What's new
  • ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ไทยซีร้อยสามสิบครับ, หากท่านพบปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ของเรา
    หรือต้องการเสนอแนะประการใดสามารถโพสแจ้งได้ที่ ฟอรั่ม: Contact us/help info ,ขอบคุณครับ.
    แจ้งข่าวสารการอับเดทฟอรั่ม Thaic-130


    Live support: SKYPIG / Lt.Col.Tirapong Kongsomrit, e-mail: kongsomrit@yahoo.com
กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see

Fantrainer

skypig

Administrator
เครื่องบิน Fantrainer
จำนวนผู้เข้าชม 8064 คน จากโฮมเพจเดิม​


FAN TRAINER



. . 'เครื่องบิน Fan Trainer เป็นเครื่องบินฝึกแบบที่ 18 ของกองทัพอากาศ เป็นเครื่องบินที่ผลิตขึ้นด้วยวัสดุคอมโพสิตส์เกือบทั้งลำ เริ่มต้นโครงการในปี พ.ศ. 2527 เพื่อจัดหาเครื่องบินมาทดแทนเครื่องบินฝึกศิษย์การบิน โครงการ Fan Trainer นอกจากจะต้องเป็นเครื่องบินฝึกแล้ว กองทัพอากาศมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ ประเทศไทย ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ผลิตเครื่องบินเองได้ทั้งลำ ทอ.ยังคิดก้าวไกลไปอีกว่า
ประเทศไทยจะเป็นผู้ผลิตและขายเครื่องบินรุ่นนี้ให้แก่เพื่อนบ้านในเขตอาเซียน​
. ... คณะผู้ริเริ่มโครงการจึงมีจุดมุ่งหมาย มีภาระสำคัญ หลายประการผสมผสานกัน Fan Trainer เป็นโครงการหนึ่งที่พวกเราควรได้ชื่นชม แต่ตอนจบของโครงการ กลับนำความสูญเสียให้แก่นักบินกองทัพอากาศหลายชีวิต เครื่องบิน Fan Trainer นอกจากจะเป็นเครื่องบินเพื่อฝึกสอนนักบินให้แก่กองทัพแล้ว ยังได้สร้างบทเรียนอันน่าจดจำมากมายให้แก่ ทอ.
. . . เครื่องบิน Fan Trainer ออกแบบโดยบริษัท Rhein-Flugzeugbau (RFB) จากประเทศเยอรมันนี ให้เป็นเครื่องฝึกบินทางทหาร ได้นำเทคโนโลยีด้านวัสดุคอมโพสิตส์มาใช้เพื่อสร้างลำตัว ปีก และใบพัด โดยที่การผลิตและประกอบจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพอากาศ ดังนั้นนอกจากภาระในการผลิตแล้ว กองทัพยังต้องใช้งานเองก่อน มองในอีกมุมหนึ่งเราคล้ายกับเราเป็นหนูทดลอง เพราะเครื่องบิน Fan Trainer เป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ปฏิวัติวงการบินหลายด้าน ทั้งทางวัสดุศาสตร์ อากาศพลศาสตร์ และระบบขับเคลื่อน ซึ่งยังไม่เคยมีประเทศใดผลิตและนำเข้าประจำการมาก่อน


ความฝันอันผสมผสาน


.....ไม่เพียงแต่เครื่องบินฝึก Fan Trainer ต้องสามารถเข้ามาทดแทนเครื่องบินฝึกแบบเดิมได้แล้วกองทัพอากาศได้ฝากความหวังอันใหญ่หลวงไว้กับเครื่องบิน Fan Trainer ดังนี้

...1 ต้องสามารถเข้ามาทดแทนเครื่องบินฝึกแบบเดิมถึง 3 แบบที่มีสมรรถนะต่างกัน คือ
เครื่องบิน CT-4A จากนิวซีแลนด์,
SF-260 (Marchetti) จากอิตาลี
และเครื่องบินฝึกไอพ่น T-37 จากสหรัฐฯ​

.....2.เป็นความพยายามที่จะสร้างเครื่องบินขึ้นเองให้ได้ทั้งลำ และผลิตขาย

...3.นำเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่คุ้นเคยมาใช้

3.1วัสดุคอมโพสิตส์เพื่อใช้เป็นโครงสร้างลำตัว ปีก และใบพัด
3.2 เทคโนโลยีการขับเคลื่อนแบบDucted Fan
3.3 ระบบสละอากาศยานแบบ Rocket​

....... เครื่องบินฝึก Fan Trainer ลำเล็กๆแบกรับภาระสำคัญของกองทัพอากาศไว้หลายด้านหลายประการ ลำพังการเข้ามาทดแทน เครื่องบินฝึกแบบเดิมทั้งสามแบบก็ยากอยู่แล้ว เพราะเครื่องบินทั้งสามแบบเป็นเครื่องบินที่มีประวัติการบินอันยอดเยี่ยม เป็นที่ยอมรับกันของนักบินกองทัพอากาศทุกคน ทั้งในด้านความทนทาน การบังคับควบคุม และการซ่อมบำรุง จึงเป็นคำตอบสำคัญสำหรับเครื่องบินพลาสติกลำนี้ที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้

โครงสร้างเครื่องบิน
...... เครื่องบิน Fan Trainer ที่กองทัพอากาศได้สร้างขึ้นมีสองแบบ คือ Fan Trainer 400 (บฝ.18) และ Fan Trainer 600 (บฝ.18ก) โดยได้ดำเนินการสร้างแบบรุ่น 600 ก่อน เพื่อนำเข้าประจำการทดแทนเครื่องบิน SF-260 ที่ใช้สำหรับฝึกศิษย์การบินชั้นมัธยมในส่วนของเครื่องบินใบพัด และมีแผนที่จะนำมาทดแทนเครื่องบินไอพ่น T-37 ในภายหลัง ส่วนรุ่น 400 นำมาแทนเครื่องบิน CT-4A เพื่อฝึกศิษย์การบินชั้นประถม

....... ข้อแตกต่างของเครื่องบินทั้งสองรุ่นคือ รุ่น600 ได้ผลิตขึ้นมาก่อนจำนวน 14 ลำ เครื่องยนต์มีกำลังมากกว่า ลำตัวและปีกผลิตขึ้นจากวัสดุคอมโพสิตส์ทั้งหมด ส่วนรุ่น 400 ผลิตขึ้นภายหลังจำนวนไม่แน่ชัด เครื่องยนต์มีกำลังน้อยกว่า แต่ได้ดัดแปลงให้ใช้ปีกผลิตขึ้นด้วยอะลูมิเนียมแบบดั้งเดิม ตามที่ ทอ.ไทยออกแบบขึ้นเอง ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าปีกคอมโพสิตส์ของเดิม และไม่มีระบบสละอากาศยาน


....... โครงสร้างลำตัวเครื่องบิน Fan Trainer ใช้เพียงโลหะอะลูมิเนียมเป็นแท่งคานยาว รองรับที่พื้นตลอดความยาวลำตัวเท่านั้น ไม่มีโครงกระดูงูเช่นเครื่องบินทั่วไป โครงสร้างลำตัวส่วนใหญ่ผลิตขึ้นจากวัสดุคอมโพสิตส์ เส้นใยแก้ว(ไฟเบอร์กลาส)ซึ่งมีความเบามาก สามารถยกส่วนหน้าให้ลอยพ้นพื้นได้ด้วยคนเพียงเดียว เครื่องบินมีความสมดุลดีมากเพราะติดตั้งเครื่องยนต์และปีกไว้กลางลำตัว ลักษณะภายนอกดูสวยงาม ห้องนักบินสองห้องจัดวางเรียงตามยาวหน้า-หลัง ปีกค่อนไปทางด้านหลังและฝาครอบห้องนักบินโปร่งใสทั้งแผ่น ทำให้มีทัศนะวิสัยการมองเห็นได้อย่างรอบตัว นักบินบางคนเปรียบว่า คล้ายกับนั่งอยู่บนไม้กวาดบินได้ ใบพัด 5 กลีบทำขึ้นจากวัสดุคอมโพสิตส์เช่นกัน ติดตั้งไว้ด้านหลังเครื่องยนต์ ซ่อนอยู่ในท่อ(Duct) เพื่อให้เกิดแรงขับเคลื่อนเหมือนเครื่องบินไอพ่น ส่วนหางถูกยกขึ้นไป เป็นแบบ T-Tail เพื่อให้พ้นจากกระแสอากาศ และไอเสียร้อน ลักษณะรูปร่างภายนอกกลมกลืนและดูล้ำยุคมาก




เครื่องยนต์


........ เครื่องบิน Fan Trainer ใช้ เครื่องยนต์ Allison 250 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เดียวกันกับเครื่องบินNomad ที่ ทอ.คุ้นเคยอยู่ รุ่น Fan trainer 400 ใช้เครื่องยนต์ Allison-250-C-20B ให้แรงขับ 400 แรงม้า รุ่น Fan trainer 600 ใช้เครื่องยนต์ Allison 250-C30 ให้แรงขับ 650 แรงม้า และหากโครงการเครื่องบินฝึกบินสำเร็จได้ด้วยดี อาจมีการนำเครื่องยนต์รุ่นใหญ่กว่าที่ให้แรงขับถึง 1,000 แรงม้ามาใช้ เพื่อภารกิจทางยุทธวิธีต่อไป

..... สิ่งที่กองทัพอากาศไม่คุ้นเคย ไม่ใช่เครื่องยนต์ แต่คือเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่นำใบพัดไปติดตั้งไว้ในท่อ แล้วพ่นแรงขับออกมา พิจารณาทางทฤษฎีแล้วนับเป็นความคิดที่อันยอดเยี่ยม เพราะแรงขับที่เกิดขึ้น เกิดในส่วนที่เป็นจุดศูนย์กลางของลำตัว แรงขับที่ผลักออกไปจึงไม่ทำให้เกิดอาการเซ(“ทอคร์ “ Torque)ไม่ว่าจะเร่งหรือผ่อนกำลังเครื่องยนต์ ผลพลอยได้จากความร้อนของไอเสียบางส่วน ยังทำให้ไม่ต้องห่วงในเรื่องน้ำแข็งจะก่อตัวที่กลีบใบพัดอีกด้วย

............ กองทัพอากาศของเราใช้เวลาไปมาก ในการแก้ปัญหาระบบขับเคลื่อนของเครื่องบินที่มาจากยุโรปลำนี้ ปัญหาแรกเกิดจากเครื่องยนต์ ในชุดใบพัดเทอร์ไบน์ ที่ต้องรับความร้อนสูงจากการใช้งาน (การสตาทร์ และการฝึกTouch & Goบ่อยครั้ง) ทำให้ใบพัดเทอร์ไบน์สึกกร่อนก่อนอายุอันควร เครื่องยนต์จึงมีกำลังต่ำลง (Low Power)

......... จุดวิกฤตอีกประการหนึ่งเกิดขึ้น เพราะมีน้ำมันหล่อลื่นบางส่วนรั่วซึมออกจากระบบปรับมุมใบพัด เนื่องจากซีลยางชำรุดขณะประกอบ เป็นเหตุให้แรงดันน้ำมันไม่เพียงพอที่จะไปปรับมุมใบพัด ส่งผลให้ใบพัดไม่สามารถสร้างแรงขับได้ตามที่ออกแบบไว้(Power loss)



ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่องบิน Fan Trainer มิใช่มาจากวัสดุสังเคราะห์ที่ใช้ในการสร้างลำตัว แต่ลำตัวของมันกลับได้พิสูจน์หลายครั้งว่ามีความแข็งแรงเพียงพอ จากอุบัติเหตุการลงสนามแบบไม่กางฐานล้อ จากเหตุเครื่องยนต์ดับ ต้องร่อนลงกลางทุ่งนา เหตุการณ์ทั้งสองครูและศิษย์การบินปลอดภัย เครื่องบินนำกลับมาซ่อมแซมได้ อาจกล่าวได้อย่างภาคภูมิใจว่า กองทัพอากาศของเราได้มองเห็นประโยชน์ในการนำวัสดุคอมโพสิตส์มาสร้างเครื่องบินทั้งลำ ได้ก่อนประเทศอื่นๆ


การบังคับควบคุม

........... นักบินทอ.ตั้งชื่อเรียกมันว่า “Fan Jet” ตามคุณลักษณะของระบบขับเคลื่อน นักบินขับไล่บางคนมองมันด้วยหางตา พร้อมแอบค่อนขอดว่า มันเป็น “ไอพ่นเทียม” เสียงเหมือนเรือหางยาว แต่หากใครได้บินมัน แล้วจะต้องรู้สึกรักมันและชื่นชอบในการบังคับควบคุมเครื่องบินพลาสติกลำนี้ ที่นั่งนักบินแบ่งเป็นสองส่วนแยกออกจากกัน ที่นั่งด้านหน้าเป็นของศิษย์การบิน และด้านหลังเป็นของครูการบิน(แต่สามารถสลับที่นั่งกันได้ ในการฝึกบางลักษณะ) แผงหน้าปัดและแผงควบคุมทั้งสองออกแบบไว้เกือบจะเหมือนกัน มีคันบังคับแบบ Stick วางไว้ตรงกลางอยู่ระหว่างขาของเก้าอี้นั่ง ตำแหน่งใกล้กันยังมีห่วงดึงของระบบสละอากาศ คันเร่งเครื่องยนต์แบบแท่งเดียววางไว้ทางด้านซ้ายใช้การจับแบบคว่ำมือ เพื่อให้นิ้วหัวแม่มือซ้ายสามารถใช้ปุ่มควบคุม Speed Brakeได้ เครื่องบิน Fan Trainerไม่จำเป็นต้องมีคันปรับมุมใบพัด คอนโซลฝั่งขวาเป็นแผงวิทยุและเครื่องช่วยเดินอากาศ เก้าอี้นั่งนักบินและแป้นบังคับRudder ปรับด้วยไฟฟ้า เมื่อเข้าไปนั่งในห้องนักบินแล้วสามารถมองเห็นภายนอกได้อย่างปลอดโปร่งแทบไม่มีจุดอับในการมองเห็น กองทัพอากาศใช้เครื่องบิน Fan Trainer ในการฝึกบินทุกขั้นตอน รวมทั้งการฝึกขึ้น-ลง การบินด้วยเครื่องวัดประกอบการบิน การบินหมู่ การบินเดินทาง และการบินผาดแผลง ซึ่งนักบินและครูการบินที่เคยบินเครื่องไอพ่นมาก่อนต่างยอมรับในสมรรถนะของเครื่องบินรุ่นนี้

เครื่องบิน Fan Trainer เคยถูกจัดให้ แสดงการบินผาดแผลงเดี่ยวต่อหน้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการเสด็จทอดพระเนตรการใช้กำลังทางอากาศ ที่สนามใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาลในปี พ.ศ. 2531


ภาพ clip Fantrainer คลิก

http://www.youtube.com/watch?v=KkFZsz260cI

แผงหน้าปัดนักบินที่นั่งหน้า



แผงหน้าปัดนักบินที่นั่งหลัง

ลักษณะพึ่งประสงค์ที่เหมาะสำหรับการฝึกบิน



เครื่องยนต์
1 มีแรงขับออกไปทางด้านหลังเหมือนเครื่องยนต์ไอพ่น มีแรงสั่นสะเทือนน้อยกว่าเครื่องยนต์ลูกสูบ
2 มีระบบป้องกันการชำรุดของเครื่องยนต์(Over Speed)
3 เครื่องยนต์ซ่อมบำรุงง่าย
4 คันเร่งเครื่องยนต์เป็นแบบอันเดียว (เครื่องบินฝึกแบบเครื่องยนต์ลูกสูบมี 3 คัน)
5 ใบพัดอยู่ในลำตัว ทำให้ปลอดภัยต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่



การควบคุม
1 มีทัศนะวิสัยการมองเห็นที่ดี
2 มีลักษณะของการเร่งและลดความเร็วเช่นเดียวกับเครื่องยนต์ไอพ่น
3 แพนหางระดับจะไม่ได้รับแรงบิดที่เกิดจากกระแสใบพัด
4 มีพื้นที่ของ Rudder มาก และได้รับกระแสอากาศจากใบพัดบางส่วนทำให้ขึ้น-ลงสนามได้ในขณะที่มีลมขวางสนามถึง 30 น็อต
5 พื้นผิวของลำตัวและปีกราบเรียบ เนื่องจากไม่มีรอยเชื่อมต่อของหมุดยึด ทำให้เครื่องบินสามารถทนต่อความเร็วสูงสุดได้มากขึ้น
6 ตำแหน่งที่นั่งนักบินอยู่หน้าจุดศูนย์ถ่วงทำให้มีความสมดุลย์ในภาวะการบินท่าทางต่างๆได้ดี
7 มีระบบสละอากาศยาน และมีระบบAir Brake



ระบบสละอากาศยานแบบพิสดาร(Ranger Escape System)
............ เครื่องบิน Fan Trainer ได้รับการติดตั้งระบบสละอากาศยานแบบที่แตกต่างไปจากที่เคยใช้กันอย่างมั่นใจมาก่อน เป็นระบบที่ไม่เคยมีใช้ในเครื่องบินแบบใดในโลกมาก่อน ระบบการทำงานของมันได้สร้างความสงสัยให้เกิดขึ้นในหมู่นักบินไม่น้อย ระบบนี้ทำงานโดย การใช้จรวดขนาดเล็กติดตั้งไว้ด้านหลังเก้าอี้นั่งนักบิน เมื่อนักบินดึงห่วง(Handle)ที่อยู่ระหว่างขา จรวดจะจุดตัวและพุ่งทะลุฝาครอบออกไป ทำให้ฝาครอบแตกออก ส่วนท้ายของจรวดจะผูกเชือกติดเอาไว้ อีกปลายหนึ่งของเชือกผูกเกี่ยวไว้กับห่วง(Hook)สายรัดบ่าของชุดร่มที่ติดกับตัวนักบิน จรวดและเชือกจะดึงนักบินออกจากห้องนักบิน โดยที่เก้าอี้มิได้หลุดออกมาด้วย (จึงไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นเก้าอี้ดีด) นักบินจะหลุดออกจากเครื่องบินคล้ายกับถูกหิ้วออกไป จากนั้นนักบินต้องกระตุกห่วงที่หน้าอก ร่มจึงจะกางออก และเพื่อป้องกันการชนกัน จรวดดึงตัวนักบินได้ติดตั้งทำมุมเยื้องกันเล็กน้อย เพื่อให้พุ่งออกไปในทิศทางต่างกัน ก่อนขึ้นบินนักบินจะสวมร่มไว้ด้านหลัง เมื่อนั่งเข้าที่แล้วต้องเกี่ยวขอฮุค(Hook)ไว้กับจรวด โดยต้องตรวจดูให้แน่ใจว่า ร่มที่ใช้จะไม่สลับกันระหว่างที่นั่งหน้าและที่นั่งหลัง นับว่าเป็นระบบสละอากาศยานที่สร้างความกังขาให้แก่นักบินไม่น้อย แต่ตลอดอายุการเข้าประจำการของเครื่องบิน Fan Trainer ยังไม่มีนักบินคนใดได้เคยใช้ระบบนี้ แต่หากจะติดตั้งเก้าอี้ดีดแบบเดียวกับเครื่องบินขับไล่ อาจทำให้ราคาเครื่องบินแพงขึ้นอีกนับสิบล้านบาท




............... เครื่องบินฝึกทุกแบบที่นำเข้าประจำการในทอ.แต่ละแบบสามารถใช้งานอยู่ได้นานกว่ายี่สิบปี เครื่องบิน Fan Trainer เข้าประจำการในช่วงสองปีแรกมีปัญหาบ้างเพียงเล็กน้อย แต่ลางร้ายเกิดขึ้นหลังจากที่เข้าประจำการที่โรงเรียนการบินกำแพงแสนได้เพียงสามปี เมื่อกลุ่มผู้ริเริ่มโครงการต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ประจำที่สูงขึ้น เครื่องบิน Fan Trainer ประสบอุบัติเหตุตกลงที่ จ.กาญจนบุรี ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2535 ครูและศิษย์การบินทั้งสองเสียชีวิต ไม่นานหลังจากนั้นในปี 2536 เป็นคราวของเครื่องบิน Fan Trainer 400 ตกใกล้กับสนามบินกำแพงแสน ครั้งนี้กองทัพอากาศได้สูญเสียนักบินทดสอบมือดีไปอีกสองคน


การเปลี่ยนแปลงภารกิจ

.................. ความไม่มั่นใจในความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นกับศิษย์การบินคนต่อไป ทำให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ นำเครื่องบิน Fan Trainer ไปใช้ในการฝึกนักบินที่มีประสบการณ์เพื่อเป็นครูการบิน แล้วย้ายไปเครื่องบิน Fan Trainer ทั้งหมดไปประจำการที่ ฐานทัพอากาศตาคลี กองบิน 4 เครื่องบิน Fan Trainer ตกเป็นข่าวใหญ่อีกครั้งทันที เมื่อประสบอุบัติเหตุตกลงที่ จ.อุทัยธานี ในเดือนธันวาคม พ.ศ.2537 นักบินทั้งสองเสียชีวิตพร้อมกันทั้งคู่อีก และคงเป็นครั้งสุดท้ายที่เครื่องบิน Fan Trainer ของไทยได้มีโอกาสขึ้นบิน เครื่องบิน Fan Trainer มีโอกาสได้รับใช้กองทัพอากาศได้เพียง 6 ปี(พ.ศ.2531-2537) ฝึกศิษย์การบินได้เพียง 241 คน หลังจากนั้นเครื่องบิน Fan Trainer และความคาดหวังของกองทัพอากาศ ได้จางหายไปจากความสนใจของฝ่ายต่างๆ






............. ปัจจุบันเครื่องบิน Fan Trainer ทั้งสองแบบ สองลำจอดตั้งแสดงเคียงคู่กันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศในสภาพบอบช้ำและอิดโรย อีกกว่ายี่สิบลำที่เหลืออยู่จอดอยู่ในโรงเก็บร้างในสภาพที่หมดคุณค่าทางยุทธการ หมดคุณค่าทางจิตใจ เกินกว่าที่จะนำมาคืนสภาพได้อีก สิ่งยังพอยืนยันได้ว่ากองทัพอากาศได้ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้คือ โรงเรียนนายเรืออากาศได้จัดตั้งภาควิชาวัสดุศาสตร์ขึ้นมา หลังจากที่กองทัพอากาศได้หยุดใช้งานเครื่องบิน Fan Trainer ไปแล้ว

................. และแม้ว่ากองทัพอากาศได้หยุดใช้งานเครื่องบิน Fan Trainer ไปแล้ว แต่บริษัทผู้สร้างยังคงได้พัฒนามันต่อไป
การพัฒนาโครงสร้างเครื่องบิน Fan Trainer ยังสามารถกระทำได้ต่อไปอีกขั้นหนึ่ง ด้วยการใช้เส้นใยอาระมิด (เคฟล่าร์ :ที่มีความแข็งแรงเชิงกลสูงมาก )มาแทนเส้นใยไฟเบอร์แก้ว ซึ่งจะทำให้เครื่องบิน Fan Trainer มีน้ำหนักเบาขึ้น แข็งแรงมากขึ้น สมรรถนะสูงขึ้น (เอกสารวิจัยส่วนบุคคล เรื่อง “วัสดุเสริมแรงใช้ในการสร้างเครื่องบินแฟนเทรนเนอร์” น.ต. สมศักดิ์ นะวิโรจน์ รร.สธ.ทอ. ร.33/90 กองทัพอากาศ กรุงเทพมหานคร) สามารถนำไปใช้งานทางยุทธวิธีได้หลากหลายภารกิจ เพราะคุณสมบัติหนึ่งของเคฟล่าร์ คือการกันกระสุน และการสะท้อนเรด้าร์ที่ต่ำ
Fan Trainer ได้ขึ้นบินสาธิตในงานแสดงการบินต่างๆในยุโรปอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน

เว็บไซด์อื่นๆเกี่ยวกับเครื่องบิน Fan Trainer




http://www.fantrainer.de/index.html
http://home.tiscali.nl/~wvr/
http://www.luftfahrtmuseum.com/htmi/itf/rfbft.htm
http://www.thai-aviation.net/Photos_Air_Force_F7.html




........................ เครื่องบิน Fan Trainer เป็นเครื่องบินที่ได้ออกแบบมาเป็นอย่างดี ตามเทคโนโลยีอันก้าวหน้าในสมัยนั้น แต่เมื่อได้ถูกนำมาผลิตและใช้งานในบ้านเรา ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศ ระบบการใช้งาน การซ่อมบำรุง และการดัดแปลงที่ต่างออกไปจากต้นแบบ ทำให้เครื่องบิน Fan Trainer ไม่สามารถตอบสนองภารกิจที่กำหนดไว้ได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าจะได้เปลี่ยนลักษณะการใช้งานแล้วก็ตาม ปัญหาเพียงเล็กน้อยของเครื่องบิน Fan Trainer ได้สร้างความสูญเสียให้แก่กองทัพ จนในที่สุดต้องระงับการใช้งานไปเพื่อความปลอดภัย.



.......... ความหวังอันประสมประสานกันหลายด้าน ที่กองทัพอากาศฝากไว้กับเครื่องบินคอมโพสิตส์ลำนี้ต้องพังทลายลงเกือบทั้งหมด ในเวลาอันสั้น สาเหตุมิใช่เพราะวัสดุสารผสมที่ใช้ในการสร้างแต่คือ ความมุ่งหวังหลายประการเกินไป ที่ฝากไว้กับเครื่องบินพลาสติกเล็กๆลำนี้



.................... บทความนี้มีความมุ่งหมายในเชิงวิชาการที่จะเผยแพร่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีวัสดุคอมโพสิตส์ที่เกิดขึ้นโดยความพยายามของคนไทย มิได้มีเจตนาที่จะนำความบกพร่องของหน่วยงานมาสู่สาธารณะ เอกสารและข้อความที่นำมาอ้างอิงไม่ได้จัดอยู่ในชั้นความลับของหน่วยงานใด และขอนำความเคารพและเชิดชูต่อ
1 นาวาอากาศเอกสรร น้ำฟ้า
2 นาวาอากาศตรีพรพล เบญจกุล
3 นาวาอากาศตรีระพิน ขำเจริญ
4 นาวาอากาศตรีธนู นฤภัย
5 ร้อยโทอำนาจ ระวังการณ์
6 เรืออากาศเอกชาญวุฒิ กัชปานันท์
(ยศขณะที่เสียชีวิต)
ผู้เสียสละและอุทิศชีวิตเพื่อประเทศชาติ อย่างสมเกียรติ





 

Attachments

skypig

Administrator
สิ่งที่ยังคง หลงเหลืออยู่จาก Fantrainer

ศิษย์การบินแฟนเทรนเนออร์ รุ่นที่4
 

Attachments

skypig

Administrator
ขอเก็บรักษารูปถ่ายของ Fantrainer ไว้ในกระทู้นี้

 

skypig

Administrator
เหมือนกลับมาเจอเพื่อนเก่า
ตอนที่ผมเริ่มฝึกบินใหม่ๆ หลังจากจบการฝึกขั้นประถม ผ่านมาบินมัธยม ได้บินกับเครื่องบิน แฟนเทรนเนอร์ ครั้งแรก ชั่วโมงบินน่าจะยังไม่เกิน200 ชม.
เวลาผ่านมากว่า 25 ปี ผมมีชั่วโมงบินรวมกว่า 10000 ชม. ได้กลับมาพบกับเครื่องบินแฟนเทรนเนอร์ ลำที่เคยบิน จอดนิ่งสงบอยู่หน้าร้านกาแฟสายเชียงใหม่-สันทราย
เมื่อได้เห็นมัน อดใจไม่ได้ที่จะเข้าไปลูบคลำ สัมผัสมันให้ได้ เหมือนเจอเพื่อนเก่า





ลองเปรียบเทียบภาพนี้กับภาพแรก ซึ่งถ่ายเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว


ขอบคุณน้องโต้โต
 

Attachments



Flag Counter

ขอขอบพระคุณ

พลอากาศเอก อมฤต จารยะพันธ์
พลอากาศโท ปรีชาพล ผุสสราค์มาลัย
กัปตันสุทิพย์ สิริสรรพ (การบินไทย)
กัปตันยุทธการ ปุรินทราภิบาล (ไทยแอร์เอเชีย)
กัปตันราชันย์ สุดหล้า (ไทยแอร์เอเชีย)
นาวาอากาศโทสุรินทร์ คอทอง
นาวาอากาศตรีขวัญ สุภรสุข
คุณพงษ์ พินิจ นสพ.ไทยรัฐ

เว็บไซต์ "www.thaiC-130.net" จัดทำขึ้นเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2551
ความสมบูรณ์ของเนื้อหา ยังจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง หากท่านสนใจที่จะร่วมสนับสนุนให้ดียิ่งขึ้น กรุณาติดต่อมายังผู้จัดทำ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง



Contact Me
Lt.Col.Tirapong Kongsomrit
kongsomrit@yahoo.com
www.thaic-130.net
Top