What's new
  • ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ไทยซีร้อยสามสิบครับ, หากท่านพบปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ของเรา
    หรือต้องการเสนอแนะประการใดสามารถโพสแจ้งได้ที่ ฟอรั่ม: Contact us/help info ,ขอบคุณครับ.
    แจ้งข่าวสารการอับเดทฟอรั่ม Thaic-130


    Live support: SKYPIG / Lt.Col.Tirapong Kongsomrit, e-mail: kongsomrit@yahoo.com
    กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
    Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see

8.Lucky Squadron

skypig

Administrator
ฝูงบิน 601 กองบิน 6 ของ C-130 ไทย​
. . พลันเมื่อเครื่องบิน C-130 ถูกผลิตออกจากโรงงาน จะถูกส่งมอบให้กองทัพประเทศต่างๆ นำไปประจำการใน ฝูงบิน(Squadron) ซึ่งเป็นหน่วยรบหลัก ลำดับสำคัญรองลงมาจากกองบิน (Wing)
แต่ละฝูงบินต่างได้รับมอบหมาย ภารกิจ(Mission)เพื่อให้ปฏิบัติ รออยู่แล้ว
ฝูงบินจึงเป็นที่ผนวก เครื่องบิน นักบิน ลูกเรือ และภารกิจ ไว้ด้วยกัน
แต่ละฝูงบินจะมี ขั้นตอนการปฏิบัติ ธรรมเนียมปฏิบัติ ประเพณีเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างกันออกไป
กองทัพอากาศไทย ได้บรรจุเครื่องบิน C-130 ประจำการใน ฝูงบิน 601 กองบิน 6 ฐานทัพอากาศดอนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยมีนามเรียกขานประจำฝูงบินว่า “Lucky ผู้โชคดีเสมอ ” ซึ่งมี รูปนกอินทรีสยายปีกเป็นสัญลักษณ์





ฝูงบินแห่งนี้มีประเพณี ธรรมเนียมปฏิบัติ เพื่อประกันว่า

ยามใดที่บ้านเมืองประสบปัญหา นักบิน ลูกเรือ เหล่านั้น เสียสละแทนท่าน
เสี่ยงชีวิตเพื่อท่าน เพื่อคนไทยทุกคน

การฝึกบินไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งการฝึกบินทางยุทธวิธีด้วยแล้ว ยิ่งซับซ้อน และมีอันตรายแฝงอยู่ทุกลมหายใจ
แต่เป็นหน้าที่ของกองทัพที่ต้องทำให้ อาวุธดี อยู่ในมือทหารดี

ประวัติฝูงบิน 601
. . ฝูงบิน 601 ได้รับมอบหมายภารกิจจากกองทัพอากาศ ในการรับผิดชอบ การลำเลียงทางอากาศ และการปฏิบัติกิจเฉพาะพิเศษ จึงได้รับการบรรจุเครื่องบินที่มีสมรรถนะสูงมาโดยตลอด ในอดีตฝูงบินแห่งนี้เคยมีเครื่องบิน C-123,DC-8 และ Merlin IV ประจำการ ซึ่งล้วนเป็นเครื่องบินที่มีสมรรถนะสูงควรแก่ยุคสมัย จนกระทั่งในปี พ.ศ.2523 เครื่องบิน C-130 เครื่องแรก ได้เริ่มนำเข้าประจำการในฝูงบินแห่งนี้ และเพื่อบรรลุภารกิจที่ได้รับมอบ กองทัพอากาศจึงได้รับการบรรจุอัตรากำลังพล อันประกอบด้วย นักบิน ต้นหน ซึ่งเป็นนายทหารสัญญาบัตร และ ช่างอากาศ เจ้าหน้าที่ขนส่งทางอากาศ ซึ่งเป็นนายทหารประทวน ทุกคนล้วนได้รับการคัดเลือก ฝึกฝน ปลูกฝัง และรักษาระดับความชำนาญให้มีความพร้อมรบตลอดเวลา

นักบินและต้นหน C-130
. . นอกจากการที่กองทัพอากาศได้จัดหา เครื่องบินที่มีสมรรถนะสูงเข้าประจำการแล้ว ทอ.ยังต้องสรรหานักบินที่มีฝีมือดีควบคู่กันไปด้วย ฝูงบิน 601 เป็นที่หมายปองของนักบินจบใหม่ มาตั้งแต่เครื่องบิน C-130 เริ่มเข้าประจำการ เกือบ 30 ปีที่ผ่านมา การคัดเลือกนักบินเข้าฝูง มีนักบินฝีมือดี ลำดับต้นๆ ให้ความสนใจในการมาเป็นนักบิน C-130 อย่างท่วมท้น ซึ่งนับเป็นโชคดีของ ทอ.ไทย โดยแท้
. . โดยทั่วไปศิษย์การบินที่สำเร็จจากโรงเรียนการบินทั้งของไทยและต่างประเทศ จะถูกจัดเรียงลำดับ จากผลการฝึกบิน ใครบินดี ได้คะแนนดี ก็จะได้สิทธิ์เลือกแบบ เลือกฝูงบิน ก่อนเพื่อนคนอื่น ส่วนใครได้คะแนนการฝึกบินไม่ดีก็มักจะต้องเลือกภายหลัง ในหลายประเทศการได้เป็นนักบินขับไล่ จะถูกเลือกเป็นลำดับต้นๆ แต่น่าประหลาดใจที่กองทัพอากาศไทย มีนักบินที่ฝีมือดี จำนวนไม่น้อย ตั้งใจเลือกมาเป็นนักบิน C-130 ก่อนเป็นลำดับแรก




. . นักบินที่เข้ามาบินเครื่องบิน C-130 ต้องมีพื้นฐานความรู้ด้านภาษาอังกฤษ เป็นอย่างดี เพราะตำรับตำราที่เป็นภาษาไทยหาอ่านไม่ค่อยได้ จากนั้นจะได้รับการปูพื้นฐานภาควิชาการ ความรู้เกี่ยวกับตัวเครื่องบิน แล้วจึงไปฝึกบินกับเครื่องฝึกบินจำลองในต่างประเทศ เมื่อกลับมาจึงมีโอกาสได้ขึ้นบินกับเครื่องบินจริง เป็นการฝึกการบังคับควบคุม เครื่องบินขึ้น-ลงในวงจรสนามบิน ฝึกใช้เครื่องช่วยเดินอากาศ ฝึกบินเดินทาง เมื่อผ่านขั้นนี้แล้ว จึงจะเป็นการฝึกบินทางยุทธวิธี เช่น การบินเดินทางด้วยระดับเพดานบินต่ำ การฝึกขึ้นลงในสนามบินที่มีความยาวจำกัด ฝึกการทิ้งนักโดดร่ม ทั้งในระดับต่ำและระดับความสูงสูงมาก ที่สำคัญคือการฝึกทิ้งสัมภาระ CDS นอกเหนือจากนี้ ยังมีการฝึกในการทำภารกิจพิเศษ เช่น การบินหมู่ การฝึกทิ้งสารเคมีหรือน้ำ เพื่อการดับไฟ และยังมีการฝึกร่วมผสม จากต่างเหล่าทัพ และกับกองทัพต่างประเทศ
กว่าที่กองทัพของเราจะได้นักบินรบที่มีความสามารถพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ต้องประกอบด้วยการสร้างสมประสบการณ์หลายขั้นตอน ต้องใช้ระยะเวลาอันยาวนาน และไม่มีเส้นทางลัดสู่ความเป็นมืออาชีพ นักบิน C-130ต้องใช้เวลา


2 หรือ 3 ปี ในโรงเรียนเตรียมทหาร
และ 4 หรือ 5 ปีในโรงเรียนนายเรืออากาศ
1 ปีในโรงเรียนการบิน
4 ปีในหน้าที่การเป็นนักบินที่สอง
อีก 3 ปีในหน้าที่นักบินที่หนึ่ง
และอีก 3 ปีในหน้าที่ครูการบิน

. . เมื่อนำตัวเลขทั้งหมดมารวมกันจะรวมเวลาได้เท่ากับ 8 + 4 + 6 = 18 ปี นั้นหมายถึงว่า เราต้องใช้ระยะเวลาถึง 18 ปี ในการที่จะสร้างนักบินที่มีความพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจที่มีความเสี่ยงสูง มีความซับซ้อนและมีความกดดันรอบด้าน

ชีวิตนักบินพร้อมรบ
หากไม่นับรวมเอาช่วงเวลาของการเตรียมพื้นฐานออกไป นักบินจะมีโอกาสใช้ชีวิตอยู่ในฝูงบิน ประมาณ 10 ปี เป็นชีวิตที่เด็กหนุ่มจะได้สนุกสนานและเรียนรู้ อีกทั้งเป็นวัยที่ต้องปกครองตัวเอง เรียนรู้ศาสตร์การบิน-การยุทธเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จและตัวเองมีชีวิตอยู่ รอด มีเวลาสนุกสนานกับเพื่อนฝูงวัยเดียวกันอยู่บ้าง นักบินพร้อมรบนั้นมีกฎระเบียบใน”กรอบของเวลา”ที่ต้องถือปฏิบัติอยู่อย่าง เคร่งครัด แต่ละวันทุกเช้าต้องตื่นมาให้ทันเข้าฟัง Morning Brief ก่อนบินก็แยกไปBrief ย่อย หลังบินก็กลับมาDebriefอีก หากบินดีกลับถึงบ้าน ก็สบายหน่อย พอมีเวลาพักผ่อน หากบินไม่ดีก็ต้องกลับมาอ่านหนังสือ แต่ไม่ว่าจะบินดีหรือไม่ดี ช่วงเวลาระหว่างThrottle & Bottle ต้องห่างกันอย่างน้อย 12 ชั่วโมง เป็นเช่นนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ ทุกๆ 6 เดือนต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพและฝีมือบิน นั่นหมายความว่าตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ต้องดำรงสภาพความพร้อมรบ นักบินจะมีวันที่สนุกสนานได้ไม่มากนัก เพราะหากผิดวินัยการบิน หรือตรวจสุขภาพไม่ผ่าน ย่อมถูกงดบิน งดรับเงินค่าปีก หากไม่มีความรู้ ไม่มีฝีมือ ก็ไม่มีใครอยากบินด้วย อาจต้องถูก Grounded ดังนั้น นักบินทหาร จึงต้องรักษาสุขภาพร่างกายและจิตใจให้สมบูรณ์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และใฝ่หาความรู้ทั่งในด้านการบินและศาสตร์ด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การฝึกบินทางยุทธวิธีเป็นเรื่องอันตราย มีความเสี่ยง ตลอดเวลา ใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน มีขั้นตอนซับซ้อน ไม่ใช่เรื่องของความโก้เก๋หรือความเท่ห์แต่อย่างใด ภาพการประชาสัมพันธ์อาชีพนักบินที่เราเห็นอยู่บ่อยๆคือ ความองอาจ หยิ่งทะนง ควบคู่กับรายได้และความเป็นอยู่ที่สุขสบายมากกว่าสาขาอาชีพอื่น แต่เบื้องหลัง ความเป็นกับความตายอยู่ห่างกันแค่พริบตาเดียว ถูกกดดันทั้งร่างกายและจิตใจนานนับสิบปี แต่ถ้าหากการประชาสัมพันธ์ นำความยากลำบากของนักบินออกไป ใครบ้างเล่า!!ที่อยากจะมาเป็นนักบินรบ เพราะเวลาแต่ละนาทีในการฝึกบิน แต่ละวันในโรงเรียนการบิน แต่ละปีในโรงเรียนนายเรืออากาศ มันช่างเนินนานกว่าเวลาของคนปกติเป็นไหนๆ

มีอาชีพใดบ้าง ? ที่ต้องเปลือยทั้งกายและใจใ ห้คนอื่นตรวจสอบ ทดสอบ อยู่เป็นประจำทุก 6 เดือน!

การเป็นนักบินลำเลียงทางทหารนั้นมีเนื้อหาสาระที่แตกต่างจากนักบินพาณิชย์ คือ นักบินทหารส่วนใหญ่มีช่วงวัยทำงานอยู่ระหว่าง 24-36 ปี เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายมีความสมบูรณ์ แข็งแรง หู ตา ประสาทสัมผัสยังดี สามารถทนต่อการบินในท่าทางที่รุ่นแรงได้ และเป็นช่วงวัยที่นักบินหนุ่มมีความหาญห้าว (Aggressive) และอยากเอาชนะศัตรู อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะชี้ให้เห็นว่า การบินทางทหารนั้นแตกต่างจากการบินเครื่องบินพาณิชย์ก็คือ การบินทางยุทธวิธีนั้นไม่มีรูปแบบที่ตายตัว การฝึกบินตามกระบวนท่า (Pattern) หรือ Training Rule นั้น ถูกกำหนดไว้เพื่อทำให้เกิดความปลอดภัยในการฝึกเท่านั้น มิใช่หนทางที่ทำให้เอาชนะศัตรูได้ การบินทางทหารจึงมีสิ่งที่นอกเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นได้เสมอ
ส่วนการบินเชิงพาณิชย์นั้น แม้จะไม่ต้องเผชิญกับท่าทางการบินที่รุนแรง ผู้รักการบินสามารถบินจนอายุ 60ปีหรือกว่านั้น แต่จะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ กฎหมายต่างๆอย่างเคร่งครัด นักบินพาณิชย์สามารถที่จะโปรแกรมวางแผนการบินไว้ล่วงหน้าได้ตั้งแต่ต้นจนจบ และต้องคอยติดตามข่าวสารการบิน และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เป็นการปฏิบัติที่มีแบบแผนแน่นอน และมักจะไม่ค่อยมีอะไรนอกเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นมากนัก เพียงแต่ต้องทนนั่งอึดอัดอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ อดนอนบ้าง
ในส่วนของนักบิน C-130 นั้นระหว่างที่อยู่ในฝูงบิน 601 นอกจากจะต้องได้รับการฝึกบินทางยุทธวิธีให้เกิดความชำนาญแล้ว ยังจะได้รับการพอกพูนความรู้อื่นๆให้เกิดวุฒิภาวะเพิ่มขึ้น จากหลักสูตรหรือโรงเรียนต่างๆในกองทัพ อาทิ การรบร่วม กิจการนิรภัย การยุทธการ โรงเรียนผู้บังคับฝูงบิน และโรงเรียนเสนาธิการเหล่าทัพ เป็นต้น บางคนขยันหน่อย อาจขนขวายไปเรียนปริญญาโทต่อ ในมหาวิทยาลัยอื่นๆ


ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในฝูงบินนักบินทุกคนจะหมุนเวียนกัน ได้รับประสบการณ์ ในหลายๆด้าน ทั้งการฝึกรบร่วมผสมกับต่างเหล่าทัพ กองทัพต่างประเทศ การอยู่ในขนบธรรมเนียมทหาร การได้เดินทางนำคณะไปต่างประเทศ ซึ่งทำให้เด็กบ้านนอกหลายคนได้สัมผัสกับเมืองนอก อย่างมีเกียรติและไม่ต้องเสียสตางค์
ถึงแม้เราจะใช้เวลาสร้างนักบินพร้อมรบ C-130 นานเท่าใด และใช้เงินมากเท่าใดก็ตาม แต่วันเวลาไม่หยุดนิ่ง คลื่นลูกหลัง นักบินรุ่นน้องที่ไล่ตามมา จะต้องเข้ามาแทนที่ นักบินผู้ชำนาญจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ไว้กับคนรุ่นตัวเองเพียงรุ่นเดียวไม่ได้ การจากฝูงจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และสมควรด้วยเหตุผล ในที่สุดเมื่อได้บินกับเครื่องบิน C-130 ราว 10-12 ปี นักบินส่วนใหญ่ จำต้องจากฝูงไป ความรู้ต่างๆนอกเหนือจากทางยุทธวิธี ที่ได้รับระหว่างอยู่ในฝูงบิน จะถูกใช้เพื่อการทำงานในระดับสูงขึ้น ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆทั้งในและนอกกองทัพต่อไป
ผู้เขียนเชื่อว่านักบินทุกคนเมื่อต้องจากฝูงไป จะมีความอาลัยและรู้สึกสูญเสียอยู่บ้าง คล้ายกับว่าต้องจากของรักไป แม้ใจยังรักที่จะบินอยู่ก็ตาม แต่จะทนยื้ออยู่ได้อย่างไร ในเมื่อแต่ละปี กองทัพต้องมีนักบินรุ่นใหม่ ที่มีความสดกว่าเข้ามาทดแทน การเกษียณการบินของนักบิน C-130 จึงหมายถึงการส่งไม้ผลัดให้แก่คนรุ่นหลัง หรือการเปลี่ยนตำแหน่งจากหน้าเวทีไปอยู่หลังเวที
นักบิน C-130 แม้จะพ้นจากฝูงบินไปแล้ว หลายคนได้รับตำแหน่งสูงขึ้นในกองทัพ เกือบครึ่งหนึ่งก้าวออกจากกองทัพไปเป็นนักบินพาณิชย์ แต่ยังคงอยู่ในฐานะนักบินสำรองสงคราม เผื่อในกรณีบ้านเมืองเกิดศึกสงคราม จะได้เรียกกลับมาฟื้นฟูความพร้อมรบได้อีก อย่างรวดเร็ว

เจ้าหน้าที่ช่างอากาศ (Flight Engineer ;FE)


บุคลากรสำคัญนอกจากนักบินที่กล่าวมาแล้ว ยังมี”ช่างอากาศ” ที่คอยตระเตรียมความพร้อมของเครื่องบิน ทั้งก่อนบิน ระหว่างบิน และหลังบิน ให้อยู่ในสภาพร้อมรบตลอดเวลา ปัจจุบันนี้ช่างอากาศที่ทำหน้าที่ ช่างอากาศระหว่างบิน คงจะเหลือแต่เพียงเครื่องบิน C-130 ชนิดเดียวเท่านั้น เพราะเครื่องบินรุ่นใหม่ๆ ถูกออกแบบให้ระบบคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่แทนช่างอากาศ ช่างอากาศเครื่องบิน C-130 จึงเป็นบุคลากรสำคัญมีค่ายิ่ง การเป็นช่างอากาศบนเครื่องบิน C-130ได้ ก็มิใช่เรื่องธรรมดา
เพราะกว่าจะได้นั่งเก้าอี้ขนแกะ ที่มีความสง่างามมากที่สุดบนเครื่องบิน C-130 (เก้าอี้ช่างอากาศจัดวางเด่นสูงอยู่ตรงกลางห้องนักบิน คล้ายที่นั่งของผู้บัญชาการ) มีขั้นตอนต่างๆเป็นบททดสอบ ความรู้ ความสามารถ ตลอดเวลา และรางวัลชีวิตที่ได้รับไม่ต่างอะไรกับนักบินและลูกเรือตำแหน่งอื่นๆ

โรงเรียนจ่าอากาศคือ ประตูบานที่กว้างที่สุด
ที่เปิดรอไว้ให้ลูกหลานไทยได้เดินผ่านเข้ามาเป็นช่างอากาศที่แท้จริงยุคสุดท้าย
นอกจากนี้แล้ว ยังมีโรงเรียนช่างฝีมือทหาร และโรงเรียนเหล่าช่างอากาศ(ของกรมช่างอากาศ ชอ.ทอ.) เป็นทางเลือกรอง ที่นำไปสู่จุดหมายเดียวกัน หลังจากจบโรงเรียนเทคนิคขั้นพื้นฐานที่กล่าวมาแล้ว ผ่านประสบการณ์การทำงานกับเครื่องบินขนาดเล็ก ระยะเวลาหนึ่ง แล้วผ่านการคัดเลือกมาเป็นช่าง C-130 ซึ่งมีระบบเทคนิคกลไกซับซ้อนกว่า
เริ่มจากได้เป็นช่างอากาศภาคพื้น ทำงาน สัมผัสเปลวแดด และไอร้อนจากพื้นคอนกรีตใน Flight Line (แนวลานจอดเครื่องบิน) เรียนรู้ระบบต่างๆของเครื่องบิน C-130 ทีละระบบ เป็นลูกมือคอยช่วยซ่อมแซม แก้ไข เครื่องบินที่ปัญหาขัดข้องเล็กๆ น้อยๆ จนมีความรู้ ประสบการณ์พื้นฐานพอควรแล้ว จะได้รับการตรวจร่างกายผู้ทำการในอากาศ(Medical Class1) เมื่อผ่านขั้นตอนนี้ จึงเรียนรู้ การทำงานของเครื่องบิน C-130 ทั้งยามปกติและในยามเครื่องบินประสบปัญหา คอยคิดคำนวณ สมรรถนะต่างๆเป็นข้อมูลป้อนให้แก่นักบิน ควบคุมแผงระบบเทคนิคที่ติดตั้งไว้บนเพดาน ที่กว้างและใหญ่เกินกว่านักบินจะเอื้อมหรือแหงนมองถึง ครั้นเมื่อเครื่องบินถึงพื้นแล้ว ใช่ว่าจะเสร็จงานกลับบ้านได้ทันที ต้องตรวจตรา และเติมน้ำมันจำนวนกนับหมื่นลิตรให้พร้อมบินในเที่ยวต่อไป เป็นภาระหน้าที่ ที่ต้องใช้ทั้งความรู้ ความละเอียดรอบคอบ และความชำนาญ


เจ้าหน้าที่ขนส่งทางอากาศ (Load Master ; LM )
ตำแหน่งสำคัญอีกตำแหน่งหนึ่ง บนเครื่องบิน C-130 ที่ขาดไม่ได้ คือ เจ้าหน้าที่ขนส่งทางอากาศ (Load Master LM ) “โหลดมาสเตอร์” มีภาระความรับผิดชอบต่อเครื่องบิน ไม่น้อยไปกว่าลูกเรือคนอื่น ยิ่งในภารกิจทางยุทธวิธีด้วยแล้ว หากขาดซึ่งโหลดมาสเตอร์ สมรรถนะอันสูงส่งของเครื่องบิน C-130 ก็ไร้ค่า ในขณะที่ นักบิน ช่างอากาศ และต้นหน ทำงานง่วนอยู่ในส่วนหน้าบนห้องนักบิน สายตาทั้งแปดดวงมองไปข้างหน้า แต่ทิ้งความรับผิดชอบในส่วนหลังของเครื่องบินทั้งหมดไว้กับโหลดมาสเตอร์ เพียงหนึ่งหรือสองคนเท่านั้น การทำงานของโหลดมาสเตอร์คล้ายคนตาบอด เพราะจะทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ได้จากการเฝ้าฟังการทำงานของลูกเรือส่วนหน้า โดยผ่านสายไมค์และหูฟังเท่านั้น นักบินพาไปทิศทางไหน ความสูงเท่าไรแทบไม่รู้ หากวาระสุดท้ายใกล้มาถึง โหลดมาสเตอร์จะมีเวลาสั่งเสียลูกเมียน้อยกว่าคนอื่น

โรงเรียนจ่าอากาศคือ ประตูบานแรกและบานเดียว
ที่เปิดรอไว้ สำหรับลูกผู้ชายที่ต้องการเป็นโหลดมาสเตอร์


Please, Log in or Register to view URLs content!

ยามไร้ซึ่งสัมภาระและผู้โดยสาร โหลดมาสเตอร์ได้ดูดดื่มความความโดดเดี่ยวกลางท้องฟ้าอย่างเดียวดาย แต่เมื่อมีสัมภาระหรือผู้โดยสาร ซึ่งอาจเป็นบุคคลสำคัญระดับสูง อาจเป็นทหารบาดเจ็บ ร่างที่ไร้วิญญาณ กระทั่งสุนัขสงคราม หรือยุทโธปกรณ์ โหลดมาสเตอร์แทบจะไม่มีเวลาหายใจ เพราะต้องคอยมั่นตรวจตราดูแลความปลอดภัย ของทุกชีวิตและยุทโธปกรณ์ อย่างระมัดระวัง
บอกได้เลยว่า การชมภูมิภาพประเทศไทย โดยมองผ่านประตูท้าย(Cargo Ramp)ของเครื่องบิน C-130 ขณะเปิดออก เป็นทัศนียภาพที่สวยงามที่สุด บนความภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ซึ่งโหลดมาสเตอร์ C-130 เป็นผู้เห็นมันบ่อยที่สุด

นายทหารแลกเปลี่ยน (Exchange Officers)
ในฝูงบิน 601 นอกจากจะมีบุคลากรที่เป็นคนไทย ซึ่งมีความสามารถสูงแล้ว ยังมี นักบิน และ นายทหารช่างอากาศ ซึ่งเป็นฝรั่งต่างชาติ เข้าร่วมทำงานอยู่ด้วย เป็นโครงการแลกเปลี่ยนบุคลากร ระหว่างทอ.ไทย กับ ทอ.สหรัฐฯ โดยเราส่งนักบินและนายทหารช่างอากาศของเรา ไปอยู่ในฝูงบิน C-130 ของเขา และทอ.สหรัฐฯ ได้ส่งนักบินและนายทหารช่างอากาศของเขา มาอยู่กับเรา คราวละ 2 ปี โครงการฯนี้เริ่มขึ้นนับตั้งแต่ปี 2528 เมื่อเครื่องบิน C-130 เข้าประจำการจนถึงปัจจุบัน ประโยชน์ที่ไทยได้รับมีหลายด้าน ทำให้ ฝูงบิน C-130 ของไทยได้รับรู้ถึง ยุทธวิธีใหม่ๆ ในการบินอย่างลึกซึ้ง และการซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนผลพลอยได้ไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ฝูงบิน 601 จึงประกอบด้วยบุคลากรหลายด้าน ที่มีความสามารถสูงต่างกัน เพื่อควบคุมเครื่องบินที่มีสมรรถนะสูง และภารกิจสำคัญ และยังถูกหล่อหลอมด้วย แบบธรรมเนียมและกฎข้อบังคับของฝูงที่ดี จึงประกันได้ว่า อาวุธดี ย่อมอยู่ในมือทหารดี ไม่มีทางที่ อาวุธดี จะตกอยู่ในมือโจร

เครื่องบิน C-130 ให้ทั้งพลังและอำนาจแก่ผู้ควบคุมมัน อย่างมากมาย เมื่อมีเครื่องบินพร้อมน้ำมัน(ฟรี)อยู่ในกำมือ สามารถแลกเป็นผลประโยชน์ที่ชอบ และมิชอบด้วยกฎหมายได้หลายทาง แต่ธรรมเนียมฝูงบิน และเส้นทางเดินของลูกผู้ชายสายนี้ สอนเราให้รู้จักทำ และรู้จักธรรม สอนให้เราเคารพหน้าที่ของตน และคนอื่น เป็นคนรู้คุณค่าของเวลา มั่นใฝ่หาความรู้ อดทนอดกลั้น การได้ก้าวผ่านเข้ามาในฝูงบิน 601 จึงเหมือนได้เข้าเรียนโรงเรียนชีวิต ทั้งนักบินและลูกเรือ ถูกปลูกฝังให้รู้จักการทำงานเป็นทีม มีวินัย ซึมซับขนบธรรมเนียมทหาร จึงสามารถทำภารกิจสำคัญต่างๆ สำเร็จมาแล้วมากมาย การปลูกฝังธรรมเนียมปฏิบัติของฝูงบิน จะยังคงดำเนินต่อไปจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่รู้จบ เพื่อนำประโยชน์มาสู่ชาติไทย อันเป็นที่รักของเราสืบไป
 

skypig

Administrator
ความคิดเห็นที่ 1

แวะเข้ามาหาข้อมูลให้ลูกชายคะ บ้าทั้งนักบินและเครื่องบินขับไล่ ขอcopyข้มูลไว้ให้น้องนะคะ

คุณแม่น้องต้นกล้า

ชื่อ : แม่วิ E-mail : wishpossible@hotmail.com วันที่ : 6 เมษายน 2553 18:37 น.IP : 114.128.45.XXX

ความคิดเห็นที่ 2

แวะเข้ามาหาข้อมูลให้ลูกชายคะ บ้าทั้งนักบินและเครื่องบินขับไล่ ขอcopyข้อมูลไว้ให้น้องได้ศึกษา อ่าน เห็นรูปพี่ ๆ ไปด้วยนะคะ น้องกำลังจะขึ้นป.4คะ ไม่รู้ว่าจะเว่อร์ไปหรือเปล่า แต่ไม่อยากให้ความฝันดี ของน้องหายไปคะ

คุณแม่น้องต้นกล้า

ชื่อ : แม่วิ E-mail : wishpossible@hotmail.com วันที่ : 6 เมษายน 2553 18:40 น.IP : 114.128.45.XXX

ความคิดเห็นที่ 3

คุณแม่วิ

ผมดีใจจริงๆครับ ที่คุณเป็นคุณแม่คนที่สอง ที่ได้นำบทความในเว็บไซต์แห่งนี้

ไปจุดประกาย สร้างความฝันให้แก่ลูก

พยายามรักษาและ เพาะบ่มความใฝ่ฝันของเขาไว้ให้ดี นะครับ

ผมเอง ก็มีลูกชายกำลังขึ้น ป.4 เหมือนกัน

ขอบคุณที่แวะมา

skypig


ชื่อ : skypig E-mail : kongsomrit@yahoo.com วันที่ : 7 เมษายน 2553 14:31 น.IP : 180.180.4.XXX

ความคิดเห็นที่ 4

โตขึ้นอยากให้ลูกชายได้เป็นนักบินของกองทัพอากาศค่ะ เพราะตอนนี้คุณลุงของเค้าก็เป็นนักบิน c-130 อยู่ค่ะ

ชื่อ : แม่น้องเปตอง วันที่ : 4 มิถุนายน 2553 18:40 น.IP : 111.235.71.XXX

ความคิดเห็นที่ 5

คุณแม่น้องเปตอง
ผมเริ่มเอะใจ อะไรบางอย่าง
แปลกใจที่ว่า มีคุณแม่หลายท่าน ผ่านเข้ามาอ่านเว็บไวต์แห่งนี้
ไม่นึกว่าจะมี สุภาพสตรี เข้ามาอ่าน
ผมยินดี และดีใจมากๆ ครับ ที่มีคุณแม่ เป็นคนรักเครื่องแบบ

คุณลุงของน้องเปตอง น่าจะให้ข้อมูลต่างๆในการเป็นนักบิน ได้ดีกว่าผม

มีโอกาสคงได้เจอกันนะครับ

ชื่อ : skypig E-mail : kongsomrit@yahoo.com วันที่ : 7 มิถุนายน 2553 19:57 น.IP : 125.25.33.XXX

ความคิดเห็นที่ 6

ร่วมแสดงความยินดีกับ C-130 ในโอกาสครบ ๓๐ ปี ในการประจำการ ใน ทอ.ไทย ครับ

ชื่อ : ท้าวทองไหล E-mail : rach_2511@hotmail.com วันที่ : 4 สิงหาคม 2553 14:31 น.IP : 210.246.192.XXX

ความคิดเห็นที่ 7

ขอบคุณครับ
เราต้องช่วยกัน คนละนิด คนละหน่อย
เพื่อให้C-130 อยู่คู่กับฝูงบิน 601 ไปตราบนาน
อย่างปลอดภัยครับ

ชื่อ : skypig E-mail : kongsomrit@yahoo.com วันที่ : 7 สิงหาคม 2553 09:33 น.IP : 118.173.78.XXX

ความคิดเห็นที่ 8

ขอแสดงความยินดีในวาระครบรอบ 30 ปีของ c130

ชื่อ : เนาวรัตน์ กลิ่นชั้น E-mail : jeab_bord@hotmail.com วันที่ : 18 สิงหาคม 2553 15:50 น.IP : 203.170.246.XXX

ความคิดเห็นที่ 9



ชื่อ : เนาวรัตน์ กลิ่นชั้น E-mail : jeab_bord@hotmail.com วันที่ : 18 สิงหาคม 2553 15:52 น.IP : 203.170.246.XXX

ความคิดเห็นที่ 10

สวัสดี ฝูงบิน 601 "ชาว LUCKY ผู้โชคดีเสมอ" ขอเป็นแรงจิตให้ท่านทั้งหลายโชคดีทุกครั้งที่สยายปีกบิน จะเป็นหู ตา ประสาทสัมผัสทุกส่วนแม้แต่ปลายเส้นผม เพื่อให้เอาชนะศัตรูพร้อมหมู่มาร (ผู้ที่มีตัวตนจริง อยู่ทั้งบินดินและอากาศ ปล.ชมรมฟ้าตากสิน ฟ้าพวกท่านยังเป็นสีชมพูเสมอ)

ชื่อ : อนันต์ธนา พรมจันทร์ E-mail : spanish_007@hotmail.com วันที่ : 18 สิงหาคม 2553 16:09 น.IP : 125.24.134.XXX

ความคิดเห็นที่ 11

อยากบินบ้าง อยากดูC130
แต่คงไม่มีโอกาสเพราะไกลเหลือเกิน (อุดรค่ะ)
แล้วก็สายงานที่แตกต่าง
หมดโอกาสเรียนระ

ชื่อ : เกษร E-mail : num_0101@hotmail.com วันที่ : 6 กันยายน 2553 01:43 น.IP : 125.26.171.XXX

ความคิดเห็นที่ 12

ขอเป็นหนึ่งในกำลังใจในการปฏิบัติงาน ภาระกิจ ต่างๆให้ลุล่วง
ยินดี กับ C130 ( Lucky ) ในโอกาสครบ30ปีในการประจำการใน ทอไทย
เปิดหน้านี้ขึ้นมาแล้วรู้สึกดีแปลกๆ เหมือนผูกพันธ์ แต่ยังไม่เคยไปซักหน่อยนี่น่า
มันอุ่นในอก ใจเต้นตึ๊กตั๊กแปลกๆ ทั้งที่ไม่เคยเป็น

ชื่อ : เกษร E-mail : num_0101@hotmail.com วันที่ : 6 กันยายน 2553 01:56 น.IP : 125.26.171.XXX

ความคิดเห็นที่ 13

เห็นC-130H เมื่อไหร่ก็อดคิดถึงไม่ได้ทุกที แค่ได้เห็นทะยานบนท้องฟ้าก็มีความสุขแล้วครับ

ชื่อ : อดีตช่าง C-130H วันที่ : 10 กันยายน 2553 16:10 น.IP : 124.120.78.XXX

ความคิดเห็นที่ 14

ผมเคยมีพี่เขยชื่อยศในขณะนั้น นาวาอากาศตรี วรา เขียวสุทธิ ใครพบเจอหรือรู้จักช่วยบอกให้ติดต่อกลับหาผมด้วยนะครับ 0827301706 email : jiradet1969@yahoo.co.th
ขอบพระคุณมากครับ

ชื่อ : จิรเดช E-mail : jiradet1969@yahoo.co.th วันที่ : 17 กันยายน 2553 09:50 น.IP : 125.26.42.XXX

ความคิดเห็นที่ 15

สวัสดีค่ะ
ไม่ได้เข้าเว็บไซด์มานานแล้วค่ะ...น้องเปตองอายุ 2 ขวบแล้ว ยังคงรักและหลงใหลในเครื่องบินทุกชนิดอยู่เช่นเดิม น้องบอกว่าจะเป็นนักบิน C130 เหมือนกับคุณลุงของเค้าค่ะ.... (แม่แอบปลื้มใจจริงๆ) เลยพยายามปลูกฝังให้รักการเรียนตั้งแต่ตัวน้อยๆเพื่อวันข้างหน้าเค้าจะได้เป็นนักบินดั่งที่ทุกๆคนตั้งใจเอาไว้ค่ะ

ชื่อ : แม่น้องเปตอง E-mail : sirisin_@hotmail.com วันที่ : 21 ตุลาคม 2553 15:03 น.IP : 202.28.68.XXX

ความคิดเห็นที่ 16

นักบินทางซ้ายโดนโอบบ่อยจัง ใครๆก็โอบ (เเซวภาพไปงั้นอย่าคิดมากนะ)
c-130 ลำใหญ่ายยยยยยยยยยมาก รู้สึกเลยว่านักบินมีพลังที่พิเศษจริงๆ

ชื่อ : ประชาชน วันที่ : 25 ตุลาคม 2553 18:05 น.IP : 1.47.61.XXX

ความคิดเห็นที่ 17

เมื่อวาน..2/11/53 C-130 ก็นำกองกำลังทหารจากกรมพลาธิการพร้อมเสบียงลงใต้ ..

ชื่อ : pratiporn E-mail : pratiporn_@hotmail.com วันที่ : 3 พฤศจิกายน 2553 08:35 น.IP : 58.10.12.XXX


ความคิดเห็นที่ 19 [

อยากทราบรายชื่อของนักบิน กองบิน 6 จังว่ามีใครบ้าง เผื่อเจอหน้าและเห็นชื่อจะได้ขอลายเซ็นสักหน่อยนะค่ะ ชอบนักบินมากเลยค่ะ น้อยใจที่เกิดมาเป็นผู้หญิงถ้าเป็นผู้ชายก็คงดีนะค่ะ สู้ๆๆนะค่ะนักบินขอเป็นกำลังใจให้นะค่ะ

ชื่อ : น้องปอนด์ E-mail : aoomlaw@gmail.com วันที่ : 29 พฤศจิกายน 2553 19:39 น.IP : 58.9.205.XXX

ความคิดเห็นที่ 20

น้องปอนด์
ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้กับ นักบินของเรา
นักบินทหารของเรา บินด้วยปีกแห่งเกียรติยศ(มิใช่เงินตรา)
การนำรายชื่อทำเนียบกำลังพลมาให้ทราบ ถือว่าเป็นการเปิดเผยความลับ
จึงทำไม่ได้ หากต้องการทักทาย นักบิน ลองคลิกไปที่

Please, Log in or Register to view URLs content!


ชื่อ : skypig E-mail : kongsomrit@yahoo.com วันที่ : 2 ธันวาคม 2553 12:22 น.IP : 125.25.53.XXX


ความคิดเห็นที่ 22

คิดถึงพี่นักบินจังค่ะ รักพี่ๆๆนักบินทุกคนนะค่ะ จาก มูนาอดีตเด็กห้องพักผ่อนนักบิน 601

ชื่อ : มูนา E-mail : na_biw@hotmail.com วันที่ : 6 มีนาคม 2554 19:55 น.IP : 124.121.149.XXX

ความคิดเห็นที่ 23 [
คิดถึงพี่นักบินฝูงบิน 601 ทุกคนครับ จอ. กฤษดา แอ็ดดี้


ชื่อ : จอ. กฤษดา โพธิสาร E-mail : fern1502@hotmail.com วันที่ : 23 มีนาคม 2554 07:27 น.IP : 180.183.68.XXX

ความคิดเห็นที่ 24

เลยวัยที่จะเป็นนักเรียนใดๆแล้วครับ..แต่ก็ชอบc-130ครับสมัยก่อนทำงานแถวๆรังสิตได้พบเจอเกือบทุกวันครับแอบมองอยู่ฝ่ายเดียวครับ..เป็นกำลังใจให้ครับ..

ชื่อ : Kimsangnui E-mail : Kimsagnui@hotmail.com วันที่ : 30 กรกฎาคม 2554 09:09 น.IP : 119.197.196.XXX
 

skypig

Administrator
นี่คือเครื่องบิน C-130J ลำที่ 3 ของฝูงบินลำเลียงทางยุทธวิธีที่ 39 ฝูงบินนี้เป็นฝูงบินที่นักบินแลกเปลี่ยนของไทย ไปประจำการอยู่ คราวละ 2 ปี นับตั้งแต่ปี 2525 จนถึง 2555 มีนักบินไทยไปฝึกบินที่นี่กว่า 10 ท่านแล้ว และมีนักบินอเมริกัน ถูกส่งมาประจำการที่ฝูง 601 ของไทย ในจำนวนเท่าๆกัน
ฝูงบิน39นี้ ตั้งอยู่ในฐานทัพอากาศ Dyess เมือง Abilene รัฐ Texas ในฐานบินนี้ มี 4 ฝูงบิน
Please, Log in or Register to view URLs content!
เป็นกองบินที่ใหญ่มาก
คือ ฝูงบิน C-130 สองฝูงบิน และฝูงบินทิ้งระเบิด B-1B อีก .2.ฝูงบิน
ฝูงบิน C-130 สองฝูงบิน คือ ฝูงบินที่39 และฝูงบินที่40 แน่นอน ว่าเมื่อเสือสองตัวอยู่ในถ้ำเดียวกัน ย่อมไม่ยอมซึ่งกันและกัน
ฝูงบินที่ 39 หางเครื่องมีแถบสีแดง เด่นในเรื่อง ความสนุก บินมัน
ฝูงบินที่40 หางเครื่องมีแถบสีน้ำเงิน เด่นในเรื่องวิชาการ และเจ้าระเบียบ
กองบังคับการของสองฝูงบิน ตั้งหันหน้าชนกัน แน่นอนว่า นักบินในฝูงทั้งสอง ไม่ยอมให้ใครข่มกันง่ายๆ
ถ้าฝูงหนึ่งทำคะแนน ผลการทิ้งร่มได้แม่นยำ อีกฝูงหนึ่งต้องทำให้ดีกว่า
โชคดีที่นักบินไทยได้ไปประจำการที่ฝูง 39 ซึ่งนั่น เพิ่มความมัน ยิ่งขึ้นไปอีก
ฝูงบินทั้งสอง เริ่มทยอยนำ เครื่องบิน C-130J เข้ามาแทนที่ C-130H อย่างช้าๆ สม่ำเสมอ ลำแรกนำเข้ามาตั้งแต่ 16 เมษายน 2010 โดยเริ่มนำมาประจำการในฝูงบินที่ 40 ก่อน เพราะความเป็นจ้าวตำรา ทอ.สหรัฐฯ มีแผนที่จะนำ เครื่องบิน C-130J เข้ามาประจำการฝูงละ 14 ลำรวม 28 ลำ ให้เสร็จสิ้นภายในปี 2013
ฝูงบินที่ 39 ได้รับ เครื่องบิน C-130J เจ้าประจำการลำแรกเมื่อ16 เมษายน 2510 และลำหมายเลข 5693 เมื่อ 14 มิถุนายน 2012 เป็นลำที่ 20
 

Attachments

skypig

Administrator
ประมาณว่ามีนักบิน C-130 จากฝูงบิน 601
เมื่อรับราชการ ตามเวลาสมควรแล้ว
ย้ายมาบิน A320 กับ Air Asia เป็นจำนวนวกว่า 40 คน




จึงขอนำภาพนี้ มาเป็นที่ระลึก
ขอบคุณช่างสี เขื่อนแม่กวง
 

Attachments

wis_tom

Super Moderator
อ้อ จริงๆด้วยครูหมู ผมชอบบินมากเลยครับลายนี้ สวยสุดๆ
 

★โต้ ชาวร็อค★

Administrator
Staff member
ยินดีค้าบพี่หมู ขอบคุณครับพี่ต้อม

(พี่หมูต้องเอาไปวางที่ -30 ตัวยาวครับพี่ ผมทำมากะ x-tra long แบบ a330 ลำใหม่ aa ครับพี่ แฮ่ๆ)
 


Flag Counter

กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see
Top