What's new
  • ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ไทยซีร้อยสามสิบครับ, หากท่านพบปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ของเรา
    หรือต้องการเสนอแนะประการใดสามารถโพสแจ้งได้ที่ ฟอรั่ม: Contact us/help info ,ขอบคุณครับ.
    แจ้งข่าวสารการอับเดทฟอรั่ม Thaic-130


    Live support: SKYPIG / Lt.Col.Tirapong Kongsomrit, e-mail: kongsomrit@yahoo.com
กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see

Boeing B787

skypig

Administrator
Boeing B787
จำนวนผู้เข้าชม 7434 คน

The Boeing 787 “Dreamliner”



Boeing 787 เป็นเครื่องบินโดยสารแบบแรกของโลก ที่ผลิตขึ้นจากวัสดุผสม (Composite material) เกือบทั้งลำ ขับเคลื่อนด้วยพลังไอพ่นสองเครื่องยนต์ เป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัทโบอิ้ง แบบลำตัวกว้าง-ขนาดกลาง ที่กำลังดำเนินการผลิตเครื่องต้นแบบ บริษัทโบอิ้งได้พยายามนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้หลายด้าน อาทิ ด้านวัสดุศาสตร์ อากาศพลศาสตร์ ไฟฟ้าคอมพิวเตอร์ และระบบเครื่องยนต์ เพื่อให้มีความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และบินได้เร็วขึ้นกว่าเครื่องบินในรุ่นก่อน B787 มีกำหนดจะนำมาให้บริการแก่ผู้โดยสารในปี ค.ศ.2008

แนวคิดในการสร้าง

เครื่องบิน B787สร้างขึ้นมาเพื่อทดแทนเครื่องบิน B767 ที่ไม่อาจต่อกรกับคู่แข่งอย่างเครื่องบิน A330 ของบริษัท Airbus ในภาวะชะงักงันของวงการบิน เมื่อโลกต้องเผชิญกับภัยการก่อการร้ายและราคาน้ำมันถีบตัวสูงขึ้น B787 ถือกำเนิดขึ้นจากโครงการ 7E7 ซึ่งเดิมออกแบบให้เป็นเครื่องบินโดยสารที่บินได้เร็วเกือบเท่าความเร็วเสียง มีค่าใช้จ่ายต่ำลงกว่าเครื่องบินรุ่นก่อน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในสถานการณ์ที่จำนวนนักเดินทางลดลง แต่ค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันกลับสูงขึ้น ทุกสายการบินจึงหันมาเน้นที่ความประหยัดมากกว่าความรวดเร็ว B787 จึงเป็นเครื่องบินขนาดไม่ใหญ่มาก แต่สามารถบินได้ไกล โบอิ้งมีแผนที่จะผลิต B787 ขึ้นมา 3 รุ่น เพื่อรองรับผู้โดยสารให้ได้ระหว่าง 210-330 คน มีพิสัยบินตั้งแต่ 3,500 - 8,800 NM ราคาลำละประมาณ 5,500 ล้านบาท
โครงสร้างลำตัว
การพัฒนาและความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ B787 ซึ่งแตกต่างไปจากเครื่องบินรุ่นก่อนที่เห็นได้ชัดคือ การนำวัสดุผสม (วัสดุคอมโพสิตส์)มาแทนโลหะอะลูมิเนียมเพื่อสร้างเป็นลำตัวและปีกของเครื่องบิน ในสัดส่วนวัสดุคอมโพสิตส์ 50% อะลูมิเนียม 20% ไททาเนียม 15% เหล็กกล้า10% และวัสดุอื่นๆอีก 5% โดยคิดจากน้ำหนัก การสร้างด้วยวัสดุคอมโพสิตส์ทำให้เครื่องบินมีน้ำหนักเบาลง แต่กลับมีความแข็งแรงมากขึ้น และเมื่อเทียบเชิงปริมาตรแล้ว B787 มีส่วนประกอบเป็นวัสดุคอมโพสิตส์ถึง 80% ทำให้ B787 สามารถวิ่งขึ้นและร่อนลงในสนามบินที่มีความยาวจำกัดได้ แต่ยังคงไว้ซึ่งการบินได้ไกลเทียบเท่ากับเครื่องบินรุ่นใหญ่กว่าอย่าง B767
วัสดุคอมโพสิตส์จะถูกนำมาสร้างเป็นชิ้นส่วนต่างๆขนาดใหญ่ ในหลายประเทศ ได้แก่
ญี่ปุ่น อิตาลี และในอเมริกา แล้วนำใส่เครื่องบินขนส่งขนาดใหญ่พิเศษ(B747-LCF) ที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะเพียงสามลำ เพื่อขนส่งชิ้นส่วนเหล่านั้น จากสามทวีปมาที่โรงงาน Everret ในเมืองซีแอทเทิล สหรัฐอเมริกา

มิติและข้อมูลต่างๆของ B787 ทั้ง 3 รุ่นดูได้จากตารางประกอบ


เครื่องบิน B787 มีประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่สูงขึ้นถึง 20% ได้มาจากการปรับปรุงใน 3 แนวทางคือ

เครื่องยนต์รุ่นใหม่
การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบทางเทคนิค

การปรับปรุงทางอากาศพลศาสตร์ น้ำหนักตัว และ ปีกที่เบาขึ้นจากวัสดุคอมโพสิตส์

การเลือกเครื่องยนต์
เมื่อเริ่มต้นโครงการบริษัทโบอิ้งโยนหินถามทางก่อนว่า จะใช้เครื่องยนต์ของ General Electric: GE ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เพื่อติดตั้งให้กับ B787 แต่ลูกค้าบางรายมีความคุ้นเคยกับเครื่องยนต์ของ Rolls-Royce มากกว่า โบอิ้งจึงกลับลำได้ทัน พร้อมกับจบลงที่ความคิดแปลกใหม่ คือทำให้ B787 สามารถติดตั้งและเปลี่ยนเครื่องยนต์จากทั้งสองบริษัทได้โดยง่าย ออกแบบให้ใช้เวลาเพียง 24 ชั่วโมง นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมเครื่องยนต์เครื่องบินอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
วิศวกรโบอิ้งยังคงนำเครื่องยนต์มาติดตั้งไว้ใต้ปีก และได้ออกแบบให้ B787 ใช้เครื่องยนต์ได้สองแบบ คือจากบริษัท General Electric (GEx) และ Rolls Royce (Trent1000) แท่นเครื่องยนต์และระบบควบคุมของเครื่องยนต์ทั้งสองบริษัท กำหนดไว้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้สามารถสลับเครื่องยนต์ต่างชนิดกันได้ ข้อดีตรงจุดนี้จะเห็นได้จาก ในอนาคตหากมีการโอนขายต่อเครื่องบิน สายการบินที่ซื้อไปแทบไม่ต้องกังวลในเรื่องการซ่อมบำรุง เพราะสามารถปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายได้โดยง่าย
นอกจากสองบริษัทดังกล่าวแล้วยังมีบริษัทผลิตเครื่องยนต์ Pratt & Whitney อีกรายหนึ่ง ที่เสนอตัวเข้ามาเป็นทางเลือกที่สาม แต่บริษัทโบอิ้งละความสนใจจากไป เพราะไม่กล้าพอที่จะเสี่ยงนำเอาน้องใหม่ในวงการเข้ามาใช้งาน
เครื่องยนต์ General Electric (GEnx)
บริษัท General Electric มีหุ้นส่วนในการสร้างเครื่องยนต์ GEnx นี้ถึง 64% จากบริษัท Ishikawajima-Harima Heavy Industries (IHI) 15% และบริษัท Avio 12% หุ้นส่วนที่เหลือเป็นของบริษัทVolvo Aero, Techspace Aero และ Mitsubishi Heavy Industries ที่น่าสังเกตคือ ไม่มีการร่วมหุ้นของ Snecma อย่างแต่ก่อน บริษัท General Electric ได้เริ่มต้นทดสอบเครื่องยนต์ GEnx ไปแล้วตั้งแต่ 19 มี.ค. 2006 เครื่องยนต์ GEnx ใช้เทคโนโลยีมาจากเครื่องยนต์ GE90 ซึ่งรวมถึงใบพัดและฝาครอบที่ผลิตขึ้นจากวัสดุคอมโพสิตส์ ทำให้เครื่องยนต์ของ B787 เป็นเครื่องยนต์เครื่องบินที่เงียบที่สุด

เครื่องยนต์ Rolls-Royce (Trent 1000)
เครื่องยนต์ Trent 1000 ที่ใช้กับ B787 มีห้องเผาไหม้ผลิตขึ้นด้วยวัสดุเซรามิค ให้แรงขับระหว่าง 53000 - 75000 ปอนด์ (Flat-rated to ISA+15C) มีขนาดความยาว 160 นิ้ว น้ำหนักเครื่องยนต์ 11924 ปอนด์ มีพื้นฐานมาจากรุ่น Trent 8104 ที่ใช้กันอยู่อย่างแพร่หลาย จุดเด่นที่สำคัญของเครื่องยนต์รุ่นนี้ คือ สามารถให้แรงขับได้เต็มกำลัง ไม่มีการนำเอาแรงลมอัดไปใช้ในระบบปรับอากาศ แต่ออกแบบให้กำลังเครื่องยนต์ที่ใช้ในขณะวิ่งขึ้นจากสนามบิน มาจากเพลาขับตัวกลาง แทนที่จะมาจากตัวใน(ซึ่งมีความดันสูงกว่า) ต่างจากเครื่องยนต์ของ Rolls-Royce รุ่นอื่น




เครื่องยนต์ GEnx มีใบพัดหลัก(Fan) ผลิตขึ้นด้วยวัสดุผสม-ไททาเนี่ยม ขนาดความยาว 111 นิ้ว ให้แรงขับอยู่ระหว่าง 55,000 ถึง 75,000 ปอนด์(Bypass ratio 9.5:1 ) ในส่วนของ High pressure compressor นำมาจากเครื่องยนต์ GE90-94B สามารถสร้างอัตราส่วนแรงอัดอากาศได้ถึง 23:1 (pressure ratio)
เพลาขับเป็นแบบหมุนตามกัน (Counter-rotating spools) เพลาขับทั้งสองถูกทำให้มีจำนวนชิ้นส่วนน้อยลง และปรับปรุงระบบระบายความร้อนภายในเครื่องยนต์ เพื่อเพิ่มอายุการใช้งานให้นานขึ้น และลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง
ปรับปรุงห้องเผาไหม้เพื่อให้การลื่นไหลของอากาศดีขึ้น การเผาไหม้สมบูรณ์ขึ้น ลดการเผาผลาญน้ำมันลงได้ 20% ปลดปล่อยมลภาวะสู่บรรยากาศน้อยลง ลดการปล่อยก๊าซ NOx ลง 30%, HC ลง 50% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ CF6-80C2B บริษัทโบอิ้งมีแผนที่จะนำเครื่องยนต์GEnx นี้ไปติดตั้งให้กับ Boeing 747-8 รุ่นใหม่ในอนาคตด้วยเช่นกัน



ใบพัดหลัก (Fan) มองเห็นได้จากส่วนหน้าสุดของเครื่องยนต์ ขนาดความยาว112 นิ้ว มีความโค้งลู่ไปทางด้านหลัง ดุมใบพัดถูกปรับให้เล็กลง เพื่อให้ไหลอากาศผ่านไปได้มากขึ้น อัตราส่วนของแรงขับที่ได้จากใบพัดส่วนหน้าจึงสูงขึ้นอีก (Bypass ratio: 10-11)
แกนเพลาของชุด IP และ HP ออกแบบให้หมุนในทิศทางตรงกันข้าม เพื่อให้ประสิทธิภาพของการทำงานของกังหัน IP turbine ดีขึ้น (Airflow: 2400 - 2670 lb/s) ส่วนประกอบอื่นๆของเครื่องยนต์ได้ออกแบบให้รวมกันเป็นชิ้นเดียว เพื่อลดภาระในการซ่อมบำรุง

ระบบเทคนิคที่ได้รับการปรับปรุงใหม่
เครื่องบิน B787 มิได้ทิ้งปรัชญาการออกแบบเดิมของเครื่องบิน7E7 ไปเสียเลย แต่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เครื่องบิน B787 มีความเร็วเท่ากับเครื่องบินรุ่นก่อน (0.85 มัค)แต่มีค่าใช้จ่ายต่ำลง โดยเฉพาะประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น ประสิทธิภาพโดยรวมที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญคือ โบอิ้งนำระบบโครงสร้างไฟฟ้ารุ่นใหม่ (New electric architecture )เข้ามาแทนการหมุนขับโดยใช้เครื่องยนต์โดยตรง ระบบไฮดรอลิกและแรงดันลม(Pneumatic)จะใช้มอเตอร์และปั้มไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบากว่า เข้ามาแทนที่ โบอิ้งประกาศว่า ระบบการปรับอากาศแบบใหม่(Bleedless) จะใช้เป็นแบบไฟฟ้าแทนที่จะเป็นแบบเดิม (Air Bleed) ที่ใช้จากระบบอัดอากาศ(Compressor)ของเครื่องยนต์
การทำงานของระบบต่างๆ จะถูกควบคุมโดยคอมพิวเตอร์ และใช้ระบบ Ethernet – Avionics Full-Duplex Switched Ethernet (AFDX) / ARINC 664 เพื่อส่งผ่านข้อมูลระหว่างห้องนักบินและระบบเทคนิคต่างๆ
การพัฒนาและการนำวัสดุคอมโพสิตส์มาใช้ในการสร้าง B787 ทำให้สามารถยืดอายุการซ่อมบำรุง และการตรวจสภาพออกไปเป็นสองเท่า ดังนี้

การซ่อมระดับ Line Maintenance Level จากเดิม 500 ชั่วโมง ไปเป็น 1000 ชั่วโมง
การซ่อมระดับ Base Maintenance Level จากเดิม18 เดือน ไปเป็น 36 เดือน
การตรวจสภาพโครงสร้างจากเดิม 6 ปีไปเป็น12 ปี

ห้องนักบิน
จากภาพที่บริษัทโบอิ้งได้นำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ ห้องนักบินของ B787 มีเค้าโครงคล้ายกับเครื่องบิน B737 รุ่นพี่ ที่เคยประสบความสำเร็จอยู่ไม่น้อย แต่ระบบที่ซ่อนไว้ภายใน เป็นต้นแบบที่นำไปใช้ในโครงการยานอวกาศ Lockheed Martin's Orion วิศวกรโบอิ้งยังคงยึดรูปแบบเดิม คือ ใช้คันบังคับแบบเสาโยก(Control Column:Yoke) ติดตั้งไว้ตรงหน้าที่นั่งนักบินทั้งสอง แผงควบคุมระบบต่างๆเหนือศีรษะนักบินออกแบบให้ดูเรียบเนียนยิ่งขึ้น บริษัทโบอิ้ง วางแผนผังห้องนักบินของ B787 เพื่อจะให้เป็น ”ห้องนักบินมาตรฐาน” ของเครื่องบินโบอิ้งรุ่นต่อไปในอนาคต โดยนำเค้าโครงมาเครื่องบิน B777 เพื่อหวังที่จะให้ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการฝึกนักบินลดลง เช่น การเปลี่ยนแบบการบินจากเครื่องบิน B 777 มาบิน B787 จะใช้เวลาฝึกบินเพียง 5 วัน เท่านั้น โบอิ้งพยามออกแบบให้ห้องนักบินของ B787 ดูไม่แปลกตาสำหรับนักบิน B777 เพื่อที่จะให้นักบินหนึ่งคนสามารถใช้ใบอนุญาตการบินร่วมกันได้ สำหรับเครื่องบินสองแบบ (B777/B787 Mix-Fleet Flying) ระบบสำคัญที่นำมาจาก B 777 คือ ระบบ Fly By Wire และระบบควบคุมการบินอัตโนมัติ ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท Kaiser Electroprecision

นอกจากนี้โบอิ้งหวังว่า นักบินที่มีพื้นฐานการบินมาจาก B737NG, B757 และ B767 จะใช้เวลาเพียง 8 วัน ในการฝึกบิน และใช้เวลา 10 วัน สำหรับนักบินที่มาจาก B747-400 ซึ่งหากเปรียบเทียบกับการฝึกนักบินในปัจจุบัน อาจต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 21 วันในการฝึกบินเปลี่ยนแบบ
บริษัท Rockwell-Collins จะเป็นผู้ผลิตจอแสดงผล ระบบการติดต่อสื่อสาร และระบบแจ้งเตือน ให้กับ B787 อันได้แก่ Head up guidance systems (คล้ายกับระบบ HUD ในเครื่องบินทหาร) เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้ (Situational awareness)ให้แก่นักบิน ซึ่งรวมทั้งระบบป้องกันการชนพื้น(Terrain awareness warning systems) ระบบเรด้าร์ตรวจอากาศ(weather radar) และระบบป้องกันการชนกันของเครื่องบิน(Traffic alert collision avoidance systems :TCAS) นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการติดตั้ง Forward looking infrared เพื่อให้นักบินสามารถมองทะลุผ่านเมฆ เห็นภายนอกได้อย่างไม่จำกัด
บริษัท Honeywell ได้รับเลือกให้ผลิตระบบช่วยการเดินอากาศ (Flight management function) ได้แก่ ระบบ inertial reference system, ระบบ air data และ ระบบ multi-mode receiver global positioning system. นอกจากนั้นแล้วยังมีระบบ Crew Information System/Maintenance System (CIS/MS) ที่ซึ่งมีไว้เพื่อคอยติดตามสภาพการทำงานของระบบเทคนิคต่างๆของเครื่องบินอย่างต่อเนื่อง

ความลงตัวของห้องนักบินเห็นได้จาก พื้นที่แผงหน้าปัดหลักทั้งแผงถูกติดตั้งด้วยจอแสดงผล LCD รูปทรงสี่เหลี่ยมพื้นผ้า วางเรียงตามแนวนอนติดกัน ด้านหน้านักบินแต่ละคน มีจอแสดงผล 2 จอ เพื่อแสดงสมรรถนะการบินของเครื่องบิน/ท่าทางการบินรวมอยู่ในจอเดียวกัน และจอแสดงข้อมูลการเดินอากาศแยกไว้อีกหนึ่งจอ ความกว้างของหน้าจอนี้ยังสามารถแบ่งใช้เป็นจอแสดงผลการทำงานของเครื่องยนต์ ต่ำลงมาจากแผงหน้าปัดหลัก เป็นจอLCDอีกจอหนึ่งพร้อมคีย์บอรด์สองฝั่ง เพื่อใช้ป้อนข้อมูลต่างๆ ทั้งหมดรวม 5 จอ แต่ละจอสามารถปรับเปลี่ยนสลับการแสดงผลได้หลายหน้าที่ เผื่อไว้หากมีจอใดเกิดเสียหายขึ้นมา
เครื่องบิน B787 ได้รับการติดตั้ง Active Gust Alleviation system เพื่อควบคุมการบินให้ดีขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับกระแสลมกรรโชก โดยนำระบบนี้มาจากเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 bomber
ห้องนักบินแบบจอแก้วและระบบควบคุมการบินโดยคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วสำหรับเครื่องบินรุ่นใหม่ แต่ B787 ก้าวไกลไปกว่านั้น ด้วยการยังคงไว้ซึ่งการควบคุมเครื่องบินโดยนักบิน ในกรณีที่เกิดเหตุวิกฤตหรือในกรณีฉุกเฉิน นักบินยังคงใช้ฝีมือบินได้เหนือคอมพิวเตอร์

ภายในห้องโดยสาร


ขนาดที่นั่งของผู้โดยสารเมื่อจัดแถวที่นั่งเรียงกันแบบ 2+4+2 หรือ 3+2+3 จะได้ความกว้าง 47 เซนติเมตร และเมื่อจัดแถวที่นั่งเรียงกันแบบ 3+3+3 จะได้ความกว้าง 43.7 เซนติเมตร ที่เก็บของเหนือศีรษะถูกปรับตำแหน่งให้ผู้โดยสารตัวเล็กๆสามารถนำกระเป๋า ตระกร้าหมาก เข้าออกได้ง่ายกว่าเดิม
B787 มีช่องหน้าต่างขนาด 27 X 47เซนติเมตร ที่กว้างกว่าใคร ขอบหน้าต่างกระจกด้านบนถูกยกสูงขึ้นให้พ้นจากแนวสายตา ทำให้ผู้โดยสารสามารถมองผ่านไปภายนอกได้อย่างสบาย แต่ละที่นั่งติดตั้งจอLCD แบบ Auto-dimming ซึ่งจอสามารถปรับความคมชัดได้อย่างอัตโนมัติ พร้อมความบันเทิงแบบไร้สาย การให้แสงสว่างภายในห้องโดยสารใช้หลอดไฟแบบ Light-emitting diode (LED) มี 3 สี แทนหลอด fluorescent แบบเก่า ลดการใช้พลังงาน และมีลูกเล่นไฟสีผสมได้ถึง 128 สี


ความแข็งแรงของวัสดุคอมโพสิตส์สามารถทำให้ห้องโดยสาร ปรับความดันบรรยากาศต่ำลงมาได้ถึง 6,000 ฟุต แทนที่จะเป็น 8,000 ฟุตอย่างในปัจจุบัน และด้วยคุณสมบัติปลอดสนิมของสารคอมโพสิตส์ ความชื้นภายในห้องโดยสารสามารถปรับให้สูงขึ้นได้อีก ทำให้รู้สึกสบายและสดชื่นมากยิ่งขึ้นขณะเดินทาง
วิศวกรโบอิ้งพยายามหลายวิธี เพื่อลดเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นจากเครื่องยนต์ มิให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้ออกแบบวัสดุเก็บเสียงใหม่ ที่ติดตั้งในช่องอากาศเข้าเครื่องยนต์ และอีกวิธีหนึ่งคือ ออกแบบปลายท่อไอพ่นให้มีลักษณะเป็นฟันเลื่อย โบอิ้งคาดว่าสองวิธีนี้จะทำให้เสียงรบกวนในห้องโดยสารและต่อสิ่งแวดล้อมภายนอกลดลงได้อย่างมาก
บริษัทโบอิ้งสัญญาว่าผู้โดยสารสามารถที่จะจ่ายบิลค่าโทรศัพท์ สั่งช่อดอกไม้ ชมภาพยนตร์เรื่องใหม่ได้ ขณะโดยสารอยู่บนเครื่องบิน B787

กระบวนการผลิต

ก่อนที่ความต้องการเครื่องบินรุ่นใหม่จะระเหยหายไป บริษัทโบอิ้งจำต้องฝืนใจให้บริษัทอื่นทั้งในและต่างประเทศ ร่วมเป็นหุ้นส่วนในการสร้าง B787 ทั้งนี้เพื่อความรวดเร็วในการผลิตและในราคาที่ต่ำลง
บริษัทโบอิ้งจะสร้างเฉพาะส่วนหางด้วยตัวเอง และประกอบเข้ากับส่วนอื่น ในโรงงานที่ Frederickson รัฐ Washington
ชิ้นส่วน Ailerons และ Flaps สร้างที่โรงงานโบอิ้งในประเทศออสเตรเลีย
ปีกนำมาจากเมืองนาโงย่า ประเทศญี่ปุ่น ที่มีส่วนในการสร้างถึง 35%
ชิ้นส่วน Horizontal stabilizers สร้างโดย Alenia Aeronautica ในอิตาลี

โครงสร้างลำตัวแบ่งออกเป็นหลายส่วน บางส่วนสร้างในโรงงาน Vought ทางใต้ของรัฐแคลิฟเฟอร์เนีย บริษัท Alenia ในอิตาลี และ บริษัท Kawasaki Heavy Industries ของญี่ปุ่น
ห้องนักบินสร้างขึ้นโดยบริษัทใหม่ Spirit Aero Systems ในรัฐ Wichita
บริษัท Messier-Dowty จากฝรั่งเศสสร้างระบบฐานล้อ บริษัท Thales จะรับผิดชอบในส่วนเครื่องช่วยการบินสำรอง(Integrated standby flight display) Electrical power conversion system และระบบความบันเทิงในห้องผู้โดยสาร(In-flight entertainment)

เมื่อได้ชิ้นส่วนครบแล้ว จะใช้เวลาเพียง 3 วันในการประกอบขั้นสุดท้าย บริษัทโบอิ้งวางแผนไว้ว่า
ในปีแรก(ค.ศ.2008) B787 จะออกจากสายพานการผลิตได้ 4 ลำต่อเดือน
เพิ่มเป็น 6 ลำต่อเดือนในปีที่สอง ,
10 ลำต่อเดือน ในปีที่สาม
12 ลำต่อเดือนในปีที่สี่
และหลังจากปี 2012 กำลังผลิตจะอยู่ที่ 14 ลำต่อเดือน
ด้วยยอดสั่งจองที่เข้ามาอย่างท่วมท้น บริษัทโบอิ้งอาจจะไม่สามารถส่งมอบ B787 ได้ทันตามความต้องการของลูกค้า แต่บริษัทโบอิ้งให้ความสนใจเรื่องความล่าช้าไม่มากไปกว่า ความสนใจใน”การลดน้ำหนัก”โครงสร้างเครื่องบิน B787 ให้ได้มากที่สุด บริษัทโบอิ้งยอมเสียเวลาออกไปอีกหลายเดือน เพื่อค้นหาวิธีที่จะลดน้ำหนัก B787 ให้ลงไปได้อีก 2-3% จากที่ตั้งเป้าไว้ โดยที่จะไม่ทำให้ความแข็งแรงของโครงสร้างเครื่องบินถูกลดทอนลงไป เวลาที่ล่าช้าออกไป บริษัทโบอิ้งและผู้ผลิตชิ้นส่วนนำไปใช้เพื่อการทดสอบความแข็งแรงของโครงสร้างวัสดุคอมโพสิตส์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกว่าจะเกิดความมั่นใจ เพื่อให้แน่ใจว่า ความปลอดภัยสูงสุดจะเกิดขึ้นเมื่อนำเข้าให้บริการ

การนำเข้าบริการ
แต่เดิมการสร้างเครื่องต้นแบบกำหนดให้เสร็จในราวกลางปี ค.ศ. 2007 และขึ้นทดสอบบินให้แล้วเสร็จในปี ค.ศ. 2008 แต่ประสบกับปัญหาทางเทคนิคทำให้โครงการล่าช้าไปอีก จากเดิมโบอิ้งกำหนดจะส่งมอบ B787 ให้สายการการบินนำเข้าบริการแก่ผู้โดยสารได้ในปี ค.ศ.2008 แต่ต้องเลื่อนระยะเวลาออกไปอีก คาดว่าน่าจะขึ้นบินทดสอบได้ในปีค.ศ.2009 และเข้าให้บริกาได้ในปี ค.ศ. 2010 บริษัทโบอิ้งวางแผนที่จะขาย B787 ได้ 500 ลำ ก่อนถึงวันที่จะนำเข้าบริการ เพื่อที่จะทำให้ B787 กลายเป็นเครื่องบินที่มียอดขายมากที่สุด ก่อนที่ผู้โดยสารจะได้ใช้งานจริง ปัจจุบันมีสายการบินทั่วโลกได้ยืนยันการสั่งจองไว้แล้วถึง 60 สาย รวมทั้งสิน 934 ลำ (มิ.ย.2551) สำหรับบริษัทการบินไทยยังไม่มีการยืนยันที่จะนำเข้ามาใช้ และในอนาคต 20 ปีข้างหน้าคาดว่าจะมี B787 ใช้งานไม่ต่ำกว่า 1000 ลำ
จากยอดสั่งจองทั้งหมด 465 ลำ รุ่นB787-8 ซึ่งมีพิสัยบินไกลมียอดสั่งจองไว้มากที่สุดถึง 335 ลำ ลูกค้ารายแรกของ B787 คือสายการบิน All_Nippon_Airways ประเทศญี่ปุ่น สั่งสร้างไว้ทั้งหมด 50 ลำ แบ่งเป็น รุ่น 787-3 จำนวน 30 ลำ มีที่นั่งระหว่าง 290-330 เพื่อใช้บินภายในประเทศ และรุ่น 787-8 จำนวน 20 ลำมีที่นั่งระหว่าง 210-250 เพื่อใช้บินในเส้นทางระยะไกลระหว่าง Tokyo Narita - Los Angeles ลูกค้าคนสำคัญหนึ่งในนั้นคือ สิงค์โปร์แอร์ไลน์ แต่ที่น่าจับตาคือ เวียตนามแอร์ไลน์ และแอร์โรฟอต จากรัสเซีย สำหรับบริษัทการบินไทยยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆที่จะนำเครื่องบินรุ่นนี้นำเข้าบริการ
เครื่องบิน B787 เป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ที่มีขนาดลำตัวไม่ต่างจากเครื่องบินรุ่นก่อนหน้านี้มากนัก แต่ได้เปลี่ยนวิธีการผลิตไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง พร้อมได้นำเทคโนโลยีอันทันสมัยหลายด้านมาใช้ ทำให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น พิสัยบินได้ไกลขึ้น ประหยัดน้ำมันและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ได้ดีขึ้นอย่างมาก เพื่อตอบสนองความต้องการการเดินทางทางอากาศในอนาคต ที่คำนึงความรวดเร็ว และความสะดวกสบายขณะเดินทาง
 

Attachments

skypig

Administrator
B787 ตัวเป็นๆของสายการบิน Thomson ประเทศอังกฤษพาฝรั่งหนีหนาวมาเที่ยวภูเก็ต

 

Attachments



Flag Counter

ขอขอบพระคุณ

พลอากาศเอก อมฤต จารยะพันธ์
พลอากาศโท ปรีชาพล ผุสสราค์มาลัย
กัปตันสุทิพย์ สิริสรรพ (การบินไทย)
กัปตันยุทธการ ปุรินทราภิบาล (ไทยแอร์เอเชีย)
กัปตันราชันย์ สุดหล้า (ไทยแอร์เอเชีย)
นาวาอากาศโทสุรินทร์ คอทอง
นาวาอากาศตรีขวัญ สุภรสุข
คุณพงษ์ พินิจ นสพ.ไทยรัฐ

เว็บไซต์ "www.thaiC-130.net" จัดทำขึ้นเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2551
ความสมบูรณ์ของเนื้อหา ยังจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง หากท่านสนใจที่จะร่วมสนับสนุนให้ดียิ่งขึ้น กรุณาติดต่อมายังผู้จัดทำ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง



Contact Me
Lt.Col.Tirapong Kongsomrit
kongsomrit@yahoo.com
www.thaic-130.net
Top