What's new
  • ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ไทยซีร้อยสามสิบครับ, หากท่านพบปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ของเรา
    หรือต้องการเสนอแนะประการใดสามารถโพสแจ้งได้ที่ ฟอรั่ม: Contact us/help info ,ขอบคุณครับ.
    แจ้งข่าวสารการอับเดทฟอรั่ม Thaic-130


    Live support: SKYPIG / Lt.Col.Tirapong Kongsomrit, e-mail: kongsomrit@yahoo.com
    กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
    Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see

อากาศโยธิน ที่รัก

skypig

Administrator
อากาศโยธิน ที่รัก


.............แรงบันดาลใจ ที่ทำให้ต้องหยิบเรื่องเล็กๆ (ที่สำคัญ) มาให้ท่านที่สนใจได้รับรู้ เนื่องมาจากการได้ไปร่วมงานฌาปนกิจศพ ของทหารอากาศโยธิน ท่านหนึ่ง ที่ผมเคารพ ผมขอบอกก่อนว่า มันเป็นงานเผาศพทหารท่านหนึ่ง ที่เสียชีวิตด้วยโรคสามัญ ไม่ได้ตายในหน้าที่ มันจึงเป็นงานเผาศพธรรมดา ที่เราไม่ค่อยได้เห็นกัน มีเพียงศาสนาพิธี โดยปราศจากราชพิธีใดๆ แต่เหตุที่มันไม่ธรรมดา เพราะว่า มันถือเป็นเกียรติสูงสุด ของลูกผู้ชายท่านหนึ่ง พึ่งได้รับการเคารพ ด้วยเสียงแตรนอน ตามแบบธรรมเนียมเยี่ยงทหาร เพราะท่านได้รักษาคำพูด รักษาเกียรติภูมิแห่งตน และหน่วยงานของตนไว้อย่างสมเกียรติยศ แม้ว่ายศของท่านมิได้สูงส่ง ก็ตาม

............จ่า คือ คำคุ้นเคย ที่เรามักเรียกนายทหารที่ประจำการ มานาน

...........คนคุ้นเคย เรียกท่านว่า จ่าหวัด อย่างสนิทสนม ผมเห็นท่านมาตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งผมมียศนาวาอากาศโท ท่านภูมิใจในตัวผมที่เป็นนักบิน ในความเป็นทหารของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้ท่านเป็นสารวัตรทหาร สังกัดหน่วยอากาศโยธิน ท่านรักกองทัพ อยากให้ลูกของท่านได้เข้ามาเป็นทหาร นิสัยส่วนตัวของท่านก็เป็นธรรมดา อย่างที่เราเคยรับฟังมา เลิกงานก็สังสรรค์กับเพื่อนฝูง ด้วยน้ำสมานใจ ท่านรักหน่วย รักหน้าที่ ท่านพยายามสอบให้ได้ชั้นนายเรืออากาศหลายครั้ง แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ ท่านเกษียณไปด้วยยศเรืออากาศตรี ในปีสุดท้ายของการรับราชการ

..........ในระหว่างที่ท่านรับราชการ มีลูกน้อง ทหารชั้นยศต่ำกว่าท่าน มาขอให้ดำเนินการเรื่อง ขอพระราชทานเพลิงศพ ให้แก่คนในครอบครัว แต่ท่านปฏิเสธทหารท่านนั้นไป ด้วยเหตุผล บนความเชื่อส่วนตัวว่า
....................?........... ?............ ?............ ?..........................

..........ขอเก็บเหตุผลสำคัญ นี้ไว้ก่อน และจะเฉลยให้ทราบตอนท้ายเรื่อง ว่าทำไม....!!

! จ่าหวัด คือทหารอากาศโยธิน ที่ผมเคารพ !!!​
 

Attachments

skypig

Administrator
อากาศโยธิน.....ที่รัก




สิ่งสำคัญ ของการมีชีวิตอยู่ คือ การอยู่อย่างมีเกียรติภูมิ บางคนเชื่อว่ามันสำคัญกว่าข้าวปลา อาหารที่กลืนกิน แม้ความตายทำให้เราไม่ต้องการอาหาร แต่เรายังหวังที่จะให้เกียรติภูมิของเรา ดำรงอยู่ต่อไป การได้เข้ามาเป็นทหารรับใช้ชาติ คือ การเดินอยู่บนเส้นทางแห่งเกียรติยศ


ใช้ยศเป็นเข็มทิศนำทางไปสู่ความสำเร็จ



........ แต่ต้องไม่ลืมว่า การดำรงอยู่ของชีวิตของทุกๆคนย่อมอยู่ได้อย่างมีเกียรติภูมิ โดยปราศจากยศหรือศักดิ์ใดๆ อาชีพอื่นแม้ใช้เงินทองเป็นเครื่องนำทาง เช่น พ่อค้าแม่ขาย หากซื่อตรงต่ออาชีพ ย่อมสมควรได้รันการยกย่องเช่นกัน พลทหารที่ถูกเกณฑ์เข้ามาในกองทัพ โดยมิได้มอบยศใดๆ เมื่อเราส่งปืนให้เขา เราสั่งเขาไปรบ ส่งไปตาย เขาทำหน้าที่


อย่างสมเกียรติ มิใช่สมยศ


............การดำรงอยู่ของชาติ อย่างเป็นเอกราช อย่างมีเกียรติภูมิ ต้องอาศัยหลายภาคส่วนที่แตกต่างกัน สนับสนุนการทำงานแก่กันและกัน กระทรวงสาธรณสุขดูแล สุขภาพอนามัย ในโรงพยาบาลมีหมอ พยาบาล รักษาโรคแตกต่างกันออกไป กระทรวงศึกษาฯ มีหน้าที่ให้ความรู้ต่อประชาชน ในโรงเรียนมีจึงครูหลายแขนงวิชา การดำรงอยู่ของชาติ มิได้ขึ้นอยู่กับกองทัพเพียงสถาบันเดียว


........กระทรวงกลาโหม มีหน้าที่ป้องกันประเทศ มี 3 กองทัพ คือ กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ กองทัพถูกแบ่งแยกตามลักษณะภูมิประเทศ แต่ละกองทัพมีเหล่าทหาร แบ่งย่อยแตกต่างกันออกไปหลายเหล่า ทหารบกมี 20 กว่าเหล่า ตามลักษณะงานที่ได้รับมอบหมาย แต่เหล่าแกนหลักของกองทัพบกคือ ทหารราบ ซึ่งมีจำนวนกำลังพลมากกว่าเหล่าทหารอื่น

.............ทหารราบเชี่ยวชาญในการรบทางภาคพื้นดิน ได้รับการจำแนกให้แตกต่างเหล่าอื่น ด้วยยุทธวิธี มิใช่ยุทโธปกรณ์ เขาเหล่านี้คือ ผู้ที่จะต้องออกไปเผชิญหน้ากับข้าศึกแบบซึ่งหน้า โดยมีทหารเหล่าอื่นๆ ให้การสนับสนุนอยู่แนวหลัง ดังนั้น การเติบโตในชีวิตราชการ การแต่งตั้งผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองทัพบก จึงมักจะคัดเลือกจากเหล่าทหารราบ คือ ผู้ซึ่งใช้ชีวิต และร่างกายของตน อุทิศต่ออาชีพโดยตรง การเติบโตจากหน่วยกำลังรบ จึงเป็นที่ประจักษ์แจ้ง ถึงจิตใจ และความสามารถของผู้นำหน่วย อย่างชัดเจน


รสชาดชีวิตของทหารราบ คล้ายกับอาหารเมนูลาบ คือ ทำจากเลือดเนื้อ เผ็ด และดุดัน




.........นอกจากเหล่าทหารราบ ได้เข้าประจำการในกองทัพบกแล้ว ทหารราบยังคงมีประจำการในกองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ในรูปแบบนาวิกโยธิน และทหารอากาศโยธิน ตามลำดับ
.............นาวิกโยธินคือทหารราบ ที่มีความชำนาญการรบตามชายฝั่ง ซึ่งคาบเกี่ยวระหว่างพื้นดินและทะเล
................คงไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่า ทหารอากาศโยธินคือ ทหารที่มีความชำนาญการรบตามรอยต่อระหว่างอากาศและพื้นดิน ซึ่งนั่นคือ ฐานบิน


...........ทหารม้า ทหารปืนใหญ่ ทหารอากาศ เป็นเหล่าที่กำเนิดขึ้นภายหลัง โดยการใช้ยุทโธปกรณ์ เป็นข้อกำหนดในการแบ่งเหล่าของทหาร ทหารม้าเชี่ยวชาญในการใช้รถถัง ทหารอากาศเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องบิน โดยมีนักบินเป็นเหล่ารบ ร่วมกับทหารอากาศโยธิน แน่นอนว่า นักบินต้องออกไปรบยังที่ห่างไกล จึงต้องให้ทหารอากาศโยธินป้องกันฐานบินไว้

...........หน้าที่ของทหารอากาศโยธิน ชัดเจน ตรงไปตรงมา คือ การป้องกันฐานบิน ไม่ต้องโอ่อวดใคร ว่าปกป้องประเทศ ทั้งประเทศ แต่การจะกระทำเช่นนั้นให้สำเร็จ ทหารอากาศโยธิน ยังมีหน้าที่อื่นๆ อีกเช่น การปฏิบัติการพิเศษ และการสารวัตรทหาร ใครเลยจะทราบว่า การดีดสีตีเป่า กิจการดุริยางค์ รวมกระทั่งกิจการเรือนจำ และสุนัขสงคราม ยังอยู่ในความรับผิดชอบของทหารอากาศโยธิน อีกด้วย
..........โดยปกติแล้วฐานบิน จำเป็นต้องตั้งอยู่ ในส่วนลึกของประเทศ เพื่อจะได้มีเวลาในการป้องกันตัวเอง หากถูกโจมตีจากข้าศึก ฐานบินจึงมักอยู่รวมกับเมือง และชุมชนขนาดใหญ่
.........พ.ศ.2505-2516 ในช่วงสงครามเวียดนาม มีฐานบิน ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ทำให้เศรษฐกิจหลายอำเภอของไทย มีเศรษฐกิจ เฟืองฟูกว่าตัวจังหวัด


.......ในช่วงหลังปี 1990 ฐานทัพอากาศในประเทศสหรัฐฯถูกปิดลง หลายสิบฐานทัพ เป็นผลให้ห้างร้าน และระบบธุรกิจรอบๆฐานบินทรุดตัว และต้องปิดตัวลงไปด้วย อย่างเป็นลูกโซ่
..........ฐานบินของไทย ตั้งกระจายอยู่ทั่วประเทศ มีทั้งของทหารบก ทหารเรือ บางแห่งใช้งานร่วมกับภาคพลเรือน ในส่วนของกองทัพอากาศ ฐานบิน คือ กองบิน


กองบินเปรียบเสมือนตัวแทนของทหารอากาศ ในส่วนภูมิภาค
และยังมีฐานเรด้าร์ที่มักตั้งอยู่บนยอดดอย ทำให้ทหารอากาศได้สัมผัสกับความหนาวยะเยือก แห่งฤดูกาล

หากเปรียบ ประเทศคือบ้าน ทหารคือรั้ว
นักบินคือ พ่อที่ต้องออกไปหากินไกล
ทหารอากาศโยธินจึงเหมือนกับแม่ที่ต้องคอยเฝ้าบ้าน​


..........แต่ในทางปฏิบัติ มันมิได้ง่ายดายเช่นนั้นดอก ทหารอากาศโยธินทุกคนต้องได้รับการฝึกทางทหารพื้นฐาน ในรูปแบบทหารราบ เช่นเดียวกับทหารบก หรือทหารนาวิกโยธิน ทุกคนล้วนต้องเคยลำบากมาก่อน

........ความพิเศษของทหารอากาศโยธิน คือ นอกจากจะต้องฝึกเช่นทหารเหล่าอื่นๆ แล้ว พวกเขายังต้องทนต่อสภาพพื้นซีเมนท์ร้อนๆ บนลานจอดเครื่องบิน ได้เป็นอย่างดี




.......ถ้าหากฐานบินตั้งอยู่บนเกาะโดดเดี่ยวกลางทะเล ย่อมง่ายแก่การป้องกัน แต่ฐานบินมักตั้งอยู่รวมกับเมืองใหญ่ แนวรบของทหารอากาศโยธิน จึงซับซ้อน และไม่ชัดเจน




...........การป้องกันฐานบิน คือ การรบเชิงรับ ซึ่งต้องเตรียมการ รอคอยการเข้ามาของศัตรู ให้พร้อมตลอดเวลา การป้องกันฐานบิน แบ่งออกเป็นหลายขั้นตอน มีประสิทธิภาพแตกต่างกัน บางส่วนซ้อนทับกับการป้องกันประเทศ ในทางลึก ลำดับแรก คือ
.......... การแจ้งเตือนล่วงหน้า ทอ.ใช้ระบบเรด้าร์ ตรวจตราการจู่โจมของเครื่องบินต่างชาติ ตลอดเวลา เมื่อตรวจพบ จึงใช้เครื่องบินรบเข้าสกัดกั้น เป็นระบบการป้องกันฐานบิน ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทอ.รับประกันว่า เครื่องบินสกัดกั้นของเราสามารถ ติดเครื่อง ทะยานไต่ ไปถึงเพดานบิน ได้ภายในเวลาน้อยกว่า 3 นาที.
........ แต่หากเครื่องบินข้าศึกหลุดรอดเข้ามา ยังมีระบบต่อสู้อากาศยานของทั้ง 3 เหล่า เป็นด่านคั่นกลาง แต่ละเหล่า มีทั้ง ปตอ. และจรวดที่ทันสมัย แต่ขาดระบบการรวม/สั่งการ ที่สอดประสานกัน ซึ่งระบบนี้อาจทำลายเครื่องบินฝ่ายเดียวกันได้ โดยไม่รู้ตัว
.........ด่านสุดท้าย คือ การป้องกันฐานบิน จากภัยที่มาจากภาคพื้น โดยทหารอากาศโยธิน เป็นระบบที่กองทัพอากาศ ให้ความสำคัญไม่มากนัก แน่นอนว่า ข้าศึกย่อมโจมตีเรา จากจุดอ่อน

...........การป้องกันฐานบินของทหารอากาศโยธิน แตกต่างจาก การป้องกันค่ายพักของทหารบก ค่ายทหารบกมักมีกองร้อยรักษาการณ์ ตั้งผงาด อยู่หน้าช่องทางเข้า แต่สำหรับ ฐานบินของกองทัพอากาศจะมีเพียง สารวัตรทหาร และทหารอากาศโยธิน จำนวนเพียงหนึ่งหรือสองนายเท่านั้น ยืนประจำอยู่หน้าช่องทางเข้า กองกำลังป้องกันฐานบินส่วนใหญ่ จะอยู่ลึกเข้ามาในฐานบิน แบ่งเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว และส่วนสนับสนุน โดยใช้เทคโนโลยี เข้าช่วยในการป้องกันฐานบิน

..........การป้องกันฐานบินของทหารอากาศโยธิน คือ การตั้งรับอยู่กับที่ จึงต้องระวังตัวตลอดเวลา ไม่ทราบล่วงหน้าว่าศัตรู จะลงมือเมื่อไร จึงต้องเสาะหาข่าวกรอง และมีการปฏิบัติการพิเศษอื่นๆแฝงอยู่ อีกมิใช่น้อย อย่างสม่ำเสมอ
......หน่วยบินไม่ว่าจะเป็นฐานบิน หรือกองบิน ย่อมมีเครื่องบิน จอดประจำการอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมันเป็นยุทโธปกรณ์ราคาสูงมาก และในฐานบินยังคงมีคลังอาวุธ คลังน้ำมัน ศูนย์การสื่อสารที่ต้องคอยป้องกันอย่างแน่นหนา ที่สำคัญกว่านั้นคือ ชีวิตของนักบิน และบุคคลากรฝ่ายต่างๆ ที่ๆม่สามารถทดแทนได้ง่าย





......ความแพงของเครื่องบิน ไม่ใช่อยู่ที่ราคา แต่เพราะคุณค่าทางยุทธการ ซึ่งมันสามารถทำลายข้าศึกได้คราวละมากๆ ฝูงบินนั้นอาจเทียบได้กับหน่วยทหารระดับกองพัน ก็จริง แต่ขีดความสามารถของเครื่องบินลำเดียว สามารถทำลายข้าศึกหลายร้อยคนได้ในคราวเดียว และหากเครื่องบินจำนวนหนึ่งฝูงบิน(16ลำ)ย่อมมีอำนาจการทำล้ายล้างสูงกว่านับสิบเท่า

การทำลายฐานบินได้ จึงเท่ากับเป็นการทำลายขีดความสามารถทางการรบของกองทัพ โดยตรง

..............ความสำคัญของทหารอากาศโยธิน คือ การรักษาฐานบิน กองบิน ไว้ให้ปลอดภัย ทั้งในยามศึก และยามสงบ
.........ทหารอากาศโยธิน มิได้มีหน้าที่ ซ่อมหรือทำความสะอาดเครื่องบิน ก็จริง แต่เขารักษาเครื่องบิน และฐานบินไว้ด้วยชีวิต

.............การปฏิบัติการพิเศษของทหารอากาศโยธิน คือ การรบในพื้นที่จำกัด เช่นในสนามบิน ลานจอดเครื่องบิน โรงเก็บเครื่องบิน ซึ่งนั่นต้องใช้ความแม่นยำ และความรวดเร็ว ต้องพร้อมที่จะรุกและรับ ให้ได้ในเสี้ยววินาที พร้อมอาวุธที่ทันสมัย มิใช่ความรุนแรง

ดังที่กล่าว ทหารอากาศ(โยธิน)คุ้นเคยต่อการรบในที่แคบ พื้นที่ที่จำกัด แม้แต่ในลำตัวเครื่องบิน
.......มันมิใช่ความบังเอิญ ที่การต่อสู้กับภัยที่มาจากภายนอกประเทศ มักจะมาจากทางเครื่องบิน แม้จะมิใช่จากเครื่องบินโจมตีของต่างชาติ แต่มันกลับกลายเป็น การจี้เครื่องบินโดยสาร ซึ่งแน่นอนว่า เราจะยอมอ่อนข้อให้ผู้ก่อการร้ายไม่ได้
.......การจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษต่อต้านผู้ก่อการร้าย ที่จี้ยึดเครื่องบิน จึงก่อตั้งขึ้นจากหน่วยคอมมานโดของทหารอากาศ จากทหารอากาศโยธิน


......... กรมปฏิบัติการพิเศษ อากาศโยธิน มีหน้าที่เตรียมและใช้กำลังในการถวายความปลอดภัยพระบรมวงศานุวงศ์ อารักขาบุคคลสำคัญ ปราบปรามการก่อการร้ายสากล ปฏิบัติการช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทางอากาศ สนับสนุนการป้องกันและรักษาความปลอดภัยที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ
.............ภารกิจของทหารอากาศโยธิน มิใช่จำกัดเพียงแค่ 16 กิโลเมตรรอบฐานบินเท่านั้น แต่มันได้รวมไปถึง การค้นหาและช่วยเหลือ บุคคลที่อยู่ในสภาวะอันตรายจากอากาศยานตก ทั้งในพื้นที่การรบ ที่อยู่ในดินแดนข้าศึก ช่วยทำการปฐมพยาบาล ให้แก่ผู้ที่รอรับการช่วยชีวิต มีสามารถเป็นชุดควบคุมการรบ(Combat Control Team: CCT) ทำหน้าที่ชี้เป้าให้แก่นักบิน และช่วงชิงตัวประกันที่อยู่ในความควบคุมของฝ่ายตรงข้ามกลับคืนมา


........มันคือภารกิจนอกเหนือจากการป้องกันฐานบิน ซึ่งทหารอากาศโยธิน ทำได้

..............ฐานบิน กองบิน มักตั้งอยู่รวมกับชุมชนประชาชน พลเรือน อย่างใกล้ชิด เมื่อท้องถิ่นใดจัดงานสำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องใช้กำลังพลจำนวนมาก กองพันทหารอากาศโยธิน ประจำกองบิน คือ หน่วยงานหลัก ซึ่งเป็นตัวแทนของกองทัพอากาศ ที่ให้ความช่วยเหลือต่อชุมชน ที่อยู่รายล้อม เมื่อชาติเกิดภัยพิบัติ ทหารอากาศโยธินจะคอยช่วยนำสิ่งของช่วยเหลือลงจากเครื่องบิน แล้วส่งต่อให้หน่วยอื่น หรือนำไปแจกจ่ายผู้ประสพภัย อย่างภูมิใจ และบางครั้งมีข้อพิพาทเกิดขึ้นระหว่างทหารและประชาชน ดังนั้น จึงจำเป็นที่ต้องมีสารวัตรทหาร (สห.ทอ.) ทำหน้าที่เหมือนตำรวจ เหล่าอากาศโยธิน กับสารวัตรทหาร จึงเหมือนลูกกระเดือกกับคอหอย คือ แยกกันไม่ออก จะถูกแยกออกจากกัน ด้วยการถูกเชือด เท่านั้น


ความยากลำบากในชีวิตราชการของเหล่าอากาศโยธิน

..........การป้องกันฐานบินประจวบฯ กองบิน 5 ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งได้รับการบันทึกเป็นหน้าประวัติศาสตร์ของกองทัพอากาศไทย เป็นหลักฐานสำคัญ ยืนยันว่าเราอยู่เคียงข้างฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งทำให้เราได้กลับมาอยู่ในฝ่ายผู้ชนะสงคราม โดยมีเหล่าทหารอากาศโยธิน มีส่วนสำคัญในวีรกรรมครั้งนั้น

............การเป็นทหารอากาศโยธินสามารถก่อกำเกิดได้จากหลายแหล่ง ได้แก่ การสมัครเป็นทหารกองประจำการตามกองบินต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาค จากโรงเรียนจ่าอากาศ และจากโรงเรียนนายเรืออากาศ แล้วมาหลอมรวมกันที่ดอนเมือง และฐานบินกำแพงแสน

........หน้าที่และความรับผิดชอบของเหล่าอากาศโยธิน มีมากมาย มีอยู่ทั้งในและนอกฐานบิน ทั้งยามสงบ และยามศึก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่เกิดขึ้น ทำให้เราไม่จำเป็นต้องบรรจุ เหล่าทหารบางเหล่าขึ้นทดแทน เช่น เหล่าทหารต้นหน เพราะด้วยระบบ GPS ทำให้การเดินอากาศ และการเดินป่ามีประสิทธิภาพมากขึ้น แม่นยำขึ้น แต่เนื้องานของเหล่าอากาศโยธิน ที่ต้องอาศัยทั้งแรงกายและจิตใจ ที่เข้มแข็ง ยังไม่อาจหาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีใด มาทดแทนได้

......ทหารอากาศโยธินเหล่านี้ กลับเป็นเหล่าที่มีอนาคต ชีวิตราชการอย่างยากลำบาก บนเส้นทางสายเกียรติยศ แม้มีกำลังพลจำนวนมากกว่าเหล่าอื่นก็ตาม แต่เมื่อรับราชการเรื่อยมา น้อยคนนักที่จะได้รับยศนายพล อันเป็นชั้นยศที่ทหารอาชีพพึ่งปารถนา

..............ในระดับกองบิน ซึ่งจำเป็นต้องมี เหล่ารบ-นักบิน ชั้นยศนาวาอากาศเอก(พิเศษ)ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการกองบิน และลำดับรองผู้บังคับการ มีชั้นยศนาวาอากาศเอก อีก 3 ตำแหน่ง ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากเหล่าเทคนิค (ช่างอากาศ สื่อสาร สรรพาวุธ) ทั้งหมด โดยที่เหล่าอากาศโยธิน เหล่ารบหลักแท้ๆ ไม่เคยได้รับการพิจารณา ในการเป็นรองผู้บังคับการกองบิน ทั้งๆที่ ความรับผิดชอบความปลอดภัยต่อฐานบินทั้งหมด ขึ้นอยู่กับเหล่าอากาศโยธิน อีกทั้งยังเป็นเหล่าที่มีกำลังพลจำนวนมาก ที่สุดในกองบิน

........การเติบโตในชีวิตราชการของเหล่าอากาศโยธิน เริ่มตีบตันตั้งแต่..ในระดับกองบิน
.............เหล่าอากาศโยธิน ไม่สามารถเติบโตในฐานบินที่ตนและพวก อุตส่าห์เฝ้ารักษาไว้ได้อย่างดี กว่าจะเลื่อนขั้น เลื่อนชั้นจากจ่า เป็นผู้หมวด ผู้กอง ตามแบบธรรมเนียมทหารราบ นั้นก็แสนลำบาก เพราะต้องใช้ทั้งแรงกาย และแรงใจ อย่างทุ่มเท ชั้นยศสูงสุดของนายทหารอากาศโยธิน ประจำกองบินต่างๆ คือ นาวาอากาศโท และเมื่อจะเลื่อนขึ้นเป็นนาวาอากาศเอก ต้องย้อนกลับมาส่วนกลางที่ดอนเมือง และจบชีวิตราชการลง โดยไม่เคยมีนายทหารจากเหล่าอากาศโยธิน ได้รับการแต่งตั้ง ให้ย้อนกลับไปเป็นตำแหน่งรองผู้บังคับการกองบิน ได้เลย

.......ในภาวการณ์เช่นนี้ หากฐานบินถูกโจมตี จากข้าศึกทางภาคพื้น จนได้รับความเสียหาย ย่อมจะไม่มีผู้บังคับบัญชาในกองบินคนใด ออกมาแสดงความรับผิดชอบโดยตรง และเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะโยนความรับผิดชอบไปให้หน่วยงานที่สูงกว่า แต่ผู้ที่ต้องเป็นจำเลย คือ ผู้บังคับกองพันอากาศโยธิน ประจำกองบินนั้น

..........แต่หากการแต่งตั้ง ตำแหน่งรองผู้บังคับการกองบิน โดยมีเหล่าอากาศโยธิน ร่วมอยู่ด้วย การป้องกันฐานบินถูกโจมตี จากข้าศึกทางภาคพื้น ย่อมจะแข็งแกร่งขึ้น และเมื่อเกิดความเสียหายขึ้น ย่อมจะมี รองผู้บังคับบัญชากองบิน จากเหล่าอากาศโยธิน ก้าวออกมารับผิดชอบ แทนผู้บังคับการกองบิน อย่างองอาจ

..........ในระดับผู้บังคับบัญชาชั้นสูง โอกาสและจำนวนของนายทหารจากเหล่าอากาศโยธิน ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายทหารชั้นนายพลนั้น น้อยมาก ยิ่งเมื่อพุ่งตรงไปยังตำแหน่ง ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ชั้นยศพลอากาศโท ยังมิใช่นายทหารที่มาจากสายเลือดอากาศโยธินแท้ๆ แต่กลับเป็นนายทหารที่มาจากเหล่าอื่น

ประมุขสูงสุดของเหล่าอากาศโยธิน ยังเป็นไม่ได้

..........มันยากที่จะเชื่อว่า ทหารเหล่าอากาศโยธิน จำนวนตั้งมากมาย แต่ไม่สามารถหาคนดีๆ มาเป็นประมุขสูงสุดของเหล่าได้ มันคือความข่มขื่น ที่ทหารเหล่าอากาศโยธิน ไม่อาจปริปากบอกใครได้ เขาคือหน่วยปฏิบัติ ที่อยู่ไกลตา มิใช่พวกประจบสอพลอ เป็นเหล่าทหารที่ยังคงเชื่อว่า ความมันวาวของรองเท้า เกิดจากความภูมิใจที่ได้ขัด หมุนวน ด้วยน้ำ และสำลี
...............เหล่าอากาศโยธิน เป็นทหารที่ดี ไม่เคยบ่น หรือแสดงออกถึง ความน้อยเนื้อต่ำใจในชีวิตราชการ พวกเขาได้แสดงความเคารพต่อ ผู้บังคับบัญชาที่ถูกส่งมาจากเหล่าอื่น ตามแบบธรรมเนียม เยี่ยงทหารชั้นผู้น้อยพึ่งกระทำต่อผู้บังคับบัญชาชั้นสูงกว่า แต่การที่

นายทหารอากาศโยธิน ต้องเป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยอากาศโยธิน

.........มันเป็นแบบธรรมเนียมทางทหารที่น่าจะยึดถือ ที่ทหารเหล่ารบ พึ่งกระทำต่อกัน อย่างมีเกียรติภูมิ มิใช่ให้ทหารต่างเหล่า มาเป็นผู้บังคับบัญชาเหล่าตน ในทางกลับกัน ถ้าหากนักบินเฮลิคอปเตอร์ ได้รับการแต่งตั้งไปเป็นผู้บังคับการกองบินขับไล่ ผลกระทบโดยตรงและทางอ้อม จะเป็นอย่างไร

......การแต่งตั้ง เหล่านักบินไปเป็น ผู้บัญชาการหน่วยอื่นที่มิใช่เหล่ารบ ยังมีเหตุผลที่พอเข้าใจได้

......แต่การแต่งตั้ง ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน โดยนำนายทหารที่มิใช่มาจากสายเลือดอากาศโยธินแท้ๆ มันคล้ายกับลูกที่อยู่ใต้ปกครองของพ่อบุญธรรม ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างยาวนาน จนเกือบจะกลายเป็นเรื่องการเมืองในการทหาร ที่หลายคนชินตาไปแล้ว.
.
....... แต่สิ่งหนึ่งที่การเมืองได้ทำลายระบบทหาร คือ การหลอกลวงให้ทหารอากาศโยธินร่วมปฏิวัติยึดอำนาจในปี พ.ศ. 2549 แล้วเอาทหารหมวกแดง เพียงสองสามนาย จากเหล่าทัพอื่น มาปิดประตูฐานบิน เพื่อคอบคุมเชิง นี่สิ เป็นเรื่องที่ทหารอากาศโยธิน หลายคนกระอัก กระอ่วนใจ มันเป็นเรื่องที่ ทหารอาชีพเขาไม่ทำกัน.

ผิด......หยุด หรือ ผิด...จุด
........ขณะที่ผู้บังคับบัญชาอบรมหรือสั่งสอนผู้ใต้บังคับบัญชา เมื่อพูดผิด จะพูดต่อว่า ผิด......หยุด มิใช่ ผิด...จุด
......โปรดฟังอีกครั้ง จริง ๆ มันเป็น ผิด..หยุด เมื่อผู้บังคับบัญชาพูดผิด ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องหยุดจด (แล้วฟังใหม่) เสียงมันใกล้กันมาก ทหารหน่วยรบ เขาไม่เอ่ยคำว่าขอโทษกัน เมื่อทำผิด เพราะต้องรอรับการลงโทษ หรือลงโทษตัวเอง เพื่อขัดเกลา ระบบทหารเหมือนศาสนา คือ ต้องมีศรัทธา

........ตามกองบินต่างๆ ความคุ้นเคยที่เรามักเห็น ทหารอากาศโยธินใช้กำลัง ในการฝึกซ้อม วิ่งออกกำลังกาย คลุกฝุ่น ดินทราย อาจทำให้เข้าใจผิด คิดไปว่า พวกเขามีแต่กำลัง สู้รบโดยไม่ใช้สมอง นั่นเป็นความเข้าใจผิด อย่างไม่น่าให้อภัย ซึ่งแท้จริงแล้ว หยาดเหงื่อของพวกเขา เป็นตัวแทนของทหารอากาศทุกเหล่า ในการดำรงแบบธรรมเนียมทางทหาร ให้คงไว้

............ทุกครั้งที่มีการฝึกรบร่วม ต่างเหล่าทัพ ต่างประเทศ นอกจากเหล่านักบินแล้ว มักจะมีทหารอากาศโยธินไปร่วมด้วยเสมอ นั่นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เหล่าอากาศโยธิน ต้องมั่นศึกษาหาความรู้ในแขนงงานของตน อย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะในด้านภาษาอังกฤษ เมื่อต้องไปฝึกรบร่วมผสมกับต่างประเทศ


.........การที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ของกรมอากาศโยธิน ได้รับอาวุธทันสมัย เช่น อาวุธประจำกาย จรวดต่อสู้อากาศยาน เข้าประจำการ ยิ่งแสดงให้เห็นว่า พวกเขาต้องมีความรู้ ความสามารถ ในการทำหน้าที่ของตน อย่างถ่องแท้ พวกเขามีทั้งแรงกาย แรงใจ และสมอง เป็นเหล่าที่มีแบบธรรมเนียมทางทหาร ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเหล่าใด

...........ในสถาบันการศึกษาของนายทหารชั้นสูง ยังได้จัดสรรที่นั่งไว้สำหรับเหล่ารบ อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งรวมทั้งนายทหารเหล่าอากาศโยธิน ร่วมอยู่ด้วย ด้วยเหตุผลประจักษ์หลายประการดังกล่าว ย่อมแสดงให้เห็นถึง ความสามารถในเสนาธิการกิจ การบริหารหน่วยงาน ของกำลังพลเหล่าอากาศโยธิน ได้เป็นอย่างดี จึงไม่น่าจะมีข้อกังขาใดๆ ที่จะทำให้เหล่าอากาศโยธิน มิได้เติบโตในชีวิตราชการ ตามแนวทางสายอาชีพที่สมควร

.........ทหารอากาศโยธิน เป็นเหล่ารบหลักสำคัญของกองทัพอากาศ มีหน้าที่สำคัญต่อภารกิจต่างๆ ของกองทัพอากาศ ทั้งในยามสงบ และในภาวะไม่ปกติ เป็นหน่วยทหารที่มีแบบธรรมเนียมของตนอย่างเคร่งครัด แต่กลับถูกจำกัดโอกาสการเติบโตในสายวิทยาการ อย่างที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น บทความนี้มิใช่คำเรียกร้อง เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง เพียงหวังให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพอากาศ ได้ดูแลกัน(ผิด....หยุด) หันกลับมาคำนึงถึงแบบธรรมเนียมของทหาร ที่ถือปฏิบัติสืบต่อกันมา โดยตั้งอยู่บนเกียรติภูมิของเหล่าทหาร อันพึ่งมีต่อกัน​
 

Attachments

skypig

Administrator
............ดังที่ได้เว้นวรรคไว้ ตั้งแต่ต้นถึง ..........เหตุผลสำคัญ ...... ที่ จ่าหวัด ได้ปฏิเสธการขอพระราชทานเพลิงศพ ของทหารท่านนั้นไป ด้วยเหตุผล บนเกียรติภูมิว่า.........การพระราชทานเพลิงศพ นั้นสมควรที่จะพระราชทาน ให้แก่ ผู้ที่เสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ราชการ ดังนั้น ท่านจึงปฏิเสธการขอฯ ให้แก่ญาติทหาร ผู้นั้นไป และเมื่อวาระสุดท้ายของจ่าหวัดมาถึง ท่านได้สั่งเสียครอบครัวของท่านอย่างแน่นหนักว่า ไม่ต้องขอพระราชทานเพลิง ให้แก่ศพของท่าน ขอเพียงเสียงแตรนอน ตามแบบธรรมเนียมของทหาร ที่ท่านคุ้นเคยอยู่ก็เพียงพอแล้ว นี่แหละ!!! คือเหตุผล ว่าทำไม!!


จ่าหวัด คือทหารอากาศโยธิน ที่ผมรักและเคารพ !!
 


Flag Counter

กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see
Top