What's new
  • ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ไทยซีร้อยสามสิบครับ, หากท่านพบปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ของเรา
    หรือต้องการเสนอแนะประการใดสามารถโพสแจ้งได้ที่ ฟอรั่ม: Contact us/help info ,ขอบคุณครับ.
    แจ้งข่าวสารการอับเดทฟอรั่ม Thaic-130


    Live support: SKYPIG / Lt.Col.Tirapong Kongsomrit, e-mail: kongsomrit@yahoo.com
กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see

Honda Jet ฮอนด้าเจ็ท

skypig

Administrator
Honda Jet ฮอนด้าเจ็ท
[1 พฤศจิกายน 2551 10:50 น.] จำนวนผู้เข้าชม 7402 คน

เครื่องบิน
Honda Jet



นัยที่ รถมอเตอร์ไซด์ฮอนด้า ใช้สัญญลักษณ์ รูปปีกบิน เป็นเครื่องหมายการค้า มาเป็นเวลานานกว่าครึ่งศตวรรษ ได้รับการเฉลย อย่างกระจ่างชัด ทันทีที่เครื่องบิน Honda Jet ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

จินตนาการได้กลายมาเป็นนวตกรรมที่สามารถจับต้องได้

บทบาทของ Honda ที่มีต่อสังคมโลก คือ การนำเสนอแนวคิดใหม่ เพื่อชีวิตในโลกอนาคต หากคนรุ่นใหม่ปราถนาที่จะใช้มัน นั่นคือ สัญญาของ Honda ที่ต้องสร้างสรรค์มัน ขึ้นมาเป็นจริงให้ได้
ช่วงเวลาระหว่างจักรยานยนต์คันเล็กๆ ไปเป็นเครื่องบินสมรรถนะสูง Honda ได้สะสมพลังแห่งความฝัน ด้วยการผลิตเครื่องสูบน้ำให้แก่เกษตรกรในชนบท ผลิตรถยนต์ให้แก่คนเมือง สร้างเรือแก่ผู้รักผืนน้ำ ตลอดจนหุ่นยนต์อันชาญฉลาด(ASIMO) ความชำนาญต่อยานยนต์ เพื่อการเดินทางบนแผ่นดิน พื้นน้ำ และท้องฟ้า คือความมุ่งมั่นของ Honda ที่มีต่อชาวโลกทุกคน​
เครื่องบิน Honda Jet เป็นเครื่องบินไอพ่นขนาดเล็ก รองรับผู้โดยสารได้ทั้งครอบครัว บินได้เร็วและสูงมาก ออกแบบไว้เพื่อการเดินทางส่วนบุคคล หากปราศจากกฎหมายการตรวจคนเข้าเมือง มันสามารถวิ่งขึ้นจากสนามบินส่วนตัวหลังบ้าน ในอำเภอปากช่อง เวลาเจ็ดโมงเช้า บินไต่ขึ้นหาความสูง 43,000 ฟุต เดินทาง 1,500 ก.ม. ไปลงในสนามบินนานาชาติสิงค์โปร์ ทันประชุมในเวลาสิบโมง หลังเลิกประชุมยังมีเวลาเหลือพอ เลือกซื้อของ และบินกลับบ้าน ในบ่ายวันนั้นเอง โดยที่ดวงอาทิตย์ยังไม่ทันตกดิน
พลังแห่งความฝัน
เครื่องบิน Honda Jet ลำนี้ได้รวมเอาวิทยาการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจาก แนวความคิดของชาวตะวันตกและชาวตะวันออกรวมเข้าด้วยกัน วิทยาการการบินซึ่งชาวตะวันตกเคยคิดว่าสุดยอดแล้ว กลับได้รับการปรับปรุงต่อยอดให้สูงขึ้นไปอีกโดยชาวตะวันออก
ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง พลังอำนาจทางอากาศอันยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น มาจากบริษัท มิตซูบิชิ(Mitsubishi) และคาวาซากิ (Kawasaki) ซึ่งมีความชำนาญในการสร้างเครื่องบินมาอย่างยาวนาน จวบจนปัจจุบัน แต่ ฮอนด้า คือน้องใหม่ในวงการบินของญี่ปุ่นและของโลก ที่เพิ่งก่อตั้งแผนกการบินเล็กๆ เมื่อปี พ.ศ.2523 ฮอนด้าต้องตอบคำถามสำคัญ หลายข้อ ทั้งในเชิงวิศวกรรม และเชิงธุรกิจพาณิชย์

ฮอนด้า จะแทรกตัวเข้ามาแข่งขัน ในตลาดการค้าเครื่องบินเจ็ทขนาดเล็ก ได้อย่างไร ? และ
ฮอนด้า จะทำอย่างไร ? เพื่อให้เครื่องบินขนาดเล็ก มีความประหยัดมากขึ้น ดึงดูดใจมากขึ้น และทันสมัยกว่าเดิม กว่าเครื่องบินระดับเดียวกันที่เคยสร้างมา ฮอนด้าต้องคิดเลยไปถึง นวัตกรรม ที่รวมเอาความก้าวหน้าแขนงต่างๆ เข้าด้วยกัน เครื่องบินลำนี้จึงถูกสร้างขึ้นโดยคำนึงถึง ความเท่าเทียมกันระหว่าง

ความสวยงาม กับ ความมีประโยชน์
ความฝันกับความจริง
ทฤษฎีที่เป็นนามธรรม กับการสร้างขึ้นมาได้จริง อย่างเป็นรูปธรรม
romance and pragmatism
เครื่องบินฮอนด้าเจ็ท ไม่เพียงแต่เป็นสัญญลักษณ์ทางความคิดเท่านั้น แต่มันต้องเป็นสิ่งที่สามารถ ลงมือกระทำให้เป็นจริงได้ ด้วยการค้นคว้า ทดลอง อย่างเอาจริงเอาจังตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ

ปี ค.ศ.1997 เป็นก้าวแรกที่ความฝันได้ถูกร่างลงบนแผ่นกระดาษสีขาว
ปี ค.ศ.1998 จากภาพร่างบนแผ่นกระดาษ กลายมาเป็น แบบจำลองขนาดเล็ก
ปี ค.ศ.1999 แบบจำลองขนาดเล็ก ถูกขยายขึ้นมาเป็นเครื่องบินต้นแบบ
ปี ค.ศ.2000 ทุ่มเทสร้างสถาบันวิจัย และพัฒนาเครื่องบินต้นแบบ
ปี ค.ศ.2003 Honda Jet เครื่องบินต้นแบบทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นปฐมฤกษ์
ปี ค.ศ.2005 เครื่องบินต้นแบบบินแสดงต่อหน้าสาธารณชนในงานแสดงการบิน
ปี ค.ศ.2006 Honda Jet เปิดให้ผู้สนใจได้สั่งจอง
ปี ค.ศ.2007 Honda Aircraft Company ลงทุนสร้างโรงงานผลิตเครื่องบิน เพื่อสนองตอบต่อยอดจองที่มีเพิ่มขึ้นอย่างน่าพึ่งพอใจ

ตั้งแต่นั้นมา เครื่องบินต้นแบบได้ถูกทดลองบินอย่างต่อเนื่อง เพื่อทดสอบพลังแห่งความฝัน พร้อมพิสูจน์ว่าท้องฟ้ามิได้เป็นของนักบิน หรือคนมีฐานะเท่านั้น แต่มันเป็นของมนุษย์ทุกผู้ที่มองหาหนทางข้ามข้อจำกัดการเดินทางของมนุษย์ชาติ เครื่องบิน Honda Jet ได้ปล่อยให้เราผ่านจุดเริ่มต้นไปแล้ว และกำลังนำเราไปสู่ความก้าวหน้าทางวิทยาการการบิน อย่างไม่ไกลเกินเอื้อม

นวัตกรรมการบิน


ความพ่ายแพ้จากสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้อุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่นถูกจำกัด โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาเครื่องบิน ซึ่งแทบจะเทียบไม่ได้เลยกับ สหรัฐอเมริกาผู้ชนะสงคราม
แนวคิดของเครื่องบิน Honda Jet เกิดขึ้นโดยวิศวกรการบินชาวญี่ปุ่น จึงจำเป็นต้องไปตั้งหลักพัฒนาในอเมริกา ซึ่งมีความพร้อมในด้านค้นคว้าวิจัยการบินสูงกว่า เครื่องบิน Honda Jet ทะยานขึ้นสู่อากาศในปีค.ศ. 2003 เป็นเวลาเดียวกันกับโลกการบินฉลองครบรอบ 100 ปีของเครื่องบินลำแรกที่บินได้โดยมนุษย์พอดี ผู้คนในวงการบินเชื่อว่าการบินเป็น ศาสตร์และศิลป์ (Science & Art) คุณค่ามักเคียงคู่กับความสวยงามเสมอ
ความเชื่อเช่นนี้ได้ถูกตอกย้ำอีกครั้งหนึ่ง เป็นสำคัญ โดย Michimasa Fujino วิศวกรการบินชาวญี่ปุ่น ทำให้วงการด้านอากาศพลศาสตร์ของแผ่นดินอเมริกา ต้องหันหลังกลับมามองเครื่องบิน Honda Jet อย่างสนเท่ห์ ด้วยก่อนหน้านี้เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวที่เคยสร้างกันมา มักจำเป็นต้องนำเครื่องยนต์ไปติดตั้งไว้บริเวณโคนหาง เพราะเป็นเครื่องบินขนาดเล็ก มีความสูงจากพื้นไม่มาก ไม่สามารถนำเครื่องยนต์ไปติดตั้งไว้ที่ใต้ปีกได้ ข้อจำกัดนั้นทำให้เกิดผลเสียคือ พื้นที่ทางส่วนท้ายลำตัว ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากต้องนำไปติดตั้งอุปกรณ์ทางเทคนิค ต่างๆ แต่วิศวกรการบินชาวญี่ปุ่นได้กระทำในสิ่งที่ชาวอเมริกันไม่เคยทำได้มาก่อน ด้วยการนำ เครื่องยนต์ไปติดตั้งไว้บนปีก (Over The Wing Engine Mount : OTWEM ) วิศวกรการบินทั่วไปเข้าใจดีว่า การทำให้ผิวปีกด้านบนไม่ราบเรียบ จะทำให้ปีกเครื่องบินเกิดแรงต้านและเสียแรงยกตัว เครื่องบินจะมีสมรรถนะต่ำลง แต่วิศวกรชาวญี่ปุ่นคิดไปไกลกว่านั้น Michimasa Fujino พินิจลงไปในรายละเอียด พบว่าการนำเครื่องยนต์ไปติดตั้งไว้บนปีก ด้วยการกำหนดระยะ และรูปร่างของเครื่องยนต์ที่ถูกต้อง กลับจะทำให้ เครื่องบินมีสมรรถนะเพิ่มขึ้น ผลสำเร็จที่ได้รับ คือ

บินได้เร็วกว่า 10 %,
ห้องโดยสารกว้างขึ้น 30 %
บินได้ไกลกว่า 40 %
แต่ใช้กำลังขับลดลง 14 %

ผลพลอยได้สำคัญ คือ ลำตัวเครื่องบินมีพื้นที่ใช้สอยมากยิ่งขึ้น มากกว่าเครื่องบินในระดับเดียวกัน โดยที่ขนาดและน้ำหนัก ไม่เปลี่ยนแปลง
การนำเครื่องยนต์ไปติดตั้งไว้บนปีก
การนำเครื่องยนต์ไปติดตั้งไว้บนปีก คือ การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุด ในนวตกรรมการบินชิ้นนี้ วิศวกรการบินชาวญี่ปุ่นท่านนี้ ได้ทดลองการติดตั้งเครื่องยนต์ไว้บนปีกหลายตำแหน่ง เช่น
นำไปไว้บนปีกพอดี
เยื้องไปทางด้านหน้า
เยื้องไปทางด้านหลัง

ด้วยการกำหนดระยะและรูปร่างของเครื่องยนต์ที่ถูกต้อง การนำเครื่องยนต์ไปติดตั้งไว้บนปีกโดยเยื้องไปทางด้านหลัง และสามารถบินเข้าใกล้กำแพงเสียงได้ คือ ความท้าทาย ที่วิศวกรการบินทั่วไปไม่เคยเห็นกันบ่อยนัก

ความสัมพันธ์กันของปีก รูปร่างเครื่องยนต์ และลำตัว
รถยนต์เคลื่อนที่ไปด้วยความเร็ว 60 ก.ม./ ช.ม. เราสามารถที่จะยื่นมือออกไปนอกรถต้านแรงลมได้ แต่หากความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น 120 ก.ม./ ช.ม. แรงต้านจะมากขึ้น และเมื่อเครื่องบินบินด้วยความเร็ว 1200 ก.ม./ ช.ม. ซึ่งนั่นเท่ากับความเร็วเสียง(Mach 1.0) ณ จุดนี้เอง จะเกิดปรากฎการณ์ทางอากาศพลศาสตร์เกิดขึ้นหลายประการ ที่สำคัญ คือ อากาศจะอัดตัวเป็นกำแพง เกิดเป็นแรงต้านอย่างเหลือคณา จนเครื่องบินยากต่อการควบคุม
ความรู้ทางอากาศพลศาสตร์พื้นฐาน ไม่เพียงพอที่จะทำให้เข้าใจสมรรถนะของเครื่องบินลำนี้ได้บริษัทฮอนด้าต้องศึกษาพัฒนาความสัมพันธ์กันของปีก รูปร่างเครื่องยนต์ และลำตัว หลายด้านพร้อมกัน
ส่วนปีก
การออกแบบปีกที่ดีจะทำให้เครื่องบินบินได้เร็วกว่า ปีกของเครื่องบินความเร็วสูงจึงต้องไม่มีความหนามากนัก ไม่ต่างจากมีดบางๆ ที่มีความคม สามารถตัดแทรกเข้าไปในเนื้อผลไม้ได้ง่ายกว่า
บริษัทฮอนด้าได้พัฒนาปีกเครื่องบิน โดยมองลึกลงไปถึงรายละเอียดของกระแสอากาศในชั้นชิดผิว (
the laminar flow) เพื่อให้กระแสอากาศไหลผ่านปีกไปได้อย่างราบเรียบ และให้กระแสที่ไหลผ่านยึดติดอยู่กับผิวปีกตลอดเวลา (ไม่ยอมให้กระแสอากาศแยกตัวจากผิวปีกได้ง่าย) ปีกแต่ละข้างจึงถูกผลิตขึ้นจากแผ่นโลหะอลูมิเนียม ชิ้นเดียว ทำให้มีพื้นผิวเนียนมนกว่าปีกเครื่องบินทั่วไป เพื่อช่วยรักษา the laminar flow ในทุกสภาวการบิน และถึงแม้ปีกจะมีความหนาไม่มากนัก แต่ฮอนด้าก็ยังสามารถใช้ช่องว่างเล็กๆภายในปีกเป็นถังเก็บน้ำมันได้เกือบตลอดความยาวปีก
ปีกใหม่ของ Honda Jet ได้รับการทดสอบบิน โดยได้ดัดแปลงปีกของเครื่องบินฝึก T-33 ให้มีคุณลักษณะตามต้องการ แล้วจึงขึ้นบินทดสอบจริงในอากาศ ผลปรากฎว่า ผิวปีกด้านบนของ Honda Jet สามารถรักษา laminar flow ได้มากกว่า 42 % และสูงถึง 63 % ทางผิวปีกด้านล่าง มันจึงเป็นปีกที่ให้แรงยกสูงในทุกย่านความเร็ว เป็นปีกบินที่ซึ่งวิศวกรการบินรุ่นก่อนเรียกว่า
Super Critical Wing และนอกจากนี้ยังได้ติดตั้ง Winglet ไว้ที่ปลายปีกทั้งสองข้าง เพื่อช่วยลดแรงต้านลงได้อีก





ปรากฎการณ์ทางอากาศพลศาสตร์อีกประการที่เกิดขึ้น คือ Pitching Moment
เครื่องบินทั่วไปเมื่อบินใกล้ความเร็วเสียง มักจะเริ่มเสียสมดุลย์มีอาการคล้ายกับแรงยกเคลื่อนตัวไปทางด้านหลัง ส่วนหางของเครื่องบินยกตัวขึ้น ทำให้ส่วนหัวมีอาการปักลง แต่เป็นข้อดีอีกประการหนึ่งของ Honda Jet ที่นำเครื่องยนต์ไปติดตั้งไว้บนปีก ทำให้เกิดอาการเช่นนี้เพียงเล็กน้อย
ระยะเวลาและความเอาใจใส่ในการวิจัยปีกของ Honda Jet ไม่เพียงหมดไปกับการสรรค์หาแนวความคิดใหม่ๆ เท่านั้น แต่เวลาครึ่งหนึ่งยังได้ถูกไช้ไปเพื่อออกแบบและสร้างปีก โดยคำนึงถึงผลกระทบจากการกระพือของปีก(Wing Flutter) และความสั่นสะเทือน (Vibration)ไว้อย่างรอบคอบ



รูปร่างเครื่องยนต์ (Nacelle)
ขนาดและรูปร่างของฝาครอบเครื่องยนต์ ออกแบบให้สอดคล้องกับปีกและลำตัว โดยติดตั้งส่วนหน้าของเครื่องยนต์ไว้ใกล้กับตำแหน่งการเกิดคลื่นกระแทก (shock-wave) ซึ่งจะช่วยลดการเกิดแรงต้าน ในย่านความเร็วสูง ลงได้อย่างมาก
แท่นยึดเครื่องยนต์ (Pylon)
โดยปกติแล้วแท่นยึดเครื่องยนต์มักจะยึดติดอยู่ส่วนกลางของเครื่องยนต์พอดี แต่วิศวกรชาวญี่ปุ่นได้ยึดแท่นเครื่องยนต์ไว้ทางด้านข้างของเครื่องยนต์ (Contour Pylon) เพื่อให้กระแสอากาศไหลผ่านไปในแนวเดียวกัน ส่งผลให้ลดแรงต้านในย่านความเร็วต่ำและปานกลาง ได้เป็นอย่างดี
ผิวปีกด้านบนของเครื่องบินต้องเนียนมน ไม่มีสิ่งใดมาระคาย-สะดุด แม้แต่ลอยคราบแมลง รอยหมุดยึดเพียงเล็กน้อยจะทำให้กระแสอากาศไหลผ่านไปอย่างไม่ราบลื่น กลายเป็นแรงต้าน แต่การติดตั้งเครื่องยนต์ไว้บนผิวปีกโดยต่อแท่นยึด ยกให้สูงขึ้น และกำหนดระยะที่ถูกต้อง ในตำแหน่งที่ห่างจากปีกและลำตัวที่เหมาะสม พร้อมกับเยื้องไปทางด้านหลัง จะทำให้แก้ปัญหาอันเกิดจากแรงต้านต่างๆได้ ในทุกย่านความเร็ว
รูปร่างของลำตัว
ในส่วนด้านหน้าของเครื่องบินได้รับการออกแบบให้กระแสอากาศแบบ natural laminar-flow ไหลผ่านไปได้อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับรูปร่างของลำตัวและปีก ทำให้ลดแรงต้านที่เคยเกิดขึ้นจากลำตัวลงได้อย่างมาก ผลจากทฤษฎีและการทดลองอย่างอุตสาหะ พบว่าการนำเครื่องยนต์ไปติดตั้งไว้บนปีก โดยกำหนดระยะที่เหมาะสม สามารถลดแรงต้านทานและช่วยเพิ่มความเร็วให้แก่เครื่องบินได้

โครงสร้างลำตัว
รูปทรงลำตัวของเครื่องบินได้รับการรังสรรค์ตั้งแต่การออกแบบ และระหว่างการผลิต เป็นการยืนยันได้อีกครั้งว่า ญี่ปุ่นสร้างสรรค์สิ่งของเล็กๆ ให้มีคุณค่าสูงได้ดี สามารถทำให้เครื่องบินลำตัวแคบๆ มีประโยชน์ใช้สอยได้อย่างเต็มที่
ลำตัวผลิตขึ้นด้วยวัสดุคอมโพสิตมีน้ำหนักเบากว่าสร้างด้วยโลหะอลูมิเนียมล้วนถึง 15 % ลำตัวส่วนหน้าและส่วนหางซึ่งมีส่วนโค้งหลายมิติ ผลิตขึ้นด้วยโครงสร้างแบบ honeycomb sandwich construction ลำตัวส่วนกลางเป็นโครงสร้างแบบ stiffened panel structure ทั้งสองส่วนสร้างขึ้นด้วยวัสดุคอมโพสิต ต้องนำลำตัวทั้งลำไปเข้าเตาตบ เพื่อให้ผิวลำตัวเรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวกันและมีความแข็งแรง ซึ่งสามารถลดแรงเสียดทานจากอากาศได้ถีง 10 %

ภายนอก
แม้ลำตัวจะเป็นทรงกระบอกกลม เช่นเดียวกับเครื่องบินทั่วไป แต่เส้นสายภายนอกมีความแตกต่างจากเครื่องบินอื่นอย่างเด่นชัด วิศวกรชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับส่วนหน้าของเครื่องบินเป็นประการแรก โดยทำให้ ส่วนหน้ามีแก้มโป่งออกมาเล็กน้อย แต่คงไว้ซึ่งการไหลเรียบของกระแสอากาศอย่างต่อเนื่อง ความเรียวแหลมของส่วนหน้าแบ่งเป็นสองระดับ ส่วนหน้า(Nose) จะมีความเรียวมากกว่าห้องนักบิน ซึ่งถูกยกให้สูงขึ้น ดูเหมือนว่าวิศวกรชาวญี่ปุ่นจะออกแบบให้ห้องนักบินมีทัศนวิสัยปลอดโปร่งเป็นพิเศษ จึงทำให้หน้าต่างผิวโค้งทั้งสี่บานลอยเด่นขึ้นมาคล้ายตาแมลง แต่ยังคงรับกับความเรียวโค้งทางด้านข้างของลำตัว ช่วงรอยต่อระหว่างลำตัวและกระโดงหางถูกทำให้กลมกลืน ด้วยครีบหลัง Dorsal Fin จนแทบมองไม่เห็นร่องรอยของทรงกระบอก รูปทรงเช่นนี้ ได้ทั้งความสวยงามและเสถียรภาพในการบิน พวงหางส่วนท้ายเป็นแบบ T-Tail พื้นบังคับ Elevators ติดตั้งอยู่ส่วนบนสุดของกระโดงหาง ทำให้ปลอดจากการรบกวนของกระแสอากาศที่ผ่านมาจากลำตัว และเครื่องยนต์ ได้เป็นอย่างดี
ห้องโดยสาร
เครื่องบิน Honda Jet ถูกลำดับให้เป็นเครื่องบินไอพ่นขนาดเล็กมาก (Very Light Jet) แต่มีความกว้างขวางภายในเทียบเท่ากับเครื่องบินเจ็ทขนาดเล็ก ( Light Jet) ห้องโดยสารถูกจัดวางไว้ส่วนกลางลำตัวพอดี บรรยากาศภายในถูกบรรจงแต่ง ในโทนสีอ่อนโยน ดูโปร่งสบายจากหน้าต่างที่มีถึงหกช่อง การจัดเรียงที่นั่งแยกเป็นที่นั่งเดี่ยวทั้งสี่ที่นั่งหันหน้าชนกัน โดยมีช่องทางเดินกลาง และโต๊ะแบบพับเก็บได้ ให้ความโอ่โถง สมราคา และยังที่นั่งเสริม สำหรับเลขาหรือผู้ติดตามอีกหนึ่งที่นั่ง ส่วนท้ายของเครื่องบินมีห้องน้ำขนาด มาตราฐานไว้รองรับการเดินทางไกล ได้อย่างสบาย แบ่งส่วนการบรรทุกสัมภาระเป็นสองส่วน คือ ส่วนหน้า และส่วนท้ายของเครื่องบิน ระวางบรรทุกสัมภาระด้านท้าย กว้างขวางพอที่จะนำถุงกอลฟ์ และกระเป๋าเดินทางสำหรับผู้โดยสารไปได้ หลายใบ ซึ่งมันเพียงพอสำหรับการเดินทางเพื่อติดต่อทางธุรกิจ และสำหรับครอบครัวน้อยๆ ในวันหยุด

ด้วยความที่ต้องการความเป็นส่วนตัว รูปแบบภายในอาจปรับแต่งได้บ้างตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย พร้อมกับที่ Honda ได้เสนอระบบความบันเทิงลอยฟ้าแบบใหม่รอไว้อยู่แล้ว


ห้องนักบิน
ห้องนักบิน เป็นแบบ Glass Cockpit ออกแบบไว้อย่างเรียบง่าย เพื่อให้ผู้เป็นเจ้าของได้ขับเอง บินเอง โดยไม่ยาก ประกอบด้วยจอภาพ LCD ขนาดใหญ่ 3 จอ วางไว้ในแนวนอน มองเห็นได้อย่างถนัดตา



จากภาพที่นำมาประกอบจะเห็นว่า จอ PFD ทั้งสองข้าง ผืนจอทั้งหมดแสดงท่าทางการบินของเครื่องบินอย่างสมจริง จอตรงกลางเป็นจอเอนกประสงค์ (MPD) ใช้แสดงแผนที่การเดินอากาศ และมาตรวัดเครื่องยนต์ ระบบการเดินอากาศของ Garmin G1000 ซึ่งใช้งานอยู่อย่างแพร่หลาย คันบังคับเป็นแบบ Yoke ขนาดใหญ่ ตามกลิ่นไอเครื่องบินอเมริกัน จับกระชับมือ เทคโนโลยี Fly By Wire และ Side Stick ถูกขยักไว้ก่อน ไม่แน่ว่าในรุ่นต่อไปถ้าหากยอดสั่งจองจากฝั่งยุโรปมีมากขึ้น เราอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยยอดสั่งจองถึงสิ้นปี 2552(ค.ศ.2009) มีเข้ามามากกว่า 100 ลำ กำหนดส่งมอบให้ลูกค้ารายแรกได้ในปลายปี 2554 ซึ่งอาจทำให้เศรษฐีใหม่ที่คิดจะซื้อในตอนนี้ ต้องรอไปถึงปี 2558 จึงจะได้มีโอกาสสัมผัสมัน
เครื่องยนต์
เครื่องยนต์ที่ติดตั้งให้กับเครื่องบิน Honda Jet เป็นเครื่องยนต์ไอพ่น แบบเทอร์โบแฟน รหัส HF120 ได้ผ่านการทดสอบในห้องทดลอง จำลองการทำงานในระดับความสูง 46,000ft(14,000ม.) การทดสอบได้รวมถึง การดับเครื่องยนต์และติดใหม่ด้วยวิธี windmill และ starter-assisted air-start เครื่องยนต์HF120 เป็นผลงานการร่วมมือกันของบริษัท GE และ Honda ขนาดแรงขับ 2,050 ปอนด์ อัตราส่วนแรงขับเกิดจากใบพัดหน้าสูงกว่าที่ได้จากท่อท้าย 2.9 เท่า เครื่องยนต์มีขนาดความยาว 111.8 ซ.ม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 53.8 ซ.ม. และมีน้ำหนักเพียง 180 ก.ก. จัดได้ว่าเป็นเครื่องยนต์ไอพ่นที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบามาก แต่มีแรงขับสูง สันดาปเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีอายุการใช้งานนานถึง 5,000 ชั่วโมงบิน ลำตัวเครื่องบิน และเครื่องยนต์จะต้องได้รับการทดสอบต่อไปอีก 450 ชั่วโมงบิน เพื่อให้ผ่านมาตรฐานทั้งฝั่งอเมริกาและยุโรป ก่อนจะส่งถึงมือเจ้าของ นอกจากนี้เครื่องยนต์HF120 ยังจะได้นำไปใช้งานบนเครื่องบินSpectrum Freedom อีกด้วย


เป็นเครื่องยนต์ไอพ่นรุ่นใหม่ที่ใช้โลหะไตตาเนี่ยม และCrystal ที่ทนความร้อนสูงมาก มีชุดอัดอากาศแบบไหลรอบแกน 2 ชั้น กลีบใบพัดหน้า ออกแบบให้มีความกว้างมากเป็นพิเศษ และทนทานต่อเศษกรวดหินที่อาจถูกดูดเข้าไปได้ เครื่องยนต์ถูกควบคุมการทำงานด้วยระบบ FADEC สองชุดจึงทำให้
มีความประหยัดมากกว่า
มีระดับเสียง ปล่อยควันพิษ NOx, CO, HC ออกสู่สิ่งแวดล้อมน้อยลง
มีอายุการใช้งานนานกว่า ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงต่ำลง

แต่มีสมรรถนะสูงขึ้น



สมรรถนะ
เครื่องบิน Honda Jet เป็นเครื่องบินไอพ่นขนาดเล็ก แต่มีสมรรถนะสูงเทียบเท่าเครื่องบินขนาดใหญ่ มันเป็น เรือเล็กที่ออกสู่ทะเลลึกได้ เป็นเครื่องบินที่บินคนเดียวได้อย่างถูกกฎหมาย มันคือรถยนต์สปอร์ตที่มีความประหยัด ราคาค่าตัว 3.65 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต้องใช้เงินไทยประมาณ 120 ล้านบาท แลกมัน เพื่อให้ได้มาซึ่งยานพาหนะที่มีความเร็ว 778 ก.ม.ต่อ ช.ม. ด้วยอัตราไต่ที่รวดเร็ว 3990 ฟุต/นาที ไปถึงเพดานบินสูงถึง 43,000 ฟุต ข้ามพ้นจากเมฆฝน ข้ามพ้นยอดเขาเอฟเวอร์เรส ได้อย่างสบาย ความประหยัดทำให้บินได้ไกล 2000 ก.ม. โดยไม่ต้องแวะลงเติมน้ำมัน ที่ใด
ด้วยสมรรถนะเช่นนี้ เครื่องบิน Honda Jet สามารถที่จะใช้สนามบินที่มีความยาวเพียงหนึ่งกิโลเมตรได้ และใช้เส้นทางบินร่วมกับเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด โดยมิต้องหลีกทางให้ใคร เครื่องบิน Honda Jet แสดงให้เห็นแล้วว่า สมรรถนะอันสูงส่งสามารถแลกมาได้ ด้วยความประหยัด

จากแรงบันดาลใจผลักดันไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ และความอุตสาหะ ด้วยแนวความคิดการติดตั้งเครื่องยนต์ใหม่ ปีกแบบใหม่ รูปทรงและการสร้างลำตัวแบบใหม่ ตลอดจนเครื่องยนต์รุ่นใหม่ ได้ก่อให้เกิดนวัตกรรมการบิน ขึ้นมา ตอกย้ำให้เห็นว่า ญี่ปุ่นประดิษฐ์สิ่งเล็กๆ ให้มีคุณค่าสูงได้ดี จนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง บริษัทฮอนด้าได้ทำตามคำมั่นที่ให้ไว้ต่อชาวโลก
เครื่องบิน Honda Jet ถูกสร้างขึ้นด้วยความพิถีพิถันตามแนวความคิดของชาวตะวันออก มันจึงมิใช่สัญญลักษณ์แห่งความหรูหราหรือความแตกต่างทางชนขั้น แต่ได้สะท้อนให้เราเห็นถึงสิ่งต่างๆ หลายด้าน ทั้งทางด้านเทคโนโลยี และเชิงสังคมจิตวิทยา บริษัทฮอนด้าได้ใช้พลังแห่งความใฝ่ฝันผลักดันให้เกิดโพยมยานรุ่นใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการ อันไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษย์ชาติ


ข้อมูลเครื่องบิน Honda Jet HA-420





 

Attachments

skypig

Administrator
HondaJet F2

. .ช่วงกลางเดือนพ.ย.2511ประเทศไทยเผชิญวิกฤตอุทกภัยอย่างรุนแรง โรงงานผลิตรถยนต์ของฮอนด้า ที่จังหวัดอยุธยา ต้องปิดตัวลง รถยนต์จำนวนกว่าพันคัน รอการส่งมอบ ถูกน้ำท่วม จนไม่สามารถส่งขายได้ แต่ในขณะนั้น 18 พ.ย.2011, โรงงานผลิตเครื่องบินของฮอนด้าในอเมริกา ได้ประกาศถึงความสำเร็จในการทดลองบิน เครื่องบินฮอนด้าเจ็ต HondaJet ลำที่สอง 'F2' อย่างมั่นอกมั่นใจ เครื่องบินลำนี้จะเข้าร่วมการทดสอบการบินเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของ FAA เครื่องบินฮอนด้าเจ็ต ลำนี้ถูกคาดสีลำตัวด้วยสีแดง ในสไตล์รถแข่งของฮอนด้า HondaJet ฮอนด้าเจ็ต 'F2' ประสบความสำเร็จในการทดสอบบินทุกขั้นตอน ได้แก่

takeoff and climb; landing gear operation; flap operations;
aircraft handling; air data system checks with instrumentation;
และ Instrument Landing System approach โดยใช้ the flight director​

. .ภาพโดยรวมของการขึ้นทดสอบบินสร้างความพอใจแก่ทั้งนักบินทดสอบ และทีมวิศวกรซึ่งติดตามการทดสอบอยู่ทางภาคพื้น HondaJet F2 แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะของมันได้เกินกว่าที่ออกแบบไว้ตั้งแต่แรก
. .นาย Michimasa Fujino หัวหน้าวิศวกรโครงการฯ กล่าวว่า ความสำเร็จของเที่ยวบินแรกของ HondaJet F2 เป็นก้าวที่สำคัญ ในการใบรับรองสมควรแก่การเดินอากาศเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเกิดขึ้นจากการเตรียมการ การวางแผนที่ดี โดยความมุ่งมั่นอย่างหนักของทั้งผู้บริหารและทีมงานในส่วนต่างๆ

.

HondaJet Trio: 'F2' ลำสีแดงทางขวาของภาพ

. .HondaJet ฮอนด้าเจ็ต 'F1 ลำแรก(ลำสีเทา) ซึ่งได้ทดสอบบินไปแล้วตั้งแต่ 20 ธ.ค. 2010,ก็ได้ผ่านการทดสอบ และมีสมรรถนะสูงกว่าค่ามาตรฐานเสียอีก โดยในเดือนมีนาคม 2511 HondaJet ฮอนด้าเจ็ต F1 ทำความเร็วได้ถึง 425 KTAS (489 mph) ที่ระดับความสูง 30,000 ฟุต เร็วกว่าที่ออกแบบไว้เพียง 420 KTAS.เท่านั้น และยังมีสมรรถนะในการไต climb rate of 4,000 ฟุตต่อนาที เหนือกว่าเป้าหมายที่คาดไว้เพียง 3,990 FPM, มีเพดานบินสูงสุด 43,000 ฟุต
. .นาย Fujino กล่าวเสริมอีกว่า ในปี 2011 มีความก้าวหน้าอย่างมากในการทดสอบโครงสร้างของเครื่องบินภายใต้การกำกับของ FAA ทั้งลำตัวและชิ้นส่วนอื่นๆ ผ่านการทดสอบตามที่วางแผนไว้
. .ฮอนด้าวางแผนที่จะสร้างเครื่องบินฮอนด้าเจ็ตลำที่สามและสี่ F3 and F4 ในปี 2012. เพื่อนำมาช่วยทดสอบการบินให้เร็วยิ่งขึ้น,The company also plans to begin structural testing with additional structural test aircraft in 2012.


BlueSky - your weekly business and executive aviation news
 

Attachments

skypig

Administrator
เครื่องยนต์ฮอนด้าHF120 เป็นเครื่องยนต์ที่ใชัในการขับเคลื่อน Honda Jet ได้รับการรับรองจาก Federal Aviation Administration (FAA) สหรัฐอเมริกา ให้สมควรแก่การเดินอากาศ และเริ่มกระบวนการผลิตเครื่องยนต์รุ่นใหม่นี้ในทันที

.......ก่อนจะได้การรับรองการสมควรเดินอากาศ เครื่องยนต์ HF120 นี้ได้ดำเนินการทดสอบการใช้งานทั้งบนพื้น และการบินทดสอบในอากาศหลากหลายขั้นตอน โดยบริษัท GE Aero ร่วมกับ Honda ได้สร้างเครื่องยนต์ต้นแบบจำนวน 13 เครื่อง ขึ้นมา ในระหว่างการทดสอบ. เครื่องยนต์ HF120 ได้สะสมชั่วโมงการทำงานมากกว่า 9,000 ชั่วโมง และวงรอบการทำงานกว่า14,000 ครั้ง

"การบรรลุการรับรองสมควรเดินอากาศจาก FAA เครื่องยนต์ HF120 เป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ความสำเสร็จได้จบลงอย่างสมบูรณ์ ทันก่อนสิ้นปี ความร่วมมือของ GE และ ฮอนด้าในการติดตั้งเครื่องยนต์ Aero ให้แก่ Honda Jet " เทอร์รี่ประธานของฮอนด้า&GE Aero กล่าวว่า
"และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นสำหรับทีมของเราซึ่งได้ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ที่จะแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีในเครื่องยนต์ของเรา เราได้รวมสายการผลิต และกระบวนการผลิต เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเจ้าของที่จะได้ครอบครอง Honda Jet ในการให้บริการต่อไป"

.........การประกอบเครื่องยนต์ HF120 จะกระทำอยู่ในภายในโรงงานของ GE ในรัฐเม็ทซานซูเซ็ท สหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการผลิตขั้นแรก และเมื่อประกอบเครื่องยนต์เสร็จแล้ว จะส่งเครื่องยนต์ HF120 ไปยังโรงงานของฮอนด้า Aero ในเมืองเบอร์ลิงตัน ในปีหน้า( 2014)

GE และฮอนด้าได้สร้างรูปแบบการบริการอะไหล่ การซ่อมบำรุงให้แก่เจ้าของHonda Jet อย่างพร้อมสรรพ อันประกอบประกอบด้วยเครือข่ายของ GE และ ฮอนด้าที่ได้ให้บริการแบบ 24/7 คือ
ยี่สิบสี่ชั่วโมงตลอดวัน และเจ็ดวันต่อสัปดาห์
อย่างไม่มีวันหยุด

.........โดยมุ่งมั่นให้การบริการครอบคลุมทั้งหมด มีการแต่งตั้งผู้จัดการด้านเทคนิค (FTMs) ผู้จัดการทีมของลูกค้า (CTMS) และกลุ่มสนับสนุนการดำเนินงานอื่น ๆ GE และฮอนด้าจะให้บริการและประกันในสัญญาระยะยาว เช่น การบริการ การบำรุงรักษาเครื่องยนต์และการสนับสนุนการให้บริการอื่นๆ ครอบคลุมจากการรับประกันเครื่องยนต์ขั้นพื้นฐาน ที่มีความคุ้มครองทั้งที่ได้กำหนดไว้ก่อนล่วงหน้า และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นนอกเหนือจากนั้น

......เครื่องยนต์ HF120 ให้แรงขับ 2,095 ปอนด์ มันถูกออกแบบมาเพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่ ในลำดับชั้นของเครื่องยนต์ที่ติดตั้งให้กับเครื่องบินเจ็ทขนาดเล็ก ทั้งในด้านประสิทธิภาพ และการประหยัดน้ำมัน ตลอดจนความทนทาน ที่สูงขึ้น ในขณะที่เสียงรบกวนต่ำ และการปล่อยมลพิษที่ลดลง

เทคโนโลยี ในเครื่องยนต์ HF120 ได้แก่

.......การเพิ่มความกว้างของกลีบใบพัดหน้า ที่โคนใบพัดมีการลู่ไปทางด้านหน้า พร้อมกับใช้วัสดุคอมโพสิตในการทำoutlet guide vanes.
A wide-chord, compound, swept front fan blisk, along with composite

.......ใช้โลหะไทเทเนียมในการทำใบพัดimpeller ในระบบอัดอากาศ มีความทนทานต่ออุณหภูมิสูง เพื่อให้สามารสร้างอัตราส่วนความดันของเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูงสุด และปราศจากการสำลักอากาศโดยสิ้นเชิงA high-temperature titanium impeller in the compressor for maximum engine pressure ratio and stall-free performance.

........ห้องเผาขนาดเล็กแบบไหลย้อนกลับ และหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบแรงลมขั้นตอนเดียว
A compact reverse-flow configuration combustor and single-stage air-blast fuel nozzles.

.......ใช้วัสดุที่มีความก้าวหน้าขั้นสูง ในการทำใบพัดรับแรงดันสูง (HP หนึ่งชั้น) และใบพัดรับแรงดันต่ำ (LP สองชั้น ) โดยที่ทิศทางการหมุนของเพลาของใบพัด HP และ LP ย้อนทางกลับกัน
Advanced materials in the high-pressure (HP) turbine as well as a two-stage low-pressure (LP) turbine and a counter rotating HP and LP spool shaft system.

.......... เครื่องยนต์ HF120 มีระยะเวลาใช้งานยาวนานถึง 5,000 ชั่วโมง จนกว่าจะได้รับการ overhauls ซึ่งเป็นความสามารถในการทำงานที่ดีที่สุดในลำดับชั้นของเครื่องยนต์ขนาดนี้ โดยได้มีการพัฒนารูปทรงและการเคลือบผิวของกลีบใบพัด ที่จีอีและฮอนด้าได้ร่วมพัฒนาขึ้นมา
 

skypig

Administrator
Honda jet เข้าสู่สายพานการผลิต
,.....,หลังจากที่ได้สร้างเครื่องบินต้นแบบ เพื่อศึกษา และทดสอบ เป็นจำนวนถึง 4 ลำ เพื่อทดสอบระบบทางเทคนิค อากาศพลศาศตร์
และสมรรถนะ ด้านต่างๆ และในที่สุด เครื่องบินที่พร้อมจะส่งให้ลูกค้า คนแรก ได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ ปลายปีที่แล้ว และได้ขึ้นทดสอบบินครั้งแรกเมื่อ 27 มิ ย 2014 ที่ผ่านมา

http://world.honda.com/news/2014/c140627First-Production-HondaJet/?r=m
 


Flag Counter

ขอขอบพระคุณ

พลอากาศเอก อมฤต จารยะพันธ์
พลอากาศโท ปรีชาพล ผุสสราค์มาลัย
กัปตันสุทิพย์ สิริสรรพ (การบินไทย)
กัปตันยุทธการ ปุรินทราภิบาล (ไทยแอร์เอเชีย)
กัปตันราชันย์ สุดหล้า (ไทยแอร์เอเชีย)
นาวาอากาศโทสุรินทร์ คอทอง
นาวาอากาศตรีขวัญ สุภรสุข
คุณพงษ์ พินิจ นสพ.ไทยรัฐ

เว็บไซต์ "www.thaiC-130.net" จัดทำขึ้นเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2551
ความสมบูรณ์ของเนื้อหา ยังจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง หากท่านสนใจที่จะร่วมสนับสนุนให้ดียิ่งขึ้น กรุณาติดต่อมายังผู้จัดทำ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง



Contact Me
Lt.Col.Tirapong Kongsomrit
kongsomrit@yahoo.com
www.thaic-130.net
Top