What's new
  • ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ไทยซีร้อยสามสิบครับ, หากท่านพบปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ของเรา
    หรือต้องการเสนอแนะประการใดสามารถโพสแจ้งได้ที่ ฟอรั่ม: Contact us/help info ,ขอบคุณครับ.
    แจ้งข่าวสารการอับเดทฟอรั่ม Thaic-130


    Live support: SKYPIG / Lt.Col.Tirapong Kongsomrit, e-mail: kongsomrit@yahoo.com
กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see

เกมส์ P3D+Airbus X และ หมูเหล็ก

skypig

Administrator
เกมส์ P3D+Airbus X และ หมูเหล็ก



.............................เกมส์ โฮมคอมพิวเตอร์ ที่ผสมผสานกันขึ้นจากซอฟแวร์ และฮาร์ดแวร์ ต่างค่ายอย่างลงตัว องค์ประกอบทางซอฟแวร์ที่สำคัญของเกมส์นี้ เกิดขึ้นจาก 3 โปรมแกรมหลักที่สำคัญ ได้แก่

a. เกมส์ P3D ของ Lockheed
b. Airbus EXtented
c. และโปรมแกรม Linda




มันเป็นเกมส์ที่ทำให้นักบินอาชีพ ได้มีโอกาสบินเครื่องบินจำลอง ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องก้าวเท้าออกจากบ้านไปที่ไหนๆ
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ

1. คุณธีรยุทธ โรจจวัฒน์
2. คุณ Prechapoj Pussaramalai
3. คุณ Narin Bannasan​

น้องๆทั้ง 3 ท่าน ที่ช่วยลงและปรับแต่งโปรมแกรม จนทำให้ซอฟแวร์ และฮาร์ดแวร์ สามารถผสมผสาน เข้ากันเป็นอย่างดี

ขอกระซิบว่าโปรมแกรมหลัก และAdd Onต่างๆที่เติมลงไปนั้น ทำไปในแบบประหยัด-โลว์คอส แต่ผลที่ได้ กลับเป็นแบบ Hi Performance
ในส่วนของฮารด์แวร์ขอเริ่มจากสเป็คของคอมพ์ตัวเก่า ซึ่งถอยมาเมื่อสามปีที่แล้วก่อน คือ


การด์จอแบบ gtx680

.......และพระเอกดั้งเดิมของการทดสอบครั้งนี้คือ ชุดควบคุมการบินจอยสติกแบบ HOTAS Warthog A10 แม้มันจะถูกผลิตออกมานานกว่าห้าปีแล้ว แต่ปัจจุบันยังหาจอยส์ รุ่นอื่นเทียบชั้นได้ยาก




.....อุปกรณ์ กระเดื่องเท้าของ SAITEK
.......สำหรับส่วนของจอภ์าพ ตอนแรกใช้จอคอมพ์ LG ขนาด 22 นิ้ว แต่เมื่อAdd On ต่างๆลงตัวแล้ว จึงเปลี่ยนมาใช้จอทีวีของ TCL ขนาด 40 นิ้ว มันให้ความประทับใจแบบเหลือเชื่อ

สบายตาแบบไม่เคยเห็นมาก่อน

........นั่นคือความใหญ่ของจอภาพ การมองเห็นหน้าปัดจอ EFIS ของ Airbus A320 มันเกือบจะมีขนาดเท่าเครื่องบินจริง แบบว่าใช้จอเดียวก็เพียงพอ ไม่ต้องการจออื่นเสริมอีกเลย
.......และต้องขอโทษ มิตรรักแฟนคลับ Thaic-130.net ทุกท่าน ที่ไม่สามารถ อัพเดทเรื่องราวการบินต่างๆ ได้อย่างที่ตั้งใจไว้ ซึ่งแต่เดิม มีความตั้งใจที่จะถ่ายทอด เรื่องราวการบินต่างๆ ผ่านเว็บไซด์แห่งนี้ให้ได้เดือนละหนึ่งเรื่อง แต่ด้วยภาระหน้าที่ในการทำงาน และความจำเป็นส่วนตัว ทำให้แทบไม่มีโอกาส ได้เข้ามาอัพเดท เรื่องราวต่างๆ ตามที่ตั้งใจไว้ แต่ถึงอย่างไร ปีนี้ 2559 ก็ได้พยายามหาข้อมูล เรื่องราวที่น่าสนใจ เขียนขึ้นมาใหม่ได้สองเรื่อง คือเรื่อง รถ JLTV OSHCOSH และ P3D vs หมูเหล็ก ที่ท่านจะได้สัมผัส ณ บัดนี้

.........นับเป็นเวลากว่าขวบปีที่ไม่ได้เข้ามาเล่นเกมส์ Flight Sim อีกเลย หลังจากที่ล้างคอมพ์ไปแล้วครั้งหนึ่ง เพราะกว่าจะลงโปรแกรมหลัก และ Add on ต่างๆจนครบ ต้องใช้เวลา และหาโปรแกรมเมอร์ดีๆ ได้ไม่ง่ายนัก จึงห่างเหินไปนาน ปล่อยให้คอมพ์สเป็คสูงถูกลูกชายทั้งสอง เอาไปครอบครอง เล่นเกมส์ฟีฟ่า ออนไลน์ จนยากที่จะขัดจังหวะ ขอคืนมา แต่แล้วเหมือนมีโชค ทำให้ต้องหวนคืนสังเวียน กลับมาเล่นใหม่ ตามคำแนะนำของน้องโตโต้ ให้มาสัมผัสกับเกมส์ P3D ของ Lockheed เมื่อแรกที่ได้ยิน ไม่คิดว่าเกมส์นี้ จะน่าดึงดูดใจ ได้แต่มอง แล้วก็เมินจากไป จนในที่สุดได้ เมื่อนำคอมพ์ไปล้าง และลงวินโดว์ 10 จึงได้สัมผัสศักยภาพอันโดดเด่นของเกมส์ P3D จากเจ้าพ่อตัวจริง

......ลำดับการพัฒนาของเกมส์ Flight Sim เริ่มขึ้นมาก่อนปี2000 โดยไมโครซอฟ์ จนมาถึงปี 2004 และพัฒนามาเป็นเกมส์ Flight Sim FSX ในปี 2012 ซึ่งได้มีโอกาส เสียตังค์ ซื้อแบบลิขสิทธิ์ ทั้งโปรแกรมหลัก และ Add On มาเล่น มันให้ความสมจริง แบบยอมรับได้ แต่ด้วย ข้อจำกัดทางด้านลิขสิทธิ์ และความขลุกขลักของเกมส์ ทำให้ขาดหายจากเกมส์ Flight Sim FSX ไปหลายปี

......ข่าวคราวการที่ Lockheed เข้ามาซื้อเกมส์ Flight Sim FSX และพัฒนามาเป็น P3D ทำให้ผมเองแปลกใจ อยู่มิใช่น้อย เพราะ Lockheed คือจ้าวยุทธจักรการสร้างเครื่องบินมืออาชีพ เหตุไฉน? จึงมาสนใจเกมส์ Flight Sim FSX ของมือสมัครเล่น

สองสามปีที่ห่างหายไปจากการเล่นเกมส์ Flight Sim FSX เป็นช่วงเวลาที่ความรวดเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลเปลี่ยนจาก 3G มาเป็น 4G พอดี ในราคาที่ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก

.........รูปร่างหน้าตาของเกมส์ อาจจะดูแตกต่างไปจากFSX แต่พอคุ้นกับมัน จะพอทราบว่า ลำดับการวางตัวเลือกต่างๆของ P3D ไม่แตกต่างจาก FSX มากมายนัก
ขอเริ่มจากการเลือกแบบของอากาศยานชนิดต่างๆ ที่ติดมากับเกมส์ ได้แก่ F22 F35 T6 อันเป็นเครื่องบินยุคปัจจุบัน และยังมีเครื่องบิน แบบ P38 Lighting ซึ่งเป็นเครื่องบินอันแสนภูมิใจของ Lockheed ติดมาด้วย นอกจากนี้ยังมีเฮลิคอปเตอร์ แบบ Black Hawk แถมมาให้ด้วย โดยมีผิวลำตัวหลายแบบให้เลือก



........แน่นอนว่านอกจากแบบเครื่องบินนับสิบชนิดในเกมส์หลักให้เลือกบินแล้ว เรายังสามารถเลือก Add on เครื่องบินอื่นๆได้อีก ตามความชอบของแต่ละคน และยังสามารถเปลี่ยนลวดลาย รูปสีภายนอกได้ตามต้องการ เช่นเดียวกับ FSX
แบบเครื่องบินที่ได้ทดลองบินหลังจาก Add On แล้วคือ

Airbus x A320 และเลือกลงสนามบินต่างๆในประเทศไทย พบว่า เกมส์ไหลลื่นดี

ขอให้ความประทับใจที่ระดับ 8.5 จาก 10​

......Lockheed เน้นว่าการเล่นเกมส์ P3D ของ Lockheed ออกมาให้สัมผัสกันเมื่อกลางปี 2016 นี้เอง แต่ก็มีเวอร์ชั่นปรับปรุงไปแล้วสามครั้ง ที่ได้รับความอนุเคราะห์มาเล่นนี้เป็นเวอร์ชั่น 3.4 แล้วครับ

การทดสอบบิน

.........ขอแบ่งการทดสอบบินออกเป็นหลายส่วน ได้แก่

o การบินแบบปกติด้วย Auto Pilot
o การบินแบบ Manual ด้วยจอยส์ติคส์
o การบินแบบ 0ne Engine Out



การบินแบบปกติด้วย Auto Pilot

........เริ่มต้นจากสนามบินดอนเมืองVTBD ซึ่งได้ Add on มาจาก Thai creation กลุ่มคนรักการบินจำลอง ที่บรรจงสร้างสรรค์ปั้นแต่งขึ้นมา จนเสมือนจริง มีอาคารและจุดจอดต่างๆให้เลือกได้อย่างล้นเหลือ ขอบอกเลยว่า แม้แต่ในซิมมูเลเตอร์ ที่นักบินอาชีพใช้ในการฝึก ยังไม่มีรายละเอียดอาคาร ป้ายร้านมากมายเท่านี้เลย ตลอดการทดสอบเครื่องบินที่เลือกใช้เป็นแบบ A320 ของค่าย AIRBUS X ลวดลายเปลือกภายนอกเป็นลายใหม่ของ Thai Air Asia ของขอขอบคุณช่างสีฝีมือดีจากเขื่อนแม่กวง อีกครั้งหนึ่ง





......Lockheed เน้นว่าการเล่นเกมส์ P3D ควรจะใช้ SSD ในการบูทเกมส์ แต่ถึงกระนั้นก็ยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก จนกว่าเกมส์จะพร้อม เมื่อเข้าเกมส์ครั้งแรก ควรจะมาเริ่มตั้งต้นจากหน้าแรกก่อนทุกครั้ง คือปล่อยให้ default มันขึ้นมา แล้วจึงเลือกแบบ เลือกลายเครื่องบิน แล้วเลือกสนามบิน แม้ยังต้องเสียเวลาอีกนิดในการแสดงภาพ แต่การเล่นต่อไปจะเสถียรกว่า แนะนำให้เข้าเกมส์แบบนี้ก่อนทุกครั้ง เพราะเล่นซ้ำต่อไป เกมส์จะไม่แฮงค์

......ได้ทดลองเข้าเกมส์แบบ Load/Save ที่ตั้งชื่อเก็บไว้ หรือเลือก Previous flight เมื่อเรียกกลับมาเล่นใหม่ เกมส์มักจะแฮงค์ หน้าจอ ขาดๆหายๆ แม้จะเป็นเวอร์ชั่นที่เสียตังค์ซื้อก็ตาม

........อย่างที่ทราบกันดีว่าเกมส์ Flight Sim ต้องการการ Add On อีกหลายอย่าง เพื่อเน้นความสมบูรณ์แบบ จากรายละเอียดต่างๆ อย่างมากมาย ซึ่งครั้งนี้ทำให้สมบูรณ์ครบ โดยน้องบี เป็นโปรแกรมเมอร์หลัก และจากการทดสอบบินครั้งนี้ ได้นำเอาโปรแกรมลินดา เข้ามาช่วยเสริมด้วย เพิ่มให้ระบบ Flight Control ของชุด Hotas Warthog A10 ควบรวมเข้ากับระบบ Auto Flight ของ A320 ได้อย่างสมจริงให้ได้ หากปราศจากโปรแกรมลินดานี้ และการปรับตั้งของน้องเต๋า คันบังคับของเครื่องบินรบ คงจะเข้ากันกับระบบ Auto Flight ของ A320 ไม่ได้

.......AIRBUS X ที่นำมาลงใน P3D มีข้อดีที่ให้สามารถเลือกเข้าเกมส์ได้หลายสถานะ Status คือจะเริ่มจาก Cold & Dark เครื่องบินยังไม่มีไฟฟ้าเข้าไปจ่าย หรือจะข้าม เลือกให้พร้อมวิ่งขึ้น Status Take off เลยก็ได้ การเลือกชมวิวต่างๆ ทำได้ไม่ต่างจาก FSX สามารถเปลี่ยนมุมมอง ขยายใกล้ ไกล ได้อย่างไม่ติดขัด
เมื่อระบบไฟฟ้าผ่านเข้าสู่เครื่องบินโดยการสตาทร์ APU แล้ว เราสามารถใช้ระบบ ECAM กดเปลี่ยนดูระบบต่างๆ ได้อย่างเหมือนจริงเลยทีเดียว แต่ต้องยอมรับว่าบางระบบ เช่นระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการบิน ไม่สามารถกดปุ่ม ELAC SEC FAC ได้เลยแม้แต่ปุ่มเดียว ต่างจากAirbus ค่าย Wilco ที่เคยเสียตังค์ซื้อมาก่อน แต่สวิทช์อื่นๆ เช่นระบบแอร์ ยังสาสารถปรับตั้งได้ดี ไม่แพ้กัน


........อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้การบินจำลอง ใกล้เคียงกับการบินจริงคือ การโหลด AIRAC Navigation Data ได้เช่นเดียวกับเครื่องบินจริงที่นักบินอาชีพทำกันเป็นวงรอบทุก28 วัน การทำเช่นนี้ได้ มันทำให้เกมส์ Flight Sim น่าสัมผัส น่าท้าทาย มากยิ่งขึ้น

..........เริ่มต้นเซ็ทข้อมูล FMGC จากสนามบินดอนเมือง ออกไปสนามบินสุวรรณภูมิ โดยวิ่งขึ้น VTBD21R และไปลง VTBS01R ระดับเพดานบิน 6000 ฟุต
เครื่องบินสมัยใหม่มีความปลอดภัยสูงมาก จากการที่มันสามารถป้อนข้อมูลล่วงหน้าได้ ก่อนที่จะขึ้นทำการบินจริง ข้อดีนั่นคือ ข้อมูลการบินต่างๆ จะถูกนำไปประเมินผลก่อน หากพบสิ่งผิดปกติใดๆ มันจะแจ้งเตือนก่อนที่ จะทำงานบินจริง เช่น จำนวนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่น้อยเกินไป หรือระดับเพดานบินที่สูงเกินไป หรือต่ำเกินไป แน่นอนว่า ถ้าเราป้อนข้อมูลถูก เราจะได้ผลลัพท์ออกมาถูกต้อง และหากเราป้อนผิด ผลลัพท์ ย่อมผิดพลาดออกมาด้วย ในการบินจริงจึงต้องอาศัยนักบินสองคนยืนยันข้อมูล ซึ่งกันและกันทุกครั้ง ก่อนที่จะป้อนข้อมูลลงในระบบ FMGC ของเครื่องบิน


......โดยอาศัยข้อมูลจาก AIRAC Navigation Data วงรอบใหม่ ทำให้เราสามารถเลือก เส้นทางการบินออกจากสนามบิน SID และการเข้าสู่สนามบิน STAR ทุกแห่งในโลก ได้อย่างง่ายดาย
.........เมื่อป้อนข้อมูลทุกอย่างครบถ้วน จึงทำการสตาทร์เครื่องยนต์ ด้วย APU ซึ่งเกมส์ P3D ก็ทำได้อย่างสมจริง พร้อมกับเริ่ม Taxi โดยการใช้กระเดื่องเท้าของ SEITECH ซึ่งมีระบบเบรคที่ปลายเท้าแถมมาให้ ไปยังจุดตั้งตัว เตรียม Take off ได้อย่างคล่องตัว

.........ระหว่างนี้ ทำขั้นตอน Before Take off Checklist โดยการปรับแต่งปุ่ม สวิชท์ต่างๆของจอยส์หมูเหล็กทางด้านซ้าย ซึ่งเป็นชุด Thrust Levers Control ให้เป็นชุดควบคุมการทำงานของแผง Pedestal ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้การควบคุมเครื่องยนต์ มันมีปุ่มมากมายเพียงพอ ให้ทำเป็นสวิทช์กาง-เก็บแฟลป สวิทช์กาง-เก็บ Speed Break ใช้ Armed/Disarm Speed Break ปรับ Elevator trim และยังเหลือพอ เพื่อใช้ควบคุมการมองเห็น สามารถเปลี่ยนมุมมองต่างๆ โดยไม่ต้องละมือ มาใช้เม้าส์ หรือคีย์บอรด์

......คันโยก Thrust Levers Control ของหมูเหล็ก ซึ่งเป็นสองคัน ปรับแต่งให้สอดรับกับสองเครื่องยนต์ของ A320 ได้อย่างลงตัว คือมีทั้ง ตำแหน่งIDEL ด้วยการยกข้ามบาก แล้วดึงถอยหลังมาเป็นตำแหน่ง ฟูลรีเวริส์ Full Reverse แต่ยังขาดตำแหน่ง Idle reverse ไปจุดหนึ่ง และเมื่อดันย้อนไปข้างหน้า จะปลดการรีเวิรส์ ข้อจำกัดเล็กน้อยของชุดหมูเหล็ก คือขณะเร่งเครื่อง Take Off ต้องอาศัยหูฟังจากลำโพง เพื่อให้ทราบว่า คัน ได้เคลื่อนผ่าน ตำแหน่ง CLIMB MCT/ FLX ไปจนถึง TOGA เพราะมันไม่มีบากคั่น มาให้

.......เมื่อมาถึงจุดตั้งตัวทางวิ่ง 21R ทบทวนเช็คลิส ครบถ้วนแล้ว กดปุ่ม T.O.Config ตามขั้นตอน แล้วเปลี่ยน Aircraft Status ให้เป็น Take Off Status จาก MCDU ด้านขวา ซึ่งนั้นจะทำให้ Config ของเครื่องบิน และเกมส์ ปรับเข้ากันตลอดเที่ยวบิน

.......ระหว่างวิ่งขึ้นได้ปรับสภาพอากาศ โดยให้ทิศทางและความเร็วของลม เยื้องกับแนวรันเวย์21R ราว 60 องศา คือให้ลมมาจากทิศ 270 ความเร็ว 15 Knots เพื่อให้เกิดเอฟแฟ็คของลมขวางสนามแบบ Cross Wind และใช้กระเดื่องเท้าของ SEITECH ในการถีบ ควบคุมการแก้ลมขวางสนาม ซึ่งให้ผลการควบคุม ได้อย่างน่าพอใจ


......ต้องขอชื่นชม ความประทับใจที่ P3D มีทางเลือกการปรับแต่งสภาพอากาศมาให้อย่างละเอียด ซึ่งเราสามารถปรับแต่ง ความเร็วลม และทัศนวิสัยการมองเห็น ได้หลายระดับความสูง ตั้งแต่พื้นผิวไปจนถึงระดับสูง ตลอดจนการปรับลักษณะของเมฆ ในแต่ละชั้น ยิ่งเมื่อได้โปรแกรมเสริม ทำให้แสงเงาของสภาพอากาศ เป็นไปอย่างสมจริง ในขณะที่เครื่องบิน เลี้ยวเปลี่ยนทิศทาง

......ขั้นตอน After Take Off หลังจากเครื่องบินลอยตัว เริ่มไต่ +VVI ยกคัน Gear Lever ขึ้นโดยผ่านปุ่มควบคุม Gears UP/Down จากโคน Thrust Levers ของหมูเหล็ก สองวินาทีต่อมา Engage Auto pilot ให้ควบคุมเครื่องบินได้ทันที โดยปรับปุ่มสีแดง บนหัวจอยส์ ซึ่งตั้งให้เป็นปุ่ม Engage /Disengage Auto pilot ด้วยการกดซ้ำ เพียงปุ่มเดียว ซึ่งอาจจะแตกต่างจากของจริงบ้าง แต่ทำให้การควบคุมได้ง่ายกว่า

.....A320-200 ในร่างของ HS-ABC ลอยตัวขึ้นจากสนามบินดอนเมือง 21R เมื่อเข้าอยู่ภายใต้การควบคุมของ Auto pilot และ Auto Thrust แล้ว เครื่องบินทะยานสู่ท้องทางด้านใต้ของกรุงเทพฯ อย่างสวยงาม มันปรับเปลี่ยนความเร็วไปสู่ Mode ต่างๆ ตามที่เซ็ทไว้อย่างนุ่มนวล ปล่อยให้ความเร็วเพิ่มขึ้นจาก V2+10 ผ่าน S Speed จึงเก็บ Flap ปล่อยให้เครื่องบินเร่งความเร็วไปจนถึง 250 IAS
.......ออกจากสนามบินดอนเมืองโดยใช้ RAY1A SID เมื่อไต่ผ่านความสูง 6000 ฟุต เปลี่ยนMode จาก NAV มาเป็น HDG โดยไม่ต้องละมือจากจอยส์มาที่เม้าส์หรือคีย์บอรด์แต่อย่างใดเลย ในช่วงแรกนิ้วมือยังไม่คุ้น กับการคลำหาปุ่มต่างๆ เพราะการเปลี่ยนการควบคุมจากแผง FCU ทั้งแผงของแอร์บัส มาเป็นการควบคุมจากหมูเหล็ก นั้น มันมีMode การเลือกหลายฟังก์ชั่น ทั้งแบบ Manage และแบบ Selected และการหมุนทางซ้าย และขวา เพิ่มปรับเพิ่ม ลด ความเร็ว ทิศทาง ความสูง และVVI
......บินเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิโดยใช้รันเวย์ 19R ลดระดับเพดานบินจาก 6000 ฟุตมายัง 3000 ฟุต ที่ระยะทางประมาณ 20 NM ตั้งใจปล่อยให้โปรไฟล์ของเครื่องบินสูงกว่าปกติเล็กน้อย แล้วใช้คัน Speed Break จากหมูเหล็กดึงมาข้างหลัง เพิ่มเพิ่มอัตราร่อน ให้เครื่องบินกลับมาอยู่ให้มุมร่อนปกติ

.......การเซ็ทอัพ Approach ต้องเปลี่ยนหน้าจอให้เป็น MCDU ซึ่งขั้นตอนนี้ จำเป็นต้องย้อนกลับไปใช้เม้าส์และคีย์บอรด์อีกครั้ง ซึ่งจะสะดวกกว่าในการป้อนข้อมูล เพราะต้องใส่ค่า ต่างๆ ได้แก่ QNH TEMP Wind MDA และ Landing Flap 3 ทั้งหมดได้ในคราวเดียว เมื่อใส่ครบแล้ว จึงกดปุ่ม Activate Approach phase ให้ทำงานในคราวเดียว นั้นเลย
........จากนั้นการควบคุมความเร็ว จะย้ายมาที่จอยส์ทางด้านขวา ในการลดความเร็วเพิ่มกาง Flap การบินเข้าสู่แนว Final อาศัย HDG Mode ในช่วงแรก เมื่อได้มุมราว 30 องศา ระยะทางราว 15 NM จากนั้นจึง ใช้นิ้ว Arm LS Approach เพื่อให้ระบบ Auto Flight เข้าควบคุมการบินลงสนามได้ทั้งหมด
..........ระหว่างร่อนลงทำ ILS Approach เสียงร้องบอกความสูง ต่างๆ บอกได้อย่างถูกต้อง เมื่อผ่านความสูง MDA มาแล้ว ปล่อยให้เครื่องบินลงสนามแบบ Auto Landing เสียเลย ซึ่ง P3D ก็ทำได้เนียน เป็นอย่างยิ่ง Mode การ Auto Landing …> LAND >FLARE>ROLL OUT. ปรับตามความสูงได้อย่างถูกต้อง ตามลำดับ อย่างน่าทึ่ง
........เมื่อล้อสัมผัสสนาม ดึงคัน Thrust Levers ข้ามบากมาที่ Reverse ทำให้ Spoiler กางออก และระบบ Auto Break ทำงานประสานกันเป็นอย่างดี เมื่อความเร็วลดลง จึงปลดรีเวริส์ และใช้กระเดื้องเท้าควบคุมทิศทาง และปลดระบบ Auto Break ออกไป ต่อมาจึงรู้ว่า ที่ยังขาดหายไปคือ คันควบคุม Nose Wheel Steering อีกอันหนึ่ง นั่นเอง

การบินแบบ Normal ด้วยระบบ Auto Flight เริ่มต้นและจบลงด้วยดี

จากนั้นจึงวางแผนการบินกลับจากสุวรรณภูมิ มาดอนเมืองอีกครั้ง โดยเซ็ท VTBSO1L / VTBD21R
การบินกลับเที่ยวนี้ แอบใช้ Auto Pilot ในช่วงแรก เมื่อเก็บ Flap และเซ็ทอัพ Approach เสร็จแล้ว จึงปลด Auto Pilot ออกไป ในช่วงแรกบินต่อไปทางด้านเหนือของสนามบิน โดยเลือกใช้ Flight Director เป็น Reference ลองฝึกเลี้ยว ซ้าย เลี้ยวขวา ครั้งละ 90 องศา กลับไปมา ปัญหาที่พบครั้งแรก เมื่อใช้จอ Display ขนาดเล็ก คือ มองเห็น Flight Director ได้อย่างลำบาก แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้จอทีวีขนาด 40 นิ้ว ปัญหาการมองเห็น Flight Director หรือ Bird (Flight Path Vector) จึงหมดไป ด้วยการซูม เข้ามาเพียงเล็กน้อย

......น้ำหนักคันบังคับของหมูเหล็ก ใกล้เคียงกับคันบังคับของ A320 อยู่บ้าง แต่ด้วย แรงดึงของสปริงส์ และตำแหน่ง การวาง ที่แตกต่างกัน ทำให้ ความรู้สึกยังแตกต่างกัน ค่อนข้างมาก ความไวของคันบังคับ ได้รับการปรับให้ Sensitive ที่สุด ด้วยค่า 127 และตำแหน่งตั้งกลาง เป็นค่าเพียง 1 เท่านั้น แต่เมื่อทดลองบิน จะมีค่าหน่วง Lag อยู่มาก คือดึงมือแล้ว แต่เครื่องบินยังไม่ตอบสนอง ในทันที ต้องรอเวลาอีกสัก สองวินาที จึงจะได้ตามที่ต้องการ ทั้งทางด้าน Lateral และ Vertical ซึ่งจากนี้ไปคงต้องหาการปรับตั้งให้ลงตัว เพื่อให้การตอบสนอง ไวขึ้น สมจริงมายิ่งขึ้น

........การบินด้วย Manual เพื่อรักษาทิศทาง ความสูง ความเร็ว ด้วย P3D และหมูเหล็ก ให้ความรู้สึก ที่ยอมรับได้ แม้จะมีการ Lag อยู่บ้าง ปัญหาจะมีมากขึ้น ถ้าใช้จอขนาดเล็ก เพราะการปรับเปลี่ยน หน้าจอไปหน้าต่างๆ เพื่อดูหรือเซ็ทอัพ ทำได้อย่างขลุกขลัก ไม่ค่อยจะทัน บ้างครั้งต้องกดปุ่ม P เพื่อหยุดเกมส์ Pause ให้เซ็ทค่าต่างๆได้ทัน
........เมื่อคุ้นเคยกับการบินManual แบบ Lag lag จึงปลด Flight Director ออกไป ด้วยนิ้วชี้บนปุ่มหัวจอยส์ แล้วเลือกใช้ Bird (Flight Path Vector) มาช่วยในการบิน ทดสอบการบินรักษาระดับ ด้วยเบริด์ จากนั้นบิน ลดระดับ จากความสูง 7000 ฟุต 3000 ฟุต โดยบังคับให้เบริด์ อยู่ในตำแหน่งใต้ขอบฟ้า ซึ่งให้ผลลัพท์ออกมาอย่างพอดี เช่นเดียวกับเครื่องบินจริง


............ระหว่างนั้น ได้ใช้ FMGS เพื่อการลำดับ way points ต่างๆ ให้สอดคล้องกับ ทิศทางและแผนการบิน แต่ Mode Direct To ของเกมส์ยังมีข้อปลีกย่อย ที่ไม่ต้องการอยู่บ้าง
.......การบินจริง และกานบินจำลอง ย่อมจะง่ายมาก เมื่อสภาพอากาศดี มองเห็นได้ไกลกว่า 10 กิโลเมตร ดังนั้นเพื่อให้สมจริง และมีความท้าทายอยู่บ้าง จึงปรับแต่งสภาพอากาศให้เป็นอุปสรรคอยู่บ้าง โดยให้ทัศนวิสัย การมองเห็น เหลือเพียง 8 กิโลเมตร มีฐานเมฆ Scatter และ Broken สลับกันไป และยังคงบังคับให้ลมเป็นลมขวางสนาม เช่นเดิม

..........ข้อดีของเกมส์ P3D คือการปรับตั้งสภาพอากาศ ที่สามารถแยกรายละเอียด ได้เช่นเดียวกับ Simultor แบบ Professional คือสามารถแยกระดับความสูง ของเอฟเฟ็ค ต่างๆ เช่น ความเร็ว ทิศทาง ของลม สภาพเมฆให้แตกต่างกันได้ ในระดับความสูงต่างกัน ได้อย่างหลากหลาย คล้ายของจริง ทำให้เกมส์มีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
.........การเข้าสู่สนามบินดอนเมือง เลือกใช้แบบ ILS 21R เปลี่ยนหน้าจอ EFIS ให้เป็นแบบ LS Rose Mode เสียเลย แล้วใช้ประสบการณ์ Basic Instrument Flying แทนระบบ Auto Flight ทั้งหมด แต่จำเป็นต้องเหลือ ระบบ Auto Thrust ไว้บ้าง เพื่อลดภาระการบินเดี่ยว แต่ขอย้ำว่า การที่ได้จอภาพขนาดใหญ่จะทำให้การบิน P3D ได้ง่ายขึ้นมาก


........บังคับเครื่องบิน ให้เอาชนะสภาพอากาศ และแรงลม ให้อยู่ในแนวร่อนที่ถูกต้อง จนมองเห็นสนาม และลงแบบ Manual ด้วยมือ บินไม่หลง ลงไม่หัก กลับมาถึงดอนเมือง ได้อย่างปลอดภัย
........หลังจากน้องบี ได้เพิ่ม Add On สนามบินต่างๆให้ จึงเริ่มออกทริป สนามแรกคือ หลวงพระบาง VLLB ซึ่งสายการบินแอร์เอเชียเพิ่งเปิดเป็นจุดหมายปลายทาง ทางเลือกของนักเดินทางได้ไม่นาน ที่นี่มีทั้งการบินเข้าสู่สนามแบบ VOR และ ILS ให้เลือก แต่ที่ท้าทายกว่านั้น คือรอบๆสนามบิน มีภูเขาสูงตั้งตระหง่าน เรียงรายอยู่โดยรอบ ระหว่างการทดสอบบิน บางครั้งพลั้งเผลอ บินต่ำเกินไป ระบบแจ้งเตือน GPWS ทำงานของมันได้อย่างแม่นยำ ร้องบอก Terrain Pull up ให้เรา รีบดึงมือ นำเครื่องไต่ขึ้นด้วยมุมชันสูงสุด เพื่อให้หลุดพ้นจากไหล่เขา ยอดเขา โดยเร็วอย่างปลอดภัย

........ทดลองย้ายไปบิน ที่ฮ่องกง VHHH 25R ซึ่งสามารถลงสนามแบบ Cat 3 ได้ โดยเซ็ทค่า DH แบบ Radio ที่ความสูงเพียง 50 ฟุต เป็นการลงแบบ Auto Landing ในสภาพทัศนวิสัย ต่ำมาก คือเหลือเพียง 200 เมตรเท่านั้น เมื่อเครื่องบินเข้าใกล้พื้นผิวสนามบิน มองผ่านกระจกสลับกับหน้าจอ EFIS เห็นดวงไฟต่างๆของสนามบิน ได้อย่างสมจริง ปล่อยให้ระบบ Auto landing ทำงานจบอย่างสมบูรณ์ แล้วจึงปลด Auto Pilot ออก ถีบรัดเดอร์เลี้ยวออกจากรันเวย์ได้อย่างสะดวก



ขั้นตอนหนึ่งที่ต้องทดสอบ คือการ Go Around คราวนี้วารป์มาที่สนามบินเชียงใหม่ VTCC36 เพื่อให้คอมพ์ไม่แฮงค์ และ Aircraft status เป็นไปตามลำดับ จึงต้องออกจากเกมส์ และเข้ามาใหม่อีกครั้ง เลือกเครื่องบิน และสนามบิน VTCC36/VTCC36
SID STAR Penta/Marne
.........ทำ ILS36 เข้ามาโดยใช้ Auto pilot ทั้งสอง2 ตัว รักษา G/S เมื่อมาถึง Minimum ความสูง 1410 ฟุต ห่างจากพื้นเพียง 300 ฟุต จึงทำการ Go Around ด้วยการดันคัน Thrust Levels ทั้งสองไปจนถึงตำแหน่ง TOGA แล้วสังเกตการตอบสนองของเครื่องบินอย่างละเอียด


..........เครื่องบินปรับท่าทางการบินในทันที หัวเครื่องบินปรับสูงขึ้น จึงเลื่อนคัน Flap ไปที่ตำแหน่ง 1 แต่จำเป็นต้องทำซ้ำ 2 ครั้ง เพราะคันควบคุมแฟลป เป็นแบบ Toggle switch ไม่สามารถเลื่อนไปที่ตำแหน่ง 1 ได้โดยตรง เมื่อเครื่องวัดVVI ชี้ไต่ +Climb จึงกดปุ่ม L/G warning เพื่อเก็บฐานล้อ

แล้วคอนเฟริมส์การทำงานของระบบ Auto Flight ด้วยการอ่าน FMA บนจอ PFD อีกครั้งด้วยข้อความ “ MAN TOGA SRS NAV ’’ เกมส์ P3D ตอบสนองลำดับการทำงานของ A320 ได้อย่างดี อย่างเป็นลำดับ เครื่องบินยังคงอยู่ใน Auto Mode ไต่ผ่านความสูง 1800 ฟุต เมื่อFMA ช่องซ้ายสุด กระพริบ LVL CLB เพื่อเตือนให้รู้ว่าถึงจุดความสูง ที่ต้องผ่อน Thrust Levels มาที่ตำแหน่ง CLB และเครื่องบินจะเริ่มเพิ่มความเร็วจาก SRS (155 IAS) Speed ไปยัง CLB Speed (250 IAS) โดยผ่านความเร็ว S (Slat) Speed เฝ้าสังเกต ลำดับการเปลี่ยน Auto Flight Mode เป็นไปอย่างน่าพอใจ ขอบคุณ Lockheed และ Airbus X

.......เมื่อจัดการกับการบินทาง vertical เรื่อง ความสูงและความเร็ว เรียบร้อยแล้ว จึงหันมาสนใจกับทางด้าน Lateral ทางด้าน NAV เครื่องบินบินเข้าสู่ Mode NAV เลี้ยวลัดเลาะไปตาม Missed Approach waypoints ต่างๆ ที่กำหนดล่วงหน้าไว้ใน FMGS อย่างถูกต้อง ปล่อยให้เครื่องไต่ไประดับความสูง 7000 ฟุต แล้วจึงเซ็ทอัพ Approach Perp. ลงด้วย VOR Managed อีกครั้งหนึ่ง


......เป็นการทำ Non precision Approach แบบ VOR RNAV Full Manage คือให้ระบบ Auto Flight ควบคุมการบินทั้งทางด้าน Lateral และ Vertical ทั้งหมด ได้ผลออกมาได้อย่างน่าพอใจ

การทำCircling
......เกือบลืมท่ายาก ที่นักบินอาชีพ มักจะเลี่ยงที่จะทำ คือการทำ เซอร์คลิ้ง Circling ซึ่งหมายถึง การเข้าสู่สนามแบบ IFR แล้วบินต่อด้วย VFR ซึ่งมักเป็นขั้นตอนการบินที่ไม่มีโอกาสได้ทำ หรือฝึกทำบ่อยนัก ต้องนำความรู้และประสบการณ์ทั้งในแบบ IFR และ VFR มาเชื่อต่อกัน เหตุที่ต้องทำเช่นนี้เพราะ ทิศทางการเข้าสู่สนามบิน มักจะถูกจำกัดให้เข้ามาทางหนึ่ง แต่เมื่อมองเห็นสนามบิน ต้องบินวนกลับอีกด้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการลงตามลม
.........สนามบินที่จำเป็นต้องทำเช่นนี้บ่อยๆ ได้แก่ สนามบินหาดใหญ่ และสนามบินตรัง VTST ในช่วงต้นหนาว หลังจากน้องบีลงสนามบินตรัง VTST ให้แล้ว จึงพร้อมที่จะลองของยาก โดยตั้งค่าทิศทางและความเร็วลมไว้ 280/15 คล้ายๆของจริง สนามบินตรังไม่ใช่หมู แม้จะมีชาวพุทธจำนวนมากก็ตาม เพราะความยาวสนามบินสั้น อีกทั้งรอบสนามบินยังมีเนินเขา ในแนว Final ของ ILS RWY 08 ทำให้เป็นการร่อนลงที่มีมุมร่อนชันมาก 3.5 องศา ซึ่งทำให้ความเร็วค่อนข้างสูง ถ้าหากทิศทางของลม มาจากทางตะวันตก จะทำให้ ลงสัมผัสกับผิวรันเวย์ ณ จุดที่ต้องการได้ยาก และอาจต้องเบรก อย่างแรง จนผ้าเบรกมีความร้อนสูง จึงจำเป็นต้องบินวนทำ Circling กลับมาลงในทิศทางทวนลม ทางรันเวย์ 26



.........ความยากที่นักบินแอร์ไลน์ต้องเผชิญ คือ หน้าต่างห้องนักบิน ไม่ได้ถูกออกแบบไว้ ให้มองเห็นทัศนภายนอก ได้ ชัดเจนมากนัก แตกต่างจากเครื่องบินทหาร การทำ Circling ต้องอาศัยการมองเห็นภายนอกอย่าเด่นชัด ตลอดเวลา หากสนามบินหลุดรอดสายตาไป ภาระต่างๆจะถาโถมกลับเข้ามาอีกห่าใหญ่ ยิ่งโดยเฉพาะในSimulator ยิ่งยากขึ้นอีก หากมีจอภาพที่ไม่ใหญ่เพียงพอ เพราะต้องมีการปรับแต่ง ต่างๆมากมาย ยิ่งบินคนเดียว SOLO ด้วยแล้ว โอกาสพลาดพลั้ง มีสูงมาก

......เริ่มต้นจากสนามบินตรัง กลับมาสนามบินตรัง วิ่งขึ้นทางรันเวย์ 26 แล้ว outbound ออกไปทางเหนือ 15 NM เลี้ยวกลับเข้ามาทำ ILS 08 ปล่อยเครื่องบินเกาะ Glide Slope ตั้งแต่ความสูง 3000 ฟุต จนมาถึงความสูง 1100 ฟุต จึงปลด Auto pilot ออก แล้วบินด้วยมือ ฉีกออกมาทางขวา 45 องศา ในทิศทาง 125 เพื่อให้ฝั่งกัปตันมองเห็นสนามบินอยู่ทางซ้ายมือตลอดเวลา แล้วจับเวลาคร่าวๆ 20-30 วินาที อย่าให้ลมพัดเกินไปกว่า 3.0 NM เพราะอาจจะทำให้มองไม่เห็นรันเวย์ แล้วเลี้ยวซ้ายกลับทิศทาง 080 บินขนานกับรันเวย์ เมื่อปลายปีกผ่านขอบรันเวย์ จับเวลาอีกครั้งราว 10 วินาที อย่าเกินนี้ เพราะลมมันแรง อาจจะทำให้เลยไปไกล แล้วจึงเริ่มเลี้ยวซ้าย ในขา BASE เข้าสู่สนามบิน





.......ในระหว่างการเลี้ยวขาเบส เป็นการเลี้ยวรักษา ความสูง 1100 ฟุตไว้ ในช่วงแรกไปก่อน ยังไม่ต้องลดระดับ จนกระทั่งทิศทางเปลี่ยนไป 45 องศาจึงหย่อนมือ VVI -400 FPM เมื่อทิศทางของเครื่องบินหันเข้าสู่สนามบิน (260) เครื่องบินยังคงต้องมีระดับความสูงเหลืออยู่อย่างน้อย 550 ฟุต จึงจะปลอดภัย




.......ปัญหาที่พบในระหว่างนี้มีมากมาย เพราะบินคนเดียว ต้องเปลี่ยนหน้าจอ มุมมอง ต่างๆ หลายครั้ง เพื่อให้ทันการณ์ ทันเกมส์ แน่นอนว่าปุ่ม P ต้องใช้เพื่อหยุดเกมส์ ปรับตั้งขัอมูลต่างๆ มากมาย แบบ solo และจำเป็นต้องเซ็ทค่าความเร็ว Approach Speed ให้สูงกว่าที่ได้จาก FMGS เพราะค่าที่ได้จาก FMGS มันจะต่ำเกินไป และทำให้ร้องเตือน แต่ถ้าสูงเกินกว่า 140 IAS จะส่งผลต่อรัศมีวงเลี้ยว ต่อมาเป็นลำดับ
ทดลองบินอยู่หลายเที่ยว จนมั่นใจในท่ายาก เช่นนี้




การทดสอบการบินฉุกเฉิน
...........หลังจากที่คุ้นเคยกับหน้าตาของเกมส์ และมั่นใจในการควบคุมแบบปกติแล้ว ความซุกซนที่แฝงอยู่จึงเริ่มขึ้น เหมือนเด็กที่ได้รับของเล่นชิ้นใหม่ เล่นสมใจแล้ว สุดท้ายเราก็ต้องงัดแงะมันถอดมันออกมาดูภายในว่า ข้างในมันเป็นอย่างไร
........ทดสอบการทำงานของระบบเทคนิคต่างๆ ด้วยการปิดๆ เปิดๆ ระบบต่างๆ ซ้ายบ้างขวาบ้าง ในมันทำงานในแบบสุดๆ สมบูรณ์บ้าง พิการบ้าง บางปุ่มก็ทำงานได้แบบของจริง บางปุ่มก็ไม่ตอบสนองใดๆ ที่น่าเสียดายคือ Fire Push Button ทั้งสามอัน ที่ไม่ตอบสนองอะไรเลย แต่โชคดีที่เจ้าหมูเหล็ก มีEngine Mater Switchs เพื่อควบคุมการติดและดับเครื่องยนต์ เผื่อไว้ทั้งสองเครื่องยนต์ อย่างพอดิบ พอดี ซึ่งเราจะใช้สวิทช์นี้ เพื่อจำลองสถานการณ์เครื่องยนต์ดับ Engine Fail ได้ทั้งบนพื้นและในอากาศ ทั้งก่อนและหลังความเร็ว V1

..........ทดสอบอย่างง่ายก่อนด้วยการทำ Abort Take Off at Low Speed แบบสองเครื่องยนต์ยังอยู่ครบ ที่ความเร็วประมาณ 50 KIAS เพื่อดูให้แน่ใจว่า ระบบ Auto Break ทำงานหรือไม่ ซึ่งมันไม่ควรจะทำงาน เพราะมันออกแบบให้ทำงานที่ความเร็วเกินกว่า 72 KIAS
...........จากนั้น ทำ Abort Take Off at Low Speed ที่ความเร็ว 90 KIAS เพื่อดูให้แน่ใจว่า ระบบ Auto Break ทำงานเต็มที่ ร่วมกับ Reversers และ Spoilers โดยไม่แตะเบรกเลย แต่อย่างใด
.......จากนั้นเริ่มทำใน Procedures ที่ยากกว่า คือ การทดสอบการบินฉุกเฉิน โดยให้เกิดเหตุ Engine Fail Before V1 เครื่องยนต์ดับเพียงเครื่องเดียว ในขณะเริ่มต้นวิ่งขึ้น
ซึ่ง Airbus เองเชื่อว่า เป็นท่ายาก ของจริงเป็นการควบคุมเครื่องบินที่มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะนักบินต้องบังคับเครื่องบิน ที่เครื่องยนต์มีกำลังแรง
สองข้างไม่สมมาตรกัน


.........จากข้อมูลทางสถิติ ผลจาก Engine Fail Before V1 เครื่องยนต์ดับทันทีขณะเครื่องบินกำลังวิ่งขึ้น ทำให้เกิดอุบัติเหตุ สร้างความเสียหาย บ่อยกว่า การที่ Engine Fail After V1 เครื่องยนต์ดับหลังจากวิ่งขึ้นไปแล้ว
........พระเอกของเรื่องนี้ คือชุด ควบคุมกระเดื่องเท้าของ Saitek ที่เข้ามามีบทบาท 100 % ในการควบคุมเครื่องบิน ในภาวะ Engine Fail Before V1 ปัญหาเครื่องยนต์ดับทันที คือต้องใช้ทั้งRudder และเบรก ซ้าย ขวาสลับกันไป เพื่อประคองเครื่องบินให้อยู่บนรันเวย์กว้าง 45 เมตรให้ได้ และหากไม่สามารถนำล้อหน้า กลับมาที่เส้นแนวกลางรันเวย์ได้ สามล้อติดปีก จะกลายพันธุ์ เป็นสัตว์กินหญ้าในทันที

.......Airbus จึงแนะนำให้นักบิน ไปต่อ Go ดีกว่าที่จะหยุดอยู่บนพื้น ที่ความเร็วต่ำ Airbus มั่นใจว่า พละกำลังของเครื่องยนต์อีกข้างที่เหลืออยู่ เพียงพอที่จะทำให้เครื่องบิน บินไปต่อได้ เมื่อลอยพ้นพื้นไปแล้ว ค่อยๆไต่ไปวางระดับ แล้วหาเวลา หาโอกาส ตั้งตัวใหม่ ในการกลับมาลง ถ้าโชคดีพอ เครื่องยนต์ที่ดับไป อาจถูกรีสตารท์ติดขึ้นมาใหม่ก็ได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นย่อมทุเลาลง

.......การควบคุมสามล้อติดปีก บนพื้นผิวรันเวย์แคบๆ ไม่ใช่เรื่องยาก แต่หากพละกำลังเครื่องยนต์ ทางด้านซ้าย และทางด้านขวา แตกต่างกันมาก Unsymmetrical จะทำให้การควบคุมเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะช่วงย่านความเร็วต่ำ ดังนั้นถ้าเราตัดสินใจจะหยุด เราต้องปลดเงื่อนไขของการแตกต่างกันของพละกำลังเครื่องบินทั้งซ้ายขวา ด้วยการ ผ่อนมันทั้งสองด้านมาที่ตำแหน่งIDEL เพื่อลดการเซไปมา การใช้ Reversor เพียงข้างเดียวที่เหลืออยู่สามารถใช้ช่วยหน่วงความเร็ว เป็นหลัก และยังสามารถใช้บังคับทิศทางได้บ้าง แต่ไม่มากนัก เพราะหน้าที่รองของมันคือสั่งการให้ระบบ Speed Break และ Auto Break ทำงาน จากนั้นจึงใช้เท้าถีบ Rudder ประคองกลับเข้ามากึ่งการรันเวย์

.......การใช้เท้าช่วยเบรก จะช่วยได้มาก เมื่อเครื่องบิน มีความเร็วลดลง และหากสนามบินมีความยาวเพียงพอ การใช้เบรคอย่างรุนแรงก็แทบไม่จำเป็น

......การทดสอบบิน จะจบลงอย่างสมบูรณ์ไม่ได้ หากปราศจาก การทดสอบบินให้เกิดภาวะฉุกเฉิน เมื่ออยู่ในอากาศ ตามลำดับ ที่ตั้งใจไว้. หลังจาก ทดสอบการควบคุมเครื่องบินในภาวะ. Engine Fail Before V1 แล้ว ลำดับต่อไปคือ การทดสอบ Engine Fail. After V1. แต่ปัญหาที่ประสบคือ เครื่องยนต์ที่เหลืออยู่เพียงเครื่องเดียว มีกำลังไม่พอ ในการบินไต่ต่อ ไปหาระดับความสูง แม้เพียง1500 ฟุต และความเร็วที่ปลอดภัย. 200 Knots ไม่ได้ หลังจากเครื่องยนต์ดับ. เครื่องบินA320.Airbus X กลับหมดกำลังเอาดื้อๆ. ความเร็วลดลงอย่างรวดเร็ว แล้วม้วนคอ หมุนตัว.Stall พับตกลง Crash อยู่ข้างๆรันเวย์ ทดลองบินอยู่หลายครั้ง. ก็ตกตาย ยั้งเขียด ทั้งการเปลี่ยนน้ำหนัก pay . Load ให้น้อยลง. และความเร็วให้เพิ่ม แต่ไม่เป็นผล.

ไปต่อไม่ได้.

. จึงต้องขอติดค้างไว้ในส่วนนี้ เมื่อสามารถแก้ไขข้อบกพร่องได้แล้ว จะกลับมาทดสอบต่อ ให้สมบูรณ์

.......เครื่องบินMulti Engine. ถูกออกแบบไว้ ให้บินต่อไปได้ แม้ว่าเครื่องยนต์จะดับไปแล้วเครื่องหนึ่ง เครื่องยนต์ที่เหลืออยู่ยังคงมีกำลังให้เครื่องบินยังคงบินไต่ต่อไป แม้จะอยู่ในภาวะ น้ำหนักสูงสุดก็ตาม ไม่เกี่ยงว่าจะเป็น Airbus. Boeing หรือ แอร์เอเชีย. Lion Air. ก็ตาม เครื่องบินต้องผ่านมาตรฐาน ความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน ให้ได้. แม้จะเป็นเกมส์ ไฟลท์ซิมก็ตาม

........ข้อขัดข้องที่เกิดขึ้น น่าจะเกิดขึ้นจากเกมส์ Airbus. X มากกว่าที่จะเกิดจาก P3D. จำได้เลาๆว่า เคยเจอแบบนี้ ตอนทอสอบ. Airbus. Wilco เช่นกัน

........พร้อมกับทราบว่า มี Flight sim Labs A320 กำลังจะทำเวอร์ชั่น P3D ออกมา ถ้าแก้ปัญหานี้ คงยอมจ่ายตังค์ซื้อ

หรือว่า มันเกิดจาก การตั้งค่า config Thrust. Lever. Control ?.


........เพื่อให้บทความนี้ จบลงในปี 2559 และเป็นของขวัญปีใหม่ 2560 สำหรับมิตรรักแฟนคลับ

.......จึงขอข้ามการทดสอบ ไปเป็น

การบินฉุกเฉินขณะ. Engine Failure During. Cruise


.....ในชีวิตการบินจริงๆนั้น เป็นเหตุการณ์ที่ไม่วิกฤต มากนัก เพราะเครื่องบินมีทั้งความสูง. ความเร็ว. เป็นทุนสำรองอยู่มาก. เวลา และทางเลือกในการแก้ไข มีอยู่อย่างเหลือเฟือ
......ได้ทดลองใช้ Engine Master. switch เพื่อดับเครื่องยนต์ ผลที่ตามมาคือ

Ecam. Action ได้ปรากฎขึ้นบนจอด้านล่าง. ซึ่งสร้างความประหลาดใจ แบบไม่คาดคิดมาก่อน
ECAM สั่งให้เรา ปิด เปิด สวิชท์ บางอัน. คล้ายๆของจริง. อยู่บ้าง แต่ไม่ทั้งหมด.
แบบว่าพอกล้อมแกล้ม. ทำตามขั้นตอนยังไม่ครบ ข้อความก็หายไป. ซะแล้ว แต่ก็ยังดี ที่มีมาให้ยล

......เมื่อเหลือเพียงเครื่องยนต์เดียว กำลังเครื่องเริ่มลดลง. ความเร็วลดลง.
ไม่สามารถรักษาระดับความสูงได้. จึงลดระดับ หันหัวเข้าสู่สนามบิน. ครั้งแรก ปล่อยให้ใช้ความเร็ว Approach ตำ่กว่า 140 IAS แต่ไม่สามารถพยุงเครื่องบินอยู่ได้. เครื่องบิน Stall. ร่วงตุ๊บ. ในขาไฟนอล

ครั้งต่อมา จึงได้เพิ่ม. ความเร็วเป็น 145 IAS. ทำให้ เครื่องบินพยุงตัวอยู่ได้ กลับมาลง แบบเอาคางเกย ขอบรันเวย์ ได้อย่างปลอดภัย
ยังคาใจ อยู่บ้าง อยากจะทดสอบการ Go Around แบบ Single Engine สักครั้ง แต่ลงไม่รอดแน่ รอให้เซ็ท Config ต่างๆลงตัว แล้วจะลองดู


สรุป การทดสอบ เกมส์ P3D Airbus X และ เจ้าหมูเหล็ก Hotas Warthog A10 ในการบินแบบหลายรูปแบบต่างกัน ดังนี้

1.การบิน Auto. Flight ให้ความเสมือนจริงอย่างมาก มีการเคลื่อนไหว ลื่นไหลของเกมส์ ได้ดี กว่าที่คาดหวัง. ให้คะแนน 8/10

2.ในส่วนการบินแบบ Manual. โดยใช้ ชุดควบคุม Hotas Warthog A10 เจ้าหมูเหล็ก และรัดเดอร์ Saitek ปรับแต่งด้วยโปรแกรมลินดา. ให้ความสมจริงด้วยคะแนนราว. 7/10

3.สำหรับการบินในภาวะฉุกเฉิน. ยังมีรายละเอียด ที่ต้องแก้ไขอีกหลายจุด. ให้คะแนนในตอนนี้ 6/10

ขอมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2560 ให้กับทุกท่านที่สนใจ
หากมีข้อสงสัย ติชม ใดๆ ฝากไว้ที่นี่ได้เลยครับ เมื่อมีข้อมูลจะมาอัพเดท ให้ทราบอีครั้ง
 

Attachments

skypig

Administrator
ขอจองพื้นที่ไว้ก่อนครับ

ของขวัญปีใหม่ สำหรับ แฟนคลับทุกท่าน
 

skypig

Administrator
การทำCircling
......เกือบลืมท่ายาก ที่นักบินอาชีพ มักจะเลี่ยงที่จะทำ คือ การทำ เซอร์คลิ้ง Circling ซึ่งหมายถึง การเข้าสู่สนามแบบ IFR แล้วบินต่อด้วย VFR ซึ่งมักเป็นขั้นตอนการบินที่ไม่มีโอกาสได้ทำ หรือฝึกทำบ่อยนัก ต้องนำความรู้และประสบการณ์ทั้งในแบบ IFR และ VFR มาเชื่อมต่อกัน เหตุที่ต้องทำเช่นนี้เพราะ ทิศทางการเข้าสู่สนามบิน มักจะถูกจำกัดให้เข้ามาทางหนึ่ง แต่เมื่อมองเห็นสนามบิน ต้องบินวนกลับอีกด้านหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการลงตามลม
.......สนามบินที่จำเป็นต้องทำเช่นนี้บ่อยๆ ได้แก่ สนามบินตรัง VTST หลังจากน้องบีลงสนามแห่งนี้ให้แล้ว จึงพร้อมที่จะลองของยาก โดยตั้งค่าทิศทางและความเร็วลมไว้ 280/15 คล้ายๆของจริง สนามบินตรังไม่ใช่หมู แม้จะมีชาวพุทธจำนวนมากก็ตาม เพราะความยาวสนามบินสั้น อีกทั้งรอบสนามบินยังมีเนินเขา ในแนว Final ของ ILS RWY 08 ทำให้เป็นการร่อนลงที่มีมุมร่อนชันมาก 3.5 องศา ซึ่งทำให้ความเร็วค่อนข้างสูง ถ้าหากทิศทางของลม มาจากทางตะวันตก จะทำให้ เครื่องบินลงสัมผัสกับผิวรันเวย์ ณ จุดที่ต้องการได้ยาก และอาจต้องเบรก อย่างแรง จนผ้าเบรกมีความร้อนสูง จึงจำเป็นต้องบินวนทำ Circling กลับมาลงในทิศทางทวนลม ทางรันเวย์ 26

.........ความยากที่นักบินแอร์ไลน์ต้องเผชิญ คือ หน้าต่างห้องนักบิน ไม่ได้ถูกออกแบบไว้ ให้มองเห็นทัศนะภายนอก ได้ ชัดเจนมากนัก แตกต่างจากเครื่องบินทหาร การทำ Circling ต้องอาศัยการมองเห็นภายนอกอย่าเด่นชัด ตลอดเวลา หากสนามบินหลุดรอดสายตาไป ภาระต่างๆจะถาโถมกลับเข้ามาอีกห่าใหญ่ ยิ่งโดยเฉพาะในSimulator ยิ่งยากขึ้นอีก หากมีจอภาพที่ไม่ใหญ่เพียงพอ เพราะต้องมีการปรับแต่ง ต่างๆมากมาย ยิ่งบินคนเดียว SOLO ด้วยแล้ว โอกาสพลาดพลั้ง มีสูงมาก

......เริ่มต้นจากสนามบินตรัง กลับมาสนามบินตรัง วิ่งขึ้นทางรันเวย์ 26 แล้ว outbound ออกไปทางเหนือ 15 NM เลี้ยวกลับเข้ามาทำ ILS 08 ปล่อยเครื่องบินเกาะ Glide Slope จนมาถึงความสูง 1100 ฟุต ปลด Auto pilot ออก แล้วบินด้วยมือฉีกออกมาทางขวา 45 องศา ในทิศทาง 125 เพื่อให้ฝั่งกัปตันมองเห็นสนามบินตลอดเวลา แล้วจับเวลาคร่าวๆ 20-30 วินาที อย่าให้ลมพัดเกินไปกว่า 3.0 NM เพราะอาจจะทำให้มองไม่เห็นรันเวย์ แล้วเลี้ยวกลับทิศทาง 080 เพื่อบินขนานกับรันเวย์ เมื่อปลายปีกผ่านขอบรันเวย์ จับเวลาอีกครั้งราว 10 วินาที อย่าเกินนี้ เพราะลมมันแรง อาจจะทำให้เลยไปไกล แล้วจึงเริ่มเลี้ยวซ้าย ในขา BASE เข้าสู่สนามบิน
.......ในระหว่างการเลี้ยวขาเบส เป็นการเลี้ยวรักษา ความสูง 1100 ฟุตในช่วงแรกไปก่อน ยังไม่ต้องลดระดับ จนกระทั่งทิศทางเปลี่ยนไป 45 องศาจึงหย่อนมือ VVI -400 FPM เมื่อทิศทางของเครื่องบินหันเข้าสู่สนามบิน (260) เครื่องบินยังคงต้องมีระดับความสูงเหลืออยู่ 550 ฟุต จึงจะปลอดภัย

.......ปัญหาที่พบในระหว่างนี้มีมากมาย เพราะบินคนเดียว ต้องเปลี่ยนหน้าจอ มุมมอง ต่างๆ หลายครั้ง เพื่อให้ทันการณ์ ทันเกมส์ แน่นอนว่าปุ่ม P ต้องใช้เพื่อหยุกเกมส์ ปรับตั้งขัอมูลต่างๆ มากมาย แบบ solo และจำเป็นต้องเซ็ทค่าความเร็ว Approach Speed ให้สูงกว่าที่ได้จาก FMGS เพราะค่าที่ได้จาก FMGS มันจะต่ำเกินไป และทำให้ร้องเตือน แต่ถ้าสูงเกินกว่า 140 IAS จะส่งผลต่อรัศมีวงเลี้ยว ต่อมาเป็นลำดับ
ทดลองบินอยู่หลายเที่ยว จนมั่นใจในท่ายาก เช่นนี้
 

Attachments

Porsche

New Member
ครูหมูครับ ไว้รอ Flight sim Labs A320 ทำเวอร์ชั่น P3D ออกมา ผมว่าน่าสนใจมากเลยครับ ตอนนี้ยังมีเเค่เวอร์ชั่น FSX
 

skypig

Administrator
......การทดสอบบิน จะจบลงอย่างสมบูรณ์ไม่ได้ หากปราศจาก การทดสอบบินให้เกิดภาวะฉุกเฉิน เมื่ออยู่ในอากาศ ตามลำดับ ที่ตั้งใจไว้. หลังจาก ทดสอบการควบคุมเครื่องบินในภาวะ. Engine Fail Befote V1 แล้ว ลำดับต่อไปคือ การทดสอบ Engine Fail. After V1. แต่ปัญหาที่ประสบคือ เครื่องยนต์ที่เหลืออยู่เพียงเครื่องเดียว มีกำลังไม่พอ ในการบินไต่ต่อ ไปหาระดับความสูง แม้เพียง1500 ฟุต และความเร็วที่ปลอดภัย. 200 Knots ไม่ได้ หลังจากเครื่องยนต์ดับ. เครื่องบินA320.Airbus X กลับหมดกำลังเอาดื้อๆ. ความเร็วลดลงอย่างรวดเร็ว แล้วม้วนคอ หมุนตัว.Stall พับตกลง Crash อยู่ข้างๆรันเวย์ ทดลองบินอยู่หลายครั้ง. ก็ตกตาย ยั้งเขียด ทั้งการเปลี่ยนน้ำหนัก pay . Load ให้น้อยลง. และเพิ่มความเร็วให้ แต่ไม่เป็นผล.

ไปต่อไม่ได้.​

. จึงต้องขอติดค้างไว้ในส่วนนี้ เมื่อสามารถแก้ไขข้อบกพร่องได้แล้ว จะกลับมาทดสอบต่อ ให้สมบูรณ์

.......เครื่องบินMulti Engine. ถูกออกแบบไว้ ให้บินต่อไปได้ แม้ว่าเครื่องยนต์จะดับไปแล้วเครื่องหนึ่ง เครื่องยนต์ที่เหลืออยู่ยังคงมีกำลังให้เครื่องบินยังคงบินไต่ต่อไป แม้จะอยู่ในภาวะ น้ำหนักสูงสุดก็ตาม ไม่เกี่ยงว่าจะเป็น Airbus. Boeing หรือ แอร์เอเชีย. Lion Air. ก็ตาม เครื่องบินต้องผ่านมาตรฐาน ความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน ให้ได้. แม้จะเป็นเกมส์ ไฟลท์ซิมก็ตาม

........ข้อขัดข้องที่เกิดขึ้น น่าจะเกิดขึ้นจากเกมส์ Airbus. X มากกว่าที่จะเกิดจาก P3D. จำได้เลาๆว่า เคยเจอแบบนี้ ตอนทอสอบ. Airbus. Wilco เช่นกัน

พร้อมกับทราบว่า มี Flight sim Labs A320 กำลังจะทำเวอร์ชั่น P3D ออกมา ถ้าแก้ปัญหานี้ คงยอมจ่ายตังค์ซื้อ

หรือว่า มันเกิดจาก การตั้งค่า config Thrust. Lever. Control ?.



........เพื่อให้บทความนี้ จบลงในปี 2559 และเป็นของขวัญปีใหม่ 2560 สำหรับมิตรรักแฟนคลับ

.......จึงขอข้ามการทดสอบ ไปเป็น

การบินฉุกเฉินขณะ. Engine Failure During. Cruise


.....ในชีวิตการบินจริงๆนั้น เป็นเหตุการณ์ที่ไม่วิกฤต มากนัก เพราะเครื่องบินมีทั้งความสูง. ความเร็ว. เป็นทุนสำรองอยู่มาก. เวลา และทางเลือกในการแก้ไข มีอยู่อย่างเหลือเฟือ
......ได้ทดลองใช้ Engine Master. switch เพื่อดับเครื่องยนต์ ผลที่ตามมาคือ

Ecam. Action ได้ปรากฎขึ้นบนจอด้านล่าง. ซึ่งสร้างความประหลาดใจ แบบไม่คาดคิดมาก่อน
ECAM สั่งให้เรา ปิด เปิด สวิชท์ บางอัน. คล้ายๆของจริง. อยู่บ้าง แต่ไม่ทั้งหมด.
แบบว่าพอกล้อมแกล้ม. ทำตามขั้นตอนยังไม่ครบ ข้อความก็หายไป. ซะแล้ว แต่ก็ยังดี ที่มีมาให้ยล

......เมื่อเหลือเพียงเครื่องยนต์เดียว กำลังเครื่องเริ่มลดลง. ความเร็วลดลง.
ไม่สามารถรักษาระดับความสูงได้. จึงหันหัวเข้าสู่สนามบิน. ครั้งแรก ปล่อยให้ใช้ความเร็ว Approach ตำ่กว่า 140 IAS แต่ไม่สามารถพยุงเครื่องบินอยู่ได้. เครื่องบิน Stall. ร่วงตุ๊บ. ในขาไฟนอล

ครั้งต่อมา จึงได้เพิ่ม. ความเร็วเป็น 145 IAS. ทำให้ เครื่องบินพยุงตัวอยู่ได้ กลับมาลง แบบเอาคางเกย ขอบรันเวย์ ได้อย่างปลอดภัย

สรุป ว่าการทดสอบ เกมส์ P3D Airbus X Hotas. และ เจ้าหมูเหล็ก Hotas. Warthog A10 ในการบินแบบหลายรูปแบบต่างกัน ดังนี้

1.การบิน Auto. Flight ให้ความเสมือนจริงอย่างมาก มีการเคลื่อนไหว ลื่นไหลของเกมส์ ได้ดี กว่าที่คาดหวัง. ให้คะแนน 8/10

2.ในส่วนการบินแบบ Manual. โดยใช้ ชุดควบคุม Hotas. Warthog A10 เจ้าหมูเหล็ก และรัดเดอร์. Saitek ปรับแต่งด้วยโปรแกรมลินดา. ให้ความสมจริงด้วยคะแนนราว. 7/10

3.สำหรับการบินในภาวะฉุกเฉิน. ยังมีรายละเอียด ที่ต้องแก้ไขอีกหลายจุด. ให้คะแนนในตอนนี้ 6/10

ขอมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2560 ให้กับทุกท่านที่สนใจ
หากมีข้อสงสัย ติชม ใดๆ ฝากไว้ที่นี่ได้เลยครับ เมื่อมีข้อมูลจะมาอัพเดท ให้ทราบอีกครั้ง

HAPPY NEW YEAR 2017
 

skypig

Administrator
ครูหมูครับ ไว้รอ Flight sim Labs A320 ทำเวอร์ชั่น P3D ออกมา ผมว่าน่าสนใจมากเลยครับ ตอนนี้ยังมีเเค่เวอร์ชั่น FSX
ถ้าออกเมื่อไร. ส่งข่าวด้วยครับ
 

Porsche

New Member
ถ้าออกเมื่อไร. ส่งข่าวด้วยครับ
ด้วยความยินดีครับ รออ่านบทความจากครูหมูนะครับ :)
 
Last edited:


Flag Counter

ขอขอบพระคุณ

พลอากาศเอก อมฤต จารยะพันธ์
พลอากาศโท ปรีชาพล ผุสสราค์มาลัย
กัปตันสุทิพย์ สิริสรรพ (การบินไทย)
กัปตันยุทธการ ปุรินทราภิบาล (ไทยแอร์เอเชีย)
กัปตันราชันย์ สุดหล้า (ไทยแอร์เอเชีย)
นาวาอากาศโทสุรินทร์ คอทอง
นาวาอากาศตรีขวัญ สุภรสุข
คุณพงษ์ พินิจ นสพ.ไทยรัฐ

เว็บไซต์ "www.thaiC-130.net" จัดทำขึ้นเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2551
ความสมบูรณ์ของเนื้อหา ยังจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง หากท่านสนใจที่จะร่วมสนับสนุนให้ดียิ่งขึ้น กรุณาติดต่อมายังผู้จัดทำ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง



Contact Me
Lt.Col.Tirapong Kongsomrit
kongsomrit@yahoo.com
www.thaic-130.net
Top