What's new
  • ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ไทยซีร้อยสามสิบครับ, หากท่านพบปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ของเรา
    หรือต้องการเสนอแนะประการใดสามารถโพสแจ้งได้ที่ ฟอรั่ม: Contact us/help info ,ขอบคุณครับ.
    แจ้งข่าวสารการอับเดทฟอรั่ม Thaic-130


    Live support: SKYPIG / Lt.Col.Tirapong Kongsomrit, e-mail: kongsomrit@yahoo.com
    กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
    Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see

9.C-130 vs Revals

skypig

Administrator
คู่แข่งของเครื่องบิน C-130​

วิธีการจับคู่ต่อกรของเครื่องบินลำเลียง ต่างกันกับเครื่องบินขับไล่ เพราะใช่ว่าคู่สงครามจะนำมาปะทะ ต่อสู้กันได้กลางอากาศ เหนือสมรภูมิ อย่างเช่นเครื่องบินขับไล่เข้าสู้รบกัน แต่เครื่องบินลำเลียงเป็นจักรกลสงครามสำคัญ ที่มักปรากฏกายให้เห็น เป็นสิ่งบอกเหตุ ก่อนที่สงครามหรือการปฏิบัติการจะเริ่มขึ้น ด้วยระยะเวลาอันยาวนานของการเข้าประจำการ ทำให้เครื่องบิน C-130 มีคู่แข่งที่เปลี่ยนหน้าเข้ามาท้าทาย ทุกสมรภูมิที่มันเข้าไปมีส่วนร่วม คู่แข่งของ C-130 มีทั้งที่มีขนาดเทียบเท่ากันพอดี พอฟัดพอเหวี่ยงกันอย่างสูสี บ้างเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ที่สร้างขึ้นภายหลัง และบางลำมีขนาดที่ใหญ่กว่า มีความเร็วสูงกว่า ที่กำลังจะเผยโฉมให้เห็นอีกไม่นาน

The Antonov An-12


เมื่อเครื่องบิน C-130 ได้ออกประจำการ เป็นเวลาที่โลกคุกรุ่นอยู่ในช่วงสงครามเย็น ค่ายโซเวียตได้ใช้สงครามสายลับ เพื่อคอยสืบเสาะดูว่า ซีกโลกตะวันตกมีอาวุธใหม่ มาใช้เสริมเขี้ยวเล็บอย่างไร น่าแปลกที่ไม่นานเครื่องบิน C-130 ได้เข้าประจำการ มีเครื่องบินลำเลียงของโซเวียต-รัสเซียสร้างขึ้นมาเกือบจะเป็นเวลาเดียวกัน อาจะเรียกได้ว่า สร้างมันขึ้นมาเพื่อต่อกรกับเครื่องบิน C-130 โดยตรง คือ The Antonov An-12 มันมีนามเรียกขานตามแบบ NATO ว่า ”Cub” เป็นเครื่องบินลำเลียงแบบ 4 เครื่องยนต์เทอร์โบพร๊อพ (turboprop) มีพื้นฐานมาจากเครื่องบิน Antonov An-10 ถูกนำไปใช้งานทั้งทางทหารและพลเรือน ได้รับการปรับปรุงต่อมาภายใต้รหัส The An-12BP ในปี1959 เพื่อใช้ในกองทัพ แบบพิมพ์เขียวได้ส่งมอบให้ประเทศจีน สร้างออกมาในชื่อ Y-8 ทั้งหมดถูกผลิตขึ้นมาราว 1243 ลำ ปิดสายการผลิตไปแล้วตั้งแต่ปี1973 นับเป็นเครื่องบินที่มีสมรรถนะใกล้เคียงกับเครื่องบิน C-130 มากที่สุด

นอกจากเครื่องบินจากค่ายโซเวียต-รัสเซียนี้แล้ว ในอดีตเครื่องบิน C-130 ยังมีคู่แข่งในค่ายยุโรปอีกหลายรุ่น ได้แก่ เครื่องบิน G-222 , C-160 และ A400M ที่กำลังจะปรากฏโฉมในอนาคตอันใกล้

เครื่องบิน C-160


เครื่องบิน G-222 สร้างขึ้นโดยประเทศอิตาลี และ C-160 สร้างขึ้นโดยประเทศเยอรมัน ทั้งคู่เป็นเครื่องบินลำเลียงสองเครื่องยนต์ มีขนาดเล็กกว่า และสมรรถนะต่ำกว่าเครื่องบิน C-130 อยู่พอสมควร แต่ใช่ว่าจะมีข้อได้เปรียบในการซ่อมบำรุง เครื่องบินทั้งสองถูกนำไปใช้งานไม่แพร่หลายนัก เครื่องบินC-160 มีใช้งานเพียงสามประเทศคือ เยอรมัน ฝรั่งเศส และตุรกี เครื่องบิน G-222 ได้ถูกนำเข้าประจำการใน ทอ.ไทยเช่นกัน แม้ได้นำเข้าประจำการหลังเครื่องบิน C-130 ถึงกว่าสิบปี แต่จำนวนครึ่งหนึ่งจำเป็นต้องงดการใช้งานไปแล้ว ช่วงระยะเวลาสั้นๆที่นำเข้าประจำการ เครื่องบินจากยุโรปลำนี้ได้สร้างบทเรียนสำคัญให้แก่ ทอ.ไทย ไว้จดจำอีกครั้งหนึ่ง ต่อมาบริษัท Aeronautica ได้ร่วมมือกับ Lockheed Martin เพื่อพัฒนาเครื่องบิน G-222 ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น และกำหนดรหัสใหม่เป็น C-27J

เครื่องบิน C-27J


C-27J คือ เครื่องบิน G-222 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ตามแนวทางเดียวกันกับเครื่องบิน C-130 J เทคโนโลยีใหม่ที่ติดตั้งเข้าไป เริ่มจากเครื่องยนต์เป็นรุ่นเดียวกันมีระบบ Avionic ในห้องนักบินก็เป็นแบบเดียวกัน โดยมีจุดประสงค์ที่จะให้สามารถใช้สายการส่งกำลังบำรุง และการซ่อมบำรุง ของเครื่องบิน C-130 J ได้เลย แม้ว่าจะได้รับการพัฒนาในสหรัฐฯ แต่การประกอบเครื่องบินขั้นสุดท้ายยังคงกระทำในประเทศอิตาลี ต้นกำเนิด เครื่องบิน C-27J สามารถปฏิบัติภารกิจหลากหลายได้เช่นเดียวกับเครื่องบิน C-130 แต่มีขนาดเล็กกว่า ค่าราคาและค่าใช้จ่ายต่ำกว่า จุดเด่นของเครื่องบินลำเลียงลำนี้คือ ทนแรงดึงได้ถึง 3 จี เครื่องบิน C-27 เป็นเครื่องบินแบบหนึ่ง ที่ส่งเข้าเป็นตัวเลือกให้แก่ กองทัพบกสหรัฐฯในโครงการจัดหาเครื่องบินลำเลียงยุคอนาคต (The US Army Future Cargo Aircraft ;FCA)

เครื่องบิน A400M


เป็นศัตรูคู่แข่งในอนาคตที่กำลังจะถูกสร้างขึ้น ด้วยมิติและสมรรถนะที่สูงกว่าเครื่องบิน C-130 สร้างขึ้นตามความต้องการของประเทศต่างๆในกลุ่มสหภาพยุโรป ออกแบบเพื่อให้ใช้ผจญกับวิบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติหรือน้ำมือมนุษย์ มีขนาดอยู่ระหว่าง C-130 และ C-17 เครื่องบิน A400M จึงสามารถที่จะใช้งานได้ทั้งทางยุทธวิธีและทางยุทธศาสตร์ แม้จะเป็นเครื่องบินที่มีความเร็วสูง (Mach 0.72) แต่ยังคงใช้ประโยชน์จากจุดเด่นของระบบใบพัด เพื่อให้ได้ทั้งสมรรถนะและความประหยัด โดยเฉพาะการลงจอดในสนามบินที่มีข้อจำกัด ทั้งด้านความยาวและพื้นผิว A400M สามารถที่จะรับเติมน้ำมันกลางอากาศได้ และ สามารถดัดแปลงให้เป็นเครื่องบินเติมน้ำมันให้กับเครื่องบินอื่นได้ ในเวลาเพียงสองชั่วโมง
จุดเด่นของเครื่องบิน A400M มีมากมายหลายประการ ที่น่าสนใจคือ

โครงสร้างลำตัว และใบพัดผลิตขึ้นจากวัสดุผสมคอมโพสิตส์(Composite) ที่มีน้ำหนักเบากว่าโลหะอะลูมิเนียม
เครื่องยนต์เป็นแบบ 3 แกนเพลา ที่ให้ประสิทธิภาพสูงในทุกย่านความเร็ว
ระบบใบพัดแต่ละเครื่องยนต์บนปีกเดียวกัน ออกแบบให้หมุนในทิศทางตรงกันข้าม เพื่อลดอาการ Yawing
การควบคุมเครื่องบินใช้เป็นแบบ Fly By Wire ในลักษณะของ Side Stick วางไว้ข้างลำตัวของนักบินทั้งสอง
เทคโนโลยีด้าน Avionics ได้มาจากเครื่องบิน A380

อุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้คือ ระบบป้องกันตัวเองจากการถูกยิง มีมาให้ตั้งแต่โรงงาน
ตามโครงการคาดว่าจะขึ้นบินทดสอบเที่ยวแรกในต้นปี 2008 และเข้าประจำการในกองทัพราวปลายปี 2009 มี 7 ประเทศในยุโรปได้สั่งสร้างไว้ และยังมีประเทศมาเลเซีย และแอฟริกาใต้ เป็นสองประเทศนอกกลุ่มยุโรป ที่ร่วมสร้างและสั่งนำเข้าประจำการ

ตารางเปรียบเทียบเครื่องบินคู่แข่งสำคัญ​


ตารางเปรียบเทียบได้นำเฉพาะข้อมูล ของเครื่องบินเพียง 3 แบบ โดยนำเครื่องบิน C-130-H ของทอ.ไทย เป็นตัวเปรียบเทียบ เพื่อให้เห็นความใกล้เคียงกันกับเครื่องบิน AN-12 ซึ่งเป็นคู่แข่งกันในอดีต และเพื่อให้เห็นความแตกต่างกับเครื่องบิน A400M คู่แข่ง ผู้ท้าชิงรายใหม่ จากตารางแม้ว่าเครื่องบิน Antonov An-12 จะได้รับการติดตั้งปืนไว้ที่ส่วนท้ายของลำตัวด้วย แต่มิได้ทำให้มันมีประสิทธิภาพสูงกว่าเครื่องบิน C-130 แต่อย่างใด ยิ่งเมื่อเทียบจำนวนการผลิต และระยะเวลาในการเข้าประจำการแล้ว เครื่องบิน C-130 มีชัยเหนือกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับอนาคต คงต้องรอจนกว่าเครื่องบิน A400M จะได้เข้าประจำการ และพิสูจน์ตัวเอง ทั้งในและนอกสมรภูมิ ดังเช่นที่เครื่องบิน C-130 ได้แสดงให้เห็นประจักษ์มาก่อน

การแข่งขัน Air Mobility “Rodeo”


น่าพอจะเปรียบได้ว่าการแข่งขัน Rodeo คือ การแข่งขันกีฬาโอลิมปิคของเครื่องบินลำเลียงทางทหาร แน่นอนว่า มันเป็นการแข่งขันประลองความสามารถของนักบินและลูกเรือทางยุทธวิธีของ เครื่องบินC-130อย่างเป็นทางการ ในวงรอบ 2 ปีต่อครั้ง เป็นการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ระดับนานาชาติ มีทั้งฝูงบินของ ทอ.สหรัฐฯและทอ.หลายประเทศส่งทีมเข้าแข่งขัน มีรางวัลการแข่งขันหลายประเภทได้แก่ ความสะอาดของเครื่องบิน ความรวดเร็วในการขนย้ายยุทโธปกรณ์เข้า-ออกจากเครื่องบิน และความสามารถของหน่วยแพทย์ เป็นต้น แต่รางวัลที่ทุกฝูงบินต้องการคือ ความแม่นยำในการทิ้งร่มซีดีเอส มันเป็นรางวัลแห่งความภูมิใจของฝูงบินและชาติที่เข้าร่วมแข่งขัน ที่ต้องการคว้ารางวัลนี้มาให้ได้ ทีมของประเทศในเอเชียที่ส่งเข้าแข่งขันมาโดยตลอดคือจาก ทอ.ญี่ปุ่น ที่ทุ่มเทให้กันการแข่งขันอย่างเอาจริงเอาจัง ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น ทีมจากญี่ปุ่นจะบินมาสหรัฐฯ ก่อนล่วงหน้าหลายสัปดาห์ แวะเวียนไปลงในฐานทัพอากาศของ ทอ.สหรัฐฯในเมืองต่างๆเพื่อให้เกิดความคุ้นเคย ครั้งล่าสุดจัดขึ้นเมื่อปลายเดือน ก.ค.2550 ที่ฐานทัพอากาศ McChord รัฐวอชิงตัน มีเครื่องบินลำเลียง19 ชาติส่งเข้าแข่งขันและอีก 5 ชาติเข้าสังเกตการณ์


นอกจากการแข่งขัน Rodeo แล้วยังมีการจัดแข่งขันประลองความสามารถของลูกเรือเครื่องบิน C-130 ขึ้นอีก แต่เป็นการแข่งขันที่ไม่ยิ่งใหญ่มากนัก มีทีมเข้าร่วมไม่มากนัก ซึ่งครั้งหนึ่งในปี 2001 ฝูงบิน 601 ของเราได้คว้ารางวัล Outstanding Award มาได้ แต่น่าเสียดายที่ ทอ.ของเรายังมิเคยได้ส่งเข้าแข่งขัน Rodeo มาก่อน

ศัตรูที่แท้จริงของเครื่องบิน C-130



ดังที่กล่าวมาไว้แต่ต้นแล้วว่า ศัตรูของเครื่องบิน C-130 ที่จะทำให้มันร่วงจากฟ้า มิใช่มาจากเครื่องบินลำเลียงด้วยกัน ศัตรูอันน่ากลัวของเครื่องบิน C-130 ที่แท้จริงในสนามรบ คือ ฮ.โจมตี (Gunship) หรือเครื่องบินโจมตีขนาดเบา (Light aircraft) หรืออาจเป็นจรวดประทับบ่า (Manpad) แต่ในอนาคตภัยคุกคามของมันอาจเป็นระเบิดพลีชีพ ที่ใช้เป็นเครื่องมือการก่อวินาศกรรมที่พบเป็นข่าวในทุกมุมโลก
 

skypig

Administrator
กองทัพอากาศมาเลเซียเป็นชาติแรกในเอเชีย ที่ร่วมลงขันสร้างA400m และได้รับเข้าประจำการลำแรกใน 13 มีนาคม 2558
 

Attachments



Flag Counter

กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see
Top