What's new
  • ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ไทยซีร้อยสามสิบครับ, หากท่านพบปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ของเรา
    หรือต้องการเสนอแนะประการใดสามารถโพสแจ้งได้ที่ ฟอรั่ม: Contact us/help info ,ขอบคุณครับ.
    แจ้งข่าวสารการอับเดทฟอรั่ม Thaic-130


    Live support: SKYPIG / Lt.Col.Tirapong Kongsomrit, e-mail: kongsomrit@yahoo.com
กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see

A320

skypig

Administrator
A320
จำนวนผู้เข้าชม 9042 คน (จากโฮมเพจเดิม)

เครื่องบิน A-320




.....เครื่องบิน “เอ-สาม-สอง-ศูนย์ ” A320 เป็นเครื่องบินโดยสาร ที่กำลังจะเป็นพาหนะที่คุ้นเคย ของคนไทยต่อไปในอนาคตอันใกล้ สายการบินบางกอกแอร์เป็นสายการบินแรกที่นำเข้าให้บริการอย่างเงียบๆ แต่สายการบินไทยแอร์เอเชีย เป็นสายการบินที่สอง กลับได้นำเข้าให้บริการอย่างอึกทึกครึกโครม ด้วยคำโฆษณา​

“เครื่องใหม่ ป้ายแดง ราคาคงเดิม ”
ด้วยความตั้งใจ สายการบินไทยแอร์เอเชียวางแผนจะนำเข้าให้บริการถึง 40 ลำในอีกห้าปีข้างหน้า​

ประวัติ
.....เครื่องบิน A320 เป็นผลงานการสร้างของ บริษัทแอร์บัสแห่งทวีปยุโรป โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองตูลูสย์ ประเทศฝรั่งเศส เป็นตระกูลเครื่องบินโดยสารขนาดกลาง ที่รองรับจำนวนผู้โดยสารได้ระหว่าง 145-220 ที่นั่ง ภายใต้รหัส A318, A319, A320 และ A321 ซึ่งมีความยาวลำตัวแตกต่างกันไป 4 รุ่น แต่เครื่องบิน A320 มียอดสั่งจองสูงที่สุด ซึ่งเรียกเครื่องบินรุ่นนี้ โดยรวมว่า เครื่องบิน A320
.....เครื่องบิน A320 เริ่มขึ้นทดสอบบินครั้งแรก 22 กุมภาพันธ์ 1987 และได้รับใบรับรองการบินจาก JAA ตั้งแต่ปี 1988 แอร์บัสได้นำประสบการณ์การสร้างมาจากเครื่องบินคอนคอร์ด และเครื่องบิน A300 โดยหวังจะเข้ามาแบ่งตลาดเครื่องบินขนาด 150 ที่นั่ง ซึ่งแต่เดิมมีเครื่องบิน B737 ของบริษัทโบอิ้ง เป็นจ้าวตลาดอยู่ เมื่อแรกนำเข้ามาให้บริการช่วงปี 1990 ยังไม่สามารถครองใจเจ้าของสายการบิน นักเดินทาง และช่างซ่อมมากนัก เพราะส่วนใหญ่คุ้นเคยและวางใจกับเครื่องบิน ของอเมริกา แต่แล้วเมื่อผู้คนเริ่มคุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิตอล กอรปด้วยราคาน้ำมันที่แพงขึ้น จำนวนยอดสั่งจอง เครื่องบิน A320 จึงเพิ่มขึ้นมา จนแถบผลิตไม่ทัน และในเดือนพ.ค.2552 เครื่องบิน A320 ได้กลายเป็นเครื่องบินของยุโรปลำแรก ที่ถูกผลิตในประเทศจีน เช่นเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือยี่ห้อฝรั่งที่เราใช้กันอยู่​

ความโดดเด่น




.....เครื่องบิน A320 มีจุดเด่นในเรื่องเทคโนโลยีดิจิตอล และ การประหยัดน้ำมัน มันได้ชื่อว่าเป็นเครื่องบินแบบ Fly By Wire (FBW;ฟลาย บาย ไวย์) แบบแรกของโลกที่นำมาใช้งานในเชิงพาณิชย์ ซึ่งให้ความปลอดภัยสูงขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าเดิม
ความหมายของ FBW มาพร้อมกับการถาโถมของเทคโนโลยีดิจิตอล นั่นคือ การควบคุมเครื่องบินให้บินได้ โดยผ่านระบบ(สาย)ไฟฟ้า จากนั้นคอมพิวเตอร์จะบินเครื่องบินเอง แทนที่นักบิน (นักบินไม่สามารถบังคับเครื่องบินได้โดยตรง) มาถึงวันนี้ FBW มิใช่ของใหม่ พวงมาลัยไฟฟ้าในรถยนต์รุ่นใหม่ เป็นตัวอย่างหนึ่งของ FBW และอีกไม่นานจากนี้ ระบบสายไฟฟ้าลวดทองแดง กำลังจะถูกแทนที่ด้วย เส้นใยแก้ว (fiber optic) ซึ่งยิ่งจะทำให้ระบบคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีก
.....การประหยัดน้ำมันของเครื่องบิน A320 ได้มาจากการออกแบบการทำงานหลายๆด้าน อันได้แก่การนำวัสดุคอมโพสิตส์(Composite) ในการสร้างปีกทั้งปีก และชิ้นส่วนลำตัว ทำให้น้ำหนักเบาลง และยังได้จากการควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์โดยคอมพิวเตอร์ FADEC ไม่เพียงแต่นักบินจะไม่ได้ควบคุมเครื่องบินได้ด้วยตัวเองแล้ว การควบคุมเครื่องยนต์ยังต้องส่งผ่านให้คอมพิวเตอร์ ก่อนที่เครื่องยนต์จะตอบสนอง เพราะหน้าที่และตำแหน่งที่ติดตั้งของคันเร่งกำลังเครื่องยนต์(Thrust Lever) หากเปรียบเทียบกับรถยนต์สมัยนี้ น่าจะเรียกได้ว่ามันคือ คันเกียร์อัตโนมัติ ที่ใช้เพื่อให้เครื่องบิน บินไปข้างหน้า หยุดอยู่กับที่ หรือถอยหลัง เท่านั้น ส่วนการควบคุมความเร็วเป็นหน้าที่ของคอมพิวเตอร์
.....นั่นคือ เครื่องบิน A320 ได้เปลี่ยนหลักการทางการบิน ที่นักบินคุ้นเคยกันมาก่อน เกือบทั้งหมด โดยมีความประหยัดและความปลอดภัย เป็นเป้าประสงค์หลักในการพัฒนาเครื่องบิน
ความปลอดภัย
.....ความปลอดภัย คือหัวใจสูงสุดของการเดินทาง ซึ่งนักบิน ลูกเรือ และผู้โดยสารจะได้รับจากการเดินทาง โดยเครื่องบิน A320 อย่างไม่มีข้อกังวลใดๆ
.....นักบินที่มีประสบการณ์สูง กล่าวถึงเครื่องบิน A320 ว่ามันคือ คอมพิวเตอร์สองเครื่อง ที่ครอบซีพียูไว้ด้วยตัวถังเครื่องบิน ระบบทางเทคนิคที่จำเป็นต้องมีไว้ในเครื่องบินอื่นๆหลายสิบระบบ ยังคงมีอยู่ในเครื่องบิน A320 แต่ถูกควบคุมด้วยกล่องสมองกลคอมพิวเตอร์ อย่างน้อยระบบละสองชุด เพื่อเสริมการทำงานของกันและกัน อย่างปลอดภัย
.....เครื่องบิน A320 ถูกออกแบบและผลิตขึ้นหลังจากเครื่องบิน B737 กว่ายี่สิบปี และพยายามที่จะ อุดช่องว่างหรือข้อจำกัดที่เคยเกิดขึ้นกับเครื่องบิน B737 เพื่อให้มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด A320 เป็นเครื่องบินที่มิต้องออกแรงมากนัก ในการบิน ซึ่งน่าจะเหมาะสมกับ นักบินหญิงที่บินอยู่ในสายการบินขณะนี้ และที่กำลังจะมีมากขึ้นในอนาคต
.....ภาระงานต่างๆของนักบิน ที่ต้องควบคุมการบินและระบบทางเทคนิค ได้ถูกคอมพิวเตอร์เข้ามารับหน้าที่แทนเกือบทั้งหมด นั่นหมายถึงว่า เมื่อนักบินมีภาระงานน้อยลง แต่ได้รับความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น ผลที่ติดตามมา คือ ความปลอดภัยย่อมจะเกิดขึ้นกับผู้โดยสาร โดยตรง
.....ระบบไฟฟ้า คือระบบสำคัญของเครื่องบินสมัยใหม่ A320 จึงได้รับการติดตั้ง เครื่องกำเนิดไฟฟ้าถึง 4 ชุด และแบตเตอร์รีสำรอง 2 ใบ เพื่อประกันความอยู่รอดของเครื่องบิน ในทุกสถานการณ์
.....ระบบการเดินอากาศด้วยตัวเองเพิ่มขึ้นเป็นสามชุด เทียบเท่ากับเครื่องบินขนาดใหญ่ ระบบการเดินอากาศด้วยสัญญาณภายนอก เปลี่ยนจากการใช้ สัญญาณวิทยุจากสถานีภาคพื้น มาเป็น การรับสัญญาณ GPS จากดาวเทียมแทน ไม่น่าเชื่อเลยว่า เครื่องบินลำเล็กๆได้รับการติดตั้งเรดาร์วัดระยะสูงถึงสองชุด
.....เครื่องบิน A320 มีระบป้องกันความพลั้งเผลอของนักบิน ไว้หลายด้าน เช่น การป้องกันการบินเร็วเกินไป การบินช้าเกินไป หรือการเอียงปีกมากเกินไป ได้อย่างอัตโนมัติ มีระบบการป้องกันการชนพื้น หรือชนกับเครื่องบินอื่นๆที่ทันสมัยกว่า
.....ระบบคอมพิวเตอร์ได้เข้ามาควบคุมการบิน และการทำงานของเครื่องยนต์ เกือบทั้งหมด คอยตรวจจับความผิดพลาดที่อาจซ่อนแฝงอยู่ และเมื่อตรวจพบ จะแจ้งวิธีการแก้ไขให้อย่างเร็จสรรพ จนแทบจะกล่าวได้ว่า เครื่องบินมันบินได้เอง นักบินมีหน้าที่เพียงควบคุมคอมพิวเตอร์ ระหว่างเดินทางไปถึงที่หมาย เมื่อเครื่องบินลงถึงพื้น การซ่อมบำรุงกระทำได้โดยผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ข้อบกพร่องแม้เพียงเล็กน้อย จะถูกบันทึกไว้ เพื่อการแก้ไข ก่อนขึ้นบินในเที่ยวต่อไป อย่างทันถ่วงที​




.....เมื่อต้องจ่ายค่าตั๋วเดินทางเท่าเดิม ผู้โดยสารจะได้รับความสะดวกสบาย เพิ่มขึ้น เพราะห้องโดยสารมีขนาดใหญ่กว่าเดิม มีพื้นที่โล่งเหนือศีรษะมากกว่า มีห้องน้ำ ที่มีระบบใหม่กว่า ระบบปรับอากาศควบคุมอุณหภูมิและความดันที่สม่ำเสมอกว่า มีระบบหมุนเวียนอากาศดีขึ้น และยังบินได้เร็วกว่า ประโยชน์ที่สายการบินได้รับคือ เครื่องบิน A320 มีจำนวนที่นั่งมากขึ้น แต่กลับมีค่าน้ำมันและค่าบำรุงรักษาต่ำกว่าเดิม บริษัทแอร์บัสทำให้สายการบินจ่ายน้อยลง แต่ผลที่ทุกฝ่ายได้รับ คือ ความปลอดภัยยิ่งขึ้นกว่าเดิม​




.....นอกจากสองสายการบินที่นำเข้าให้บริการแล้ว กองทัพอากาศไทย ได้นำเข้าประจำการด้วยในรุ่น 319 ภารกิจการเดินทางของบุคคลสำคัญ และที่น่าจับตามอง เป็นอย่างยิ่งคือ บริษัทการบินไทย มีความต้องการที่จะนำ A321 จำนวนถึง 20 ลำ นำเข้าให้บริการทดแทน A300-B6 ซึ่งมีอายุการใช้งานมาอย่างยาวนาน​

การฝึกบิน
ดังที่กล่าวมาแล้วว่า เครื่องบิน A320 คือ คอมพิวเตอร์บินได้ นักบินจะไม่ได้สามารถควบคุมเครื่องบินได้โดยตรง ซึ่งนั่นทำให้ กฎการบินหลัก บางเงื่อนไขต้องเปลี่ยนไป นักบินส่วนใหญ่เข้าใจดีว่า​

สมรรรถนะ = พละกำลัง+ท่าทาง
Performance = Power + Attitude

.....เครื่องบินจะบินได้ดี เกิดขึ้นจาก
.........ผลรวมของกำลังของเครื่องยนต์ และท่าทางของเครื่องบินที่เป็นอยู่ในขณะนั้น
.....นั่นคือ หากเร่งหรือผ่อนเครื่องยนต์ หรือเปลี่ยนแปลงท่าทางการบิน เพียงเล็กน้อย จะทำให้สมรรถนะของเครื่องบินเปลี่ยนไปในทันที (ความเป็นความตาย อยู่ใกล้กันมาก)
.....แต่ในเมื่อ นักบินไม่ได้สามารถควบคุมพละกำลัง+ท่าทาง ได้โดยตรง จึงทำให้เกิด หลักการบินใหม่ขึ้นมา
“Air Bus Philosophy” ซึ่งทำให้นักบินเก่า ต้องฝืนความรู้สึกอยู่บ้าง​




.....ความคุ้นเคยกับวิทยาการทางการบินของไทย ในช่วงหลังได้รับการถ่ายทอดมาจากฝั่งอเมริกามากกว่าฝั่งยุโรป แต่ถ้าหากมองย้อนไปในอดีตจะพบว่า รากฐานการบินของไทย ได้มาจากประเทศฝรั่งเศส โดยตรง ซึ่งมีความก้าวหน้าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร อีกทั้งบริษัทการบินไทย ยังเป็นลูกค้าที่มีความสัมพันธ์พิเศษกับแอร์บัส เครื่องบินแอร์บัส จึงมิใช่เรื่องห่างไกลนักบินไทยเท่าใดนัก
.....การฝึกบินกับ เครื่องบิน A320 ได้ก้าวไปพร้อมกับรูปแบบการเรียนการสอนแบบใหม่ คือเรียนจากคอมพิวเตอร์ (CBT) ตำหรับตำรา ซึ่งพิมพ์อยู่ในรูปของเล่มหนังสือ ยังคงมีให้อ่าน แต่ให้ความเข้าใจได้ช้าและน้อยกว่าระบบมัลติมีเดีย ที่ให้สภาพเสมือนจริงได้ชัดเจนกว่า กระจ่างกว่าการอ่านหนังสือ
.....ก่อนจะได้ขึ้นบินกับเครื่องบินจริง ยังมีเครื่องบินจำลอง ทั้งแบบติดตั้งอยู่กับที่ และเคลื่อนไหวได้ เพื่อช่วยสร้างความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ให้กับนักบิน ความเหมือนจริงของเครื่องฝึกบินจำลอง(FFS) เหมือนจริงเสียจนหลายประเทศรับรองให้ว่า เมื่อเดินออกจากเครื่องฝึกบินจำลองแล้ว นักบินสามารถขึ้นบินรับส่งผู้โดยสารได้ทันที โดยไม่ต้องซ้อมมือกับเครื่องบินจริงก่อน น่าเสียดายที่สถาบันการฝึกบินเครื่องบินแอร์บัส มิได้ตั้งอยู่ในประเทศไทย​


.....การควบคุมเครื่องบิน A320 และ เครื่องบินแอร์บัสในตระกูลอื่นๆ ได้เปลี่ยนจากคันโยกแบบ Yoke หรือ Control Column ซึ่งเป็นคันบังคับแบบเสาโยก ตั้งตรงขึ้นมาระหว่างขาของนักบิน ไปเป็นแบบ คันบังคับมือจับเดียว ติดตั้งไว้ด้านข้างที่นั่งนักบิน(Side Stick) เป็นรูปแบบเดียวกันกับเครื่องบินขับไล่ F-16 แผงหน้าปัดมาตรวัดแบบ Glass Cockpit ขนาดแท้ มีจอ LCD ขนาด จำนวน 6 จอ เพื่อใช้เพื่อการเดินอากาศ แสดงท่าทางการบิน และการทำงานของเครื่องยนต์และระบบต่างๆ แสดงให้นักบินเห็นเป็นสี และสัญญลักษณ์ต่างๆ อยู่ในลานสายตา อย่างครบครัน โดยแทบไม่จำเป็นต้องเงยหน้าไปมองแผงควบคุมด้านบน แต่อย่างใด
.....แม้เครื่องบิน A320 เป็นเครื่องบินโดยสารไอพ่น ที่มีขนาดเล็กสุดของแอร์บัส แต่เมื่อได้ผ่านการฝึกบินกับเครื่องบิน A320 นักบินจะใช้เวลาและเที่ยวบิน อีกเพียงเล็กน้อย ก็สามารถบินกับเครื่องบินรุ่น A330 และ A340 ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า ได้ในทันที​




เครื่องยนต์ที่ติดตั้งให้กับ A320 มีสองแบบ คือเครื่องยนต์ CFM56-B5 และเครื่องยนต์ IAE V2500
สายการบินบางกอกแอร์เลือกใช้เครื่องยนต์ IAE เครื่องยนต์ IAE รูปร่างภายนอกเรียวเล็กกว่าเล็กน้อย แต่ให้แรงขับ 25,000 ปอนด์​




ภาพประกอบจาก Hiflight.net​

.....สายการบินไทยแอร์เอเชียเลือกใช้เครื่องยนต์ CFM56 ให้แรงขับ 23,500 ปอนด์
.....เครื่องยนต์ CFM56 แม้จะเป็นเครื่องยนต์เดียวกันกับติดตั้งกับเครื่องบิน B737 ที่ไทยแอร์เอเชียรู้จักดี แต่รูปทรงภายนอกเปลี่ยนไป ช่องทางเข้าของอากาศด้านหน้ากลม สมมาตรกันเป็นวงกลม จนแทบจำไม่ได้​





.....ความนิยมในเครื่องบินA320 สูงขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงปี 1995 จนถึงปัจจุบัน จากยอดการผลิตและการสั่งจอง จะเห็นว่า เป็นเครื่องบิน A320 เป็นเครื่องบินที่ได้รับความไว้วางใจ ปัจจุบันมีสายการบิน และหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนการนำไปใช้เดินทางส่วนตัว รวม 213 แห่ง​

สายการบินหลักที่นำเข้าให้บริการจำนวนมาก




.....สายการบินแอร์เอเชียวางแผนสั่งจองไว้ถึง 200 ลำ ซึ่งจะนำไว้ใช้เอง(MAA) 100 ลำ ส่งต่อให้ไทยแอร์เอเชีย(TAA) 40 ลำ วางแผนส่งต่อให้ อินโดนีเซีย-แอร์เอเชีย (IAA) 40 ลำและฟิลิปินส์แอร์เอเชีย
.....A-320 สร้างสถิติในวงการบิน ด้วยการเป็นเครื่องบินที่มียอดการผลิตสูงมากปัจจุบันออกจากโรงงานในอัตราเดือนละ 36 ลำ ในปี2008 และจะเพิ่มเป็น 40 ลำต่อเดือนในปี 2009 ซึ่งได้เริ่มสายการผลิตขึ้นในเมือง Tianjin ประเทศจีน ภายใต้มาตรฐานแอร์บัสเดียวกัน​



.....เครื่องบิน A320 เป็นเครื่องบินที่กำลังจะพิสูจน์ความเชื่อถือของตนเอง โดยมีเทคโนโลยีด้านดิจิตอลเป็นพลังขับเคลื่อน เพื่อเผชิญกับความท้าทายในวิกฤตการณ์น้ำมัน ผลดีที่เกิดขึ้นกับ ทุกฝ่ายในเบื้องต้นคือ ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ที่สูงขึ้น แต่กลับแลกมาด้วยใช้จ่ายที่ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งสายการบิน และผู้โดยสาร​



 

Attachments

skypig

Administrator
ระบบ Fly By Wire​

.......ระบบ Fly By Wire (FBW; ฟลาย บาย ไวย์)คือ ระบบการบังคับเครื่องบินโดยใช้สัญญาณผ่านสายไฟฟ้า การทำความเข้าใจต่อระบบนี้ สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการเปรียบเทียบเครื่องบินกับการขับขี่รถจักรยาน เมื่อกว่าร้อยปี ที่จักรยาน 2 ล้อถูกผลิตออกขาย มันถูกจ้องมองอย่างตื่นตะลึง เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่แปลกประหลาด ใครๆก็อยากได้ มีไว้ครอบครอง ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าจะขับขี่มันยังไง มันทรงตัวอยู่ได้อย่างไร
ได้กล่าวมาก่อนแล้วว่า
การขับขี่เครื่องบินคล้ายกับการขับขี่รถจักรยาน หลายประการ กล่าวคือ
.....จะต้องออกแรงให้รถมีการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าจนมีความเร็วเริ่มต้น(ค่าต่ำสุดค่าหนึ่ง)เสียก่อนจากนั้นรถจึงจะทรงตัวอยู่ได้ หากช้ากว่านี้รถจะล้ม เครื่องบินจะร่วงหล่น และเมื่อต้องขี่ขึ้นเนิน ความเร็วจะลดลง ถ้าต้องการรักษาความเร็วให้คงที่ ต้องออกแรงถีบลงไปอีก ตอนลงเนิน ต้องเบรกเพื่อรักษาความเร็วให้คงที่ และขณะเลี้ยวเข้าโค้ง ต้องเอียงตัวไปทางด้านข้าง เพื่อให้เข้าวงเลี้ยวได้อย่างสมบูรณ์ หากไม่เอียงตัวตามอาจเสียหลักแหกโค้งได้ การขับเครื่องบิน C-130 ก็เป็นเช่นเดียวกัน
อ้างอิง http://www.thaic-130.net/forums/showthread.php?t=984
....เราคงต้องเริ่มต้นจาก รถจักรยานซึ่งจอดอยู่กับที่ เมื่อเราจับแฮนด์(เดิล) เลี้ยวซ้าย เราจะมองเห็นว่าล้อหน้าของจักรยานบิดไปทางซ้าย โดยมีขาตะเกียบคู่ เป็นกลไก ในการบังคับ และเมื่อเราตวัดมือ หันกลับมาทางขวา อย่างรวดเร็วล้อหน้าของจักรยานก็จะบิดไปทางขวา ตามแรงมือในทันที โดยที่ลำตัวจักรยานยังไม่ล้ม
ลักษณะการควบคุมการขับขี่ รถมอเตอร์ไซด์ รถยนต์ ก็คล้ายกัน
.....เพียงแต่ในส่วนของรถยนต์ เมื่อเราหมุนพวงมาลัย เราไม่สามารถมองเห็นการขยับตัวของล้อ เครื่องบินก็คล้ายกัน เมื่อเราโยกคันบังคับ เราก็ไม่สามารถมองเห็นการขยับตัวของครีบ(พื้นผิวการบังคับ) ที่ซ่อนตัวอยู่ในผิวปีก หรือทางด้านท้ายของลำตัวได้
เมื่อรถยนต์และเครื่องบินถูกพัฒนาให้มีลำตัวใหญ่โตมากขึ้น มีความเร็วสูงขึ้น ระบบบังคับควบคุม จึงต้องพัฒนาให้ใหญ่ขึ้น และมีน้ำหนักมากขึ้นตามไปด้วย​
ในส่วนของรถยนต์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ นอกจากมีแกนพวงมาลัย เชื่อมต่อกับ กลไกการบังคับล้อแล้ว ได้ถูกพัฒนาเพิ่มขึ้นเพื่อให้เบาแรง โดยใช้ระบบไฮดรอลิก ซึ่งจะเริ่มเบามือเมื่อเครื่องยนต์เดินเครื่องแล้วเท่านั้น ขณะเครื่องยนต์ดับพวงมาลัย หนักมาก เพราะปั๊มไฮดรอลิกยังไม่หมุน
ในส่วนของรถยนต์รุ่นใหม่ยังได้รับพัฒนาไปไกลกว่านั้นอีก ด้วยการใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงาน ในการหมุนปั๊มไฮดรอลิก ซึ่งสามารถทำให้การเลี้ยวเบามือได้ตั้งแต่เครื่องยนต์ยังไม่ติด โดยใช้ไฟฟ้าสำรองจากแบตเตอร์รี่
เข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่าระบบการควบคุมรถจักรยาน รถมอเตอร์ไซด์ รถยนต์ เครื่องบิน นั้นเหมือนกัน​
โดยใช้การควบคุมผ่านระบบกลไก ไฮดรอลิก ควบคู่กันไป

ข้อเสียของระบบกลไก คือ มีน้ำหนักมาก และต้องการการบำรุงรักษาอย่างเข้มงวด
ข้อดีของระบบไฮดรอลิก คือ ให้พลังงานสูง
ข้อดีของระบบไฟฟ้า คือ มีน้ำหนักเบา และบำรุงรักษาได้สะดวก

เมื่อเครื่องบินรุ่นใหม่ ต้องการน้ำหนักเบา และบำรุงรักษาได้สะดวก จึงพยายามนำระบบกลไก ออกจากการสร้างเครื่องบิน โดยนำระบบไฟฟ้า เข้ามาแทน​
แน่นอนว่า ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การนำระบบไฟฟ้าเข้ามาแทนที่ได้ผ่านการทดสอบ และใช้งานจริงมาอย่างยาวนาน ในเครื่องบินรบ จนมีความเชื่อถือ จึงได้รับการอนุญาตให้มาใช้งานทางพาณิชย์พลเรือน​
ระบบไฮดรอลิก ยังคงจำเป็นอยู่เพราะให้พลังงานสูง แรงดันมหาศาลราว 5000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ถูกสร้างขึ้นจากปั๊มไฮดรอลิก ที่ติดตั้งอยู่กับเครื่องยนต์ แปลงแรงกล ให้เป็นแรงดัน แล้วส่งผ่านท่อขนาดเล็ก ส่งแรงดันไปจนถึงครีบบังคับ​



ก่อนถึงครีบบังคับ มีอุปกรณ์สำคัญอีกชิ้นหนึ่งเรียกว่า Actuator มี หน้าที่เปลี่ยนแรงดันไฮดรอลิก ให้กลับมาเป็นแรงกล เพื่อใช้ขยับครีบบังคับ ซึ่งการควบคุมการขยับตัวของ actuator จะต้องสอดคล้องกับการโยกคันบังคับ​
แค่นี้เราก็สามารถขับ บิน ยานพาหนะใดๆ ได้แล้ว​
เมื่อพาหนะที่เราใช้งานอยู่ จอดอยู่นิ่งๆ เราจะโยกคันบังคับ ไม่ว่าจะเป็นแบบเขาควาย(Control Column ) หรือ แท่งหรรษา joy stick ไปทิศทางใด ด้วยความหุนหันอย่างไร ก็จะยังทรงตัวอยู่ได้​

แต่หากมันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงแล้วเราโยกคันบังคับ จนเกินพอดี
รถก็จะล้ม เครื่องบินก็จะเสียการทรงตัว
เพื่อความปลอดภัย และหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ดังกล่าว วิศวกรการบิน จึงต้องทำให้ การบังคบควบคุม อยู่ภายในขอบเขต ที่เหมาะสมเสมอ โดยใช้คอมพิวเตอร์หลายๆชนิดเป็นตัวควบคุม​
คอมพิวเตอร์จะนำข้อมูลจาก อุปกรณ์ตรวจรับ(SENSOR) สภาวะต่างๆ ของเครื่องบินมาคำนวณสมรรถนะของเครื่องบิน ว่า มีค่าสูงสุด ต่ำสุด อยู่มากน้อย เพียงไร
ครั้นเมื่อนักบินต้องการบังคับเลี้ยว แรงกลจากมือ จะส่งผ่านคันบังคับ เป็นกระแสไฟฟ้า แล้วผ่านคอมพิวเตอร์เพื่อคำนวณ จากนั้นจะแปลงเป็นกระแสไฟฟ้า อีกครั้ง ส่งไปยัง Actuator เพื่อให้ครีบบังคับขยับตัว ตามความต้องการของนักบิน​
แน่นอนว่าความปลอดภัยยังเป็นเรื่องสำคัญเสมอ
ในระหว่างการเลี้ยว สภาวะของเครื่องบินย่อมเปลี่ยนไป (ทิศทาง ความเร็ว) ในเสี้ยววินาทีนั้น อุปกรณ์ตรวจรับ(SENSOR) ก็จะส่งสัญญาณ ย้อมกลับๆปยังคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คำนวณว่า คันบังคับควรจะหนึบมือขนาดไหน ในระหว่างการเลี้ยว เพื่อให้การเลี้ยว​
เป็นไปโดยสมบูรณ์และปลอดภัย
เทคโนโลยียังไม่จบลงเพียงเท่านี้ ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
เครื่องบินระบบ FBW กำลังได้รับการเปลี่ยนการส่งสัญญาณ จากสายไฟฟ้า เป็นสายใยแก้ว
อุปกรณ์ Actuator นอกจากรับพลังงานจากระบบไฮดรอลิก เพียงอย่างเดียว
จะสามารถรับแปลงพลังงานจาก ระบบไฟฟ้า ระบบ Pneumatic ได้อีกด้วย​
ได้มีการออกแบบกันถึงว่า ไม่จำเป็นต้องมี ปั๊มและท่อไฮดรอลิก อีกต่อไป เพราะมันเริ่มจะหนัก บำรุงรักษายาก และสกปรก​

เขาออกแบบให้แรงบังคับจากมือนักบิน ส่งไปที่ ครีบบังคับโดยตรง โดยไม่ต้องมีสายสัญญาณอีกต่อไป ซึ่งนั่นหมายความว่า อุปกรณ์ Actuator จะมีชุดสร้างพลังกลภายในตัวเอง โดยระบบไฟฟ้า ไม่ต้องพึ่งแรงดันไฮดรอลิก ที่มาจากเครื่องยนต์​
ระบบไฮดรอลิก และระบบPneumatic เป็นเพียงระบบสำรอง ซึ่งจะค่อยๆเลือนหายไปเมื่อมีระบบไฟฟ้าที่สอง มาแทนที่​
และการบังคับเครื่องบินจะถูกส่งผ่าน Bluetooth หรือ WIFI ก็ย่อมได้​
แล้วนักบิน ใช้ Iphone 10 บังคับเครื่องบิน สวมกางเกงแพร นั่งเล่นเกมส์อยู่ที่บ้าน
พัฒนาต่อกลายเป็น Fly By Wireless หรือยาน UAV นั่นเอง​
 

Attachments

★โต้ ชาวร็อค★

Administrator
Staff member
ผมจัดการไฟล์ภาพที่กระทู้เรียบร้อยแล้วนะครับพี่หมู

ได้อ่านบทความแล้วแหล่มเลยครับพี่

:Emo_korea_076.gif::Emo_korea_076.gif:
 

skypig

Administrator
แท่งหรรษา​

การพัฒนาระบบ Fly By Wire แยกออกเป็นสองค่ายอย่างเห็นได้ชัด คือระหว่าง ค่าย Airbus และ Boeing ทั้งๆที่ หลักการพื้นฐานเหมือนกัน แต่รูปแบบลักษณะภายนอกกลับต่างกันโดยสิ้นเชิง​



ค่ายAirbus มาในรูปแบบของ แท่ง Control Stick
และเมื่อมันมาอยู่ในเกมส์ FSX เราเรียกมันว่า Joy Stick แท่งหรรษา พาเพลิน



ค่ายBoeing มาในรูปแบบของ Control Column ลักษณะภายนอกที่เห็น
คือ คล้ายเขาควายตั้งอยู่บนเสา ปักอยู่บนพื้น

แล้วอย่างไหนมันดีกว่ากัน​

เครื่องบินรุ่นก่อนของค่าย Airbus คือ A320, A330, A340 และ เครื่องบินรุ่นใหม่อย่าง A380 A400M และ A350 ยืนกระต่ายขาเดียวที่จะใช้เทคโนโลยี Fly By Wire​
ด้วยการบังคับแบบ Control Stick วางข้างลำตัว


เครื่องบินรุ่นก่อนของค่าย Boeing ใช้เทคโนโลยี Fly By Wire กับ เครื่องบินแบบ B777 ด้วยการบังคับแบบControl Column​
ตั้งไว้กลางหว่างขา โดยไม่สนใจว่านักบินจะเป็นหญิงหรือชาย​
และยังคงเขินที่จะนำมาแบบ Control Stick มาใช้กับ B787 ลำใหม่ ทั้งๆที่เทคโนโลยี Fly By Wire ในสหรัฐฯได้นำมาใช้แล้วตั้งแต่เครื่องบิน F-16 ในยุคแรกๆ​

การเล่น Flight Simulator แทบจะเรียกได้ว่า ได้เข้าไปอยู่ในโลกของ Fly By Wire กว่าครึ่งค่อนตัว เพราะเราใช้ Joy Stick สั่งการให้เครื่องบิน เลี้ยวได้ไปตามทิศทางที่ต้องการ โดยไม่ต้องมีกลไก หรือระบบไฮดรอลิก ใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง​
จากประสบการณ์ที่เคยลองเล่น อุปกรณ์ในเกมส์ FLt. Sim แบบ Control Column มันตอบสนองต่อการควบคุมเร็วมาก​

เกินไป เกินจริง แบบเปิดปุ๊บติดปั๊บ
มัน Sensitive ต่อการเคลื่อนไหวเร็วเกินไป
รวมทั้ง Rudder Pedal ด้วย


หากเครื่องบินจริงตอบสนองรวดเร็วเช่นนั้น ผู้โดยสารคงจะเวียนหัวตาย​
โครงสร้างของเครื่องบินจะทนทานไม่ได้
รับรองได้เลยว่า หากนักบินอาชีพทดลองมาบิน Control Column ที่ Sensitive ต่อการเคลื่อนไหวแบบนั้น คงจะบินไม่ได้ เสียมวยกลับไป เพราะมันไม่มีแรงดึงมือย้อนกลับมาช่วย

อุปกรณ์ในเกมส์ FLt. Sim เช่น Control Column และ Rudder Pedal หลายๆค่าย มันควรความจะมีความหนืดมากกว่านั้น ทั้งดึงทั้งดัน​

มาดูข้อดี ข้อด้อยระหว่าง Control Stick และ Control Column กันหน่อย

ข้อดี Control Stick
1.สามารถติดตั้งไว้ที่ใดก็ได้ ทางด้านข้าง หรือระหว่างขาก็ได้ หากไว้ทางด้านข้าง เมื่อจำเป็นต้องสละเครื่อง Eject จะไม่ขัดขวางการดีดตัวออก
2.เกิดพื้นที่ด้านหน้า หน้าตักนักบิน ทำให้ไม่เกะกะ ลุก เข้าออก จากที่นั่งได้ง่าย
3.มองเห็นหน้าปัด ข้อมูลต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน ทุกมุมมอง
4.นำพื้นที่โล่งนั้น มาใช้ประโยชน์ เช่น ทำเป็นถาดวาง อาหาร หนังสือ ไอแพด หรือ คีย์บอดร์


ข้อเสีย Control Stick
1.ต้องเลือกใช้มือข้างใด ข้างหนึ่งในการควบคุม ไม่เพียงแต่คันบังคับจะพอดีร่องมือแล้ว แต่ปุ่มและสวิทช์ต่างๆ ยังต้องพอดีกับนิ้วที่จะใช้งานด้วย
2.เมื่อนำไปติดตั้งไว้ทาง ด้านข้าง ด้านนอก นักบินอีกคนจะมองไม่เห็นการควบคุมการบินของนักบินที่นั่งข้างๆได้



ข้อดี Control Column
1.สามารถใช้มือข้างใด ข้างหนึ่งในการควบคุมก็ได้ หากมือ เกิดบาดเจ็บ หรือจะใช้ทั้งสองข้างพร้อมกันก็ได้
2.มองเห็นการควบคุมการบินของนักบินที่นั่งข้างๆได้

ข้อเสีย Control Column
มันเกะกะ ขวางเท้า จะลุกเข้าออกก็ลำบาก หากทานข้าวบนถาดร้อนๆ ต้องระวัง


ความจำเป็นของเครื่องบินสมัยก่อน ห้องนักบินต้องอยู่ส่วนหน้า เพราะจะได้มองเห็นสิ่งกีดขวางต่างๆ ภายนอก แล้วลากโยกระบบบังคับ และระบบเทคนิคมายังห้องนักบิน​
แต่ปัจจุบันระดับเทคโนโลยี UAV ทำให้การเคลื่อนไหวของเครื่องบินตั้งแต่ต้นจนจบ แทบจะทำได้เองโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องใช้สายตาของนักบิน อีกต่อไป
ดังนั้น เมื่อไม่ต้องมองไปภายนอก ห้องนักบินน่าจะวางอยู่ส่วนไหนของลำตัวก็ได้ เพื่อที่จะได้ย้ายห้องโดยสารชั้น First Class ไปไว้ส่วนหน้าสุด มองเห็นเดือน เห็นตะวัน ได้ตลอดเส้นทาง​
และการย้ายห้องนักบินควรจะย้าย มาอยู่ส่วนกลางลำตัว เพื่อให้ไม่จำเป็นต้องลากโยกระบบบังคับ และระบบเทคนิค ออกไปไกลๆ แล้วคันบังคับ จะติดตั้งไว้ตำแหน่งใดก็ได้​
ไม่ต่างอะไรกับเรือดำน้ำ​
หรือจะเจาะรูไว้ เมื่อไม่ต้องการให้ใครควบคุม หรือใช้ Auto pilot ก็ดึงออกจากรู เมื่อนักบินต้องการจะบังคับเองก็ นำคับบังคับแบบแท่งไปเสียบไว้ในรู

คงเข้าใจแล้วนะครับว่าทั้ง Control Stick และ Control Column ต่างก็คือ สวิทช์ปิดเปิดไฟส่องสว่าง จะติดตั้งไว้ตรงไหนก็ได้ ข้างประตูหรือหัวนอนก็ได้​
การที่นักขับรถยนต์ระดับโลกอย่าง ไมเคิล ชูมาร์กเกอร์ นั้น แสดงให้เห็นว่า เขาสามารถรวมตัวเข้ากับรถได้ อย่างกลมกลืน นักบินรบ นักบินเก่งๆก็เช่นกัน เขาสามารถประสานร่างกาย และจิตใจ ของคนและยานพาหนะเข้าด้วยกัน สามารถบังคับให้ ยานพาหนะทำในสิ่งที่ต้องการ ราวกับว่า​
ยานพาหนะนั้นมีชีวิต​
ในสมัยก่อนเรามีเพียงกลไกเชื่อมโยงระหว่าง นักขับและรถยนต์
นักบิน และเครื่องบิน
การพัฒนาต่อมา ทำให้มีคอมพิวเตอร์ เข้ามาอยู่ระหว่าง มนุษย์ และเครื่องจักรกล แน่นอนว่า เรานำมันเข้ามาช่วยเสริม แต่ในขณะเดียวกัน มันกลับทำให้มนุษย์ และเครื่องจักรกล ติดต่อกันได้ยากขึ้น​
คงต้องย้อนไปเปรียบเทียบกับ การชี่รถจักรยาน อีกครั้ง เมื่อเราขี่ตกหลุม หรือทับก้อนหิน มันจะเกิดแรงสะบัดย้อนกลับมาที่มือทันที (โดยระบบกล) และรถยนต์ส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนั้น​
คันบังคับเครื่องบินในยุคแรกๆ ก็เป็นเช่นนั้น เมื่อพื้นบังคับ ถูกแรงลมภายนอกพัดแรงๆ จะทำให้คันบังคับในห้องนักบินขยับตามไปด้วย ซึ่งจะขอเรียกว่า feed back เมื่อเครื่องบินจอดเฉยๆ ไม่มีแรงลมมาปะทะ คันบังคับจะเบามือมาก​
และคันบังคับจะเริ่มตึงมือขึ้น เมื่อเครื่องบินมีความเร็วสูงขึ้น​
เครื่องบินที่บินเร็วมาก เราต้องใช้ระบบไฮดรอลิก มาช่วย เพื่อการควบคุมที่เบามือกว่า แต่แรงปฏิกิริยา ย้อนกลับ​
feed back ก็ยังจำเป็นต่อการควบคุมเครื่องบินไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า การส่งแรงจากมือไปบังคับเครื่องบิน
เมื่อเครื่องบิน บินช้าจนใกล้stall คันบังคับจะเบามือมาก จนโหวงเหวง เพราะแรงลมได้แยกตัวออกจากผิวปีก
แรง feed back เทียม Artifitial ถูกสร้างขึ้นไว้ให้กับ คันบังคับเครื่องบิน เพื่อมิให้นักบิน ควบคุมเครื่องบินเกินขีดจำกัด​
ในรถยนต์บางรุ่น หากขับที่ความเร็วต่ำ พวงมาลัย จะเบามือ และหนึบมือขึ้นเมื่อความเร็วสูงขึ้น เพื่อมิให้มัน Sensitive เกินไปนั่นเอง
Joy Stick แท่งหรรษา ที่ใช้เล่นเกมส์ Flt.Sim มีหลายยี่ห้อ หลายราคา รุ่นเก่าๆ อย่างที่บอก มันคล้ายกับสวิทช์ไฟแสงสว่างตามบ้านเรือนคือ ทำให้ไฟสว่างและดับได้ แต่ไม่สามารถควบคุมให้ หรี่ สลัว ได้ แต่รุ่นใหม่ๆ ราคาสูงมีการสั่น และส่งแรง feed back กลับมาที่มือได้ ซึ่งต้องนับว่า เหมือนของจริง ในราคาที่พอเอื้อมถึง แต่ยังไม่เคยได้สัมผัส Control Column แบบมีแรง feed back สักที ถ้าจะมี คงราคาแพงกว่ามาก
 

Attachments

★โต้ ชาวร็อค★

Administrator
Staff member
อ่านแล้วอยากลองจอย feedback เลยนะครับ

ถ้าจอยสติ๊กรุ่นชลจี940 ประมาณแปดเก้าพัน
แต่ถ้า yoke โยกได้ราคากว่าครึ่งแสน

:Emo_korea_109.gif::Emo_korea_109.gif:
 

skypig

Administrator
ความแตกต่างระหว่าง fbw กับเครื่องบินยุคก่อน
 

Attachments

skypig

Administrator
A320 New Engine Option​


แอร์บัสได้มีการพัฒนาเครื่องบินในตระกูล A320 เป็นเครื่องรุ่นใหม่เรียกว่า
A320 New Engine Option
. .มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งทางโครงสร้างลำตัวและเครื่องยนต์ เพื่อให้สามารถประหยัดเชื้อเพลิง และเพิ่มความน่าเชื่อถือในความพร้อมบินสูงขึ้น

. .เครื่องบิน A320 NEO เป็นการพัฒนาต่อเนื่องจากรุ่นปัจจุบันเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซี่งบริษัทแอร์บัสได้นำเสนอเป็นทางเลือกในเครื่องบินตระกูล A320 ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วย A319/320/321
โดยคาดว่าจะเข้าให้บริการในเดือนตุลาคม 2558 จุดเด่นของเครื่องบินรุ่นนี้คือการผสมผสานระหว่าง
. .เครื่องยนต์ที่นอกจากการเปลี่ยนเครื่องยนต์ CFM Leaf –b
มีประสิทธิภาพในการเผาไหม้เชื้อเพลิง

กับการออกแบบปลายปีกเป็นลักษณะ Sharklet ที่สามารถลดแรงต้านได้


ทำให้เครื่องบินมีประสิทธิภาพการสันดาปดีขึ้นเมื่อเทียบกับ A320รุ่นปัจจุบัน คือ
- ลดการเผาไหม้เชื้อเพลิงได้ถึง 15%
- การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักบรรทุก 2 ตัน หรือ ระยะการบินที่เพิ่มขึ้น 500 Nautical Miles หรือ 950 กม.
- สามารถลดความดังของเสียงที่เกิดขึ้น ได้ถึง 15 dB
- สามารถลดค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการลงได้ (Operating Cost) 8 %


เครื่องบิน A320 NEO นำเสนอต่อสายการบินต่างๆ โดยมีเครื่องยนต์ 2 แบบให้เลือก คือ

. . Pratt&Whitney’s PurePower PW1100G Geared Turbofan และ
CFM International’s LEAP-X

. .บทพิสูจน์ความสำเร็จที่บริษัทแอร์บัสได้รับ โดยเห็นได้ชัดเจนจากยอดสั่งซื้อจำนวนมากกว่า 1,000 เครื่อง ยอดสั่งซื้อ A320 ในปี 2554 เป็นจำนวน 1,348 ลำ (เป็น A320 NEO จำนวน 1,226 ลำ) จาก

โทนี่ เฟอร์นานเดส Group Chief Executive Officer ของแอร์เอเซีย ได้สั่ง A320 NEO ซื้อไปจำนวน 200 ลำ​
Qantas Airways ได้สั่งซื้อไปจำนวน 78 ลำ
สายการบินIndigo ของอินเดีย ได้ยืนยันการสั่งซื้อ Airbus A320 จำนวน 180 ลำ ถือเป็นลูกค้ารายแรก​
A320 NEO จะเป็นการกระตุ้นเตือนให้สายการบินที่กำลังสนใจ B737 MAX ต้องหันกลับมาพิจารณาตัวเลือกที่จะเหมาะสมที่สุดสำหรับเครื่องบินลำตัวแคบ ซึ่งทางบริษัทแอร์บัสได้นำเสนอ ทางเลือกใหม่ทั้งด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีแนวโน้มว่า แอรืบัสจะเป็นผู้ชนะ ซึ่งย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคที่จำเป็นต้องเดินทางอากาศ ด้วยเครื่องบินที่มีสมรรถนะและความปลอดภัยสูงไปพร้อมๆ กัน
 

Attachments

skypig

Administrator
A320 HS-TXA ของ Thai Smile ตัวเป็นๆ มาถึงไทยสองวันแล้วได้มาฝึกนักบินที่สนามบินเชียงใหม่

 

Attachments

Phatcharin

New Member
A330

ไม่ทราบว่าพอจะมีข้อมูลเกี่ยวกับ ระบบ Hydraulic ของ A330 บ้างไหมค่ะ พอดีหนูต้องทำรายงานส่งอาจารย์อ่ะ
 

skypig

Administrator
แอร์บัสและแอร์เอเชียร่วมกัน ประกาศว่า


แอร์เอเชียซึ่งเป็นลูกค้าใหญ่ที่สุดของแอร์บัส

แอร์เอเชียจะกลายเป็น สายการบินแรกของโลก​

...... .. .. ที่จะนำเครื่องบิน A320 ซึ่งได้รับการติดตั้ง 'Sharklets' แอร์บัสจะใช้เวลาการส่งมอบ A320 ลำแรก พร้อมกับคุณสมบัติการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ด้วยอุปกรณ์ปลายปีก Sharklets ให้ได้ภายในเวลาสิ้นปีนี้ เครื่องบินลำต้นแบบได้จอดแสดง และบินให้ชม ในงาน ILA เมือง เบอร์ลิน ส่วนเครื่องบินลำที่ติดตั้ง ด้วยเครื่องยนต์ CFM จะถูกทดสอบ และส่งให้สายการบิน AirAsia ในปี 2013



..... . .. ...เครื่องบิน A320 มีบทบาทสำคัญในความสำเร็จของเรา ที่ทำให้เราสามารถกำหนดค่าโดยสารให้ผู้โดยสารของเรา ได้ต่ำ และเหมาะสมที่สุด สำหรับการ เดินทางระยะสั้นในทวีปเอเชีย." โทนี่ เฟอร์นันเดส ประธาน AirAsia Group CEO กล่าวว่า.

"ตอนนี้เรากำลังตั้งตาคอยที่จะกลายเป็น สายการบินแห่งแรก ที่จะเริ่มบินด้วยเครื่องบินที่ประหยัดเชื้อเพลิงมากที่สุดในโลกลำนี้


จอห์น Leahy, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการแอร์บัสหัวหน้าลูกค้ากล่าวตอบว่า
แอร์เอเชียเป็นหนึ่งในสายการบินที่เติบโตเร็วที่สุด ได้รับการยอมรับมากที่สุด และมีนวัตกรรมที่ได้รับความเชื่อถือมากในอุตสาหกรรมสายการบิน"มันเป็นการตอกย้ำที่ดีมาก ที่พวกเขาได้เลือกเครื่องบินรุ่นปรับปรุงล่าสุด ซึ่งประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดีที่สุดในเครื่องบินตระกูล A320 ของเรา ที่ประสบความสำเร็จมาโดยตลอด"

Sharklets will be fitted on previously ordered, newly-built A320s for AirAsia, scheduled for delivery from the end of 2012. They will result in close to 4 percent fuel savings on longer sectors, corresponding to an annual CO2 reduction of around 1,000 tonnes per aircraft.



Altogether, AirAsia, the largest Low Cost Airline in Asia-Pacific has ordered a total of 375 single aisle aircraft, comprising 200 A320neo and 175 A320ceo, of which 103 have been delivered to date.
 

Attachments

skypig

Administrator
A320 รอดมาได้อีก หลังจากเฉี่ยวกับเฮลิคอปเตอร์ จนหางแหว่ง
Mystery still surrounds the circumstances of an apparent mid-air collision involving a Syrian Arab Airlines Airbus A320 that resulted in substantial damage to the twinjet's vertical fin.

The only verification of a collision came from a brief statement released by the ministry of information and carried by Syrian government media, which stated that a military helicopter - possibly a Mil Mi-17 or Mi-8 - had collided with the jet, which had returned to land at Damascus.

Unverified images of a Syrian Arab Airlines A320 in a hangar show damage to the fin and rudder consistent with at least two horizontal clockwise rotor blade strikes at a height of about 9.3m (30ft), ruling out a ground collision because the Mi-17's rotor height is too low

http://www.flightglobal.com/news/articles/pictures-circumstances-of-syrian-a320-collision-remain-hazy-377309/
 

Attachments

Tow_Petrucci

Scenery Designer, Technical Adviser
เครื่องบินแบบเดียวของ "นารินทร์ แอวิเอชั่น" ของผมด้วย ^^"
 

skypig

Administrator
แอร์เอเชียพร้อมสร้างการเติบโตสูงสุดในเอเชีย สั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ320 ใหม่เพิ่ม 100 ลำ!



แอร์เอเชีย สายการบินราคาประหยัดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ยืนยันการสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ320 เพิ่มอีก 100 ลำ เพื่อขยายการให้บริการให้ครอบคลุมทั่วน่านฟ้าเอเชีย พร้อมบันทึกสถิติใหม่ในฐานะเป็นสายการบินที่มียอดสั่งซื้อเครื่องบินแบบทางเดินเดียวจากแอร์บัสมากถึง 475 ลำ การสั่งซื้อเครื่องบินครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระดับภูมิภาคที่จะก้าวนำหน้าคู่แข่งในภูมิภาค โดยเน้นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการเปิดเส้นทางบินใหม่ การเพิ่มความถี่ และรักษาสถานะสายการบินราคาประหยัดที่มีผลกำไรมากที่สุดในเอเชีย



การสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ320 ครั้งนี้ ประกอบไปด้วยเครื่องบิน เอ320 ที่มีเครื่องยนต์แบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน (Current Engine Option: CEO) จำนวน 36 ลำ และเครื่องบิน เอ320 ที่มีเครื่องยนต์แบบใหม่ (New Engine Option: NEO) จำนวน 64 ลำ เพื่อเร่งการเติบโตในตลาดหลักได้แก่ มาเลเซีย ไทย และอินโดนีเซีย พร้อมๆ กับช่วยกระตุ้นตลาดใหม่อย่างฟิลิปปินส์และญี่ปุ่น



การแถลงข่าวการสั่งซื้อเครื่องบินครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างการเยี่ยมชมโรงงานผลิตปีกเครื่องบินแอร์บัสของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เดวิด คาเมรอน ที่เมืองไบรตัน ประเทศสหราชอาณาจักร โดยเดวิด คาเมรอนได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามสัญญาสั่งซื้อระหว่าง โทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มแอร์เอเชีย และ Fabrice Brégier ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแอร์บัส



การลงนามครั้งนี้ตอกย้ำว่าแอร์เอเชียคือลูกค้าผู้สั่งซื้อเครื่องบินตระกูล เอ320 รายใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งนี้แอร์เอเชียได้สั่งซื้อเครื่องบินทางเดินเดียวจากแอร์บัสไปแล้วทั้งสิ้น 475 ลำ ประกอบด้วย เครื่องบินรุ่น เอ320 นีโอ จำนวน 264 ลำ และเอ320 ซีโอ จำนวน 211 ลำ โดยแอร์เอเชียได้รับมอบเครื่องบินไปแล้วกว่า 100 ลำ และเครื่องบินที่สั่งซื้อเพิ่มเติมจะทยอยรับมอบไปจนถึงปี 2564



โทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มแอร์เอเชียกล่าวระหว่างพิธีลงนามว่า “เรามีเหมืองทอง 3 แห่งในมาเลเซีย ไทย และอินโดนีเซีย ขณะที่ฟิลิปปินส์และญี่ปุ่นมีศักยภาพสูงที่จะเติบโตต่อไป การสั่งซื้อเครื่องบินเพิ่มเติมสอดคล้องกับกลยุทธ์ของเราที่จะสร้างเครือข่ายให้ครอบคลุมมากขึ้น ผ่านทางเส้นทางบินใหม่ๆ และการเพิ่มความถี่ เพื่อให้แอร์เอเชียรักษาสถานะการเป็นผู้นำในตลาด โดยเฉพาะในมาเลเซียและประเทศไทย”



“ในมาเลเซีย เราก้าวข้ามความท้าทายมากมายมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นคู่แข่งที่ก้าวเข้ามาและเดินจากไป ขณะที่แอร์เอเชียยังยืนหยัดเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไปพร้อมกับการเพิ่มกำไร อัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสาร (Load factor) และปริมาณการผลิตผู้โดยสาร (Revenue per available seat kilometer) ความสำเร็จที่สำคัญของเราเกิดขึ้นจากการมุ่งเน้นและวินัยในเรื่องการจัดการต้นทุนและเชื่อมั่นในรูปแบบธุรกิจของเรา กลยุทธ์นี้ทำให้การดำเนินงานในมาเลเซียรักษาระดับการจัดการต้นทุนที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับสายการบินอื่นๆ ในโลก และส่งผลให้เรามีงบดุลที่แข็งแกร่ง สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แอร์เอเชียยังรักษาผลกำไรไว้ได้สูงที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมการบิน



ด้านประเทศไทยมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว และเดินตามแนวทางการดำเนินงานของมาเลเซียซึ่งทำให้มีผลกำไรเป็นที่น่าพอใจ การเพิ่มจำนวนฝูงบินจะช่วยกระตุ้นให้ไทยแอร์เอเชียเติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อเข้าสู่ตลาดสำคัญอย่างจีนและอินเดีย พร้อมกันนี้การย้ายฐานปฏิบัติการบินกลับสู่ท่าอากาศยานนานานชาติดอนเมือง ซึ่งวางเป้าหมายเป็นท่าอากาศยานสำหรับสายการบินราคาประหยัด เราจะได้เห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงเวลาอันสั้น สิ่งนี้ตรงกันกับวิสัยทัศน์ของเราที่จะตั้งฐานปฏิบัติการบินในท่าอากาศยานรองในภูมิภาคเพื่อรองรับการเติบโตที่รวดเร็ว โดยไม่ถูกกีดขวางจากความแออัดของท่าอากาศยานหลักในประเทศ



ทั้งนี้ การส่งมอบเครื่องบินแอร์บัสเอ 320 ใหม่ทั้ง 36 ลำ จะเสร็จสิ้นในปี 2559 โดยจะส่งมอบในปี 2556 จำนวน 2 ลำ ปี 2557 จำนวน 4 ลำ ปี 2558 จำนวน 22 ลำ และอีก 8 ลำในปี 2559 สำหรับเครื่องบินแอร์บัส เอ320 นีโอ จำนวน 64 ลำ ส่วนที่เหลือจะเริ่มจัดส่งในปี 2560 จำนวน 8 ลำ ปี 2561 จำนวน 14 ลำ ปี 2562 จำนวน 15 ลำ ปี 2563 จำนวน 14 ลำ และอีก 13 ลำในปี 2564



โทนี่ เฟอร์นันเดส กล่าวว่า เราเห็นฝูงบินราคาประหยัดขนาดใหญ่ เช่น ไรอันแอร์และอีซี่เจ็ท ซึ่งประสบความสำเร็จครอบคลุมในยุโรปและตะวันตกเฉียงใต้ในอเมริกา ถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย สำหรับแอร์เอเชียเรามีศักยภาพครบถ้วนในตลาดที่มีผู้คนกว่า 3.2 พันล้านคน เมื่อรวมกับแผนการเติบโตครั้งนี้ยิ่งทำให้เรามั่นใจว่าจะสามารถเป็นผู้นำได้ในอาเซียน ตลอดจนในทวีปเอเชีย จีนและอินเดีย ในระยะไม่นาน ทั้งนี้ในแผนการขยายการเติบโต ในปี 2556 แอร์เอเชียจะรับเครื่องบินเพิ่มเติม โดยมาเลเซียจะรับมอบ 10 ลำ ประเทศไทย 8 ลำ อินโดนีเซีย 9 ลำ ฟิลิปปินส์ 3 ลำ และญี่ปุ่น 4 ลำ



นายทัศพล แบแลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า กรุงเทพฯ เป็นปลายทางยอดนิยมและเป็นศูนย์กลางการบิน ที่สามารถเชื่อมต่อและพร้อมขยายการเติบโต โดยการที่เราย้ายฐานปฏิบัติการบินมาที่ท่าอากาศยานดอนเมืองตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องรองรับฝูงบินและเส้นทางใหม่ๆ ในอนาคต และช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำเสนอบัตรโดยสารราคาประหยัดสำหรับทุกคนได้ดียิ่งขึ้น

“การรับเครื่องบินแอร์บัส เอ320 นีโอ ชาร์คเล็ต ถือเป็นส่วนหนึ่งในแผนการบริหารจัดการต้นทุน ซึ่งเครื่องบินรุ่นนี้สามารถประหยัดเชื้อเพลิงถึง 15% ซึ่งจะลดค่าใช้จ่ายและสามารถสร้างผลกำไรได้ดียิ่งขึ้น” นายทัศพลกล่าว
 

Attachments

Maverick231

Senior Member
สืบเนื่องจาก ที่ได้ใช้บริการของ A-320 ของ Airasia

-ขออนุญาตเอารูปออกก่อนน่ะครับ-
 
Last edited:

Maverick231

Senior Member
มุมมอง จากห้องโดยสาร ขากลับจากนครพนมครับ













ถึงดอนเมืองโดยสวัสดิภาพครับ
 


Flag Counter

ขอขอบพระคุณ

พลอากาศเอก อมฤต จารยะพันธ์
พลอากาศโท ปรีชาพล ผุสสราค์มาลัย
กัปตันสุทิพย์ สิริสรรพ (การบินไทย)
กัปตันยุทธการ ปุรินทราภิบาล (ไทยแอร์เอเชีย)
กัปตันราชันย์ สุดหล้า (ไทยแอร์เอเชีย)
นาวาอากาศโทสุรินทร์ คอทอง
นาวาอากาศตรีขวัญ สุภรสุข
คุณพงษ์ พินิจ นสพ.ไทยรัฐ

เว็บไซต์ "www.thaiC-130.net" จัดทำขึ้นเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2551
ความสมบูรณ์ของเนื้อหา ยังจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง หากท่านสนใจที่จะร่วมสนับสนุนให้ดียิ่งขึ้น กรุณาติดต่อมายังผู้จัดทำ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง



Contact Me
Lt.Col.Tirapong Kongsomrit
kongsomrit@yahoo.com
www.thaic-130.net
Top