What's new
  • ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ไทยซีร้อยสามสิบครับ, หากท่านพบปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ของเรา
    หรือต้องการเสนอแนะประการใดสามารถโพสแจ้งได้ที่ ฟอรั่ม: Contact us/help info ,ขอบคุณครับ.
    แจ้งข่าวสารการอับเดทฟอรั่ม Thaic-130


    Live support: SKYPIG / Lt.Col.Tirapong Kongsomrit, e-mail: kongsomrit@yahoo.com
กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see

เครื่องบิน F-35 ยุคที่ 5

skypig

Administrator
F-35 Joint Strike Fighter ของขวัญวันเด็ก
เด็กวันนี้ คือ ผู้ใหญ่ในวันหน้า​

. ....... . การมอบของขวัญให้เด็กในวันนี้ จึงเหมือนกับ มอบของขวัญให้ผู้ใหญ่ในวันหน้า และการมอบของขวัญให้ผู้ใหญ่ในวันนี้
........จึงน่าจะเหมือนกับ มอบของขวัญให้เด็กเมื่อวันวาน การได้รับของขวัญเป็นของเล่น นั้นน่าจะทำให้เด็กๆดีใจมาก
.........เพราะของเล่นมักจะมีเทคโนโลยีติดมาด้วย มันทำให้เด็กที่ไม่เคยพบเห็น หรือจับต้องมันมาก่อน เกิดจินตนาการ


การเรียนรู้ ของเล่นต่างๆได้รับการเปลี่ยนแปลงพัฒนาตามเทคโนโลยี
.... .....น่าจะเป็นโชคดี ของเด็กชายคนหนึ่งเมื่อ 50 ปีก่อน สมัยตอนเป็นเด็กหกเจ็ดขวบ ถึงตอนปิดเทอม ถูกคุณพ่อส่งกลับให้ไปอยู่กับปู่ย่าในชนบท ไม่มีของเล่นติดตัวไป อยากจะเล่นอะไร ต้องเดินไปริมตลิ่ง
........เอามือไปจกดินเหนียว หมาดๆ มาปั้นเป็นวัว เป็นควาย ตากให้แห้ง แทนของเล่น บางทีปั้นเป็นลูกกลมๆ เพื่อใช้เป็นกระสุนหนังสติ๊ก ยิงนก ยิงหนู พอโตขึ้นมาอีกหน่อย ก็หัดเหลาไม้ไผ่ ทำว่าว ทำเป็นกังหันวิ่งล้อลม หอบแดดอย่างมีความสุข ไม่ใช่ว่าสมัยก่อนของเด็กเล่นไม่มีขาย

แต่ราคามันเกินกว่าที่พ่อแม่จะจ่ายได้บ่อยๆ

........ครั้นอยู่ในห้องเรียน ครูมาสายก็นำแผ่นกระดาษพับเป็นนก พับเป็นจรวด ปาขึ้นสู่ท้องฟ้า เด็กแต่ละคนชอบของเล่นต่างกัน
..... ...ของเล่นต่างๆจากอดีตผลิตด้วยผ้า ไม้ โลหะ จนกลายมาเป็นพลาสติก หรือไฟเบอร์ และมันได้รับใส่เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปด้วยตามยุคสมัย จากการทำงานโดยกลไกไขลานด้วยสปริงขด ต่อมาใช้ถ่านไฟฉายก้อนกลมๆ

..........ทำให้มีแสง มีเสียง น่าจับต้องยิ่งขึ้น โดยส่วนตัวเอง ได้รับของเล่นจากคุณพ่อคุณแม่บ้าง เป็นบางครั้งบางคราว ไม่บ่อยนัก
..............นานๆครั้งอยากได้อะไร ก็แอบโกงร้องไห้ปล่อยโฮ เสียงดัง หน้าร้านขายของเล่น เพื่อที่จะได้ของเล่นตามที่ใจต้องการ
.....เมื่อได้ของเล่นแล้ว เล่นมันจนพัง จบลงด้วยการงัดแงะ เพื่ออยากรู้ว่า ข้างในมันมีอะไร





..... .. .. .ของเล่นคุ้นตา ในยุคสมัยหนึ่ง คือ ลูกบิด ทรงเหลี่ยมจัตุรัสหกด้านต่างสี ที่เราต้องบิดหมุนมันให้สีต่างๆ
........กลับมาอยู่ด้านเดียวกันทั้งหมด ต่อมาเป็นเกมส์ Tetris ซึ่งเริ่มใช้ถ่านไฟฉายก้อนกลมขนาดเล็ก


เด็กมีตังค์รุ่นต่อมาได้เล่นเกมส์บอย แล้วกลายมาเป็น Play Station 1และ 2
จนปัจจุบันออนไลน์กันแบบสามมิติที่ Play Station 3 แต่ข้อเสียของมันคือ
ต้องนั่งนิ่งอยู่กับที่กับจอใหญ่ๆ แต่ Sony ก็ไม่วายตามใจเด็กวันนี้ หรือผู้ใหญ่ในวันหน้า
ด้วยการผลิต PSP ขึ้นมาอีกให้ติดมือไปเล่นได้ทุกที่ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์





............โดยที่รูปแบบของเกมส์มีให้เลือกมากมาย ตามใจปารถนา เช่น เกมส์ต่อสู้ ปลูกผัก เลี้ยงวัว ขับรถ หรือขับเครื่องบิน
เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ถูกนำมาใส่ในของเล่น ให้เราได้สัมผัสมีสองแบบ คือ Joy stick แบบปุ่มกด และ Touch Screen แบบนิ้วจิ้ม
ของเล่นที่อยากจะนำมามอบให้ทุกท่าน ไม่ว่าเด็กเมื่อวันวาน หรือผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า



เป็นของขวัญชิ้นใหญ่มาก บินได้ด้วย มันคือ


F-35 Joint Strike Fighter

ซึ่งตอนนี้ปีพ.ศ.2556 มีคำขวัญวันเด็กจากนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกว่า


รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน”


...... ..แต่เครื่องบิน F-35 เป็นของขวัญที่ใครๆก็ยังไม่สามารถจับต้องได้ เพราะมันกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบ
.......กว่าจะสร้างออกขาย ให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย แก่เด็กในวันนี้ และมีประสิทธิภาพแก่ผู้ใหญ่ในวันหน้า คงต้องรอไปอีกไม่ต่ำกว่า15 ปี
......... มันอาจจะเข้าประจำการในกองทัพต่างประเทศปีพ.ศ.2558 แต่กว่ามันจะเข้าประจำการในกองทัพไทยคงต้องรอ ไปอีกราวสิบห้าปี
..........หรือราวปีพ.ศ.2570 เพราะมันคือเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์แห่งโลกอนาคต ของเด็กในวันนี้ ซึ่งผู้ใหญ่ในวันนี้เรียกมันว่า เครื่องบินรบยุคที่ 5
เครื่องบินขับไล่ มีการพัฒนาเป็นไปตามเทคโนโลยี ไม่ต่างจากของเด็กเล่น หรือโทรศัพท์มือถือที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน




เครื่องบินขับไล่ ในยุคต่างๆ

เครื่องบินรบยุคที่ 1: เครื่องบินรบยุคนี้ที่ไทยเคยมีได้แก่ T-33 เข้าประจำการในปี 2498 ซึ่งประเทศไทยของเรา
เพิ่งได้เริ่มจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นเป็นครั้งแรก (ในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม พ.ศ. 2498)
ยังไม่มีคำขวัญวันเด็กจากนายกรัฐมนตรี เครื่องบินT-33 เป็นเครื่องบินขับไล่ไอพ่นในยุคแรก
ที่กำลังขับของเครื่องยนต์ค่อนข้างต่ำ จึงมีความเร็วไม่สูงมาก มุมของปีกที่ติดตั้งกับลำตัวยังคงตั้งฉาก
ยังไม่มีการติดตั้งเรดาร์ค้นหาเป้าหมาย ระบบอาวุธมีเพียงปืนกลอากาศ เท่านั้น ปลดประจำการไปในปี 2538



เครื่องบินรบยุคที่ 2: เครื่องบินรบยุคนี้ที่ไทยเคยมีได้แก่ F-86 เป็นเครื่องบินขับไล่ในยุคต่อมา
ที่กำลังขับของเครื่องยนต์สูงขึ้น จึงมีความเร็วสูงมาก แต่ยังไม่สามารถเร็วทะลุกำแพงเสียงได้ ประจำการในปี 2499
มุมของปีกที่ติดตั้งกับปีก ลู่ไปทางด้านหลัง (Swept wings) ระบบอาวุธ range-only radar; infrared missilesปลดประจำการไปในปี2511



เครื่องบินรบยุคที่ 3: เครื่องบินรบยุคนี้ที่ไทยมีได้แก่ F-5 เข้าประจำการในปี 2509
:ซึ่งเป็นปีที่เด็กๆ ได้รับคำขวัญวันเด็กจากนายกรัฐมนตรีว่า

เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะบากบั่น และสมานสามัคคี​

........เครื่องบิน F-5 มีกำลังขับของเครื่องยนต์มาก จึงมีความเร็วสูงมาก สามารถเร็วทะลุกำแพงเสียงได้
มุมของปีกที่ติดตั้งกับปีก ลู่เฉียงไปทางด้านหลัง (Swept wings)
รูปร่างของปีกผสานกับลำตัวแบบสามเหลี่ยม ระบบอาวุธ ได้รับการติดตั้งเรดาร์ค้นหาเป้าหมายระยะใกล้ (pulse radar)
และติดจรวดแบบนำวิถี เป็นเครื่องบินขับไล่ที่ฝังอยู่ในจิตใจของคนไทย เด็กไทยมาอย่างยาวนาน

เครื่องบินรบยุคที่ 4: .เครื่องบินรบยุคนี้ที่ไทยมีได้แก่ F-16 และ Gripen (JAS-39)
F-16 ประจำการในปี 2531 ซึ่งคำขวัญวันเด็กจากนายกรัฐมนตรี ความว่า
นิยมไทย ใช้ประหยัด ใจซื่อสัตย์ ถือคุณธรรม
ทั้งๆบอกให้ใช้ของไทย แต่กลับซื้อของนอก เข้ามาใช้ ผู้ใหญ่ท่านนี้ กลับทำเสียเอง
......Gripen ประจำการในปี 2554 ซึ่งคำขวัญวันเด็กจากนายกรัฐมนตรี ความว่า เด็กดี ต้องหนีทหาร อุ้ยไม่ใช่ ที่ถูกคือ

รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ




.........Gripen และ F-16 ทั้งสองเป็นเครื่องบินขับไล่ในยุครอยต่อระหว่างยุคที่ 3-4


สามารถปรับปรุงให้ทัดเทียมกันได้ เครื่องบินในยุคนี้ มีความสามารถทะลุกำแพงเสียงได้กว่าสองเท่า
แต่ต้องสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอย่างมากมาย รูปร่างของปีกเป็นแบบสามเหลี่ยม อย่างเด่นชัด
สามารถทำท่าทางการบินแปลกๆได้ high maneuverability; จากการบังคับควบคุมแบบคานาดร์
และการปรับทิศทางแรงขับของกระแสไอพ่น ระบบอาวุธ ได้รับการติดตั้งเรดาร์ค้นหาเป้าหมายระยะไกล แบบ Pulse-doppler radar;
การใช้อาวุธทางอากาศยังต้องแผงหน้าปัดแบบ look-down, shoot-down


เครื่องบินรบยุคที่ 5: เครื่องบินรบยุคนี้ที่ไทยยังไม่เคยมี และถ้าจะมีมันน่าจะเป็น F-35 นี่แหละ
ไม่ยังจำเป็นต้องกล่าวถึงเครื่องบินรบยุคที่ 6 ยุคอนาคต เพราะกว่าจะถึงยุคนั้นแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีนักบิน นั่งบินอยู่บนเครื่องบินอีกต่อไป
มันจะกลายเป็นของเล่นแบบมีรีโมทไปแล้ว และไม่รู้ว่าเมื่อถึงวันนั้น คำขวัญวันเด็กจากนายกรัฐมนตรี จะออกมาหลอกเด็ก
และหลอกตัวเองอย่างไร?....?
แต่เครื่องบินรบยุคที่ 5 นี้สามารถเร็วทะลุกำแพงเสียงได้กว่าสองเท่า
โดยไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงจำนวนมาก รูปร่างของปีกผสานกับลำตัวเป็นแบบสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด บรรทุกอาวุธไว้ในลำตัว




.... ..กูรู กูรู้ หลายฝ่ายต่างฟันธง เห็นตรงกันว่า F-35 นี่แหละคือ เครื่องบินรบยุคที่ 5 ที่จะเข้ามาประจำการในกองทัพอากาศไทย
อนาคตของวันนี้ รออีก (เพียง) 15 ปี จึงจะเป็นปัจจุบัน ให้เราได้เห็นอยู่ตรงหน้า ให้ลูกหลานเราได้ขับมัน ปกป้องบ้านเมืองของเรา ยามเราแก่เฒ่า


เทคโนโลยีเครื่องบินรบยุคที่ 5
ที่เด่นชัด
S..H..I..T..H..S
Stealth ล่องหน
Helmet หมวกนักบินแบบใหม่
Internal Load บรรทุกอาวุธไว้ในลำตัว
Touch Screen แผงหน้าปัดแบบจอทัชสกรีน
Super Cruise Speed เร็วประหยัด​

Stealth คือ การล่องหน หายตัว ทำให้ข้าศึกตรวจจับได้ยาก จากทั้งสายตา และระบบเรด้าร์ การล่องหนของมัน
เกิดขึ้นจากการออกแบบรูปร่างลำตัวและปีก ให้เกิดการสะท้อนสัญญานเรด้าร์ต่ำลงเหลือเพียง หนึ่งในร้อย
และใช้เทคโนโลยีทางพื้นผิวดูดซับสัญญานเรด้าร์ให้จางหาย และเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยการเคลื่อนที่ มันจึงมีเสียงเครื่องยนต์ที่เงียบ และส่งความร้อนออกมาน้อยมาก


Helmet หมวกนักบินรุ่นใหม่ ติดตั้งจอรับข้อมูลไว้บนแผ่นกันแดด(แว่นตาของหมวกนักบิน) นักบินไม่ต้องก้มหน้าลงมองแผงหน้าปัดบ่อยๆ
ไม่ว่านักบินจะหันหน้าไปทางไหน จะเห็นข้อมูลต่างๆ อยู่ในลานสายตาเสมอ แตกต่างจากระบบจอ HUD ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน


Internal Load บรรทุกอาวุธในลำตัว อาวุธที่จำเป็นจะบรรทุกไว้ในลำตัวเป็นหลัก เพื่อให้สามารถบินไปได้เร็ว
และไกลขึ้น มีสมรรถนะการบังคับไม่ลดลงเมื่อจำเป็นต้องบรรทุกอาวุธ แต่ F-35 ยังคงสามารถบรรทุกอาวุธ ภายนอกลำตัวได้เพิ่มเติมอีก เช่นเดียวกับในเครื่องบินรบยุคปัจจุบัน


Touch Screen แผงหน้าปัดจอทัชสกรีน คุณสมบัติข้อนี้ที่ทำให้ F-35 แตกต่างจากเครื่องบินรบยุคที่ 5 F-22 ที่ได้สร้างขึ้นใช้งานแล้ว อย่างเห็นได้ชัด
กล่าวคือแผงหน้าปัดของ F-22 แยกเป็นอิสระจากกัน หลายจอ โดยมีปุ่มกดต่างๆ ตามขอบจอ แต่ F-35 ใช้แผงหน้าปัดจอทัชสกรีนขนาดใหญ่มากๆ
การสั่งการ การควบคุมโดยใช้นิ้วจิ้มลงไปบนแผ่นจอ ไม่ต่างจาก Tablet ที่ใช้กันอยู่อย่างดาษดื่น ซึ่งการนำแผงหน้าปัดจอทัชสกรีนมาใช้
ทำให้ราคาถูกลง น้ำหนักเบาลง บำรุงรักษาได้ง่ายขึ้น แม้ว่าหน้าจอจะชำรุด แต่ยังมีข้อมูลต่างๆ สำรองอยู่ในหมวกนักบินรุ่นใหม่ อย่างอุ่นใจ



Super Cruise Speed F-35 มีความเร็วสูง แต่ประหยัดเชื้อเพลิง ซึ่งได้จากการออกแบบรูปร่างลำตัวและปีก ระบบเครื่องยนต์ในส่วนของการอัดอากาศ และปลายท่อสันดาปท้าย



ข้อจำกัดเพียงอย่างเดียว ที่เหมือนกัน ในการซื้อของเล่นให้ลูก และการซื้ออาวุธเข้าประจำการในกองทัพคือ เรื่อง
เงินงบประมาณ​

... .การปรับปรุง F-5 และ F-16 จะสามารถใช้งานต่อไปได้อีก ในระยะอีก 20 ปีข้างหน้าก็จริง แต่ก็ต้องใช้เงินมากเหมือนกัน และมันจะคุ้มค่าไหมเมื่อเทียบกับ เทคโนโลยีที่ได้รับ
...เพราะเราไม่มีอุตสาหกรรมการบิน สนับสนุนในการบำรุงรักษาเครื่องบินเก่า
ในอีก 20 ปี ข้างหน้า ทอ.จะต้องจัดหาฝูงบินรบใหม่ มาทดแทน เครื่องบินเก่าหลายฝูงบิน ทางเลือกของเราย่อมมีหลายทาง ทั้งที่เป็นไปได้ และเป็นไปไม่ได้

ทางเลือกที่1 เหมือนกับการทำของเล่นให้ลูกด้วยมือของเราเอง
คือสร้างเครื่องบินเอง แต่มันเป็นการหลอกตัวเอง ด้วยการเพียรสร้างอุตสาหกรรมการบิน ขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการสร้างเครื่องบินในการป้องกันประเทศ
ความฝันลมๆแล้งๆ ได้ยินมาตั้งแต่เป็นลูกเสือ มันก็ไม่ก้าวหน้าไปถึงไหน ไม่ว่าจะต่อยอด ต่อราก ภาษีของเรากลับถูกทหารใหญ่ใจคด ผลาญไปหมดสิ้น​


ทางเลือกที่ 2 เหมือนกับการซื้อของเล่นให้ลูกด้วยเงินของคนอื่น (หรือเงินเราเอง...หว่า)
การจัดซื้อเครื่องบินรบจากต่างประเทศ เป็นเรื่องที่กองทัพเรา และกองทัพอื่นๆทั่วโลกถือปฏิบัติทำกันประจำกันอยู่แล้ว
มันจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้อย่างแน่นอน
การเลือกทางนี้ หากได้ทหารใหญ่ใจซื่อ ที่น่าจะยังพอหาได้ในกองทัพ เราจะได้รับของเล่น เป็นเครื่องบินรบ ที่มีประสิทธิภาพ
เหมาะสมกับงบประมาณที่มีอยู่ เป็นของขวัญให้แก่ลูกหลานเรา ในอนาคตข้างหน้า​
 

Attachments

skypig

Administrator
F-35 Joint Strike Fighter
F-35​

........F-35 เอฟ-35 น่าจะอ่านออกเสียงภาษาไทยว่า เอฟสามสิบห้า รหัส Lightning II ไลท์นิ่งสอง หรือ จ้าวสายฟ้า เป็นผลิตผลจากโครงการเครื่องบินโจมตีร่วม (Joint Strike Fighter, JSF) ของสามเหล่าทัพสหรัฐอเมริกา ได้แก่
กองทัพอากาศ กองทัพเรือ และหน่วยนาวิกโยธิน
.......การพัฒนาได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ถูกออกแบบและสร้างโดยบริษัทอุตสาหกรรมการบิน
ซึ่งนำโดย Lockheed ล็อกฮีด มาร์ติน และ นอร์ทธรอป กรัมแมน โดยมีชาติพันธมิตรอีก10 ประเทศ เข้าร่วมโครงการด้วย
.........บริษัท Lockheed มิใช่โรงงานผลิตของเล่น ชื่อชั้นของ Lockheed ผงาดขึ้นมา ในวงการสร้างอาวุธสั่นสะเทือนโลก
ทั้งในรูปแบบที่เป็นข่าวดัง และในทางลับ ฉายา Lightning จ้าวสายฟ้า ของ F-35 เป็นตำนานต่อจากเครื่องบินรบ P-38 ของ Lockheed ในอดีต

........ซึ่งมันเป็นกำลังทางอากาศที่สำคัญ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง P-38 มีบทบาทอย่างมากในการโจมตีแนวรบญี่ปุ่นทางชายฝั่งแปซิฟิค
ความล่องหนของมัน ทำให้ตรวจพบได้ยาก และพลันที่เห็นตัวมัน เพียงแวบเดียว ก็สายเกินกว่าจะป้องกัน เหมือนสายฟ้าฟาด
บริษัท Lockheed ได้สร้างเครื่องบินรบชั้นนำของโลกอย่างต่อเนื่อง เช่น เครื่องบินลับ SR-71, F-111 และ C-130 ที่ยังคงกระพัน อยู่ทุกวันนี้
เมื่อมาได้รับงานสร้างเครื่องบินโจมตีร่วม JSF โดยสร้างร่วมกับบริษัท นอร์ทธรอป กรัมแมน ซึ่งมีประสบการณ์ในการสร้าง F-5 ประจำการในกองทัพทั่วโลกมาอย่างยาวนาน
............ จึงเป็นการร่วมมือกันของบริษัทสร้างอาวุธที่ยิ่งใหญ่ และนอกจากนี้ยังมีพันธมิตรประเทศอื่น ที่เคยใช้ F-5 และ F-16 ประจำการอยู่
ได้เข้าร่วมโครงการตั้งแต่แรกเริ่ม เช่น อังกฤษ Italy, Netherlands, Australia, Canada, Norway, Denmark, Turkey, IsraelและJapan และบีเออี ซิสเต็มส์ของอังกฤษเป็นหุ้นส่วนหลัก เครื่องบินต้นแบบขึ้นบินในปีพ.ศ. 2543 มันทำการบินครั้งแรกในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2549


.........เครื่องบิน F-35 เป็นเครื่องบินโจมตีร่วม ต้องตอบโจทย์หลายข้อ ต่อเหล่าทัพต่างๆ หลายชาติพันธมิตร
แน่นอนว่ามันถูกกำหนดภารกิจหลักในการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดิน โดยเฉพาะ แต่ด้วยเทคโนโลยีและความอ่อนตัวของมัน
ทำให้มันสามารถนำไปตอบสนองภารกิจทางอากาศอื่นๆได้ เช่นเดียวกับ F-16 แต่ประหยัดกว่า มีประสิทธิภาพสูงกว่า เครื่องบิน F-35 ถูกกำหนดภารกิจหลัก คือ

การโจมตีทางอากาศ
การสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด
การทิ้งระเบิดทางยุทธวิธี และ
การป้องกันทางอากาศ ซึ่งภารกิจของมันก้าวล้ำไปถึง
การโจมตีเป้าหมายที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนข้าศึก
การลาดตระเวนถ่ายรูป รวบรวมข่าวสารการรบ
ในภารกิจรองมันสามารถ ต่อสู้กับเครื่องบินขับไล่ในอากาศได้ด้วย


..............ภารกิจของต่างๆของ F-35 ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยคุณสมบัติการเป็นเครื่องบินขับไล่ล่องหน และเทคโนโลยีการเชื่อมโยงข้อมูล
โครงการ JSF ถูกสร้างเพื่อจะทดแทนเครื่องบิน F-16 และ A-10 ของกองทัพอากาศ F/A-18ของกองทัพเรือ และAV-8Bของหน่วยนาวิกโยธิน

และเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและการผลิต จึงตกลงที่จะใช้ชิ้นส่วนหลักร่วมกัน 80% และแยกเป็นรุ่นย่อย ตามความต้องการทางยุทธการของแต่ละเหล่าทัพ 3 รุ่น
• F -35A แบบขึ้น-ลงปกติ
• F -35B แบบขึ้น-ลงในแนวดิ่ง
• F -35C แบบใช้บนเรือบรรทุกเครื่องบิน
...........F -35 โดยพื้นฐานหลักของมันคือ เครื่องบินโจมตีต่อเป้าหมายภาคพื้นดิน แต่เมื่อได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพิ่มเติมเข้าไป
ทำให้มันมีความเอนกประสงค์ คือ มีความสามารถในทางอากาศยุทธวิธีต่อเป้าหมายในอากาศด้วย ความเหนือกว่าของ F-35 จะต้องมีประสิทธิภาพมากกว่าถึง

4 เท่าของเครื่องบินขับไล่ในปัจจุบัน
8 เท่าในการจัดการกับเป้าหมายภาคพื้นดิน และ
3 เท่าของภารกิจสอดแนม และการกดดันการป้องกันทางอากาศของข้าศึก​


ในขณะเดียวกันก็ต้องมีพิสัยบินที่ไกลกว่า และต้องการการสนับสนุนน้อยกว่า
บริษัทล็อกฮีด มาร์ติน และ นอร์ทธรอปกรัมแมน เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมการบินทางทหารโดยเฉพาะ
ซึ่งได้สร้างเครื่องบินและอาวุธให้แก่สหรัฐฯ และประเทศต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งยังได้ร่วมมือกับบีเออี ซิสเต็มส์เป็นบริษัทสร้างเครื่องบินและอาวุธ ของประเทศอังกฤษ
ซึ่งมีเทคโนโลยีในการสร้างเครื่องบินขึ้น-ลงในแนวดิ่ง ซึ่งได้สายพันธุ์มาจากเครื่องบิน แฮริออร์ AV-8 ของอังกฤษ และYAK 14 ของรัสเซีย




การออกแบบ

.......F-35 มันไม่ใช่ของเล่นที่จะสร้างขึ้นมาง่าย การสร้างเครื่องบินแบบเดียว เพื่อตอบสนองภารกิจหลากหลาย เคยทำให้ สหรัฐฯ ล้มเหลวมาแล้วหลายครั้ง 
เช่น โครงการเครื่องบิน F-111 แบบปรับมุมลู่ปีกได้ ซึ่งนั่นทำให้กองทัพอากาศหันไปสร้าง F-15  
กองทัพเรือหันไปสร้าง F-14 และ F/A-18 ส่วนหน่วยนาวิกหันไปสร้าง AV-8B เพื่อสนองตอบยุทธวิธีของแต่ละเหล่าทัพ
...........ด้วยขนาดมิติ 51x35 ฟุต F-35 จึงเป็นเครื่องบินที่ไม่ใหญ่มากนัก รูปร่างภายนอกของ F-35 ยังคงมีส่วนคล้ายกับเครื่องบินในยุคก่อนหน้า
คือ ยังคงมีแพนหางดิ่ง แบบคู่ และแผ่นแพนหาง Horizontal Elevators ติดตั้งแยกต่างหากอยู่ทางส่วนท้ายของลำตัว
แม้จะเป็นเครื่องบินขับไล่ไอพ่นเครื่องยนต์เดี่ยว แต่ในส่วนหน้า มีรับช่องอากาศเข้าสองทาง ขนาบข้างซ้ายและขวาของลำตัว
โครงสร้างลำตัวไม่กลมเป็นทรงกระบอก แต่ออกแบนแป้น เพื่อให้เกิดแรงยก และสะท้อนสัญญาณเรด้าร์ออกไป
ชายปีกหลังไม่ตัดตรงเข้าหาลำตัว แต่มีมุมเฉียงไปทางด้านหลัง ลู่เข้าหาลำตัว



F-35 ได้รับมรดกการบังคับควบคุมมาจาก F-16 คือ ใช้ side stick ติดตั้งไว้ทางด้านข้างของนักบิน
โดยผ่านระบบ Fly By Wire มีกลิ่นอายของระบบ HOTAS อยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด


หน้าปัดห้องนักบินเรียบเนียน ด้วยจอแสดงผลขนาดใหญ่มาก แบ่งออกเป็น 4 ส่วน แต่สามารถรวมภาพ เป็นแบบ 2+2 ได้
แตกต่างจากเครื่องบินรุ่นปัจจุบันโดยสิ้นเชิง
แตกต่างจาก F-22 เครื่องบินในยุคเดียวกันอย่างเด่นชัด
แต่มันดันไปเหมือนกับจอไอแพด ที่คนทั่วไปใช้กันอยู่
เพราะมันไม่มีปุ่มให้กด ดึง หรือ โยก
การควบคุมสั่งงาน ใช้งานสัมผัสบนหน้าจอ ที่สลับไปมาได้ โอ้แม่จ้าว
มันเหมือนของเล่นมากกว่าจะเป็นเครื่องบินรบ




ฝาครอบห้องนักบินแทนที่จะเปิดอ้าไปทางด้านหลัง
แต่กลับพลิกไปทางด้านหน้า เพื่อให้พ้นจากกระแสลม ของใบพัดยกตัว



เครื่องยนต์
..........เครื่องยนต์ที่ติดตั้งให้กับ F -35 คือ Pratt & Whitney F135 ให้แรงขับสูงสุด 43,000 ปอนด์ (191.35 kN) เพียงเครื่องยนต์เดียว
น่าเหลือเชื่อว่าบริษัท Pratt & Whitney สามารถทำให้กองทัพเรือสหรัฐฯ ใจอ่อน ยอมเชื่อใจเครื่องบินรบเครื่องยนต์เดี่ยวลำนี้ได้
เพราะก่อนหน้านี้ วางใจกับเครื่องบินสองเครื่องยนต์มาโดยตลอด F135 เป็นเครื่องยนต์ไอพ่นแบบเทอร์โบแฟน
ของเครื่องบินรบที่มีกำลังมากที่สุดในโลก และสามารถดัดแปลงแรงขับที่เกิดขึ้นจากเครื่องยนต์ ให้ยกเครื่องบินลอยตัวอยู่ได้ เช่นเดียวกับเฮลิคอปเตอร์
โดยปรับมุมการพ่นของท่อท้าย(ลมร้อน) และแบ่งกำลังเครื่องยนต์ส่วนหนึ่งจาก ใบพัดส่วนหน้า(ลมเย็น)สร้างแรงยกตัว อย่างสมดุลย์ (หน้า-หลัง)


เครื่องยนต์ F135 แยกย่อยออกเป็นรุ่น ต่างๆ 3 รุ่น
• F135-PW-100 : ใช้สำหรับ F-35A Conventional Take-Off and Landing variant
• F135-PW-400 : ใช้สำหรับ F-35C carrier variant
• F135-PW-600 : ใช้สำหรับ F-35B Short Take-Off Vertical Landing variant


.........สำหรับ F-35B ที่เป็นแบบขึ้น-ลงในแนวดิ่งนั้น จะใช้ระบบยกตัวที่คล้ายคลึงกับเครื่องบินยัค Y-141 ของรัสเซีย
ผสมรวมเข้ากับระบบของโรลส์-รอยซ์ เพกาซัส ที่เคยสร้างให้กับเครื่องบินแฮร์ริเออร์

F-35A จะนำมาประจำการในกองทัพอากาศ ซึ่งใช้งานในฐานทัพ ที่มีสนามบินยาวเป็นปกติ (Conventional Take-Off and Landing variant)
วิ่งขึ้นและร่อนลงจากสนามบินที่ใดก็ได้ ด้วยความเร็วสูง จึงสามารถบรรทุกอาวุธและน้ำมันเชื้อเพลิงไปได้มาก

สำหรับ F-35B จะนำมาประจำการในหน่วยนาวิกโยธิน และกองทัพเรืออังกฤษ ซึ่งใช้งานในบนเรือ ที่มีดาดฟ้าแคบๆ
(Short Take-Off Vertical Landing variant )การวิ่งขึ้นจากเรือ จึงจะกระทำความเร็วสูงมากไม่ได้
แต่เพื่อที่จะบรรทุกอาวุธและน้ำมันเชื้อเพลิงไปได้มาก ด้วยจำเป็นต้องทำให้เครื่องบินมีสมรรถนะในด้าน Short Take-Off
คือวิ่งขึ้นได้ในระยะทางสั้น และเมื่อ ปลดอาวุธ หรือใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไปหมดแล้ว น้ำหนักเบาลง จึงกลับมาลงแบบแนวดิ่ง
เช่นเฮลิคอปเตอร์ ด้วยการดัดแปลงระบบขับเคลื่อน โดยปรับมุมการพ่นของท่อท้าย(ลมร้อน) และแบ่งกำลังเครื่องยนต์ส่วนหนึ่งจาก
ใบพัดส่วนหน้า(ลมเย็น)สร้างแรงยกตัว อย่างสมดุลย์ (หน้า-หลัง)
ที่เป็นแบบขึ้น-ลงในแนวดิ่งนั้น แตกต่างจากระบบยกตัวของโรลส์-รอยซ์ เพกาซัส ที่เคยสร้างให้กับเครื่องบินแฮร์ริเออร์
แต่ระบบนี้คล้ายคลึงกันมากกับเครื่องบินยัค Y-141 ของรัสเซีย

ระบบยกตัวแนวดิ่งของ F-35B ประกอบด้วยอุปกรณ์สำคัญสองชุดคือ
• ใบพัดยกทางส่วนหน้า (Lift Fan)
• ท่อไอพ่นทางด้านท้าย the Three Bearing Swivel Module

................ใบพัดยก เป็นอุปกรณ์พิเศษ ที่ติดตั้งไว้ทางส่วนหน้า หลังที่นั่งนักบิน สร้างแรงยกให้เกิดขึ้นโดย
นำแรงขับจากใบพัดหน้าของเครื่องยนต์ (FAN) มาต่อเชื่อมเข้ากับชาฟท์ขับเคลื่อน (Drive Shaft ทำหน้าที่คล้ายเพลากลางของรถยนต์)
แล้วนำกำลังไปหมุนขับ Lift Fan ซึ่งติดตั้งใบพัดขนาดใหญ่ไว้ในแนวดิ่ง เมื่อเปิดระบบใช้งาน ฝาครอบทั้งด้านบนและด้านล่าง จะกางออกจากลำตัว
ทำให้อากาศถูกดูดจากด้านบน ผลักลงข้างล่าง ระบบนี้ได้แนวความคิดมาจากเครื่องบินยัค Y-141 ของรัสเซีย แต่แรงยกยังไม่เพียงพอ และไม่สมดุล จึงต้องอาศัย



.........ท่อไอพ่นทางด้านท้าย ที่ติดตั้งระบบ Thrust Vector ซึ่งมีอุปกรณ์สำคัญเรียกว่า Three Bearing Swivel Module (3 Bearing Swivel Module,)
......ระบบ 3BSM เป็นท่อไอเสียแบบหมุนตัวได้ ประกอบกันด้วยท่อสามส่วน เมื่อแต่ละส่วนบิดตัว จะทำให้ทิศทางของท่อไอเสียของเครื่องยนต์หลัก
เปลี่ยนมุมพุ่งลงไปที่พื้นได้ และยังสามารถควบคุมการเดินหน้า ถอยหลังได้อีกด้วย

และเพื่อความสมดุล ไม่ให้มีการโคลงตัวหรือเอียงไปทางด้านข้าง การควบคุมการหมุนในขณะที่บินช้าๆ
นั้นจะต้องนำอากาศแรงดันสูงจากเครื่องยนต์บางส่วน ส่งผ่านออกไปทางปีก ที่มีท่อไอพ่นแบบปรับตัวเองได้ Roll Posts ควบคุมการโคลงตัวโดยระบบคอมพิวเตอร์​


.............F-35C จะนำมาประจำการในกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งใช้งานในบนเรือบรรทุกเครื่องบิน (carrier variant) ที่มีดาดฟ้าเป็นทางวิ่งยาวพอสมควร
จึงวิ่งขึ้นจากเรือ ด้วยระบบ Thrust Vector เพิ่มสมรรถนะในด้าน Short Take-Off เมื่อกลับมาร่อนลงสามารถลงได้แบบปกติ
แต่ดัดแปลงให้มีฐานล้อที่แข็งแรงกว่า รองรับการตกกระแทกได้มากกว่า และติดตั้งตะขอเกี่ยวไว้ทางด้านท้าย
เพื่อรั้งเครื่องบินให้หยุดอยู่บนดาดฟ้า การนำมาประจำการบนเรือ จำเป็นต้องดัดแปลงให้ปีกยาวขึ้น มีพื้นที่มากขึ้น
จึงสามารถที่จะบรรทุกอาวุธและน้ำมันเชื้อเพลิงไปได้มาก และเพื่อให้มีขนาดไม่ยาวจนเกิดไป. จึงออกแบบให้ปลายปีกพับเก็บได้ คล้ายกับ F-18
เครื่องบิน F-35 ทั้งสามรุ่นดัดแปลงให้เหมาะสมกับภารกิจต่างๆ ดั่งใจนึก คล้ายกับ LEGO ของเล่นเด็กได้อย่างไร อย่างนั้น

ระบบอาวุธ

............เครื่องบิน F-111 ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งในความไม่สำเร็จของโครงการเครื่องบินรบร่วม นักยุทธศาสตร์สหรัฐฯหมายจะให้ F-111 ประจำการได้ทั้งใน กองทัพอากาศ และกองทัพเรือสหรัฐฯ แต่ปรากฎว่าสมรรถนะของ F-111ไม่สามารถตอบสนองภารกิจของกองทัพเรือฯ ทำให้กองทัพเรือสหรัฐฯ ต้องไปสร้าง F-14 Tomcat ขึ้นมาเอง
......... .... นักยุทธศาสตร์จำเป็นต้องจินตนาการให้เห็นถึงสงครามเวหาในอนาคต มองให้เห็นถึง อาวุธและยุทธวิธีของข้าศึก จากนั้นจึงนำข่าวกรองที่ได้ มาวิเคราะห์ และหาทางตอบโต้ แต่แม้จะได้กระทำเช่นนี้แล้ว ความผิดพลาด ก็ยังเกิดขึ้นได้ ในระหว่างสงครามเวียดนาม เครื่องบิน F-4 ซึ่งถูกสร้างขึ้นจากบทเรียนการรบจากสงครามเกาหลี กลับถูกปลดปืนออกไปจาลำตัว เหลือเพียง จรวดอากาศสู่อากาศเพียงไม่กี่นัด ซึ่งความแม่นยำของจรวดอากาศสู่อากาศ ในยุคนั้นยังวางใจไม่ได้ 100 % เมื่อจรวดถูกยิงออกไปหมดแล้ว F-4 จึงเหลือแต่ตัวเปล่าๆ บินกลับฐาน ภายหลังต้องติดตั้งปืนกลอากาศให้แบบภายนอกลำตัว.......
............นักยุทธศาสตร์สหรัฐฯ ยังคงมองสงครามเวหาในอนาคต 2030 ด้วยมุมมองเดียวกับก่อนช่วงปี 2000 คือ ข้าศึกประกอบด้วยกำลังป้องกันทางอากาศ เฃ่น ฐานเรด้าร์ จรวด และปืนต่อสู้อากาศยานอย่างเข้มแข็ง นักยุทธศาสตร์สหรัฐฯ ยังคงคิดว่าระบบเหล่านั้นยังคงมีช่องว่าง ที่จะให้เครื่องบินของตนเล็ดรอด เข้าไปทำลายระบบป้องกันนั้นได้ และคิดว่าฝ่ายตนจะเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อน ด้วยการส่งเครื่องบินล่องหนเข้าปฏิบัติการในยกแรก แล้วตามติดด้วยแผนการครองอากาศ และใช้กำลังทหารบกเข้ายึดครองพื้นที่ดังนั้น โครงการ F-35 จึงเกิดขึ้นด้วยแนวยุทธศาสตร์ดังกล่าว และมั่นใจว่า F-35 จะฝ่าวงล้อมเข้าไปโจมตีเป้าหมายให้พินาศ ด้วยกระสุนนัดแรกได้

.......หนึ่งในหลักการสงครามข้อหนึ่งคือ การกระทำในสิ่งที่ข้าศึกไม่คาดคิดมาก่อน (Surprising) ซึ่งในทางปฏิบัติหมายถึงการจู่โจมโดยไม่รู้ตัว โดยอาศัยการซ่อนพราง (กำบัง และอำพราง) F-35 ได้รับการออกแบบมาเพื่อเหตุผลดังกล่าว
ระบบอาวุธหลักของ F-35 ไม่ว่าจะเป็น ปืนกล จรวด หรือระเบิดได้รับการออกแบบให้เก็บไว้ในช่องเก็บอาวุธภายในลำตัว เมื่อทำการยิงฝาครอบจะเปิดออก และปิดเก็บเมื่ออาวุธได้ยิงออกไปแล้ว
........ช่องเก็บอาวุธของ F-35 มีปืนกลอากาศ GAU-22/A,สี่ลำกล้องขนาด 25 ม.ม.ใน F-35A ปืนใหญ่กลอากาศจะติดตั้งอยู่ภายในพร้อมกระสุน 180 นัด ในรุ่น F-35 BและC จะมีกระสุนในกระเปาะภายในเพิ่มอีก 220 นัด กระสุน ขนาด 25 ม.ม. เป็นขนาดที่ ไม่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป อยู่ตรงกลางระหว่างขนาด 20-30 ม.ม. ที่ติดตั้งให้กับเครื่องบินรบในยุคก่อน
ภายในระวางช่องเก็บอาวุธ 2 ช่องด้านล่างของลำตัว จะบรรทุกขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ 2 ลูก
และระเบิดขนาด 2,000 ปอนด์ 2 ลูก
ซึ่งอาจเลือกเป็นระเบิดขนาด 1,000 ปอนด์ได้เช่นกัน




.........บริเวณใต้ปีกสามารถติดตั้งอาวุธต่างๆได้หลายแบบ นั่นอาจเป็น AIM-9X Sidewinder และ จรวดAIM-132 ASRAAM ระเบิดเจแดม เส้นผ่าศูนย์กลางขนาดเล็ก โดยใช้มากสุดได้อย่างละ 4 ในแต่ละช่องเก็บอาวุธ ขีปนาวุธบริมสโตนและชุดระเบิดพวง ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศเอ็มบีดีเอ เมเทโอร์กำลังถูกนำมาใช้เพื่อเติมเต็มช่องเก็บอาวุธ อังกฤษได้วางแผนเอาไว้ว่าจะติดตั้งจรวด AIM-120 AMRAAM จำนวน 4 ลูกเพิ่มเติม แต่ก็เปลี่ยนเป็นติดตั้งทั้งด้านในและด้านนอกอย่างละสองแทน ยังมีการกล่าวอีกด้วยว่าช่องเก็บอาวุธจะถูกดัดแปลงเพื่อให้รับแอมแรมได้ 6 ลูก
เพิ่มเพิ่มรัศมีปฏิบัติการ ถังเชื้อเพลิงขนาด 480 และ 600 แกลลอน สามารถติดตั้งเพิ่มขึ้นได้อีก

...........ระบบอาวุธของ F-35 จะทำให้สงครามอิเลคทรอนิกส์ (Electronic Warfare ; EW) กลายเป็นเกมส์เด็กเล่นรุ่นเก่า คือ นึกอยากจะเล่นอะไร ก็เล่นได้ตามใจชอบ ไม่มีขอบเขต และมันจะเป็นเครื่องบินรบลำแรกที่นิยามสงครามอิเลคทรอนิกส์ ที่เรียกว่า Tron War ขึ้นมาใหม่
.......Tron War คือ การสงครามที่ใช้อุปกรณ์ทางอิเลคทรอนิกส์ หลายๆด้าน เข้ามาใช้เป็นอาวุธต่อสู้กันโดยตรง ซึ่งแต่ก่อนอุปกรณ์ทางอิเลคทรอนิกส์ จะนำมาเป็นเพียงเครื่องช่วยรบเท่านั้น จะเว้นไว้ก็แต่เพียง นำอิเลคตรอนมาแทนกระสุนยิงใส่ศัตรู นอกนั้นแล้วอุปกรณ์ทางอิเลคทรอนิกส์จะถูกนำมาผนวกใช้เพื่อชิงความได้เปรียบ วิศวกรโครงการ F-35 เรียกมันว่า sensors (อุปกรณ์ตรวจจับ) แต่เพราะมันมีมากมาย หลายระบบ เชื่อมโยงการทำงานซึ่งกันและกัน จนต้องเรียกว่า sensor suite ชุดอุปกรณ์ทางอิเลคทรอนิกส์ ที่ติดตั้งบน F-35 จะทำงานร่วมกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน จนเกินเลยไปกว่าที่จะใช้คำศัพท์ว่า Integrated วิศวกร F-35 เรียกการหลอมรวมของชุดอุปกรณ์ทางอิเลคทรอนิกส์ว่า ระบบ Fusion Engine และเขาบอกไว้ในตอนก่อตั้งโครงการปี 2000 ว่า

นักบินที่จะบินเครื่องบินลำนี้ยังไม่เกิด​

............ระบบ Fusion ของ F-35 จะรวมเอาระบบ DAS EOTS EW CNI เข้าด้วยกันเป็นระบบอาวุธแบบใหม่ ที่เรายังไม่คุ้นเคย ซึ่งมีความก้าวหน้ากว่าเครื่องบินรบ ในยุคที่ผ่านมา แน่นอนว่า ยุทธวิธีการบินต่อสู้ย่อมเปลี่ยนไป
...........F-35 มีอุปกรณ์ตรวจจับ/ตรวจวัด ต่างๆมากมาย ติดตั้งไว้ตามผิวลำตัวหลายจุด ซึ่ง sensors เหล่านั้น จะส่งข้อมูล ได้ทั้งแบบเดี่ยวๆโดดๆ
หรือส่งต่อ บ.ในหมู่บิน หรือ ภาคพื้น
..........เด็กในวันนี้ หรือนักบินรบ F-35 ในวันหน้าจะไม่ต้องพะวงว่า ข้อมูลการรบจะขาดหายไป เพราะเน็ทหลุด แต่เพราะมันมีระบบสำรองคอยช่วยเหลืออยู่ หนำซ้ำ อาจจะมีข้อมูลมากเกินไป จนก่อให้เกิดความสับสน วิศวกรการบินต้องสร้างระบบกลั่นกรองข้อมูล ที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง แสดงเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นตามสถานการณ์เฉพาะที่นักบินกำลังเผชิญอยู่ ระบบ Fusion จะทำหน้าที่ 3 ด้าน

1.รวบรวมข้อมูลจาก ต่างๆ แสดงผลให้นักบินทราบเป็นภาพเดียว
2.ระบบ Fusion จะควบคุมชุด ต่างๆ เพิ่ม เติมเต็ม ข้อมูลที่ขาดหายไป
3.ระบบ Fusion จะส่งผ่านข้อมูลไปยัง ทุกหน่วยที่อยู่ในเครือข่ายการรบทั้งหมด​

............จริงอยู่ว่านักบินข้าศึก สามารถที่จะรบกวนการทำงานของ Sensor ได้เช่นกัน แต่เขาจะหยุดมันได้เพียงชนิดเดียว ในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น แต่ข้าศึกจะถอดใจ เมื่อต้องเผชิญกับ ชุด Sensors Suite ของ F-35 ที่มีเป็นจำนวนมาก และทำงานประสานสอดคล้องกัน
.......เชื่อไหมว่า หากข้อมูลใด ข้อมูลหนึ่งจาก Sensor ที่นักบินคนหนึ่งในหมู่บิน สูญหายไป นักบิน F-35 สามารถที่จะนำข้อมูลจาก Sensor ชนิดนั้นอีกตัวหนึ่ง ซึ่งติดตั้งไว้บนเครื่องบิน F-35 อีกลำหนึ่ง ในหมู่บินเดียวกันมาใช้แทนได้
OH My God

คำถาม...แล้วอะไรคือข้อมูลการรบเหล่านั้น
คำตอบ คือ ตำแหน่งเป้าหมายแบบ Ground Target และ Air Target


........คำตอบง่ายๆ คือ สถานที่ตั้งของกองกำลังข้าศึก กองบัญชาการ ศูนย์การติดต่อสื่อสาร ที่ตั้งฐานจรวด ฐานเรด้าร์ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ เป็นข้อมูลภาคพื้น ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในภารกิจของ F-35 และสามารถกำหนดไว้ล่วงหน้า ในคอมพิวเตอร์ของเครื่องบินรบรุ่นเก่า ก่อนออกปฏิบัติการ
อีกข้อมูลหนึ่งคือ ข้อมูลภาคอากาศ ได้แก่ เครื่องบินต่างๆทั้งของฝ่ายเราและข้าศึก ที่กำลังบินอยู่ในอากาศ เนื่องจากมันเคลื่อนที่ตลอดเวลา ทำให้ต้องมีการเฝ้าตดตามอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นเป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้าไม่ได้
..............ข้อมูลเป้าหมายทั้งสองแบบ Ground Target และ Air Target จะถูกแยกแยะ แสดงให้นักบินได้เห็นอย่างชัดเจน เพียงภาพเดียว บนจอ LED ขนาดใหญ่ ซึ่งเปรียบเสมือนกับ นักบินได้นั่งอยู่ในห้องบัญชาการรบ มองเห็นสถานการณ์ต่างๆอย่างกว้าง และเป็นภาพเดียวกันกับที่ นายทหารฝ่านเสนาธิการได้เห็น พร้อมๆกัน

The Radar
.....ข้อจำกัดของนักบินรบในยุคที่ 1 และ 2 อันได้แก่ เครื่องบิน F-5 คือการค้นหาเป้าหมาย ที่ไกลเกินกว่าสายตามองเห็น เมื่อได้รับคำสั่งให้ขึ้นบินสกัดกั้น ต้องอาศัยการนำทางจากเรด้าร์ภาคพื้น เพื่อบินเข้าหาเป้าหมาย สู้รบได้ในระยะที่สายตามองเห็น และเมื่อเรานำ F-16 เข้าประจำการ ได้ติดตั้งเรด้าร์ ไว้บนเครื่องบิน ทำให้สามารถสู้รบได้ด้วยตัวเอง แต่ได้ในระยะที่ไม่ไกลมากนัก
........เรด้าร์ ยังคงเป็นยุทโธปกรณ์ที่สำคัญในการรบในทศวรรษหน้า และมันได้รับการพัฒนาตามยุคสมัย มันยังคงทำการ รับและส่ง สัญญาณข้อมูลต่างๆ แต่ด้วยระบบ active electronically scanned array (AESA นี้ มันสามารถที่จะหมุนไปได้รอบตัวเครื่องบิน และจับจ้องอยู่กับเป้าหมายที่น่าสนใจได้ หลายเป้าพร้อมกัน การหมุนค้นหาเป้าหมายของมัน เปลี่ยนจาการหมุนของจาน(ซึ่งใช้ในเครื่องบินขับไล่ยุคก่อนหน้า) ไปเป็นการหมุนสแกนด้วยระบบอิเลคทรอนิกส์
...........ปัญหาสำคัญของนักบินโจมตีสมัยก่อนคือ มองไม่เห็นเป้าหมาย จนกว่าจะเข้าไปใกล้ๆ และอาจมองเห็นได้ไม่ตลอดเวลา แม้จะเป็นเป้านิ่ง ที่กำหนดไว้ก่อนล่วงหน้าก็ตาม เครื่องบิน F-35 ได้รับการติดตั้งเรด้าร์แบบ Synthetic Aperture Radar ระบบแบบนี้จะสร้างภาพ เป้าหมายเสมือน ทำให้นักบินสามารถมองเห็นเป้าโจมตีได้ตั้งแต่เนิ่นๆ มองผ่านทะลุเมฆหมอกได้อย่างสบายตา ยังเป็นเครื่องบินรบแบบแรกของโลกที่ติดตั้งเรด้าร์ตวรจอากาศแบบจอสี
ต่อเป้าหมายในอากาศ เมื่อ Sensors ตรวจจับเป้าหมายต่างๆได้ ซึ่งอาจเป็น เครื่องบิน จรวด ระบบ Fusion จะสร้างภาพขึ้นให้ปรากฏบนจอ และในหมวกนักบิน ความสามารถของระบบยังทำให้ ติดตามเป้าหมายที่กำลังเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเสนอทางเลือกต่อนักบินว่า จะใช้อาวุธชนิดใด ในการทำลายเป้าหมายนั้น



ระบบ DAS

..........ระบบ DAS (Distributed Aperture System) เป็นอุปกรณ์ตรวจจับชนิดใหม่ new and unique sensor. ประกอบด้วยกล้องอินฟาเรด 6 ตัว ติดแนบไว้กับผิวลำตัวF-35 ทั้ง 4 ด้าน สร้างเป็นม่านคุ้มกันโดยรอบเครื่องไว้ได้ถึง 41000 องศา เทียบกับระบบเดิมซึ่งควบคุมเพียง 10000 องศา




.........การทำความเข้าใจระบบ DAS นี้ เข้าใจได้ง่ายๆ คล้ายกับระบบกันขโมย ที่ใช้ในการปกป้องบ้านและรถยนต์ เมื่อมีขโมยมางัดประตูบ้านหรือรถยนต์ สวิทช์สัญญาณ (ซึ่งเป็น Sensor แบบหนึ่ง) จะส่งข้อมูลไปยังกริ่ง หรือไฟกระพริบ แจ้งเตือนให้เจ้าของได้ทราบว่า มีการบุกรุก และหากเจ้าของไม่อยู่บ้าน หรืออยู่ห่างจากรถ ระบบกันขโมยที่แพงกว่าก็ยังสามารถส่งสัญญาณผ่านระบบเน็ท ไปยังโทรศัพท์มือถือของเจ้าของ ซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปได้
..........ซึ่งต่อมาระบบกันขโมย ที่ใช้ในการปกป้องบ้านและรถยนต์ ได้รับการพัฒนาขึ้น ด้วยการติดตั้งกล้องเพิ่มขึ้นได้หลายตัว คอยสอดส่องบ้านของเรา ให้มองเห็นได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ไม่ว่าเจ้าของจะอยู่ที่ใด แต่ระบบ DAS ของ F-35 ก็ทำได้เช่นกัน และเหนือกว่ามาก
..........มุมกล้องระบบ DAS แต่ละตัว ย่อมจะมีการเหลื่อมซ้อนทับกัน ซึ่งอาจทำให้นักบินเข้าใจสถานการณ์ผิดไป แต่ระบบ DAS จะจัดลำดับการทำงานของกล้องแต่ละตัวให้สอดคล้อง เมื่อใดที่กล้องตรวจพบเป้าหมาย ระบบจะสั่งให้กล้องตัวนั้นจับตาเป้าหมายไว้ตลอดเวลา เพื่อค้นหารายละเอียดของเป้าหมายนั้นเช่นความเร็ว มันเป็นขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนและรวดเร็วมาก อีกทั้งข้อมูลที่แสดงออกมาให้นักบินทราบต้องถูกต้องและแม่นยำ แต่ขั้นตอนดังกล่าวเกิดขึ้นเองทั้งหมดโดยที่นักบินไม่ต้องบิดปุ่มปรับสวิทช์ใดๆ ให้ยุ่งยากเลย

The impressive thing is that this occurs without pilot involvement.​

.........เมื่อนักบินทราบข้อมูลเป้าหมาย ระบบเรด้าร์ก็จะมารับช่วงต่อ ทำการติดตามเป้าหมาย เพื่อหารระยะที่แน่นอน และหากเป้าหมายไกลเกินกว่าระยะของเรด้าร์ ระบบ DAS ก็ยังคงิดตามเป้าหมายนั้นไว้ได้อยู่ จนกว่าเป้าหมายนั้นจะกลับมาอยู่ในระยะการทำงานของเรด้าร์อีกครั้งหนึ่ง
ระบบ DAS ทำให้นักบิน F-35 เข้าใจข้อมูลต่างๆได้อย่างทันถ่วงที เป็นการลดภาระงานต่างๆของนักบินออกไป ระบบ DAS จะทำให้นักบิน F-35 กลายเป็น นักสู้อย่างเต็มตัว เพียงอย่างเดียว

The F-35 is returning the pilot to the role of tactician.​

..........ระบบ DAS ทำหน้าที่หลายอย่างพร้อมๆกัน โดยเฉพาะ ภัยใกล้ตัว หากข้าศึกลอบมียิงจรวดเข้ามา โดยที่นักบินไม่รู้ตัว ระบบตรวจจับความร้อน(IRST) จะทำงาน และแจ้งบอกนักบินเป็นเสียงคำพูดว่า

มีการยิงจรวด เข้ามาจากทิศทาง.....?ใด?????​


..........ระบบ DAS ยังจะส่งข้อมูลไปปรากฏเป็นสัญลักษณ์ ต่างๆบนแผ่นแว่นกันแดดของนักบิน helmet-mounted display
นักบินขี้โม้มักจะโอ่ว่า “ถ้าเขาเห็นการพุ่งเข้ามาของจรวด เขาจะสามารถหลบมันได้ เอาตัวรอดได้”ระบบ DASนี้จะสร้างภาพให้เห็นด้วยตา ตามที่นักบินต้องการ แม้มันจะเป็นเพียงภาพเสมือนก็ตาม






ระบบ GTL
.........ความสามารถอันล้นหลามของระบบ DAS มีฟังก์ชั่นการทำงานพิเศษอีกคือ การค้นหาแท่นยิงจรวด ground target launch จรวดของข้าศึกอาจจะถูกยิงมาจากภาคพื้นที่ซ่อนตัวอยู่ แต่เมื่อระบบ DAS ตรวจจับวิถีของจรวดได้แล้ว มันจะคำนวณย้อนกลับไปยังต้นทาง เพื่อให้ทราบว่า จรวดลูกนั้นถูกยิงออกมาจากพิกัดใด นักบิน F-35 จึงทราบว่าฐานยิงนั้นซ่อนอยู่ที่ใด ซึ่งเขาจะได้หลีกเลี่ยง หรือหาทางกำจัดมันเสีย แม้ข้อมูลเช่นนี้เป็นข้อมูลที่ไม่อาจทราบมาก่อน แต่มันจะปรากฏให้นักบิน F-35 ได้อย่างทันถ่วงที
..........ฟังก์ชั่นแถมของระบบ DAS คือ การแสดงภาพ โดยใช้กล้องทั้ง 6 ตัว แสดงภาพมุมต่างๆให้นักบินได้มองเห็นสิ่งต่างๆแบบเรียลไทม์ อย่างไร้รอยต่อ โดยมองเห็นได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนที่มืดสนิท


ระบบ EOTS
.......ระบบ EOTS The electrical optical targeting system หมายถึง ระบบเฟลิรร์ ( TFLIR The targeting forward-looking infrared TFLIR) เคยติดตั้งให้กับ เครื่องบินรบในยุคที่4 มันเป็นระบบที่คล้ายคลึงกันมากกับระบบ the SNIPER targeting pod แต่เมื่อนำมาติดตั้งให้กับ F-35 รูปร่างของมันจะไม่เป็น กระเปาะ แต่จะถูกฝังไว้ในลำตัว และมีเพียงแผ่นกระจก โผล่ออกมาให้เห็น ทางส่วนหน้า ใต้คางของเครื่องบิน


The Electronic Warfare Suite
.........ระบบสงครามอิเลคทรอนิกส์ Electronic Warfare จะกลายเป็นของเล่นธรรมดาไปสำหรับนักบิน F-35 ในอนาคต เป็นยุทโธปรณ์ขนาดเล็ก ระบบสงครามอิเลคทรอนิกส์ ที่ยังคงมีติดตั้งให้กับของ F-35 ได้แก่
radar warning receiver (RWR),
electronic support measures (ESM), และ electronic countermeasure (ECM)
....ระบบเหล่านี้ หากเป็นการโฆษณาขายรถยนต์มือสองสมัยก่อน มักจะขายพ่วงอุปกรณ์เสริมว่า อวทม. ออ วอ ทอ มอ (แอร์ วิทยุ เทป ล้อแม็กซ์) เอาไว้ทำไม?? !! ซึ่งปัจจุบันอุปกรณ์ดังกล่าว กลายเป็นของเล่นธรรมดาไปแล้ว
.........ระบบสงครามอิเลคทรอนิกส์ ที่ติดตั้งให้กับ F-35 คล้ายเครื่องบินขับไล่ในยุคที่ 4 แต่มันทำงานโดยอัตโนมัติ ร่วมกับระบบอาวุธอื่นๆ โดยที่นักบินแทบไม่ต้องพะวงในการทำงานของมันแต่อย่างใด



ระบบ CNI
........The Communications, Navigation, and Identification (CNI) ระบบการติดต่อสื่อสาร การเดินอากาศ และการพิสูจน์ฝ่ายของ F-35 ก็เป็นอีกระบบหนึ่งที่ได้ถูกผนวกรวมเข้าด้วยกัน การรับส่งข้อความ ข้อมูล สามารถกระทำได้ทั้งแบบการใช้เสียง และภาพ แม้จะยังคงต้องอาศัยคลื่นความถี่วิทยุ แต่จะเป็นการใช้คลื่นความถี่วิทยุแบบ software-defined radio คือ การรับส่งถูกกำหนดโดยให้

ความถี่เดียวสามารถรับส่งข้อมูลได้หลายชนิด หรือ
ข้อมูลชนิดเดียวถูกส่งออกไปด้วยหลากหลายความถี่
....เพื่อมิให้ข้าศึกได้ล่วงรู้ข้อความ ข้อมูล ที่ใช้สื่อสารกัน คลื่นวิทยุในระบบต่างๆจะไม่ถูกส่งแพร่กระจายออกไปโดยไม่จำเป็น จนกว่านักบิน จะกดปุ่มส่งออกไปโดยผ่านการจัดการของระบบ software radio ข่ายการส่งผ่านข้อมูลจำนวนมาก multi-function data link ได้แก่ Link 16 ซึ่งในอนาคตเมื่อมีการพัฒนาระบบ software ใหม่ แต่อุปกรณ์เดิมยังคงใช้งานได้



หน้าปัดและแผงควบคุมแบบจอสัมผัส
.........แผงหน้าปัดห้องนักบินแบบเรียบเนียน แทนที่จะเป็นหน้าจอขนาดเล็กหลายจอแยกออกจากกัน แต่ แผงหน้าปัดของ F-35 เป็นจอแสดงผลขนาด 8x20 นิ้ว หรือขนาดราวทวีจอแบน 27นิ้ว ซึ่งเรียกมันว่าMulti-Function Display System (MFDS) โดยนำข้อมูลการบิน การรบ ทั้งหมด มาแสดงบนจอขนาดใหญ่เพียงจอเดียว จอขนาดใหญ่ไร้รอต่อสามารถแบ่งแยกย่อยได้ออกเป็นจอเล็ก 4 จอ เพื่อแสดงภาพการทำงานของระบบต่างๆ เช่น ระบบการเดินอากาศ ระบบเทคนิค ระบบอาวุธ ภาพเป้าหมาย
............และจอขนาดใหญ่อาจแบ่งภาพออกเป็น 2+2 จอก็ได้ และปุ่มกด หรือสวิทช์ต่างๆ ถูกขจัดออกไป จนเกือบหมดสิ้น แตกต่างจากเครื่องบิน F-22 ที่หน้าปัดแยกเป็นจอขนาดแปดนิ้ว 4 จอ ปละที่ขอบจอยังคงมีปุ่มกดอยู่ตามขอบจอทั้งสี่ด้าน หน้าปัดของ F-35 อรียบเนียน ไม่มีปุ่มกด หรือคันโยกใดๆ เหลือไว้เพียงไม่กี่สวิทช์ที่จำเป็น คล้ายๆกับ โทรศัพท์ หรือ Tablet ที่เราใช้กัน การสั่งงาน ควบคุมระบบต่างๆ จะใช้นิ้วจิ้มไปบนจอโดยตรง หรืออาจควบคุมโดยการใช้เสียงสั่งการ ระบบสามารถถ่ายทอดข้อมูลด้วยอัตราความเร็ว 1 gigabytes ต่อวินาที





Helmet Mounted Display System

............หมวกนักบินแบบติดศูนย์เล็ง Helmet Mounted Display System (HMDS) ของ F-35ได้รับการปรับปรุงไปพร้อมๆกับการสร้างเครื่องบิน อย่างกลมกลืน รูปลักษณะภายนอกของหมวกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก มองดูแล้วคล้ายนักรบสตาร์วอร์ แผ่นกันแดดของหมวกนักบินขนาดใหญ่คล้ายตาตั๊กแตน ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เป็นจอแสดงผล ข้อมูลการบิน ข้อมูลการรบ ข้อมูลที่สำคัญซึ่งผ่านการกลั่นกรองแล้ว จะถูกส่งผ่านไปแสดงให้นักบินได้เห็นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน ไม่ว่านักบินจะหันหน้าไปในทิศทางใด นักบินสามารถรับทราบข้อมูลต่างๆได้อย่างอิสระ ตลอดเวลา แตกต่างจากเครื่องบินยุคก่อน ที่ศูนย์เล็งHUDจะถูกติดตั้งไว้ส่วนหน้าของห้องนักบิน เมื่อนักบินหันหน้าไปทางอื่น จะคลาดสายตาจากข้อมูลในทันที แต่หมวกนักบิน F-35 แบบ HMDS จะทำให้นักบินตระหนักรู้ต่อสถานการณ์รอบตัว สามารถที่จะหลบหลีก หรือยิงอาวุธเข้าใส่ศัตรูได้ทันที


สมรรถนะของ F-35
.........ฉายาจ้าสายฟ้าแล่บของมัน เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งกับสมรรถนะของมันอย่างบรรจง เพราะ
เป็นผลพวงที่เกิดขึ้นจาก การประสานเข้ากันอย่างลงตัว ของฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ เราไม่อาจจะมองเห็นมัน
จนกว่าสายฟ้าจะผ่าลง และมันก็หายลับตา ในทันที ที่ความพินาศ ได้เกิดขึ้น

ความเร็ว
..........ความเร็วสูงสุดของมันระดับ 1.9 มัค หรือ 1800 ก ม ต่อ ชม. โดยไม่ต้องใช้การจุดระเบิดสันดาปท้าย
เป็นการประหยัดน้ำมัน และไม่ทิ้งร่องรอยการเคลื่อนที่ไว้ให้ใครตรวจพบ จึงสามารถใช้ความเร็วสูงได้เป็นเวลานานขึ้น
ทำให้มันพุ่งเข้าสู่เป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ใช่ว่ามันจะบินได้อย่างรวดเร็วเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม
มันสามารถบินช้าได้ด้วย ในรุ่น F-35B มันสามารถถูกบรรทุกไปด้วยพาหนะอื่นๆ เช่น เรือ รถ แบบพรางตา จากนั้น ติดตั้งอาวุธในสถานที่ลับ
แล้วเข้าโจมตีเป้าหมาย แบบที่ข้าศึกไม่ทันตั้งต้ว
เมื่อโจมตีเป้าหมายแล้ว ก็ผละหนีไปอย่างเงียบเชียบ บินกลับไปลงยังที่ใดก็ได้ อย่างยากที่จะคาดเดา





รัศมีปฏิบัติการ
......F-35 ถูกออกแบบไว้เพื่อการโจมตี ที่ระยะ 600NM หรือ 1100กิโลเมตร สบายๆ
จากโคราชถึงทุกเป้าหมายบนด้ามขวานทอง
โดยที่ยังมีเวลาวนเหนือเป้าหมายได้อีก 30 นาที รัศมีปฏิบัติการของ จะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
เพราะการที่มันบรรทุกระเบิดไว้ภายในลำตัว ซึ่งแตกต่างจาก

เครื่องบินรบยุคก่อน เมื่อบรรทุกอาวุธขึ้นไป จะทำให้รัศมีปฏิบัติการลดลงอย่างมาก
จากทั้งน้ำหนัก และแรงต้านทานอากาศที่เพิ่มขึ้น

แน่นอนว่า มันสามารถรับเติมน้ำมันกลางอากาศได้ จากเครื่องบินแทงค์เกอร์ ทุกแบบ




ระดับเพดานบิน
.......จากการที่มันออกแบบให้เป็นเครื่องบินโจมตี ปฏิบัติภารกิจในห้วงอากาศใกล้ๆระดับผิวโลก เป็นหลัก
แต่ยังสามารถปฏิบัติการได้ถึงระดับเพดานบิน 40000 ฟุต แต่ก็ยังนับว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับเครื่องบินโจมตีในยุคก่อน


การเข้าประจำการ
..........ก่อนย่างเข้าสู่ปีค.ศ.2013 ได้รับการผลิตขึ้นมาแล้ว 30 ลำ ถูกส่งมอบให้ทำการทดสอบประเมินค่าที่กองบิน 33rd Fighter Wing ฐานทัพอากาศ Eglin Air Force Base ในรัฐฟลอลิด้า นักบินทดสอบ และครูการบินได้สร้างตำรารูปแบบการรบทางยุทธวิธีขึ้นมาใหม่ พร้อมกันนั้นนักบินรบในอนาคต ได้รับการฝึกบิน ณ.ฐานทัพแห่งนี้ไปพร้อมๆกัน ตลอดปี 2012 ที่ผ่านมา นักบินใหม่ในเบื้องต้นจะได้รับการฝึก ด้วยระบบ Simulator เป็นหลักจนกระทั้ง่คุ้นเคยกับรูปแบบการบินแบบใหม่ การบินปล่อยเดี่ยว ย่อมใช้ Simulator ด้วยเช่นกัน เพราะ F -35 ที่สร้างขึ้นมาเป็นแบบที่นั่งเดี่ยวทั้งหมด ไม่มีเวอร์ชั่นแบบ 2 ที่นั่ง เครื่องบิน F -35 น่าจะเข้าประจำการในฝูงบินรบปกติของสหรัฐฯในปี 2015(พ.ศ.2558)

..........ในส่วนของชาติพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการ คาดว่าน่าจะได้รับ F -35 เข้าประจำการในปี 2020 เป็นอย่างเร็ว สำหรับประเทศไทย แม้จะได้มีการพูดถึงเครื่องบิน F -35 กันมาอย่างกว้างขวาง แต่กองทัพอากาศเอง ยังไม่มีการดำเนินการอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด เพราะยังให้ความสนใจกับเครื่องบินGripen เรายังก้าวข้ามไม่ผ่านเครื่องบินรบในยุคที่ 4


การเข้าประจำการในกองทัพไทย
.......มองย้อนกลับจากจำนวน F-16 ที่ถูกผลิตขึ้นมา 4500ลำ คาดว่าF-35จะผลิตขึ้นมามากกว่า 5000ลำ (เป็นของสหรัฐฯราว 2500 ลำ) ส่งออก 2500 ลำ ประเทศที่ใช้ F-16อยู่แล้ว คงจำเป็นที่จะต้องซ้ือ F-35 เข้าประจำการแทน ด้วยเหตุผลที่มันมีความสามารถครบครันในการล่องหน

มาเริ่มต้นกันที่ราคาของมันก่อน

F-35A ราคา 110$ ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 3300 ล้านบาทไทย
F-35B/C ราคา 235 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 6700 ล้านบาทไทย​


เปรียบเทียบกับ F-16 A ของไทยเคยซื้อ ราคา 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 600 ล้านบาทไทย
F-16E รุ่นใหม่ราคา 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ.1500 ล้านบาทไทย ราคาไม่แพงแต่เราปฏิเสธมันไปแล้ว ด้วยการนำ Gripen JAS-39C/D เข้าประจำการ


เครื่องบิน Gripen JAS-39C/D รุ่นปัจจุบันราคาลำละกว่า2500 ล้านบาท โคตรแพง ซื้อในสมัย นายกหนีทหาร
แน่นอนว่า Gripen JAS-39NG รุ่นใหม่ราคาต้องไม่ต่ำกว่า 3000 ล้านบาท​

เปรียบเทียบราคาเครื่องบินที่แสดงเฉลี่ยมาจากข้อมูลหลายแหล่ง ในอัตราแลกเปลี่ยน 30 บาทต่อ ดอลล่าร์
3300-3000=
300


คือความแตกต่าง

แต่ F-35 เหนือกว่า Grippen และเครื่องบินรบทุกแบบในอาเซียน


.....จากอดีต เครื่องบิน F-16 เข้าประจำการในกองทัพอากาศไทยปีพ.ศ.2531 (ค.ศ.1988) เป็นเวลา10 ปี หลังจากที่ได้เข้าประจำการใน ทอ.สหรัฐฯ

หากเครื่องบิน F -35 เข้าประจำการในฝูงบินรบปกติของสหรัฐฯในปี 2015(พ.ศ.2558) และ
ชาติพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการน่าจะได้รับประจำการในอีก 5 ปีถัดมา(พ.ศ.2563)

........นับเวลาต่อจากนั้นอีกเจ็ดปี พ.ศ.2570 เครื่องบิน F-16 ลำแรกของเราจะประจำการครบ 40 ปี และน่าจะเป็นเวลาเดียวกันกับที่เราได้นำ F-35A บล็อค 3i เข้าประจำการพอดี
แล้วลองมาคิดล่วงหน้ากันต่อว่า เด็กไทย คนใดจะได้บิน F-35A เป็นคนแรก ถ้าหาก  F-35A ได้เข้าประจำการในกองทัพไทยในปี 2570 นักบินที่จะได้บินมันควรจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีนั่นหมายความว่า เขาเหล่านั้นควรจะเกิดในปี 2570-25=2545 หรือหลังจากนั้น

และหากถือเอาปีนี้ เป็นตัวตั้ง 2556-2545=11
เขาควรจะมีอายุ 11 ขวบหรือน้อยกว่า
เขาเกิดแล้ว

..... ซึ่งอาจจะเป็นน้องๆที่ผ่านเข้ามาอ่าน มาหาข้อมูลในเว็บไซต์แห่งนี้ หรือเขาอาจจะเป็นลูกหลานของเรา
เขาอยู่ข้างๆกายเรานี่แหละ ระหว่างที่เฝ้ารอมันอยู่นี้ ต้องสะสมความรู้ให้เป็นพลัง เพื่อไล่ล่าความฝัน ให้กลายเป็นของขวัญให้จงได้​

.........F-35 เป็นเครื่องบินรบแห่งอนาคต ที่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ทางอิเลคทรอนิกส์รุ่นใหม่ อย่างมากมายเหลืิอล้น การทำงานของอุปกรณ์ทางอิเลคทรอนิกส์ เหล่านั้นทำงานประสานกันอย่างอัตโนมัติ สร้างความตระหนักรู้ต่อสถานการณ์ให้แก่นักบิน การควบคุมระบบอาวุธสั่งงานผ่านหน้าจอแบบสัมผัส อย่างต่อเนื่อง โดยผ่านทางหมวกนักบินแบบใหม่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมา ควบคู่กับการสร้างเครื่องบิน แน่นอนว่าด้วยยุทโธปกรณ์แบบใหม่ ย่อมก่อให้เกิดยุทธวิธีการบินรบในอากาศแบบใหม่ขึ้นมา มันเป็นที่ต้องการของชาติที่มีกำลังรบทางอากาศที่เข้มแข็งหลายชาติ และนั่นย่อมรวมถึงประเทศไทยของเราด้วย และมันจะของเล่นชิ้นสุดท้ายที่เด็กไทย จะได้บินมัน
 

Attachments

skypig

Administrator
การควบคุม



การได้สัมผัสกับของเล่นชิ้นนี้ โดยผ่านเทคโนโลยีร่วมสมัย ในขณะที่ผู้ให้และผู้รับอยู่ห่างกันหลายร้อยกิโลเมตร

ผู้ให้อยู่ที่อยุธยา นั่งเล่นเกมส์ไฟลท์ซิม FSXลงโปรแกรมเสริม F-35 แล้วนั่งบังคับ
ติดต่อกับผู้รับ ซึ่งนอนอยู่ในโรงแรมที่เชียงใหม่ โดยผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ และ wifi
.......การเชื่อมต่อข้อมูลทำให้ผู้รับสามารถมองเห็นเครื่องบิน F-35 หน้าปัดเครื่องบิน ปรากฎอยู่บนจอไอแพด ได้อย่างเรียลไทม์ ปัจจุบันทันด่วน

โดยภาพไม่กระตุก ไม่น่าเชื่อเลยว่า เทคโนโลยีสมัยนี้สามารถทำให้การบินกลายเป็นเรื่องง่าย สำหรับทุกๆคน




เมื่อกลับมาถึงบ้านที่ กทม. จึงโหลดไฟล์ของเล่นเช่นนี้จากโฟร์แชร์ แล้วแตกไฟล์ นำโปรมที่แยกออกมาแล้ว ไปเพส ลงในโปรแกรมย่อยของ FSX เดิมที่มีอยู่แล้ว

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ได้สัมผัสเครื่องบินรบแห่งโลกอนาคต

ทดสอบบินแบบเด็กเล่น Learning by Playing มี Joy Stick รุ่น X3D ของ Logitech อยู่แล้ว


...ลองเลือกบินกับ F-35B ซึ่งเป็นแบบขึ้น-ลงในแนวดิ่ง ลดน้ำมันให้เหลือครึ่งถัง จอดเครื่องไว้ที่สนามบินดอนเมือง หน้ากองบัญชาการกองทัพอากาศ

ตั้งใจจะนำ ไปลงที่ ลานสวนสนามหน้าโรงเรียนนายเรืออากาศ ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 1 กิโลเมตร

กดปุ่ม FLY NOW ทันที ยังไงก็ตกไม่ตาย​

..............เครื่องยนต์ติดรอไว้ แต่หน้าจอยังมองไม่เห็น ต้องก้มลงไปบิดปุ่ม ตรงหว่างขา จอสว่างขึ้นมาอย่างน่าประทับใจ
...............ทำความคุ้นเคยกับระบบหน้าจอ ด้วยการเลื่อนเม้าส์ไปบนแผงหน้าปัด เพื่อตรวจดูระบบต่างๆ สักพัก เมื่อพร้อมแล้ว จึงกดปุ่ม HOOK/STOVL ซึ่งอยู่แผงทางซ้ายมือ ใกล้กับคันฐานล้อ

อย่างที่บอก ยังไงก็ตกไม่ตาย จึงเร่งเครื่องไปหน้าสุดทันที โดยคิดว่าเครื่องบินจะยกตัวขึ้นในทางดิ่ง

แต่มันพุ่งไปข้างหน้าในแบบ Short Take Off แล้วลอยตัวยกขึ้น เช่นเครื่องบินทั่วไป เครื่องยกตัวในแนวดิ่ง อย่างรวดกว่าจะรู้ตัว
..........ความสูงก็ผ่านหลักพันฟุตไปแล้ว จึงลดคันเร่งลงมา แทบไม่น่าเชื่อว่า Joy Stick รุ่น X3D ของ Logitech เข้ากันได้ดีกับการบิน F-35
...........ตรงที่การบิดข้อมือ ทำให้ควบคุมการ Yawing ได้เช่นเดียวกับ Rudder ย้ำว่า Joy Stick รุ่น X3D ของ Logitech สามารถควบคุมการบินของ F-35 ได้ดี โดยไม่ได้ปรับแต่งใดๆ

..........ค่อยๆ ใช้คันบังคับ และ Throttle ที่ละน้อย ขยับตัว มาลงที่ลานสวนสนามหน้าโรงเรียนนายเรืออากาศ อย่างไม่ยากเย็นนัก โดยใช้ Throttle ควบคุมอัตราการร่อน





500 ฟุตต่อนาที เมื่อถึง 500 ฟุต
300 ฟุตต่อนาที เมื่อถึง 300 ฟุต
100 ฟุตต่อนาที เมื่อถึง 100 ฟุต
และเมื่อถึง 50 ฟุตสุดท้าย ให้ต่ำกว่า 50 ฟุตต่อนาที​


......จากนั้นก็บินกลับไปยัง สนามบินดอนเมือง รันเวย์ 21L หน้ากองบัญชาการกองทัพอากาศ อีกครั้ง



........เชื่อเป็นการส่วนตัวว่า เด็กในวันนี้ ที่มีโอกาสสัมผัสเกมส์ FSX + F-35 ในวันนี้ เมื่อเขาได้สัมผัสกับเครื่องบินลำจริง ในอีก15 ปีข้างหน้า
พวกเขาคงไม่ต้องเสียเวลาฝึกมานัก เพราะเขาคุ้นเคยกับมันมาก่อนแล้วนั่นเอง
 

wis_tom

Super Moderator
ขอบคุณมากครับ ได้รับความรู้เต็ม ๆ เลย
 

skypig

Administrator
ค่าใช้จ่ายในการฝึก F-35 สุงกว่า F-16 เพียง 10 %


.....Operating costs for the conventional take-off and landing version of the Lockheed Martin F-35 Joint Strike Fighter are expected to be roughly 10% greater than those of the Lockheed F-16.

.............According to the Pentagon's F-35 Joint Program Office (JPO), Lt Gen Christopher Bogdan, who leads the tri-service effort, provided some preliminary numbers to the Dutch parliament comparing costs per flying hour between the two aircraft on 18 April.



"In his statement, Bogdan indicated that the cost per flying hour of an F-35A is estimated to be $24,000 per hour; roughly 10% higher than F-16 cost per flying hour," the JPO says. "This data was derived in co-operation with the US Air Force and the Department of Defense Cost Assessment & Program Evaluation Office. Comparable baseline assumptions were used to evaluate relative operational costs between F-35 and legacy aircraft."
 

skypig

Administrator
หากมีเวลาสัก 2 ชั่วโมง แนะนำให้ชมคลิป http://www.youtube.com/watch?v=zbPx6rQO3qg

อย่างต่อเนื่อง ซึ่งน่าจะทำให้ เข้าใจถึง การแข่งขัน การสร้างเครื่องบินลำนี้ อย่างน่าสรรเสริญ
 

skypig

Administrator
กองทัพ และประเทศต่างๆ ที่แสดงความสนใจจะซื้อ F-35 เข้าประจำการ


f35 customer.jpg
 


Flag Counter

ขอขอบพระคุณ

พลอากาศเอก อมฤต จารยะพันธ์
พลอากาศโท ปรีชาพล ผุสสราค์มาลัย
กัปตันสุทิพย์ สิริสรรพ (การบินไทย)
กัปตันยุทธการ ปุรินทราภิบาล (ไทยแอร์เอเชีย)
กัปตันราชันย์ สุดหล้า (ไทยแอร์เอเชีย)
นาวาอากาศโทสุรินทร์ คอทอง
นาวาอากาศตรีขวัญ สุภรสุข
คุณพงษ์ พินิจ นสพ.ไทยรัฐ

เว็บไซต์ "www.thaiC-130.net" จัดทำขึ้นเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2551
ความสมบูรณ์ของเนื้อหา ยังจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง หากท่านสนใจที่จะร่วมสนับสนุนให้ดียิ่งขึ้น กรุณาติดต่อมายังผู้จัดทำ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง



Contact Me
Lt.Col.Tirapong Kongsomrit
kongsomrit@yahoo.com
www.thaic-130.net
Top