What's new
  • ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ไทยซีร้อยสามสิบครับ, หากท่านพบปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ของเรา
    หรือต้องการเสนอแนะประการใดสามารถโพสแจ้งได้ที่ ฟอรั่ม: Contact us/help info ,ขอบคุณครับ.
    แจ้งข่าวสารการอับเดทฟอรั่ม Thaic-130


    Live support: SKYPIG / Lt.Col.Tirapong Kongsomrit, e-mail: kongsomrit@yahoo.com
กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see

วัสดุคอมโพสิต

skypig

Administrator
วัสดุคอมโพสิต
[23 กุมภาพันธ์ 2551 11:28 น.] จำนวนผู้เข้าชม 3572 คน จากโฮมเพลเดิม


พัฒนาการของ
Composites Material

มนุษย์รู้จักและใช้ประโยชน์จากเหล็กมานับพันปี แต่เพิ่งจะมาใช้ประโยชน์จากอะลูมิเนียมในช่วงเพียงร้อยปีของวงการบิน เริ่มแรกมีการสร้างเครื่องบินเราใช้ไม้และผ้าใบเป็นวัตถุดิบ เพียงไม่กี่ปีต่อมา โลหะอะลูมิเนียมได้ถูกนำมาใช้แทนอย่างกว้างขวาง อาจจะกล่าวได้ว่า อะลูมิเนียมคือโลหะแห่งวงการบิน เป็นโลหะที่มีความเบา ขึ้นรูปได้ง่าย ซ่อมแซมง่าย ทนต่อการกัดกร่อน นำกลับไปรีไซเคิลได้อย่างไม่จำกัด คุณสมบัติที่ดีเหล่านี้กำลังถูกแทนที่ ด้วยวัสดุชนิดใหม่
นับเป็นเวลาหลายสิบปีที่นักออกแบบเครื่องบินไม่สามารถทำความฝันให้เป็นจริงได้ เพราะเครื่องบินหลายแบบที่คิดค้นไว้ ไม่อาจหาวัสดุที่มีความแข็งแรงพอมาใช้ในการสร้าง แต่แล้วนักวัสดุศาสตร์ก็สามารถเชื่อมต่อความฝัน ความตั้งใจของนักออกแบบเครื่องบินและวิศวกรการบินได้ เมื่อมีการคิดค้นวัสดุ”คอมโพสิตส์” ขึ้นมา

วัสดุ”คอมโพสิตส์” (Composites) แปลตามรากศัพท์ที่นำมาจากภาษาอังกฤษ หมายถึงวัสดุชนิดใหม่ที่ประกอบขึ้นด้วยวัสดุตั้งแต่สองชนิดขึ้นไป วัสดุที่นำมาประกอบกันนั้น มิใช่ผสมกันแบบกวนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว
แต่นำวัตถุดิบที่เป็นเส้นใยมาถักทอให้เป็นผืนผ้า แล้วมาวางเรียงซ้อนทับกัน คล้ายขนมชั้น จากนั้นทำขึ้นรูปให้เป็นชิ้นส่วนตามต้องการ
วัสดุสองชนิดที่นำมาประกอบกัน ชนิดหนึ่งเรียกว่า วัสดุหลัก (Matrix) มีคุณสมบัติเป็นกาวจับยึดวัสดุอื่นให้คงรูป และอีกชนิดหนึ่งคือ วัสดุเสริมความแข็ง (Reinforcement) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและแข็งแกร่งในรูปของเส้นใย (Fiber)
วัสดุคอมโพสิตส์จัดแบ่งตามวัสดุหลักมี 3 ชนิด ที่รู้จักกันดีในรูปพลาสติกชนิดต่างๆ ได้แก่ epoxy,bismaleimide,polyimide เป็นต้น

วัสดุหลัก
1.Polymer Matrix Composites (PMC) เป็นวัสดุคอมโพสิตส์ที่ใช้งานกันแพร่หลายในชีวิตประจำวัน

2.Metal Matrix Composites (MMC) เป็นวัสดุคอมโพสิตส์ที่ใช้โลหะเป็นวัสดุหลัก เช่นอะลูมิเนียม นำมาใช้งานมากขึ้นในวงการรถยนต์แข่ง และชิ้นส่วนเครื่องบิน

3.Ceramic Matrix Composites (CMC) เป็นวัสดุคอมโพสิตส์ที่ใช้เซรามิคเป็นวัสดุหลัก สามารถทนความร้อนได้สูงมาก นำไปใช้ผลิตเป็น Turbine Fan Blades

Thermoplastic พลาสติกประเภทนี้ สามารถนำมาหลอมเหลวและขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ต่างๆได้ เมื่ออุณหภูมิสูงพลาสติกจะหลอมตัว และเมื่ออุณหภูมิเย็นพลาสติกจะแข็งตัวเป็นรูปภัณฑ์ต่างๆ ตามแบบแม่พิมพ์ อาจรวมถึงโพลีเอทิลีน โพลีโพรไพลีน โพลีสไตร์รีน ไนล่อนและอื่นๆ
Thermo Setting เทอร์โมเซ็ท พลาสติกประเภทนี้จัดว่าเป็นประเภทที่ไม่สามารถละลายหรือหลอมเหลวได้อีกจากความร้อน พลาสติกประเภทนี้จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีขึ้นเพื่อทำให้ของเหลวนั้นกลายเป็นของแข็ง เช่น อีพอกซี่ เมลามีน และซิลิโคน เป็นต้น

วัสดุเสริมความแข็งแรง
วัสดุที่นำมาเสริมความแข็งแรงของโครงสร้าง คือเส้นใยไฟเบอร์ชนิดต่างๆ ได้แก่ Glass fiber, Boron fiber, Carbon fiber และ Kavlar
การพัฒนาการของวัสดุคอมโพสิตส์
มนุษย์รู้จักการใช้ประโยชน์ จากการผสมร่วมกันของวัสดุสองชนิดมานาน ตามหลักฐานพบว่า ได้มีการนำเอาฟางหญ้า ฟางข้าว มาผสมกับดินโคลน เพื่อก่อสร้างเป็นกำแพง คอนกรีตเสริมเหล็กนับเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของวัสดุคอมโพสิตส์ แต่ข้อจำกัดของวัสดุคอมโพสิตส์ในวงการบินคือ ต้องมีน้ำหนักเบามาก แตกต่างจากการใช้งานบนพื้น น้ำหนักและรูปร่างของเครื่องบินมีผลโดยตรงต่ออัตราการใช้น้ำมัน
วัสดุคอมโพสิตส์ กำลังจะก้าวเข้ามาแทนที่โลหะอลูมิเนียม ที่นำมาใช้ผลิตเครื่องบินนับเป็นเวลากว่า 80 ปีมาแล้ว วัสดุคอมโพสิตส์เริ่มถูกนำมาใช้ผลิตเครื่องบินตั้งแต่ปี ค.ศ.1950 ในสัดส่วนเพียง 2% ของเครื่องบินทั้งลำ ยี่สิบปีต่อมาเครื่องบินขับไล่ F-14 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ เป็นเครื่องบินรบลำแรกที่ได้นำ Boron fiber มาผลิตเป็นแพนหางระดับ (Horizontal stabilizers) ต่อมาในปี 1980 เครื่องบิน AV-8B “Harrier” มีส่วนประกอบเป็นวัสดุคอมโพสิตส์ถึง 25% เมื่อวิศวกรและนักบินมีความมั่นใจในคุณสมบัติของวัสดุชนิดนี้ในวงการทหาร จึงได้นำมาใช้ในวงการบินพาณิชย์ เครื่องบิน Boeing 777 ที่สร้างในปี ค.ศ.1995 มีส่วนประกอบเป็นวัสดุคอมโพสิตส์ถึง10% เครื่องบินรบรุ่นใหม่ F-22 โครงสร้างประกอบไปด้วยวัสดุคอมโพสิตส์มากกว่า 30% ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบเครื่องบินรบคาดการณ์ว่า ในอนาคตอันใกล้เครื่องบินทหารจะใช้วัสดุคอมโพสิตส์ในการสร้างถึงกว่า 70%
ข้อได้เปรียบของวัสดุคอมโพสิตส์เมื่อเปรียบเทียบกับโลหะอะลูมิเนียมคือ แข็งแรงกว่าในขณะที่น้ำหนักเบากว่า สามารถขึ้นรูปให้เป็นชิ้นส่วนต่างๆได้โดยง่าย และพื้นผิวของชิ้นส่วนจะราบเรียบไร้รอยหมุด ไร้รอยเชื่อมต่อ เมื่อแรกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมการบินมักนำมาสร้างเป็นชิ้นส่วนที่มีความโค้งเว้า หรือชิ้นส่วนที่ต้องเคลื่อนไหว (Flight Control และ ประตู) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนขนาดไม่ใหญ่มากนัก ต่อมาได้นำมาสร้างเป็นเครื่องบินขนาดเล็กได้ทั้งลำ เช่น เครื่องบิน Fan Trainer เครื่องบินที่ผลิตขึ้นด้วยวัสดุคอมโพสิตส์ทั้งลำ มักจะดึงดูดใจผู้ชมตามงานแสดงเครื่องบินอยู่เสมอ เพราะรูปทรงที่กลมกลืน ไม่ว่าจะเป็นความโค้งมนหรือเหลี่ยมสัน วัสดุคอมโพสิตส์สามารถถูกทำให้เป็นรูปทรงต่างๆได้ตามต้องการ ชิ้นงานมีผืนผิวเรียบสนิท ไร้รอยต่อ
การผลิตชิ้นส่วนต่างๆด้วยวัสดุคอมโพสิตส์ สามารถทำเองได้ที่บ้านโดยไม่ยุ่งยากมากนัก เครื่องจักสานพื้นบ้านของไทยที่นำไม้ไผ่มาจักตอก แล้วสานเป็นเครื่องใช้ เช่น กระด้ง กระบุ้ง ตะกร้า เป็นของใช้พื้นบ้าน เมื่อนำชันมาทาแล้วปล่อยให้แห้ง สามารถนำมาเป็นภาชนะเก็บน้ำได้ เป็นตัวอย่างหนึ่งของวัสดุคอมโพสิตส์

วิธีการทำวัสดุประสาน (เอกสารวิจัยส่วนบุคคล เรื่อง “วัสดุเสริมแรงใช้ในการสร้างเครื่องบิน “โดย น.ต.สมศักดิ์ นะวิโรจน์ รร.สธ.ทอ. ร.33/2532 กองทัพอากาศ กรุงเทพมหานคร)
1.วิธีการผลิตด้วยมือ การทำชิ้นส่วนตัวถังด้วยวัสดุคอมโพสิตส์(พลาสติกเสริมแรง)ในยุคเริ่มแรก เช่น การผลิตเรือลำเล็กๆ หรือหลังคารถกระบะ ต้องอาศัยการลงมือลงแรงทำ จึงจะได้ชิ้นงานออกมาเป็นผลน่าพอใจ วิธีนี้เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายมานานแล้ว เหมาะกับชิ้นงานจำนวนไม่มากนัก โดยนำเส้นใยมาวางในแม่พิมพ์แล้วเคลือบด้วยพลาสติกเรซิ่น (เทอร์โมเซ็ทติ้ง) ผลจากการเกิดปฏิกิริยาทางเคมี จะทำให้เรซิ่นแข็งตัวและยึดเกาะกับเส้นใยแก้ว เมื่อชิ้นงานแข็งตัวได้ที่แล้วจะถูกแกะออกจากแม่พิมพ์ นำมาตกแต่งให้มีขอบและสวยงามยิ่งขึ้น การผลิตด้วนวิธีนี้ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ราคาถูกที่สุด แต่ต้องใช้ช่างที่มีฝีมือจึงจะสามารถควบคุมคุณภาพได้อย่างสม่ำเสมอ

2.วิธีการพ่น วิธีนี้พัฒนาขึ้นจากการผลิตด้วยมือเล็กน้อย สามารถผลิตชิ้นงานได้มีคุณภาพในปริมาณมากขึ้น วิธีนี้คล้ายกับการผลิตด้วยมือ ในขณะที่เส้นใยถูกพ่นออกลงบนแม่พิมพ์ เรซิ่นก็จะถูกพ่นออกมาพร้อมกันและเคลือบลงบนแม่พิมพ์นั้นเอง วิธีสามารถผลิตชิ้นงานที่มีรูกร่างสลับซับซ้อนได้มากกว่าการผลิตด้วยมือ ในขณะที่เรซิ่นถูกพ่นออกไปจะต้องใช้สารเร่งปฏิกิริยาควบคู่กันไปด้วย หลังจากที่เส้นใยและเรซิ่นผสมกันอยู่ในแม่พิมพ์ จะต้องนำลูกกลิ้งมาไล่ฟองอากาศออก เพื่อทำให้เส้นใยผนึกตัวกันแน่น ปล่อยทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง แล้วจึงสามารถแกะชิ้นงานออกจากแม่พิมพ์ได้ หลังจากขึ้นรูปเป็นชิ้นงานต้นแบบแล้ว ความหนาของชิ้นงานขึ้นอยู่กับจำนวนชั้นของแผ่นใยที่ปูทับและเรซินที่เทลงไป

3.วิธีการพัน วิธีนี้สามารถเรียงเส้นใยไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเพื่อให้รับแรงได้สูงตามที่ต้องการ การเรียงเส้นใยจะทำให้เกิดแรงต้าน(Tensile) ได้สูงขึ้นอย่างมาก วิธีนี้ใช้ในการผลิตวัสดุที่มีรูปร่างไส้ในกลวงเช่น ท่อ หรือลำตัวจรวดจะใช้เส้นใยที่มีความยาวมากๆต่อเนื่อง เส้นใยและเรซิ่นนี้จะถูกวางตามแบบที่กำหนด จะถูกนำไปอบที่อุณหภูมิสูงเพื่อให้ชิ้นงานแข็งตัวอย่างเต็มที่ เช่นการผลิตใบพัดเฮลิคอปเตอร์

4.วิธีการอัดขึ้นรูป(Compression molding) วิธีการนี้เหมาะสมเมื่อต้องการชิ้นงานจำนวนมาก และออกมาเป็นมาตรฐานเดียวกัน การอัดขึ้นรูปนี้ใช้แรงอัดบนแม่พิมพ์ และสามารถผลิตชิ้นงานที่มีคุณลักษณะค่อนข้างสลับซับซ้อน เช่น การผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือชิ้นงานขนาดใหญ่ เช่นฝากระโปรงรถยนต์ได้ การอัดขึ้นรูปทำให้ชิ้นงานมีผิวเรียบได้ทั้งสองด้าน ข้อดีอีกประการหนึ่งคือสามารถใส่ชิ้นส่วนที่เป็นโลหะเช่น น็อตหรือสกูรลงไปได้ในขณะที่ทำการผลิต

วิธีการผลิตด้วยการอัดขึ้นรูปทำควบคู่ไปกับขั้นตอนแบบเย็นและแบบร้อน (Cold molding and Hot molding) แบบเย็นเป็นการปล่อยให้เรซิ่นเย็นตัวลงเองที่อุณหภูมิห้อง 70 องศาฟาเรนไฮน์ ส่วนแบบร้อนนั้นเป็นการเพิ่มความร้อนเข้าไปถึง 250 องศาฟาเรนไฮน์ ซึ่งจะทำให้วัสดุจับตัวกันได้ดีขึ้น และเพื่อที่จะควบคุมไม่ให้อากาศเข้าไปแทรกตัวอยู่ การทำด้วยวิธีการอัดขึ้นรูปอาจทำในระบบสูญญากาศ ด้วยการห่อชิ้นงานด้วยถุงพลาสติกแล้วดูดลมออก เรียกวิธีนี้ว่า การผลิตภายใต้ความดันต่ำ The Low Pressure Cure (LPC)

5.Autoclaves กรรมวิธีการผลิตแบบความดันต่ำ LPC เหมาะสำหรับโครงสร้างที่เป็นชิ้นส่วนเล็กๆ แต่ในกรณีที่เป็นชิ้นส่วนโครงสร้างขนาดใหญ่เพื่อรองรับน้ำหนักมากๆ ต้องใช้วัสดุคอมโพสิตส์วางซ้อนกันหลายชั้น จึงต้องควบคุมกระบวนการผลิต ด้วยความดันที่สูงกว่าพร้อมกับให้ความร้อนเสริมเข้าไปด้วย ซึ่งเรียกว่า autoclave อาจเข้าใจง่ายๆว่าคล้ายการอบขนมปัง โดยทั่วไปเพิ่มความกดดัน 100 PSI(ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) แต่บางชิ้นงานอาจต้องการความดันถึง 300 PSI ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูงมากในการสร้างเตาอบ autoclave ขนาดใหญ่

เปรียบเทียบวัสดุคอมโพสิตส์และโลหะอะลูมิเนียม
โลหะอลูมิเนียมคือโลหะของอุตสาหกรรมการบิน กว่าร้อยปีของวงการบิน คุณสมบัติของอลูมิเนียมตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมการบินได้เป็นอย่างดี อลูมิเนียมผสมกับโลหะอื่นมีความทนทานเป็นอย่างมาก และมันสามารถทนต่อภาระกรรมได้อย่างมากมาย ก่อนที่มันจะหักสะบั้นลง และมันมักจะมีการล้าตัวให้เห็น เป็นสิ่งบอกเหตุให้ทราบก่อนที่จะถึงจุดอันตราย ถึงแม้ว่ามันจะบุบหรือถูกกระแทกมันจะยังคงยึดรวมตัวคงรูปอยู่ ซึ่งคุณสมบัติเช่นนี้ในวัสดุคอมโพสิตส์ ยังต้องรอการทดสอบ วิจัย และใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
อะลูมิเนียมมีความทนทานมาก มันสามารถทนต่อแรงกระแทกกระทั้นได้อย่างมหาศาลก่อนที่จะหมดสภาพ แม้มันจะถูกทุบให้บุบแต่มันจะไม่แตกออก มันยังคงรวมอยู่ในรูปเดิม ซึ่งในอดีตคุณสมบัติของวัสดุคอมโพสิตส์ยังเป็นเช่นนี้ไม่ได้ เครื่องบินที่สร้างจากอะลูมิเนียมเมื่อบุบสามารถซ่อมแซมคืนรูปได้อย่างไม่ยาก โดยใช้เทคนิคและค่าใช้จ่ายไม่สูง คอมโพสิตส์จึงเหมาะสำหรับเครื่องบินทางทหารที่มีระบบซ่อมบำรุงเฉพาะทาง ดีกว่าเครื่องบินโดยสารพาณิชย์
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวและสร้างความมั่นใจในการนำวัสดุคอมโพสิตส์มาใช้งานนักวิจัยได้ค้นคว้าและพัฒนา และทดสอบ

คุณสมบัติด้านต่างของวัสดุคอมโพสิตส์ทางด้าน
1. ความแข็งและความเหนียว (Mechanical properties :tensile strength and stiffness)
2. ทางการยึดเกาะ (Adhesive properties )
3. ความทนทานต่อการแตกร้าว (Toughness properties)
4. ต้านทานต่อภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป (Resistance to environmental degradation)

วัสดุคอมโพสิตส์จะต้องได้รับการทดสอบเพื่อให้มีคุณสมบัติตรงกับการใช้งาน เช่น สามารถทนต่อแรงกระแทก ความแข็งแรงต่อภาระกรรม (Strength under load) แรงตึงต่อการอัดตัว(Tensile Compression) แรงเฉือน (Shear) การโค้งงอ (Flexure) ความคงทน (Durability) ความเปราะ การฉีกลอก และด้านอื่นๆ ที่สำคัญวัสดุคอมโพสิตส์จะต้องได้รับการปรับแต่งเพื่อให้มีคุณสมบัติคงที่ตามต้องการ(Tailored)
วัสดุใดๆก็ตามมักจะเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติไปตามสภาวะแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ ความกดดัน ความชื้น น้ำทะเล และอื่นๆ ปีกและลำตัวเครื่องบินต้องสามารถรับภาระกรรมสลับไปมา ได้ตั้งแต่ที่อุณหภูมิร้อนจัด 45 องศาเซลเซียส/ความกดดันบรรยากาศระดับน้ำทะเล(14.7 PSI) ไปจนถึงอุณหภูมิเย็นจัดลบ 40 องศาเซลเซียส ที่ระดับความสูง 50,000 ฟุต/ความกดดันบรรยากาศ 2 PSI อุณหภูมิแตกต่างกันเกือบ 100 องศา ความกดดันแตกต่างกันกว่า 10 PSI กลับไปมาในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง และการปรับแต่งคุณสมบัติของคอมโพสิตส์ให้ผ่านการทดสอบนั้น สามารถกระทำได้หลายวิธี

ข้อได้เปรียบของวัสดุคอมโพสิตส์ คือ มันสามารถรับภาระกรรมจากแรงกระทำได้ทุกทิศทาง ตามความต้องการ ด้วยการ ”ปูผ้าและวางแนว” ให้เหมาะสมในแต่ละส่วนของเครื่องบิน ซึ่งวิธีนี้โลหะอะลูมิเนียมไม่สามารถทำได้ วัสดุคอมโพสิตส์เบากว่าอะลูมิเนียมและจะไม่ล้าตัว (fatigue) แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นกับโลหะ ทำให้เครื่องบินคอมโพสิตส์ มีอายุการใช้งานที่นานกว่าเครื่องบินที่สร้างจากโลหะอะลูมิเนียมอยู่มาก วิศวกรสามารถออกแบบปีกเครื่องบินให้ถูกดัดโค้งงอไปด้านเดียว รับภาระกรรมได้ด้านเดียว ด้วยวิธีง่ายๆ โดยการปูผ้าให้แนวเส้นใยเรียงไปในทิศทางต่างกัน ซึ่งวิธีนี้ไม่สามารถทำได้โดยโลหะในน้ำหนักเท่ากัน


อีกวิธีหนึ่งคือการผสมผสานระหว่างอะลูมิเนียมและวัสดุคอมโพสิตส์(Hybrids combine aluminum and composite construction) วิธีการนี้กำลังถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาวิธีในการปูผ้าวางแนวให้เข้ากับแผ่นอะลูมิเนียม ซึ่งจะทำให้สามารถลดน้ำหนักชิ้นงาน เพื่อความแข็งแรงของรอยต่อ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

วัสดุคอมโพสิตส์ได้รับการพัฒนามากว่าห้าสิบปีจนเป็นที่ได้รับความไว้วางใจในวงการต่างๆ เมื่อนำมาผลิตเป็นเครื่องบิน เริ่มจากชิ้นส่วนเล็กๆจนเกือบจะกลายเป็นเครื่องบินเกือบทั้งลำ คุณสมบัติของมันสามารถที่จะตอบสนองความต้องการทางอุตสาหกรรมการบินได้เป็นอย่างดี กอรปกับความก้าวหน้าทางไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ “วัสดุคอมโพสิตส์จะเปลี่ยนวิถีการออกแบบและสร้างเครื่องบินในอนาคตอย่างแน่นอน” (Frank Statkus, Boeing's vice president of new technology)


อ้างอิง
เอกสารวิจัยส่วนบุคคล เรื่อง “วัสดุเสริมแรงใช้ในการสร้างเครื่องบิน “ น.ต.สมศักดิ์ นะวิโรจน์ รร.สธ.ทอ. ร.33/2532 กองทัพอากาศ กรุงเทพมหานคร
 


Flag Counter

ขอขอบพระคุณ

พลอากาศเอก อมฤต จารยะพันธ์
พลอากาศโท ปรีชาพล ผุสสราค์มาลัย
กัปตันสุทิพย์ สิริสรรพ (การบินไทย)
กัปตันยุทธการ ปุรินทราภิบาล (ไทยแอร์เอเชีย)
กัปตันราชันย์ สุดหล้า (ไทยแอร์เอเชีย)
นาวาอากาศโทสุรินทร์ คอทอง
นาวาอากาศตรีขวัญ สุภรสุข
คุณพงษ์ พินิจ นสพ.ไทยรัฐ

เว็บไซต์ "www.thaiC-130.net" จัดทำขึ้นเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2551
ความสมบูรณ์ของเนื้อหา ยังจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง หากท่านสนใจที่จะร่วมสนับสนุนให้ดียิ่งขึ้น กรุณาติดต่อมายังผู้จัดทำ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง



Contact Me
Lt.Col.Tirapong Kongsomrit
kongsomrit@yahoo.com
www.thaic-130.net
Top