะเหมาะสมกว่าการนำเครื่องบินเก่าเข้าให้บริการ
 

Attachments

skypig

Administrator
จั่วหัวเรื่องนี้ไว้ไม่กี่วัน เพื่อจะเขียนเรื่อง SSJ-100 SUKHOI เพิ่มในเดือน พฤษาคม 2555
แต่เครื่องบินลำนี้ กลับต้องมาประสบอุบัติเหตุ อย่างรุนแรง
ตกเสียก่อน สถานที่เกิดเหตุ ในประเทศอินโดนีเซีย นี่เอง

Please, Log in or Register to view URLs content!


ติดตามอ่านรายละเอียด ได้ที่นี่ เร็วๆนี้
 


Flag Counter

กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see
Top