What's new
  • ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ไทยซีร้อยสามสิบครับ, หากท่านพบปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ของเรา
    หรือต้องการเสนอแนะประการใดสามารถโพสแจ้งได้ที่ ฟอรั่ม: Contact us/help info ,ขอบคุณครับ.
    แจ้งข่าวสารการอับเดทฟอรั่ม Thaic-130


    Live support: SKYPIG / Lt.Col.Tirapong Kongsomrit, e-mail: kongsomrit@yahoo.com
    กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
    Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see

ถังนำมันของ c-130

skypig

Administrator
ถังนำมันของ C-130
[12 กุมภาพันธ์ 2553 08:26 น.] จำนวนผู้เข้าชม 2060 คน
ถังน้ำมันของเครื่องบิน C-130



เครื่องบิน C-130 ในรุ่นแรก คือ C-130A และ C-130B มีเพียงเฉพาะถังน้ำมันภายในปีกเท่านั้น
ยังไม่ได้รับการติดตั้งถังน้ำมันภายนอก

ต่อมา C-130A และ C-130B บางลำ ได้รับการติดตั้งถังน้ำมันภายนอก ไว้ที่ตำแหน่ง ด้านนอกของเครื่องยนต์


รุ่นต่อมา C-130E และC-130H เมื่อเครื่องยนต์มีกำลังสูงขึ้น จึงได้ติดตั้งถังน้ำมันภายนอก ไว้เป็นมาตราฐาน

ตำแหน่งการติดตั้ง ถังน้ำมันภายนอก มีลักษณะแตกต่างกันออกไป จะเห็นว่าส่วนใหญ่ติดตั้งไว้ระหว่างเครื่องยนต์

KC-130J ที่มองเห็นเป็นกะเปราะ มีรูปร่างคล้ายถังน้ำมันภายนอก เป็นอุปกรณ์เพื่อเติมน้ำมันให้แก่เครื่องบิน และเฮลิคอปเตอร์ แบบ Probe
สูงสุดคืนสู่สามัญ เครื่องบินC-130J รุ่นใหม่ มีความประหยัดมากกว่า ลำพังระบบน้ำมันภายในลำตัวเพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจทั่วไป จึงไม่จำเป็นต้องติดตั้งถีงนำมันภายนอกลำตัว เพราะการติดตั้งถังนำมันภายนอกลำตัว จะก่อให้เกิดเป็นแรงต้าน และทำให้เครื่องยนต์มีอัตราการใช้น้ำมันสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น

ระบบน้ำมันของเครื่องบิน C-130
เครื่องบิน C-130 ในรุ่นที่มีพื้นฐานมาจาก C-130E และ C-130H ที่ใช้ในภารกิจลำเลียงทางอากาศ มีถังน้ำมันถังภายในและภายนอกลำตัวรวม รวม 8 ถัง ซึ่งถังน้ำมันภายใน ซ่อนอยู่ในปีกด้านละ 2 ถัง(ถังด้านใน และถังด้านนอก) บริเวณโคนปีกได้ติดตั้งถังน้ำมันเสริม(Auxiliary) ซึ่งผลิตจากยางสังเคราะห์ไว้อีกสองถัง และบริเวณใต้ปีกได้ติดตั้งถังน้ำมันภายนอก(External) ไว้อีกด้านละ1ถัง ซึ่งถังน้ำมันแบบไม่สามารถสลัดทิ้งได้ในอากาศ รวม 8 ถังความจุทั้งหมด 60,000 ปอนด์หรือประมาณ 21328 ลิตร มีอัตราการใช้นำมันประมาณ 4400 ปอนด์ต่อชั่วโมง ทำให้บินได้นาน 12 ชั่วโมง และหากต้องการบินให้นานยิ่งขึ้น ต้องดับเครื่องยนต์หนึ่งเครื่อง เพื่อลดอัตราการใช้นำมันลง ระยะทางข้ามทวีป 2400 NM จากกรุงเทพถึงเมือง Darwin ประเทศออสเตรเลีย เครื่องบิน C-130 ของเราเคยบินตรงมาแล้ว เมื่อ ปี 2536 โดยใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง
ประโยชน์โดยตรงของการมีน้ำมัน ในขณะที่เครื่องบินลอยอยู่ในอากาศคือ การเพิ่มรัศมีและระยะเวลาในการบิน แต่น้ำมันในถังถังมีประโยชน์อื่นๆ แฝงไว้อีก คือเป็นตุ้มน้ำหนัก ป้องกันมิให้ปีกเครื่องบินโค้งงอ(Bending) และป้องกันมิให้ปลายปีกกระพือ(Buffet) เป็นการรักษาโครงสร้างของปีกไว้มิให้ล้าตัวก่อนกำหนด ในทางเทคนิคน้ำมันบางส่วนยังถูกน้ำไปใช้ เพื่อไประบายความร้อนของน้ำมันหล่อลื่น ดังนั้นในระหว่างการบิน จึงต้องรักษาปริมาณน้ำมันไว้ให้สมมาตร ตลอดเวลา

ลำดับการใช้น้ำมันจากถังต่างๆของเครื่องบิน C-130 จะเริ่มใช้น้ำมันจากถังน้ำมันภายนอกก่อน จากนั้นจึงจะไปใช้ถังน้ำมันเสริม แล้วจึงไปใช้ถังด้านใน และถังด้านนอกพร้อมๆกัน ยกเว้นขณะวิ่งขึ้นหรือร่อนลงสนาม น้ำมันจากถังด้านใน และถังด้านนอก จะถูกส่งตรงเข้าเครื่องยนต์โดยตรง

ครั้นเมื่อปริมาณน้ำมันในถังหมดถูกใช้ไป ภายในถังจะเกิดเป็นไอน้ำมัน ซึ่งจะเกิดเป็นอันตรายอย่างมาก หากถูกยิง เพราะไอน้ำมันพร้อมที่จะจุดตัวลุกเป็นไฟ และระเบิดขึ้น ดังนั้นเพื่อขจัดไอน้ำมันไม่ให้เกิดขึ้น เครื่องบิน C-130 ของ ทอ.สหรัฐฯ จึงได้นำฟองน้ำ(Foam) ไปใส่ไว้ในถัง เมื่อเติมน้ำมันเข้าไป น้ำมันจะซึมแทรกตัวอยู่ในฟองน้ำ เมื่อน้ำมันถูกใช้หมดไป จะไม่มีช่องว่างให้เกิดไอน้ำมัน แต่วิธีนี้ จะทำให้ปริมาตรความจุของถังน้ำมันลดลงราว 1% และอีกวิธีหนึ่งคือการฉีดก๊าซเฉื่อย เข้าไปแทนที่
เครื่องบิน KC-130 จะได้รับการติดตั้งถังน้ำมัน ซึ่งทำด้วยโลหะสแตนเลสส์ ขนาด 3,600 แกลลอน ไว้ในระวางบรรทุก ซึ่งสามารถถอดออกได้เพื่อให้ยังคงความสามารถในการลำเลียงทางยุทธวิธีไว้ ด้วยลักษณะเช่นนี้ ทำให้เครื่องบิน KC-130 สามารถที่จะเติมน้ำมันให้กับยานรบใด ๆก็ได้ โดยบินไปลงในบนถนน แล้วใช้การถ่ายเทน้ำมันจากถังภายในลำตัวไปให้ เครื่องบิน หรือ รถถัง ที่กำลังปฏิบัติการในพื้นที่ห่างไกลได้
 

Attachments



Flag Counter

กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see
Top